Ep.5 - 🐺 Operation El Lobo — When Black Moon Was Spoken
สารวัตรภัทรสูดลมหายใจเข้าลึก
ก่อนจะเริ่มเล่า
“แฟ้มนี้… ไม่ได้อยู่ในระบบปกติครับ
มันเป็นแฟ้มเงา—ถูกปิดตายตั้งแต่หลายปีก่อน
เข้าถึงได้แค่ไม่กี่คน”
ราฟาเอลไม่ได้เร่ง
ไม่ได้พยักหน้า
เพียงยืนฟัง
สายตายังคงจับอยู่ที่ภาพบนจอ
“ชื่อ Kurotsuki โผล่ขึ้นมาในคดีหนึ่งที่ญี่ปุ่น”
สารวัตรภัทรกล่าวต่อ
“คดีเด็กหาย
คดีแล็บทดลองลับ
แล้วก็คดีเทคโนโลยีที่… ไม่มีใครอธิบายได้”
เขาหยุดไปชั่วขณะ
เหมือนกำลังเรียบเรียงคำพูดให้ระวังที่สุด
“หลักฐานทุกอย่างถูกลบ
เหลือแค่ชื่อเดียว
กับคำอธิบายสั้น ๆ ในบันทึก”
ราฟาเอลหันมามองเขาในที่สุด
“เขียนว่าอะไร”
สารวัตรภัทรกลืนน้ำลาย
“ไม่ใช่ชื่อบุคคล
ไม่ใช่ชื่อองค์กร
แต่เป็น Codename ของเหตุการณ์”
ราฟาเอลขมวดคิ้วเล็กน้อย
แทบมองไม่เห็น
แต่หัวคิ้วของเขาขยับเพียงเสี้ยวเดียว
“เหตุการณ์?”
“ครับ”
สารวัตรภัทรพยักหน้า
“เหตุการณ์ที่… ไม่มีใครอยากพูดถึง
แม้แต่ในฝั่งของเขาเอง”
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง
ฝนด้านนอกดังชัดขึ้น
ราฟาเอลพูดขึ้นอีกครั้ง
น้ำเสียงยังคงเรียบ
แต่แฝงด้วยบางอย่างที่ลึกกว่าเดิม
“แล้วทำไมนายถึงจำชื่อมันได้”
คำถามนั้น
ไม่ใช่การสงสัย
แต่เป็นการ เจาะลึก
สารวัตรภัทรถอนหายใจ
“เพราะมันเป็นแฟ้มเดียว
ที่ผมเคยเห็นคำเตือนด้วยลายมือเขียนว่า—
‘ห้ามสืบต่อ หากไม่พร้อมแบกรับผลลัพธ์’”
ราฟาเอลหลับตาลงช้า ๆ
เหมือนกำลังยืนยันบางอย่างกับตัวเอง
“พระจันทร์สีดำ…”
เขาพึมพำเบา ๆ
แทบจะเป็นเสียงที่พูดกับอดีตมากกว่ากับคนตรงหน้า
“มันไม่ใช่สัญลักษณ์
แต่มันคือจุดเริ่มต้น”
เขาลืมตาขึ้น
สายตาคมกริบ
มั่นคง
ชัดเจน
“คืนนี้เราไม่ได้แค่จับอาชญากร”
ราฟาเอลหันไปมองรอบห้อง
ความมืดด้านนอกดูเหมือนขยับเข้ามาใกล้ขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“เราเผลอไปแตะบางอย่าง
ที่ถูกฝังไว้ตั้งแต่ปีก่อน”
เขาหันกลับมามองสารวัตรภัทรอีกครั้ง
“และถ้าชื่อ Kurotsuki กลับมาโผล่ในประเทศไทย…”
ราฟาเอลหยุดคำพูดไว้ตรงนั้น
ปล่อยให้ความหมายตกลงเอง
“แสดงว่า—
Kurotsuki
กำลังเดินต่อ”
ในความเงียบงันนั้น
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ
แต่ทั้งสองคนรู้ดี—
พระจันทร์สีดำไม่ได้ปรากฏขึ้นเพียงเพราะความบังเอิญ 🌑🐺
—————————————————————————————-
🐺 Operation El Lobo - A Name That Shouldn’t B
ระหว่างที่ราฟาเอลกับสารวัตรภัทรยังอยู่ในห้องปฏิบัติการ
ความเงียบที่กดทับอยู่ในอากาศยังไม่ทันจางหาย—
