วันนี้พี่หมอฝั่งธน..
คนผอมก็ไขมันสูงได้ เรื่องจริงที่หลายคนยังไม่รู้
ไขมันในเลือดสูง ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนอ้วนเท่านั้น หลายคนมักเข้าใจว่า "โรคไขมันในเลือดสูง"
เป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว
คนที่มีรูปร่างผอมก็สามารถมีภาวะไขมันในเลือดสูงได้เช่นกัน
โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ขนมหวาน เครื่องดื่มหวานเป็นประจำ รวมถึงผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ่อยครั้ง
ภาวะไขมันในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดแข็งตัวและหลอดเลือดตีบ
ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือโรคหลอดเลือดสมองตีบตันได้ในอนาคต
ดังนั้นการตรวจสุขภาพเป็นประจำและติดตามระดับไขมันในเลือดจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ไขมันในเลือดที่ควรตรวจมีอะไรบ้าง?
1. โคเลสเตอรอลรวม (Total Cholesterol)
โคเลสเตอรอลเป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ และได้รับจากอาหารที่รับประทานเข้าไป
โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันจากสัตว์ โดยทั่วไป ระดับโคเลสเตอรอลรวมควรอยู่ต่ำกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL)
หากมีระดับสูงกว่าปกติ ควรเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย
และปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม
เนื่องจากการลดระดับโคเลสเตอรอลสามารถช่วยลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ
2. ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride)
ไตรกลีเซอไรด์เป็นไขมันที่เกิดจากพลังงานส่วนเกินที่ร่างกายนำไปสะสมไว้
โดยได้รับอิทธิพลจากการรับประทานอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ขนมหวาน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ระดับไตรกลีเซอไรด์มักพบว่าสูงในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
แต่ก็สามารถพบได้ในคนผอมที่รับประทานอาหารหวานหรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำเช่นกัน
หากมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงร่วมกับระดับโคเลสเตอรอลสูง จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองมากขึ้น
3. เอชดีแอล (HDL : High Density Lipoprotein)
HDL หรือที่เรียกกันว่า "ไขมันดี" มีหน้าที่ช่วยนำโคเลสเตอรอลส่วนเกินออกจากผนังหลอดเลือดและเนื้อเยื่อต่าง ๆ กลับไปกำจัดที่ตับ
ดังนั้น ยิ่งมีระดับ HDL สูง ก็ยิ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากขึ้น
โดยทั่วไปควรมีระดับ HDL มากกว่า 40 mg/dL ในผู้ชาย และมากกว่า 50 mg/dL ในผู้หญิง
สิ่งที่ช่วยเพิ่มระดับ HDL ได้แก่
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
การงดสูบบุหรี่
ยาลดไขมันบางชนิดตามดุลยพินิจของแพทย์
4. แอลดีแอล (LDL : Low Density Lipoprotein)
LDL หรือ "ไขมันเลว" เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดตีบ แคบ และอุดตันในที่สุด
ผู้ที่มีระดับ LDL สูงจึงมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนทั่วไป
การควบคุมระดับ LDL ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
ภาวะไขมันในเลือดสูงมักไม่มีอาการผิดปกติในระยะแรก ผู้ป่วยจำนวนมากทราบว่าตนเองมีไขมันสูงจากการตรวจสุขภาพประจำปีเท่านั้น
บางรายอาจทราบเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว เช่น
เจ็บหน้าอกจากหลอดเลือดหัวใจตีบ
เหนื่อยง่ายผิดปกติ
แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน
พูดไม่ชัด
โรคหลอดเลือดสมอง
ดังนั้นการตรวจเลือดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
คำแนะนำในการลดไขมันในเลือด
ควบคุมอาหาร
ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์
ลดอาหารทอด อาหารฟาสต์ฟู้ด และอาหารแปรรูป
ลดการรับประทานขนมหวาน เบเกอรี่ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
ลดปริมาณข้าว แป้ง และอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่มากเกินความจำเป็น
หลีกเลี่ยงหรือจำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ปรับวิธีการปรุงอาหาร เลือกวิธีการปรุงอาหารที่ใช้น้ำมันน้อย เช่น
ต้ม นึ่ง อบ ย่าง แทนการทอดหรือผัดน้ำมันมาก ๆ
เพิ่มผักและผลไม้
ผักและผลไม้ที่มีกากใยอาหารสูงช่วยลดการดูดซึมไขมันและช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดได้ดีขึ้น
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น
เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ๆ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ
การออกกำลังกายจะช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ เพิ่ม HDL และช่วยควบคุมน้ำหนักตัว
ควบคุมน้ำหนัก
ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนควรลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
เพราะแม้ลดน้ำหนักได้เพียง 5-10% ของน้ำหนักตัว ก็สามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อไรควรพบแพทย์
หากตรวจพบว่ามีระดับไขมันในเลือดสูงผิดปกติ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจหรือหลอดเลือด
หรือรับประทานยาลดไขมันแล้วแต่ผลการรักษายังไม่ดีขึ้น
ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
"คนผอมไม่ได้แปลว่าไขมันในเลือดจะปกติเสมอไป"
การรับประทานอาหารหวานจัด แป้งมาก ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือขาดการออกกำลังกาย
ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูงได้ทั้งสิ้น
การตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะการตรวจระดับไขมันในเลือด จะช่วยให้ทราบความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
และสามารถปรับพฤติกรรมหรือรับการรักษาได้ก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงต่อหัวใจและหลอดเลือดในอนาคต
