“เมื่อฉันหลุดไปในปี 2487 และตกหลุมรักคนที่ไม่มีอยู่ในอนาคต”
เรื่อง “เสียงหวูดครั้งสุดท้าย”
บทที่ 1 — หัวลำโพง 2487
“หมอบลง!!”
เสียงตะโกนดังแข่งกับเสียงหวอภัยทางอากาศ มินตรายังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกกระชากลงไปหลังเสาปูนขนาดใหญ่
ตูม!!! แรงระเบิดสั่นสะเทือนสถานีหัวลำโพงจนกระจกแตกกระจาย ผู้คนกรีดร้อง วิ่งหนีกันอลหม่าน หัวของมินตรามึนไปหมด
เมื่อครู่เธอยังไลฟ์อยู่ในพิพิธภัณฑ์สงครามโลกแท้ ๆ เธอจำได้ว่ากำลังอ่านคอมเมนต์แฟนคลับเล่น ๆ
“ถ้าย้อนเวลาได้จะไปจีบทหารสมัยก่อนค่ะ 😂”
แล้วเธอก็จับนาฬิกาพกโบราณเรือนหนึ่ง หลังจากนั้น…ทุกอย่างก็มืดลง
“คุณ! ได้ยินไหม!”
ชายหนุ่มตรงหน้ากำลังเขย่าไหล่เธอ เขาอายุราวยี่สิบปลาย ๆ ใส่เครื่องแบบทหารไทยสีเขียวหม่น ใบหน้าคมเข้มมีรอยฝุ่นเปื้อน
แต่ดวงตานิ่งมาก นิ่งจนแปลก เหมือนคนที่เห็นความตายจนชิน
“ลุกไหวไหม”
มินตราอ้าปากค้าง
“ค…คอสเพลย์?”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
“อะไรนะ”
“นี่ถ่ายหนังอยู่เหรอ”
ตูม!!! ระเบิดอีกลูกตกลงใกล้สถานี แรงอัดทำทั้งคู่เซไปชนกำแพง ชายหนุ่มสบถเบา ๆ ก่อนคว้ามือเธอ
“ตามผมมา!”
“เดี๋ยว—!”
เขาพาเธอวิ่งฝ่าฝูงชนออกจากชานชาลา รอบตัวเต็มไปด้วยควัน ทหารญี่ปุ่น เสียงร้องไห้ เสียงหวอ
และกลิ่นไหม้ของสงคราม มินตราหอบจนแทบขาดใจ
“นี่มันอะไรกันแน่!?”
ชายหนุ่มหันกลับมา
“คุณหัวกระแทกหรือเปล่า”
“ฉันถามว่านี่ที่ไหน!”
เขามองเธอเหมือนถามอะไรประหลาดมาก
“…สถานีหัวลำโพง”
“ไม่ใช่! หมายถึงปีอะไร!”
ชายหนุ่มนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนตอบช้า ๆ
“2487”
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน มินตราหัวใจเย็นวาบ 2487…สงครามโลกครั้งที่สอง เธอถอยหลังช้า ๆ
“ไม่จริง…”
ชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาระแวงทันที
“คุณเป็นใครกันแน่”
ก่อนที่มินตราจะตอบ เสียงเครื่องบินก็ดังครืนมาจากด้านบน ทุกคนในสถานีแตกตื่นอีกครั้ง ชายหนุ่มสบถ
“บ้าชะมัด มันกลับมาอีกแล้ว”
เขาหันไปมองเธอ
“ถ้าไม่อยากตาย ก็วิ่งตามผม”
แล้วเขาก็วิ่งออกไปทันที มินตรายืนช็อกอยู่ครึ่งวินาที ก่อนรีบวิ่งตาม ทั้งคู่วิ่งทะลุซอกตึกเก่าแคบ ๆ จนมาถึงคลองด้านหลังสถานี
มีเรือไม้ลำเล็กจอดอยู่ ชายหนุ่มกระโดดลงเรือก่อนหันมามองเธอ
“เร็ว!”