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ
เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งเปิดประตูเข้ามาอย่างระมัดระวัง
ก่อนรายงานด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ
“สารวัตรครับ… ตัวประกันฟื้นแล้วครับ
แพทย์แจ้งว่าตอนนี้เริ่มพูดคุยได้ แต่สภาพจิตใจยังได้รับผลกระทบอยู่
อาจจะให้การได้ไม่มากนักครับ”
ไม่มีคำตอบรับในทันที
ราฟาเอลกับสารวัตรภัทรเพียงสบตากัน—
สายตาที่ไม่ต้องการคำอธิบายใด ๆ เพิ่มเติม
ทั้งสองคนรู้ทันทีว่าต้องไปที่ไหน
————————-
โรงพยาบาลตำรวจ
แสงไฟสีขาวสะท้อนผนังทางเดินยาว เย็น และเงียบ
กลิ่นยาฆ่าเชื้อคลุ้งปนกับความตึงเครียดที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา
สารวัตรภัทรกับราฟาเอลเดินมาหยุดหน้าห้องแยก
แพทย์เจ้าของไข้กำลังตรวจเช็กอาการเป็นครั้งสุดท้าย
“อาการร่างกายดีขึ้นตามลำดับครับ”
แพทย์กล่าวเสียงเรียบ
“แต่สภาพจิตใจยังเปราะบาง อาจมีอาการกระตุ้นความทรงจำได้ง่าย
ขอให้คุยเบา ๆ และไม่เร่งนะครับ”
สารวัตรภัทรพยักหน้า
กล่าวขอบคุณสั้น ๆ
ก่อนที่แพทย์จะเดินออกจากห้อง ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง
สารวัตรภัทรเดินเข้าไปใกล้เตียง
ในมือถือแฟ้มข้อมูลคนไข้ ในนั้นมีชื่อระบุชัดเจน
เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ… คุณมินตรา…”
หญิงสาวบนเตียงขยับตัวช้า ๆ
ดวงตาดูอ่อนล้า แต่ยังพยายามฝืนตั้งสมาธิ
“ก็ดีขึ้น… บ้างค่ะ…”
เสียงของเธอสั่น
“ฉันจะ… ช่วยนะคะ… เท่าที่จะทำได้…”
เธอกลืนน้ำลาย ฝืนยิ้มบาง ๆ
“ขอบคุณนะคะ… ที่ไปช่วย…
ฉันนึกว่า…”
คำพูดสะดุด
ดวงตาที่พยายามกลั้นไว้เอ่อล้น
หยดน้ำตาไหลลงข้างแก้มเงียบ ๆ
สารวัตรภัทรรีบพูดขึ้นอย่างนุ่มนวล
“ไม่ต้องรีบครับ… เท่าที่ไหวเลยครับ”
เขารอสักจังหวะ ก่อนถามต่อ
“เหตุการณ์ที่ถูกลักพาตัว…
จำได้ไหมครับว่าเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ประมาณ… สองเดือนที่แล้วค่ะ…”
น้ำเสียงเธอสั่นเครือราวกับต้องรื้อความทรงจำที่ไม่อยากกลับไปพบ
สารวัตรภัทรพยักหน้า ก่อนจะถามต่อช้า ๆ
“ระหว่างที่ถูกจับตัว—”
แต่ยังไม่ทันจบประโยค—
ราฟาเอลที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยขึ้น
น้ำเสียงต่ำ นิ่ง และอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด
“Can you speak English?”
มินตราหันไปมองเขา
ลังเลครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าเบา ๆ
“A little…”
ราฟาเอลสบตาเธออย่างมั่นคง ไม่กดดัน
“Why did you say ‘I know’…
What did you know?”
