ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่เด็กๆสอบโครงการแลกเปลี่ยนกันได้และกำลังหาปลายทางไปเรียนเพื่อพัฒนาตัวเองและโอกาสหลายๆอย่าง
คิดว่าหลายๆครอบครัวกำลังลุ้นกันว่า จะไปไหน อย่างไรดี
จากที่ลูกสาวได้ไปโครงการแลกเปลี่ยนหนึ่ง ซึ่งเป็นลักษณะของการยื่นเสนอตัวเองให้ปลายทางเลือก (ไม่ใช่เลือกที่ๆจะไป แต่ ยื่น port folio แข่งขันกัน) จนได้ไปเรียนโรงเรียน ที่เจอครูใส่ใจ มาแนะนำต่ออีกว่า ยื่นขอทุนการศึกษาแล้วเรียนจนจบไฮสคูลเลย ซึ่งก็ต้องจ่ายเพิ่มนะ แต่ รวมๆแล้ว เท่ากับเรียนไฮสคูลจบ 3 ปี 8-9 แสนบาท รวมค่าเครื่องบิน กินอยู่ ประกันสุขภาพ
ก็ยังถูกกว่าส่งเรียนไฮสคูลจ่ายเองเต็มๆทั้งค่าเรียน ค่าหอ กินอยู่ครึ่งๆเลย
คำถามที่เจอเรื่อยๆคือ "ทำยังไง" ให้ไปแลกเปลี่ยนแล้วได้โอกาสคุ้มๆ
ก็พอจะสรุปออกมาเป็น 3 ข้อหลักของกุญแจสำคัญว่า ไปแปลกเปลี่ยนยังไง ให้ได้กำไรมากๆ
แต่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะครับว่า อย่าตั้งเป้าหมายการไปแลกเปลี่ยนให้ยิ่งใหญ่อลังการแบบว่า การไปแลกเปลี่ยนนี้จะเป็นหนทางสู่การเป็นพนักงาน SpaceX อะไรแบบนั้น เพราะสุดท้าย การไปเรียนแลกเปลี่ยน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้สังคม วัฒนธรรมที่แตกต่าง และนำมาพัฒนาทักษะชีวิตของเราในหลายๆด้าน สำหรับบางครอบครัว แค่ลูกตื่นเชา้ได้เอง กินอาหารตรงเวลา ดูแลสุขอนามัยส่วนตัวได้เอง จากการไปแลกเปลี่ยน แค่นี้ก็คุ้มแล้ว
ข้อแรก
ฝึกเป็นเอ็กซ์โทรเวิร์ท
เข้าใจดีว่าเด็กสมัยนี้เป็นอินโทรฯกันเยอะ และการออกสู่สังคมมันเหนือ่ย มันใช้พลังงานเยอะมาก แต่ การไปแลกเปลี่ยนที่ดี ควรต้องไปเป้นคนเข้าสังคมครับ ถ้าเด็กคิดแค่ อยากออกจากบ้าน ไปสิงห้องตัวเองในต่างแดนเพื่ออิสระในการเล่น อันนั้น อย่าได้ส่งไปให้เสียเงินเลย ส่งไปเรียนโรงเรียนประจำในไทยก็ได้ครับ จะไปแลกเปลี่ยน "ต้อง" ไปฝึกทักษะเอ็กซ์โทรเวิร์ท
ไม่ใช่แค่ภาษา และการรับผิดชอบชีวิต แต่ ถ้าคิดจะไปแลกเปลี่ยน ต้องเป็นเป้าหมายที่เจ้าตัวรู้เองเลยว่าจะไปเอ็กซ์โทรเวิร์ท ถ้าเป็นคนเข้าสังคมอยู่แล้วก็ดีไป แต่ถ้าเป็นคนอินโทรเวิร์ท นี่คือเป้าหมายที่ต้องไปฝึกฝน ไม่ใช่เพื่อเลิกอินโทรเวิร์ทนะครับ แต่เพื่อ ฝึกให้เอ็กซ์โทรเวิร์ทได้ ต้องเป็นคนที่ยอมรับว่า ทักษะเรือ่งนี้สำคัญกับชีวิตข้างหน้า ต้องไม่ใช่คนที่ ยึดมั่น ภูมิใจและจะเ)็นสุดยอดอินโทรเวิร์ทไปจนวันตาย ถ้าไปด้วยแนวคิดแบบนั้น ถือว่าตั้งกำแพงกั้นตัวเองไว้แต่แรก แล้วการไปแลกเปลี่ยนของคุณ หรือ ลูกหลานคุณ จะได้อะไรกลับมาน้อยมาก