มินตรารีบลงไป ทันทีที่เรือออกจากฝั่ง เสียงระเบิดก็ดังสนั่นจากสถานีด้านหลัง เปลวไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
เธอหันกลับไปมองอย่างสั่น นี่ไม่ใช่ฉากหนัง คนพวกนั้นกำลังตายจริงๆ มือของมินตราเริ่มสั่น
“ฉัน…ย้อนเวลามาเหรอ…”
ชายหนุ่มพายเรือเงียบ ๆ ก่อนถามขึ้น
“คุณชื่ออะไร”
“…มินตรา”
“ผมชื่อ ร.ต.ภาคิน”
เขาหยุดนิดหนึ่ง
“แล้วคุณมาจากไหน”
มินตราเงียบ จะให้ตอบยังไงดี
“ฉันมาจาก…อนาคต”
ภาคินเงยหน้ามองทันที
ลมเย็นพัดผ่านคลองมืด ๆ
เขาจ้องเธออยู่นานมาก
ก่อนพูดเรียบ ๆ
“งั้นผมคงตายไปแล้วสินะ”
มินตราชะงัก
“…อะไรนะ”
ภาคินยิ้มบาง ๆ แต่แววตาไม่ยิ้มเลย
“คนจากอนาคตจะย้อนกลับมา ก็มักเป็นเพราะอยากแก้อะไรสักอย่างไม่ใช่เหรอ”
เธออึ้งจนพูดไม่ออก
ชายคนนี้แปลก
ทั้งใจเย็น ทั้งเหมือนรู้อะไรบางอย่างอยู่แล้ว
เรือไม้ล่องผ่านคลองเงียบงัน
มีเพียงเสียงหวูดเตือนภัยที่ยังดังไกล ๆ จากพระนคร
ก่อนภาคินจะพูดประโยคหนึ่งเบา ๆ
“คุณเคยฝันถึงผมหรือเปล่า”
มินตราหัวใจสะดุด
เพราะเธอเคยจริง ๆ
หลายครั้ง
ฝันถึงผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางไฟสงคราม
และทุกครั้ง…
เขาจะตายต่อหน้าเธอเสมอ
— ตอนต่อไป — “บ้านไม้ริมคลองกับความลับของนายทหารหนุ่ม”
“เสียงหวูดครั้งสุดท้าย”
เรื่อง “เสียงหวูดครั้งสุดท้าย”
บทที่ 1 — หัวลำโพง 2487
“หมอบลง!!”
เสียงตะโกนดังแข่งกับเสียงหวอภัยทางอากาศ มินตรายังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกกระชากลงไปหลังเสาปูนขนาดใหญ่
ตูม!!! แรงระเบิดสั่นสะเทือนสถานีหัวลำโพงจนกระจกแตกกระจาย ผู้คนกรีดร้อง วิ่งหนีกันอลหม่าน หัวของมินตรามึนไปหมด
เมื่อครู่เธอยังไลฟ์อยู่ในพิพิธภัณฑ์สงครามโลกแท้ ๆ เธอจำได้ว่ากำลังอ่านคอมเมนต์แฟนคลับเล่น ๆ
“ถ้าย้อนเวลาได้จะไปจีบทหารสมัยก่อนค่ะ 😂”
แล้วเธอก็จับนาฬิกาพกโบราณเรือนหนึ่ง หลังจากนั้น…ทุกอย่างก็มืดลง
“คุณ! ได้ยินไหม!”
ชายหนุ่มตรงหน้ากำลังเขย่าไหล่เธอ เขาอายุราวยี่สิบปลาย ๆ ใส่เครื่องแบบทหารไทยสีเขียวหม่น ใบหน้าคมเข้มมีรอยฝุ่นเปื้อน
แต่ดวงตานิ่งมาก นิ่งจนแปลก เหมือนคนที่เห็นความตายจนชิน
“ลุกไหวไหม”
มินตราอ้าปากค้าง
“ค…คอสเพลย์?”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
“อะไรนะ”
“นี่ถ่ายหนังอยู่เหรอ”
ตูม!!! ระเบิดอีกลูกตกลงใกล้สถานี แรงอัดทำทั้งคู่เซไปชนกำแพง ชายหนุ่มสบถเบา ๆ ก่อนคว้ามือเธอ
“ตามผมมา!”