หญิงสาวกำผ้าห่มแน่นขึ้นเล็กน้อย
เสียงของเธอสั่นไหว ขณะพูดทั้งที่น้ำตายังคงไหล
“I know… I think…”
“They… have two Japanese.”
“He call him… Boss.”
“That’s… all I know…”
คำพูดนั้นเบา
แต่ในห้องกลับหนักอึ้งราวกับอากาศถูกดูดออกไป
สายตาของราฟาเอลเปลี่ยนไปในวินาทีนั้น
ไม่ใช่ความโกรธ—
แต่เป็นความเย็น เฉียบ และคมกริบ
ราวกับหมาป่าที่ได้กลิ่นเหยื่อแรงขึ้น
Japanese…
ความคิดนั้นก้องอยู่ในหัว
โดยไม่ต้องเอ่ยออกมา
เขาหันกลับมามองมินตราอีกครั้ง
ลดน้ำเสียงลงให้เบาที่สุด
“Thank you…
You did your best.”
สารวัตรภัทรเดินเข้ามาเสริมด้วยรอยยิ้มอ่อน
“ขอบคุณมากนะครับคุณมินตรา
ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม เราจะกลับมาคุยอีกนะครับ”
มินตราพยักหน้าเบา ๆ เหนื่อยล้า แต่โล่งใจเล็กน้อย
ราฟาเอลกับสารวัตรภัทรออกจากห้อง
ประตูปิดลงอย่างแผ่วเบา
ในทางเดินเงียบงัน
ทั้งสองสบตากันอีกครั้ง
ไม่มีใครต้องพูดอะไร
เพราะทั้งคู่รู้ดีว่า—
คำว่า “Japanese”
ได้เปลี่ยนระดับของคดีนี้ไปแล้วเรียบร้อย
และ “Kurotsuki”
ไม่ใช่เงาในความมืดอีกต่อไป… 🌑🐺
————————————————————————————-
หลังจากประตูห้องพักผู้ป่วยปิดลงอย่างแผ่วเบา
เสียงเครื่องวัดชีพจรยังคงดังสม่ำเสมออยู่ด้านใน
ราฟาเอลกับสารวัตรภัทรเดินออกมาตามทางเดินยาวของโรงพยาบาลตำรวจ แสงไฟสีขาวสว่างเกินจำเป็นสะท้อนกับพื้นเงาวับ จนทุกฝีก้าวฟังดูชัดเจนกว่าปกติ
ไม่มีใครพูดอะไรในตอนแรก
แต่ความเงียบระหว่างทั้งสอง…ไม่ใช่ความเงียบธรรมดา
มันคือความเงียบของคนที่เพิ่งได้ยิน “ชื่อ” ที่ไม่ควรถูกเอ่ย
สารวัตรภัทรเป็นฝ่ายหยุดเดินก่อน เขาหันไปมองราฟาเอล สีหน้าเคร่งขรึม
“จากที่คุณมินตราให้การ…
ผมมั่นใจแล้วครับว่า คนที่เธอเรียกว่า ‘Boss’
ไม่ใช่หัวหน้าแก๊งค้ามนุษย์ธรรมดา”
ราฟาเอลไม่ได้ตอบทันที
สายตาของเขาจับจ้องไปที่หน้าต่างบานยาว เห็นแสงไฟของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนเลือนลางอยู่ไกลออกไป
ภาพนั้นซ้อนทับกับความทรงจำบางอย่างในอดีต—ชื่อเดียวกัน ภาษาเดียวกัน น้ำเสียงเดียวกัน
“Kurotsuki…”
เขาพูดเบา ๆ แทบไม่เป็นเสียง