ข้อสอง
ต้องกล้าผิดพลาดและไม่กลัวล้มเหลว
เด็กหลายคน ไม่กล้าออกจากเซฟโซน กลัวสายตาคนมอง กลัวที่จะผิดพลาด อาจจะรเียกได้ว่า หน้าไม่หนาพอที่จะพลาดก็ได้ ซึ่ง หากคิดจะไปแลกเปลี่ยน ต้องตัดตรงนี้ทิ้ง สอนลูกให้หน้าหนาๆเข้าไว้ มองความพลาดเป็นประสบการณ์ชีวิตที่เรียนรู้ได้ พูดสวยๆแบบไลฟ์โค้ชคือ "พลาดให้เป็น"
ถามตัวเองดูครับ อยู่บ้านดีๆสบายๆ ดิ้นรนสอบ จ่ายเงิน เดินทางไปไกลๆเพื่ออะไร? ดังนั้น เจออะไรที่ให้ผิดพลาดได้ก็ลุยเลย ถ้าจะบอกอีกอย่างคือ ของบางอย่าง หาไม่ได้ในสยามประเทศ ไปถึงนั่นแล้วมัวแต่กลัว ไม่กล้าทำ แล้วจะไปเพื่ออะไร?
ขอให้สิ่งที่ลองเพื่อพลาดไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม จะไปเล่นกีฬา ดนตรี ไปสอบ แล้วแพ้ ไม่ผ่าน ก็ดีกว่า

ข้อสุดท้าย
ทำงานให้หนักขยันและอดทนกว่าปกติ
ข้อสุดท้ายคือสิ่งสำคัญสุด ระหว่าง การไปแลกเปลี่ยนที่ได้อะไรกลับมาเยอะๆ กับ การได้อะไรกลับมาบ้าง แปลง่ายๆก็คือ จะได้กำไรจากการลงทุนจ่ายไปมากหรือน้อยก็อยู่ที่ ความหนักและทุ่มเทของลูกหลานเรา ถ้าเป็นเด็กที่ อยู่บ้านนั่งๆนอนๆ ไม่ขยันไม่รับผิดชอบ แล้วไปแลกเปลี่ยน ก็จะพอได้ฝึกหัดอะไรมาบ้าง ดีขึ้นอย่างแน่นอนแหละ แต่ เด็กที่ ขยัน อดทน ทุ่มเท เต็มที่ บอกเลยว่า ชีวิตจะเปลี่ยนอย่างมากหากไปเรียนแลกเปลี่ยนแน่นอน
ดังนั้น ต้องคิดไว้เลยว่า การไปเรียนแลกเปลี่ยนนี้ เป็นภารกิจใหญ่ ที่หนักและต้องอดทน ไม่ใช่ไปสบายๆ ไปเล่นๆเรียนๆ ต้องสู้กับความเหนื่อย ความอยากพักของตัวเอง วันหยุดอยากนอน อยากเล่นเกม อยากแชทกับเพื่อนที่ไทย เพราะ ชีวิตในต่างแดน มันมีสิ่งให้ทำทุกนาทีจริงๆ หากเราเลิอกที่จะ นอนพัก คุยกับเพื่อนที่ไทย เล่นเกมกับเพื่อน เท่ากับ เผาเงินทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ประโยชน์เดียวของกิจกรรมที่เอ่ยมาคือการ พัก
เด็กที่อดทน สู้มากพักน้อย จะเป็นคนที่คว้าโอกาสที่อาจเข้ามาได้มากกว่า
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมตัวคือ motivation ในการไขว่คว้า ความกระหายที่จะเผชิญโลกกว้าง ความอยากจะสำเร็จ และแน่นอน ความรู้สึกอยากเอาชนะตัวเอง ถ้ามีพลังแบบนี้เต็มเปี่ยม รับรองได้ว่าการไปแลกเปลี่ยนของเรา จะเกิดดอกออกผลมหาศาลกับชีวิต