“เดี๋ยว—!”
เขาพาเธอวิ่งฝ่าฝูงชนออกจากชานชาลา รอบตัวเต็มไปด้วยควัน ทหารญี่ปุ่น เสียงร้องไห้ เสียงหวอ
และกลิ่นไหม้ของสงคราม มินตราหอบจนแทบขาดใจ
“นี่มันอะไรกันแน่!?”
ชายหนุ่มหันกลับมา
“คุณหัวกระแทกหรือเปล่า”
“ฉันถามว่านี่ที่ไหน!”
เขามองเธอเหมือนถามอะไรประหลาดมาก
“…สถานีหัวลำโพง”
“ไม่ใช่! หมายถึงปีอะไร!”
ชายหนุ่มนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนตอบช้า ๆ
“2487”
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน มินตราหัวใจเย็นวาบ 2487…สงครามโลกครั้งที่สอง เธอถอยหลังช้า ๆ
“ไม่จริง…”
ชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาระแวงทันที
“คุณเป็นใครกันแน่”
ก่อนที่มินตราจะตอบ เสียงเครื่องบินก็ดังครืนมาจากด้านบน ทุกคนในสถานีแตกตื่นอีกครั้ง ชายหนุ่มสบถ
“บ้าชะมัด มันกลับมาอีกแล้ว”
เขาหันไปมองเธอ
“ถ้าไม่อยากตาย ก็วิ่งตามผม”
แล้วเขาก็วิ่งออกไปทันที มินตรายืนช็อกอยู่ครึ่งวินาที ก่อนรีบวิ่งตาม ทั้งคู่วิ่งทะลุซอกตึกเก่าแคบ ๆ จนมาถึงคลองด้านหลังสถานี
มีเรือไม้ลำเล็กจอดอยู่ ชายหนุ่มกระโดดลงเรือก่อนหันมามองเธอ
“เร็ว!”
มินตรารีบลงไป ทันทีที่เรือออกจากฝั่ง เสียงระเบิดก็ดังสนั่นจากสถานีด้านหลัง เปลวไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
เธอหันกลับไปมองอย่างสั่น นี่ไม่ใช่ฉากหนัง คนพวกนั้นกำลังตายจริงๆ มือของมินตราเริ่มสั่น
“ฉัน…ย้อนเวลามาเหรอ…”
ชายหนุ่มพายเรือเงียบ ๆ ก่อนถามขึ้น
“คุณชื่ออะไร”
“…มินตรา”
“ผมชื่อ ร.ต.ภาคิน”
เขาหยุดนิดหนึ่ง
“แล้วคุณมาจากไหน”
มินตราเงียบ จะให้ตอบยังไงดี
“ฉันมาจาก…อนาคต”
ภาคินเงยหน้ามองทันที
ลมเย็นพัดผ่านคลองมืด ๆ
เขาจ้องเธออยู่นานมาก
ก่อนพูดเรียบ ๆ
“งั้นผมคงตายไปแล้วสินะ”
มินตราชะงัก
“…อะไรนะ”
ภาคินยิ้มบาง ๆ แต่แววตาไม่ยิ้มเลย
“คนจากอนาคตจะย้อนกลับมา ก็มักเป็นเพราะอยากแก้อะไรสักอย่างไม่ใช่เหรอ”
เธออึ้งจนพูดไม่ออก
ชายคนนี้แปลก
ทั้งใจเย็น ทั้งเหมือนรู้อะไรบางอย่างอยู่แล้ว
เรือไม้ล่องผ่านคลองเงียบงัน
มีเพียงเสียงหวูดเตือนภัยที่ยังดังไกล ๆ จากพระนคร
ก่อนภาคินจะพูดประโยคหนึ่งเบา ๆ
“คุณเคยฝันถึงผมหรือเปล่า”
มินตราหัวใจสะดุด
เพราะเธอเคยจริง ๆ
หลายครั้ง
ฝันถึงผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางไฟสงคราม
และทุกครั้ง…
เขาจะตายต่อหน้าเธอเสมอ
— ตอนต่อไป — “บ้านไม้ริมคลองกับความลับของนายทหารหนุ่ม”