ไม่ใช่การย้ำ แต่เหมือนการยืนยันกับตัวเอง
สารวัตรภัทรพยักหน้าเล็กน้อย
“มันอาจเป็นแค่โค้ดเนม
แต่ถ้าผู้หญิงที่บอบช้ำขนาดนั้นยังจำได้
แสดงว่าชื่อนี้…ถูกฝังลึกมาก”
ราฟาเอลหันกลับมา ดวงตาคมเข้มขึ้น แต่ไม่แสดงอารมณ์โกรธ
มันเป็นสายตาของนักล่าที่เพิ่งเห็นรอยเท้าแรกของเหยื่อ
“ถ้า Kurotsuki มาอยู่ที่นี่จริง”
เขาพูดช้า ๆ น้ำเสียงเย็นจัด
“แปลว่าเรื่องนี้…ไม่ใช่แค่คดีค้ามนุษย์แล้ว”
สารวัตรภัทรสูดลมหายใจลึก
“ผมจะสั่งให้ทีมรวบรวมข้อมูลย้อนหลังทั้งหมด
ทั้งการเข้าออกประเทศ เส้นทางการเงิน และเครือข่ายเทคโนโลยีผิดปกติ”
ราฟาเอลพยักหน้า
“ผมจะติดต่อ Interpol กลาง
ขอเชื่อมข้อมูลคดีเก่าที่ญี่ปุ่นทั้งหมด—โดยไม่ใช้ชื่อนั้นในระบบ”
สารวัตรภัทรเหลือบมองเขา
“กลัวมันรู้ตัวเหรอครับ”
มุมปากของราฟาเอลขยับขึ้นเล็กน้อย…ไม่ใช่รอยยิ้ม
“คนแบบนั้น
ถ้าได้ยินชื่อของตัวเองถูกเรียก
มันจะรู้ทันทีว่า…ใครบางคนกำลังเข้าใกล้”
ทั้งสองสบตากัน
โดยไม่ต้องพูดต่อว่า “ศัตรู” คนนั้นคือใคร
เพราะตั้งแต่วินาทีที่มินตราเอ่ยชื่อนั้นออกมา—
Kurotsuki ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเล่าจากญี่ปุ่นอีกต่อไป
และกรุงเทพฯ
อาจกำลังกลายเป็นเงาของพระจันทร์สีดำดวงเดียวกัน 🌑🐺
บทที่ 1 : New Moon Ep. 5 - Bakemono_Protocol
สารวัตรภัทรสูดลมหายใจเข้าลึก
ก่อนจะเริ่มเล่า
“แฟ้มนี้… ไม่ได้อยู่ในระบบปกติครับ
มันเป็นแฟ้มเงา—ถูกปิดตายตั้งแต่หลายปีก่อน
เข้าถึงได้แค่ไม่กี่คน”
ราฟาเอลไม่ได้เร่ง
ไม่ได้พยักหน้า
เพียงยืนฟัง
สายตายังคงจับอยู่ที่ภาพบนจอ
“ชื่อ Kurotsuki โผล่ขึ้นมาในคดีหนึ่งที่ญี่ปุ่น”
สารวัตรภัทรกล่าวต่อ
“คดีเด็กหาย
คดีแล็บทดลองลับ
แล้วก็คดีเทคโนโลยีที่… ไม่มีใครอธิบายได้”
เขาหยุดไปชั่วขณะ
เหมือนกำลังเรียบเรียงคำพูดให้ระวังที่สุด
“หลักฐานทุกอย่างถูกลบ
เหลือแค่ชื่อเดียว
กับคำอธิบายสั้น ๆ ในบันทึก”
ราฟาเอลหันมามองเขาในที่สุด
“เขียนว่าอะไร”
สารวัตรภัทรกลืนน้ำลาย
“ไม่ใช่ชื่อบุคคล
ไม่ใช่ชื่อองค์กร
แต่เป็น Codename ของเหตุการณ์”
ราฟาเอลขมวดคิ้วเล็กน้อย
แทบมองไม่เห็น
แต่หัวคิ้วของเขาขยับเพียงเสี้ยวเดียว
“เหตุการณ์?”