ชีวิต ไม่ใช่พอร์ทการลงทุนที่ ลงทุนน้อยกำไรเยอะคือเก่ง แต่ชีวิต กับการไปแลกเปลี่ยน คือการสร้างรากฐานที่ต้องทำงานให้หนัก ลุงทุนให้มากเข้าไว้ เพราะเราไม่ได้แค่ต้องการกำไรเยอะต่ออัตราการลงแรง แต่เราต้องการได้ให้มากที่สุด ถึงจะต้องเหนือ่ยอีกสิบเท่าเพื่อได้มาเพิ่มอีกเพียงนิด ก็ถือว่าคุ้มค่า
ซึ่งข้อนี้แหละ คือปัญหาใหญ่ของลูกหลานวัยรุ่น Gen Z ตอนนี้ กับพวก Alpha ตอนต้นๆ เพราะพวกเค้ามีค่านิยม ลงแรงน้อย ได้ผลมากเท่ากับฉลาดและสำเร็จ อดทนพยายามมากแต่ได้เพิ่มกว่ากันนิดเดียวเท่ากับไม่ฉลาด
*หมายเหตุ ภาพประกอบดัดแปลงด้วย AI เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง

ย้อนความ
กระทู้เห่อลูกอีกแล้ว : อาหารเด็กหอไฮสคูลเค้ากินอะไรกัน?
https://pantip.com/topic/44005127
กระทู้เห่อลูก : เมื่อผลการเรียนตก ชีวิตจะตกต่ำเสมอไปหรือไม่
https://pantip.com/topic/43981022
กระทู้เห่อลูก : "ถ้าไม่สำเร็จจะไม่กลับบ้าน" เมื่อลูกเอ่ยประโยคนี้ก่นอลา
กระทู้เห่อลูก : เปิดโลกด้วยการมีเพื่อนให้มาก
https://pantip.com/topic/43944690
กระทู้เห่อลูก : เมื่อโรงเรียนบังคับเครื่องแบบ ย้อนกระแสโรงเรียนไทย
https://pantip.com/topic/43944205
เห่อลูกวันนี้ : เมื่อลูกไปเริ่มงานวันแรก
เห่อลูกวันนี้ - คุณว่า ทักษะอะไร ที่เด็กควรมีไว้และได้ใช้แน่นอน
ขอคำแนะนำ ลูกสาว(ม.5)ของบซื้อจักรยาน
เรียน"เอเชียศึกษา" ไปทำงานอะไรได้บ้าง?
ไปเรียนแลกเปลี่ยนยังไงให้ปัง
คิดว่าหลายๆครอบครัวกำลังลุ้นกันว่า จะไปไหน อย่างไรดี
จากที่ลูกสาวได้ไปโครงการแลกเปลี่ยนหนึ่ง ซึ่งเป็นลักษณะของการยื่นเสนอตัวเองให้ปลายทางเลือก (ไม่ใช่เลือกที่ๆจะไป แต่ ยื่น port folio แข่งขันกัน) จนได้ไปเรียนโรงเรียน ที่เจอครูใส่ใจ มาแนะนำต่ออีกว่า ยื่นขอทุนการศึกษาแล้วเรียนจนจบไฮสคูลเลย ซึ่งก็ต้องจ่ายเพิ่มนะ แต่ รวมๆแล้ว เท่ากับเรียนไฮสคูลจบ 3 ปี 8-9 แสนบาท รวมค่าเครื่องบิน กินอยู่ ประกันสุขภาพ
ก็ยังถูกกว่าส่งเรียนไฮสคูลจ่ายเองเต็มๆทั้งค่าเรียน ค่าหอ กินอยู่ครึ่งๆเลย
คำถามที่เจอเรื่อยๆคือ "ทำยังไง" ให้ไปแลกเปลี่ยนแล้วได้โอกาสคุ้มๆ
