Ep.2 — The Drive That Shouldn’t Exist
เวลา : 19 years ago 2549 (2006) ฤดูฝน - Japan
ฝนตกหนัก
หนักจนเสียงฝีเท้าถูกกลืนหายไปกับพื้นถนนเปียกเงา
ไฟสีน้ำเงินแดงจากรถตำรวจญี่ปุ่นสะท้อนเต็มซอยแคบ
เสียงไซเรนฉีกอากาศยามค่ำคืนไม่ต่างจากสัญญาณล่าชีวิต
นักวิศวกรคอมพิวเตอร์และนักวิจัย AI หนุ่ม วิ่ง
ลมหายใจติดขัด เลือดซึมจากบาดแผลตรงสีข้าง
มือข้างหนึ่งกำแน่น—
แฟลชไดรฟสีดำเรียบไม่มีสัญลักษณ์ใด
ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในนั้น
การทดลอง
โปรโตคอล
รายชื่อ
และสิ่งเดียวที่ไม่ควรถูกสร้าง—
Nagi.exe
“ทางนี้!”
เด็กหนุ่ม อายุเพิ่ง 10 ปี ตะโกนจากหัวมุมอีกฝั่ง
ก่อนจะโยนโทรศัพท์ทิ้งลงพื้น
หน้าจอสว่างขึ้นเอง
สัญญาณปลอมถูกปล่อยออกไปพร้อมกันหลายจุด
ตำรวจเปลี่ยนทิศ
สับสน
ข้อมูลบนเครื่องกระพริบถี่
“Kurotsuki” “มันแยกกันแล้ว!”
เสียงตะโกนดังไล่หลัง
ฝีเท้าหนัก ๆ ใกล้เข้ามา
วิศกรสะดุด
แฟลชไดรฟเกือบหล่นจากมือ
เด็กหนุ่มพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเขาไว้
แรงกระชากทำให้ทั้งคู่หมุนตัวหลบกระสุนที่เฉียดผ่านกำแพงไปเพียงไม่กี่นิ้ว
“อย่าหยุด!”
“ถ้านี่หลุด—ทุกอย่างจบ!”
พวกเขาวิ่งต่อ
ขึ้นเรือเล็กที่รออยู่ในเงามืดของท่าเรือ
เครื่องยนต์ดังขึ้นทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่ง
ตำรวจมาถึงช้าไปเพียงเสี้ยววินาที
แสงไฟฉายสาดใส่ผิวน้ำ
แต่เรือได้ออกห่างแล้ว
กลางทะเล
ฝนยังคงตก
ญี่ปุ่นค่อย ๆ เลือนหายไปด้านหลัง
วิศวกรหนุ่มทรุดตัวนั่ง
มือสั่นเล็กน้อยขณะมองแฟลชไดรฟในมือ
เด็กหนุ่มหันกลับมา
สายตาเคร่งขรึม—จริงจังอย่างที่ไม่ค่อยเห็น
“ถ้าวันหนึ่ง…”
เขาพูดช้า ๆ
เสียงเบาจนแทบถูกคลื่นกลืนไป
“สิ่งที่อยู่ในนั้นถูกเปิดขึ้นมา”
เด็กหนุ่มหยุดไปชั่วขณะ
เหมือนกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดของตัวเอง
ก่อนจะพูดต่อ
“อย่าให้มันถูกเปิด…เพราะความโลภของใครอีกคน”
เขามองออกไปยังทะเลมืด
ที่ไม่รู้ว่าจะพาเรือไปถึงที่ใด
“เก็บมันไว้”
“ไว้ให้คนที่…ยังไม่เกิดในตอนนี้”
วิศวกรหนุ่มไม่ตอบ
เพียงกำแฟลชไดรฟแน่นขึ้น
ก่อนจะเก็บมันใส่จี้โลหะรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว
คลิก
เสียงปิดดังแผ่วเบา
แต่หนักแน่น
จี้โลหะเย็นเฉียบแนบอก
เหมือนฝังบางสิ่งไว้กับตัวตนของเขา
บางสิ่งที่
จะไม่ถูกเปิด
จนกว่าจะมีใครสักคน
พร้อมจะรับความจริงนั้นด้วยตัวเอง
กลางคืนกลืนทุกอย่าง
แต่ความจริง…