ความรู้เพิ่มเติม
https://www.thonburihospital.com/




คนผอมก็ไขมันสูงได้! เรื่องจริงที่หลายคนยังไม่รู้
ไขมันในเลือดสูง ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนอ้วนเท่านั้น หลายคนมักเข้าใจว่า "โรคไขมันในเลือดสูง"
เป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว
คนที่มีรูปร่างผอมก็สามารถมีภาวะไขมันในเลือดสูงได้เช่นกัน
โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ขนมหวาน เครื่องดื่มหวานเป็นประจำ รวมถึงผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ่อยครั้ง
ภาวะไขมันในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดแข็งตัวและหลอดเลือดตีบ
ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือโรคหลอดเลือดสมองตีบตันได้ในอนาคต
ดังนั้นการตรวจสุขภาพเป็นประจำและติดตามระดับไขมันในเลือดจึงเป็นสิ่งสำคัญ
1. โคเลสเตอรอลรวม (Total Cholesterol)
โคเลสเตอรอลเป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ และได้รับจากอาหารที่รับประทานเข้าไป
โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันจากสัตว์ โดยทั่วไป ระดับโคเลสเตอรอลรวมควรอยู่ต่ำกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL)
หากมีระดับสูงกว่าปกติ ควรเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย
และปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม
เนื่องจากการลดระดับโคเลสเตอรอลสามารถช่วยลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ
2. ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride)
ไตรกลีเซอไรด์เป็นไขมันที่เกิดจากพลังงานส่วนเกินที่ร่างกายนำไปสะสมไว้
โดยได้รับอิทธิพลจากการรับประทานอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ขนมหวาน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ระดับไตรกลีเซอไรด์มักพบว่าสูงในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
แต่ก็สามารถพบได้ในคนผอมที่รับประทานอาหารหวานหรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำเช่นกัน
หากมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงร่วมกับระดับโคเลสเตอรอลสูง จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองมากขึ้น
3. เอชดีแอล (HDL : High Density Lipoprotein)
HDL หรือที่เรียกกันว่า "ไขมันดี" มีหน้าที่ช่วยนำโคเลสเตอรอลส่วนเกินออกจากผนังหลอดเลือดและเนื้อเยื่อต่าง ๆ กลับไปกำจัดที่ตับ
ดังนั้น ยิ่งมีระดับ HDL สูง ก็ยิ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากขึ้น
โดยทั่วไปควรมีระดับ HDL มากกว่า 40 mg/dL ในผู้ชาย และมากกว่า 50 mg/dL ในผู้หญิง
สิ่งที่ช่วยเพิ่มระดับ HDL ได้แก่
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
การงดสูบบุหรี่
ยาลดไขมันบางชนิดตามดุลยพินิจของแพทย์
4. แอลดีแอล (LDL : Low Density Lipoprotein)
LDL หรือ "ไขมันเลว" เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดตีบ แคบ และอุดตันในที่สุด
ผู้ที่มีระดับ LDL สูงจึงมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนทั่วไป
การควบคุมระดับ LDL ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
ภาวะไขมันในเลือดสูงมักไม่มีอาการผิดปกติในระยะแรก ผู้ป่วยจำนวนมากทราบว่าตนเองมีไขมันสูงจากการตรวจสุขภาพประจำปีเท่านั้น
บางรายอาจทราบเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว เช่น
เจ็บหน้าอกจากหลอดเลือดหัวใจตีบ
เหนื่อยง่ายผิดปกติ
แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน
พูดไม่ชัด
โรคหลอดเลือดสมอง
คำแนะนำในการลดไขมันในเลือด
ควบคุมอาหาร
ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์
ลดอาหารทอด อาหารฟาสต์ฟู้ด และอาหารแปรรูป
ลดการรับประทานขนมหวาน เบเกอรี่ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
ลดปริมาณข้าว แป้ง และอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่มากเกินความจำเป็น
หลีกเลี่ยงหรือจำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ปรับวิธีการปรุงอาหาร เลือกวิธีการปรุงอาหารที่ใช้น้ำมันน้อย เช่น
ต้ม นึ่ง อบ ย่าง แทนการทอดหรือผัดน้ำมันมาก ๆ
เพิ่มผักและผลไม้
ผักและผลไม้ที่มีกากใยอาหารสูงช่วยลดการดูดซึมไขมันและช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดได้ดีขึ้น
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น
เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ๆ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ
การออกกำลังกายจะช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ เพิ่ม HDL และช่วยควบคุมน้ำหนักตัว
ควบคุมน้ำหนัก
ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนควรลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
เพราะแม้ลดน้ำหนักได้เพียง 5-10% ของน้ำหนักตัว ก็สามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากตรวจพบว่ามีระดับไขมันในเลือดสูงผิดปกติ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจหรือหลอดเลือด
หรือรับประทานยาลดไขมันแล้วแต่ผลการรักษายังไม่ดีขึ้น
ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
"คนผอมไม่ได้แปลว่าไขมันในเลือดจะปกติเสมอไป"
การรับประทานอาหารหวานจัด แป้งมาก ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือขาดการออกกำลังกาย
ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูงได้ทั้งสิ้น
การตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะการตรวจระดับไขมันในเลือด จะช่วยให้ทราบความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
และสามารถปรับพฤติกรรมหรือรับการรักษาได้ก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงต่อหัวใจและหลอดเลือดในอนาคต
ความรู้เพิ่มเติม
https://www.thonburihospital.com/