ก็พอจะสรุปออกมาเป็น 3 ข้อหลักของกุญแจสำคัญว่า ไปแปลกเปลี่ยนยังไง ให้ได้กำไรมากๆ
แต่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะครับว่า อย่าตั้งเป้าหมายการไปแลกเปลี่ยนให้ยิ่งใหญ่อลังการแบบว่า การไปแลกเปลี่ยนนี้จะเป็นหนทางสู่การเป็นพนักงาน SpaceX อะไรแบบนั้น เพราะสุดท้าย การไปเรียนแลกเปลี่ยน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้สังคม วัฒนธรรมที่แตกต่าง และนำมาพัฒนาทักษะชีวิตของเราในหลายๆด้าน สำหรับบางครอบครัว แค่ลูกตื่นเชา้ได้เอง กินอาหารตรงเวลา ดูแลสุขอนามัยส่วนตัวได้เอง จากการไปแลกเปลี่ยน แค่นี้ก็คุ้มแล้ว
ข้อแรก
ฝึกเป็นเอ็กซ์โทรเวิร์ท
เข้าใจดีว่าเด็กสมัยนี้เป็นอินโทรฯกันเยอะ และการออกสู่สังคมมันเหนือ่ย มันใช้พลังงานเยอะมาก แต่ การไปแลกเปลี่ยนที่ดี ควรต้องไปเป้นคนเข้าสังคมครับ ถ้าเด็กคิดแค่ อยากออกจากบ้าน ไปสิงห้องตัวเองในต่างแดนเพื่ออิสระในการเล่น อันนั้น อย่าได้ส่งไปให้เสียเงินเลย ส่งไปเรียนโรงเรียนประจำในไทยก็ได้ครับ จะไปแลกเปลี่ยน "ต้อง" ไปฝึกทักษะเอ็กซ์โทรเวิร์ท
ไม่ใช่แค่ภาษา และการรับผิดชอบชีวิต แต่ ถ้าคิดจะไปแลกเปลี่ยน ต้องเป็นเป้าหมายที่เจ้าตัวรู้เองเลยว่าจะไปเอ็กซ์โทรเวิร์ท ถ้าเป็นคนเข้าสังคมอยู่แล้วก็ดีไป แต่ถ้าเป็นคนอินโทรเวิร์ท นี่คือเป้าหมายที่ต้องไปฝึกฝน ไม่ใช่เพื่อเลิกอินโทรเวิร์ทนะครับ แต่เพื่อ ฝึกให้เอ็กซ์โทรเวิร์ทได้ ต้องเป็นคนที่ยอมรับว่า ทักษะเรือ่งนี้สำคัญกับชีวิตข้างหน้า ต้องไม่ใช่คนที่ ยึดมั่น ภูมิใจและจะเ)็นสุดยอดอินโทรเวิร์ทไปจนวันตาย ถ้าไปด้วยแนวคิดแบบนั้น ถือว่าตั้งกำแพงกั้นตัวเองไว้แต่แรก แล้วการไปแลกเปลี่ยนของคุณ หรือ ลูกหลานคุณ จะได้อะไรกลับมาน้อยมาก
ข้อสอง
ต้องกล้าผิดพลาดและไม่กลัวล้มเหลว
เด็กหลายคน ไม่กล้าออกจากเซฟโซน กลัวสายตาคนมอง กลัวที่จะผิดพลาด อาจจะรเียกได้ว่า หน้าไม่หนาพอที่จะพลาดก็ได้ ซึ่ง หากคิดจะไปแลกเปลี่ยน ต้องตัดตรงนี้ทิ้ง สอนลูกให้หน้าหนาๆเข้าไว้ มองความพลาดเป็นประสบการณ์ชีวิตที่เรียนรู้ได้ พูดสวยๆแบบไลฟ์โค้ชคือ "พลาดให้เป็น"
ถามตัวเองดูครับ อยู่บ้านดีๆสบายๆ ดิ้นรนสอบ จ่ายเงิน เดินทางไปไกลๆเพื่ออะไร? ดังนั้น เจออะไรที่ให้ผิดพลาดได้ก็ลุยเลย ถ้าจะบอกอีกอย่างคือ ของบางอย่าง หาไม่ได้ในสยามประเทศ ไปถึงนั่นแล้วมัวแต่กลัว ไม่กล้าทำ แล้วจะไปเพื่ออะไร?