ไม่ได้จมไปกับทะเล
——————————————-
El Lobo, Before the Hunt
เวลา : 19 years ago 2549 (2006) ฤดูร้อน Barcelona Spain
ราฟาเอล เดล โซล ตำรวจ Interpole หนุ่มอายุ 19 ปี เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง ลำตัวแข็งแรงในแบบที่ไม่ต้องอาศัยเครื่องแบบก็ยังบ่งบอกถึงคนทำงานภาคสนามมานาน ผิวสีแทนแบบชาวยุโรปตอนใต้ผ่านแสงแดดมาอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าคมเข้มกรอบชัด สันกรามเด่น รอยเคราสั้นขึ้นบาง ๆ ตามแนวคางและกรามยิ่งขับให้เขาดูดุดันกว่าวัย
เส้นผมสั้นสีเข้มถูกจัดทรงเรียบร้อย แต่ไม่เนี้ยบจนดูเป็นคนในออฟฟิศ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองนิ่ง เยือกเย็น และเฉียบคม—สายตาแบบเดียวกับนักล่าที่คุ้นเคยกับการเฝ้าดูเหยื่อเป็นเวลานานโดยไม่กระพริบตา เขาไม่ใช่คนที่แสดงอารมณ์ทางใบหน้า แต่ทุกครั้งที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย หรือเม้มริมฝีปากแน่น จะทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักขึ้นโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย
ราฟาเอลมักสวมสูทสีเข้มเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดกับเนคไทโทนสุภาพ กระดุมเสื้อที่ติดครบทุกเม็ดสะท้อนนิสัยเป็นระเบียบและวินัยสูง ทุกการเคลื่อนไหวของเขาสงบนิ่ง ประหยัดแรง ราวกับไม่เคยทำอะไรเกินจำเป็น
แต่ใต้ความสุภาพนั้น คือแรงกดดันบางอย่างที่มองไม่เห็น—
แรงกดดันของคนที่ ไม่เคยปล่อยมือเมื่อจับเป้าหมายได้
ผู้คนเรียกเขาว่า El Lobo
ไม่ใช่เพราะความโหดร้ายเพียงอย่างเดียว
แต่เพราะราฟาเอลคือหมาป่าที่รู้จักรอ
เงียบ
อดทน
และจะไม่หยุด…จนกว่าการล่าจะจบลง
ช่วงบ่ายแก่ของวันที่แดดแรงจัด อากาศร้อนแห้งจนพื้นถนนสะท้อนแสงพร่า
ราฟาเอลลงจากรถ สูทสีเข้มตัดกับแสงแดดสเปนจนดูขัดตา เขาเดินเข้าตึกสำนักงาน Interpol ด้วยท่าทีสงบ ฝีเท้าเร็วพอจะบอกว่าเขาคุ้นเคยกับจังหวะการทำงานแม้อายุจะเพียงสิบเก้าปี
รายงานภารกิจเสร็จสิ้น คำชมจากหัวหน้าไม่ดังแต่หนักแน่น
“ทำได้ดี”
“เหมือนเดิม…กัดไม่ปล่อยนะ”
ฉายา El Lobo ไม่ได้ถูกพูดซ้ำ
เพราะทุกคนรู้ว่ามันติดตัวเขาไปแล้ว
ราฟาเอลพยักหน้าเพียงเล็กน้อย
ก่อนจะเดินออกจากห้องประชุม
มุ่งหน้าไปมุมพักผ่อนของชั้น
เขาหยิบขวดน้ำจากตู้
กดเปิด
ยกขึ้นดื่ม
และในจังหวะนั้นเอง—
เสียงคุยของตำรวจรุ่นพี่ราวสี่ห้าคนดังขึ้นจากอีกฝั่งของห้อง
“เฮ้! ได้ยินข่าวฝั่งเอเชียไหม?”