“ครับ”
สารวัตรภัทรพยักหน้า
“เหตุการณ์ที่… ไม่มีใครอยากพูดถึง
แม้แต่ในฝั่งของเขาเอง”
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง
ฝนด้านนอกดังชัดขึ้น
ราฟาเอลพูดขึ้นอีกครั้ง
น้ำเสียงยังคงเรียบ
แต่แฝงด้วยบางอย่างที่ลึกกว่าเดิม
“แล้วทำไมนายถึงจำชื่อมันได้”
คำถามนั้น
ไม่ใช่การสงสัย
แต่เป็นการ เจาะลึก
สารวัตรภัทรถอนหายใจ
“เพราะมันเป็นแฟ้มเดียว
ที่ผมเคยเห็นคำเตือนด้วยลายมือเขียนว่า—
‘ห้ามสืบต่อ หากไม่พร้อมแบกรับผลลัพธ์’”
ราฟาเอลหลับตาลงช้า ๆ
เหมือนกำลังยืนยันบางอย่างกับตัวเอง
“พระจันทร์สีดำ…”
เขาพึมพำเบา ๆ
แทบจะเป็นเสียงที่พูดกับอดีตมากกว่ากับคนตรงหน้า
“มันไม่ใช่สัญลักษณ์
แต่มันคือจุดเริ่มต้น”
เขาลืมตาขึ้น
สายตาคมกริบ
มั่นคง
ชัดเจน
“คืนนี้เราไม่ได้แค่จับอาชญากร”
ราฟาเอลหันไปมองรอบห้อง
ความมืดด้านนอกดูเหมือนขยับเข้ามาใกล้ขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“เราเผลอไปแตะบางอย่าง
ที่ถูกฝังไว้ตั้งแต่ปีก่อน”
เขาหันกลับมามองสารวัตรภัทรอีกครั้ง
“และถ้าชื่อ Kurotsuki กลับมาโผล่ในประเทศไทย…”
ราฟาเอลหยุดคำพูดไว้ตรงนั้น
ปล่อยให้ความหมายตกลงเอง
“แสดงว่า—
Kurotsuki
กำลังเดินต่อ”
ในความเงียบงันนั้น
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ
แต่ทั้งสองคนรู้ดี—
พระจันทร์สีดำไม่ได้ปรากฏขึ้นเพียงเพราะความบังเอิญ 🌑🐺
—————————————————————————————-
🐺 Operation El Lobo - A Name That Shouldn’t B
ระหว่างที่ราฟาเอลกับสารวัตรภัทรยังอยู่ในห้องปฏิบัติการ
ความเงียบที่กดทับอยู่ในอากาศยังไม่ทันจางหาย—
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ
เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งเปิดประตูเข้ามาอย่างระมัดระวัง
ก่อนรายงานด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ
“สารวัตรครับ… ตัวประกันฟื้นแล้วครับ
แพทย์แจ้งว่าตอนนี้เริ่มพูดคุยได้ แต่สภาพจิตใจยังได้รับผลกระทบอยู่
อาจจะให้การได้ไม่มากนักครับ”
ไม่มีคำตอบรับในทันที
ราฟาเอลกับสารวัตรภัทรเพียงสบตากัน—
สายตาที่ไม่ต้องการคำอธิบายใด ๆ เพิ่มเติม
ทั้งสองคนรู้ทันทีว่าต้องไปที่ไหน
————————-
โรงพยาบาลตำรวจ
แสงไฟสีขาวสะท้อนผนังทางเดินยาว เย็น และเงียบ
กลิ่นยาฆ่าเชื้อคลุ้งปนกับความตึงเครียดที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา
สารวัตรภัทรกับราฟาเอลเดินมาหยุดหน้าห้องแยก
แพทย์เจ้าของไข้กำลังตรวจเช็กอาการเป็นครั้งสุดท้าย
“อาการร่างกายดีขึ้นตามลำดับครับ”
แพทย์กล่าวเสียงเรียบ
“แต่สภาพจิตใจยังเปราะบาง อาจมีอาการกระตุ้นความทรงจำได้ง่าย
ขอให้คุยเบา ๆ และไม่เร่งนะครับ”
สารวัตรภัทรพยักหน้า
กล่าวขอบคุณสั้น ๆ
ก่อนที่แพทย์จะเดินออกจากห้อง ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง
สารวัตรภัทรเดินเข้าไปใกล้เตียง
ในมือถือแฟ้มข้อมูลคนไข้ ในนั้นมีชื่อระบุชัดเจน
เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ… คุณมินตรา…”
หญิงสาวบนเตียงขยับตัวช้า ๆ
ดวงตาดูอ่อนล้า แต่ยังพยายามฝืนตั้งสมาธิ
“ก็ดีขึ้น… บ้างค่ะ…”
เสียงของเธอสั่น
“ฉันจะ… ช่วยนะคะ… เท่าที่จะทำได้…”
เธอกลืนน้ำลาย ฝืนยิ้มบาง ๆ
“ขอบคุณนะคะ… ที่ไปช่วย…
ฉันนึกว่า…”
คำพูดสะดุด
ดวงตาที่พยายามกลั้นไว้เอ่อล้น
หยดน้ำตาไหลลงข้างแก้มเงียบ ๆ
สารวัตรภัทรรีบพูดขึ้นอย่างนุ่มนวล
“ไม่ต้องรีบครับ… เท่าที่ไหวเลยครับ”
เขารอสักจังหวะ ก่อนถามต่อ
“เหตุการณ์ที่ถูกลักพาตัว…
จำได้ไหมครับว่าเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ประมาณ… สองเดือนที่แล้วค่ะ…”
น้ำเสียงเธอสั่นเครือราวกับต้องรื้อความทรงจำที่ไม่อยากกลับไปพบ
สารวัตรภัทรพยักหน้า ก่อนจะถามต่อช้า ๆ
“ระหว่างที่ถูกจับตัว—”
แต่ยังไม่ทันจบประโยค—
ราฟาเอลที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยขึ้น
น้ำเสียงต่ำ นิ่ง และอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด
“Can you speak English?”
มินตราหันไปมองเขา
ลังเลครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าเบา ๆ
“A little…”
ราฟาเอลสบตาเธออย่างมั่นคง ไม่กดดัน
“Why did you say ‘I know’…
What did you know?”
หญิงสาวกำผ้าห่มแน่นขึ้นเล็กน้อย
เสียงของเธอสั่นไหว ขณะพูดทั้งที่น้ำตายังคงไหล
“I know… I think…”
“They… have two Japanese.”
“He call him… Boss.”
“That’s… all I know…”
คำพูดนั้นเบา
แต่ในห้องกลับหนักอึ้งราวกับอากาศถูกดูดออกไป
สายตาของราฟาเอลเปลี่ยนไปในวินาทีนั้น
ไม่ใช่ความโกรธ—
แต่เป็นความเย็น เฉียบ และคมกริบ
ราวกับหมาป่าที่ได้กลิ่นเหยื่อแรงขึ้น
Japanese…
ความคิดนั้นก้องอยู่ในหัว
โดยไม่ต้องเอ่ยออกมา
เขาหันกลับมามองมินตราอีกครั้ง
ลดน้ำเสียงลงให้เบาที่สุด
“Thank you…
You did your best.”