ขอให้สิ่งที่ลองเพื่อพลาดไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม จะไปเล่นกีฬา ดนตรี ไปสอบ แล้วแพ้ ไม่ผ่าน ก็ดีกว่า
ข้อสุดท้าย
ทำงานให้หนักขยันและอดทนกว่าปกติ
ข้อสุดท้ายคือสิ่งสำคัญสุด ระหว่าง การไปแลกเปลี่ยนที่ได้อะไรกลับมาเยอะๆ กับ การได้อะไรกลับมาบ้าง แปลง่ายๆก็คือ จะได้กำไรจากการลงทุนจ่ายไปมากหรือน้อยก็อยู่ที่ ความหนักและทุ่มเทของลูกหลานเรา ถ้าเป็นเด็กที่ อยู่บ้านนั่งๆนอนๆ ไม่ขยันไม่รับผิดชอบ แล้วไปแลกเปลี่ยน ก็จะพอได้ฝึกหัดอะไรมาบ้าง ดีขึ้นอย่างแน่นอนแหละ แต่ เด็กที่ ขยัน อดทน ทุ่มเท เต็มที่ บอกเลยว่า ชีวิตจะเปลี่ยนอย่างมากหากไปเรียนแลกเปลี่ยนแน่นอน
ดังนั้น ต้องคิดไว้เลยว่า การไปเรียนแลกเปลี่ยนนี้ เป็นภารกิจใหญ่ ที่หนักและต้องอดทน ไม่ใช่ไปสบายๆ ไปเล่นๆเรียนๆ ต้องสู้กับความเหนื่อย ความอยากพักของตัวเอง วันหยุดอยากนอน อยากเล่นเกม อยากแชทกับเพื่อนที่ไทย เพราะ ชีวิตในต่างแดน มันมีสิ่งให้ทำทุกนาทีจริงๆ หากเราเลิอกที่จะ นอนพัก คุยกับเพื่อนที่ไทย เล่นเกมกับเพื่อน เท่ากับ เผาเงินทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ประโยชน์เดียวของกิจกรรมที่เอ่ยมาคือการ พัก
เด็กที่อดทน สู้มากพักน้อย จะเป็นคนที่คว้าโอกาสที่อาจเข้ามาได้มากกว่า
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมตัวคือ motivation ในการไขว่คว้า ความกระหายที่จะเผชิญโลกกว้าง ความอยากจะสำเร็จ และแน่นอน ความรู้สึกอยากเอาชนะตัวเอง ถ้ามีพลังแบบนี้เต็มเปี่ยม รับรองได้ว่าการไปแลกเปลี่ยนของเรา จะเกิดดอกออกผลมหาศาลกับชีวิต
ชีวิต ไม่ใช่พอร์ทการลงทุนที่ ลงทุนน้อยกำไรเยอะคือเก่ง แต่ชีวิต กับการไปแลกเปลี่ยน คือการสร้างรากฐานที่ต้องทำงานให้หนัก ลุงทุนให้มากเข้าไว้ เพราะเราไม่ได้แค่ต้องการกำไรเยอะต่ออัตราการลงแรง แต่เราต้องการได้ให้มากที่สุด ถึงจะต้องเหนือ่ยอีกสิบเท่าเพื่อได้มาเพิ่มอีกเพียงนิด ก็ถือว่าคุ้มค่า
ซึ่งข้อนี้แหละ คือปัญหาใหญ่ของลูกหลานวัยรุ่น Gen Z ตอนนี้ กับพวก Alpha ตอนต้นๆ เพราะพวกเค้ามีค่านิยม ลงแรงน้อย ได้ผลมากเท่ากับฉลาดและสำเร็จ อดทนพยายามมากแต่ได้เพิ่มกว่ากันนิดเดียวเท่ากับไม่ฉลาด
*หมายเหตุ ภาพประกอบดัดแปลงด้วย AI เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง
ย้อนความ
กระทู้เห่อลูกอีกแล้ว : อาหารเด็กหอไฮสคูลเค้ากินอะไรกัน?
https://pantip.com/topic/44005127