“ญี่ปุ่นน่ะ… ตอนนี้กำลังโกลาหลใหญ่เลย”
ราฟาเอลไม่ได้หันไปมอง
แต่หูของเขาไม่เคยพลาด
“มีวิศวกรอัจฉริยะคนหนึ่ง แต่ดันผันตัวไปเป็นอาชญากรไซเบอร์”
“หลุดการจับกุมไปได้แบบไม่น่าเชื่อ”
“ข้อมูลหาย เสียหายเป็นวงกว้าง”
อีกเสียงหนึ่งถามขึ้น
“แล้วได้รู้ชื่อมาด้วยไหม”
มีช่องว่างสั้น ๆ
เหมือนทุกคนกำลังคิดว่าควรพูดหรือไม่
ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะตอบเสียงต่ำ
“ตอนนี้ทางการยังไม่เปิดเผย”
“แต่ข่าววงใน ได้แค่ว่า…”
“Codename : Kurotsuki”
บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบลงทันที
“ห๊ะ?”
“นี่ขนาดวงในแล้วนะ ยังไม่มีชื่อจริงเลยเหรอ?”
“ไม่มี”
“เหมือนเป็นคนที่…ลบตัวตนตัวเองออกจากระบบไปแล้ว”
ราฟาเอลวางขวดน้ำลงบนโต๊ะ
เสียง กึก เบา ๆ
เขาหันหน้าไปทางหน้าต่าง
แสงแดดสาดเข้ามาจนดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหรี่ลงเล็กน้อย
เขาไม่รู้ว่าคำนั้นแปลว่าอะไร
ไม่รู้ว่ามันคือชื่อ
หรือสัญลักษณ์
แต่บางอย่างในคำว่า Kurotsuki
กลับติดอยู่ในหัวเขาอย่างประหลาด
“Japanese…”
เขาพูดเบา ๆ กับตัวเอง
“Kurotsuki…”
เสียงนั้นแทบไม่ได้ยิน
แม้แต่ตัวเขาเอง
Kurotsuki
คำๆนั้นมันได้ฝั่งเข้าไปในใจเขาเรียบร้อยแล้ว
เขาเดินออกจากมุมพักผ่อน
ทิ้งบทสนทนานั้นไว้ข้างหลัง
แต่ความรู้สึกบางอย่างกลับเดินตามเขามาไม่หยุด
ไม่ใช่ความโกรธ
ไม่ใช่ความตื่นเต้น
แต่คือ
กลิ่นของเหยื่อที่ยังมองไม่เห็นตัว
ริมฝีปากของเขาคลี่รอยยิ้มบาง ๆ
รอยยิ้มที่ไม่อบอุ่น
และไม่เร่งรีบ
El Lobo ไม่วิ่งตามทันที
เขาเรียนรู้ที่จะรอ
PichyBerry
🌑 บทที่ 1 : New Moon Ep.2 - Bakemono_Protocol
เวลา : 19 years ago 2549 (2006) ฤดูฝน - Japan
ฝนตกหนัก
หนักจนเสียงฝีเท้าถูกกลืนหายไปกับพื้นถนนเปียกเงา
ไฟสีน้ำเงินแดงจากรถตำรวจญี่ปุ่นสะท้อนเต็มซอยแคบ
เสียงไซเรนฉีกอากาศยามค่ำคืนไม่ต่างจากสัญญาณล่าชีวิต
นักวิศวกรคอมพิวเตอร์และนักวิจัย AI หนุ่ม วิ่ง
ลมหายใจติดขัด เลือดซึมจากบาดแผลตรงสีข้าง
มือข้างหนึ่งกำแน่น—
แฟลชไดรฟสีดำเรียบไม่มีสัญลักษณ์ใด
ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในนั้น
การทดลอง
โปรโตคอล
รายชื่อ
และสิ่งเดียวที่ไม่ควรถูกสร้าง—
Nagi.exe
“ทางนี้!”