สารวัตรภัทรเดินเข้ามาเสริมด้วยรอยยิ้มอ่อน
“ขอบคุณมากนะครับคุณมินตรา
ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม เราจะกลับมาคุยอีกนะครับ”
มินตราพยักหน้าเบา ๆ เหนื่อยล้า แต่โล่งใจเล็กน้อย
ราฟาเอลกับสารวัตรภัทรออกจากห้อง
ประตูปิดลงอย่างแผ่วเบา
ในทางเดินเงียบงัน
ทั้งสองสบตากันอีกครั้ง
ไม่มีใครต้องพูดอะไร
เพราะทั้งคู่รู้ดีว่า—
คำว่า “Japanese”
ได้เปลี่ยนระดับของคดีนี้ไปแล้วเรียบร้อย
และ “Kurotsuki”
ไม่ใช่เงาในความมืดอีกต่อไป… 🌑🐺
————————————————————————————-
หลังจากประตูห้องพักผู้ป่วยปิดลงอย่างแผ่วเบา
เสียงเครื่องวัดชีพจรยังคงดังสม่ำเสมออยู่ด้านใน
ราฟาเอลกับสารวัตรภัทรเดินออกมาตามทางเดินยาวของโรงพยาบาลตำรวจ แสงไฟสีขาวสว่างเกินจำเป็นสะท้อนกับพื้นเงาวับ จนทุกฝีก้าวฟังดูชัดเจนกว่าปกติ
ไม่มีใครพูดอะไรในตอนแรก
แต่ความเงียบระหว่างทั้งสอง…ไม่ใช่ความเงียบธรรมดา
มันคือความเงียบของคนที่เพิ่งได้ยิน “ชื่อ” ที่ไม่ควรถูกเอ่ย
สารวัตรภัทรเป็นฝ่ายหยุดเดินก่อน เขาหันไปมองราฟาเอล สีหน้าเคร่งขรึม
“จากที่คุณมินตราให้การ…
ผมมั่นใจแล้วครับว่า คนที่เธอเรียกว่า ‘Boss’
ไม่ใช่หัวหน้าแก๊งค้ามนุษย์ธรรมดา”
ราฟาเอลไม่ได้ตอบทันที
สายตาของเขาจับจ้องไปที่หน้าต่างบานยาว เห็นแสงไฟของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนเลือนลางอยู่ไกลออกไป
ภาพนั้นซ้อนทับกับความทรงจำบางอย่างในอดีต—ชื่อเดียวกัน ภาษาเดียวกัน น้ำเสียงเดียวกัน
“Kurotsuki…”
เขาพูดเบา ๆ แทบไม่เป็นเสียง
ไม่ใช่การย้ำ แต่เหมือนการยืนยันกับตัวเอง
สารวัตรภัทรพยักหน้าเล็กน้อย
“มันอาจเป็นแค่โค้ดเนม
แต่ถ้าผู้หญิงที่บอบช้ำขนาดนั้นยังจำได้
แสดงว่าชื่อนี้…ถูกฝังลึกมาก”
ราฟาเอลหันกลับมา ดวงตาคมเข้มขึ้น แต่ไม่แสดงอารมณ์โกรธ
มันเป็นสายตาของนักล่าที่เพิ่งเห็นรอยเท้าแรกของเหยื่อ
“ถ้า Kurotsuki มาอยู่ที่นี่จริง”
เขาพูดช้า ๆ น้ำเสียงเย็นจัด
“แปลว่าเรื่องนี้…ไม่ใช่แค่คดีค้ามนุษย์แล้ว”
สารวัตรภัทรสูดลมหายใจลึก
“ผมจะสั่งให้ทีมรวบรวมข้อมูลย้อนหลังทั้งหมด
ทั้งการเข้าออกประเทศ เส้นทางการเงิน และเครือข่ายเทคโนโลยีผิดปกติ”
ราฟาเอลพยักหน้า
“ผมจะติดต่อ Interpol กลาง
ขอเชื่อมข้อมูลคดีเก่าที่ญี่ปุ่นทั้งหมด—โดยไม่ใช้ชื่อนั้นในระบบ”
สารวัตรภัทรเหลือบมองเขา
“กลัวมันรู้ตัวเหรอครับ”
มุมปากของราฟาเอลขยับขึ้นเล็กน้อย…ไม่ใช่รอยยิ้ม
“คนแบบนั้น
ถ้าได้ยินชื่อของตัวเองถูกเรียก
มันจะรู้ทันทีว่า…ใครบางคนกำลังเข้าใกล้”
ทั้งสองสบตากัน
โดยไม่ต้องพูดต่อว่า “ศัตรู” คนนั้นคือใคร
เพราะตั้งแต่วินาทีที่มินตราเอ่ยชื่อนั้นออกมา—
Kurotsuki ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเล่าจากญี่ปุ่นอีกต่อไป
และกรุงเทพฯ
อาจกำลังกลายเป็นเงาของพระจันทร์สีดำดวงเดียวกัน 🌑🐺