เด็กหนุ่ม อายุเพิ่ง 10 ปี ตะโกนจากหัวมุมอีกฝั่ง
ก่อนจะโยนโทรศัพท์ทิ้งลงพื้น
หน้าจอสว่างขึ้นเอง
สัญญาณปลอมถูกปล่อยออกไปพร้อมกันหลายจุด
ตำรวจเปลี่ยนทิศ
สับสน
ข้อมูลบนเครื่องกระพริบถี่
“Kurotsuki” “มันแยกกันแล้ว!”
เสียงตะโกนดังไล่หลัง
ฝีเท้าหนัก ๆ ใกล้เข้ามา
วิศกรสะดุด
แฟลชไดรฟเกือบหล่นจากมือ
เด็กหนุ่มพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเขาไว้
แรงกระชากทำให้ทั้งคู่หมุนตัวหลบกระสุนที่เฉียดผ่านกำแพงไปเพียงไม่กี่นิ้ว
“อย่าหยุด!”
“ถ้านี่หลุด—ทุกอย่างจบ!”
พวกเขาวิ่งต่อ
ขึ้นเรือเล็กที่รออยู่ในเงามืดของท่าเรือ
เครื่องยนต์ดังขึ้นทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่ง
ตำรวจมาถึงช้าไปเพียงเสี้ยววินาที
แสงไฟฉายสาดใส่ผิวน้ำ
แต่เรือได้ออกห่างแล้ว
กลางทะเล
ฝนยังคงตก
ญี่ปุ่นค่อย ๆ เลือนหายไปด้านหลัง
วิศวกรหนุ่มทรุดตัวนั่ง
มือสั่นเล็กน้อยขณะมองแฟลชไดรฟในมือ
เด็กหนุ่มหันกลับมา
สายตาเคร่งขรึม—จริงจังอย่างที่ไม่ค่อยเห็น
“ถ้าวันหนึ่ง…”
เขาพูดช้า ๆ
เสียงเบาจนแทบถูกคลื่นกลืนไป
“สิ่งที่อยู่ในนั้นถูกเปิดขึ้นมา”
เด็กหนุ่มหยุดไปชั่วขณะ
เหมือนกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดของตัวเอง
ก่อนจะพูดต่อ
“อย่าให้มันถูกเปิด…เพราะความโลภของใครอีกคน”
เขามองออกไปยังทะเลมืด
ที่ไม่รู้ว่าจะพาเรือไปถึงที่ใด
“เก็บมันไว้”
“ไว้ให้คนที่…ยังไม่เกิดในตอนนี้”
วิศวกรหนุ่มไม่ตอบ
เพียงกำแฟลชไดรฟแน่นขึ้น
ก่อนจะเก็บมันใส่จี้โลหะรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว
คลิก
เสียงปิดดังแผ่วเบา
แต่หนักแน่น
จี้โลหะเย็นเฉียบแนบอก
เหมือนฝังบางสิ่งไว้กับตัวตนของเขา
บางสิ่งที่
จะไม่ถูกเปิด
จนกว่าจะมีใครสักคน
พร้อมจะรับความจริงนั้นด้วยตัวเอง
กลางคืนกลืนทุกอย่าง
แต่ความจริง…
ไม่ได้จมไปกับทะเล
——————————————-
El Lobo, Before the Hunt
เวลา : 19 years ago 2549 (2006) ฤดูร้อน Barcelona Spain
ราฟาเอล เดล โซล ตำรวจ Interpole หนุ่มอายุ 19 ปี เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง ลำตัวแข็งแรงในแบบที่ไม่ต้องอาศัยเครื่องแบบก็ยังบ่งบอกถึงคนทำงานภาคสนามมานาน ผิวสีแทนแบบชาวยุโรปตอนใต้ผ่านแสงแดดมาอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าคมเข้มกรอบชัด สันกรามเด่น รอยเคราสั้นขึ้นบาง ๆ ตามแนวคางและกรามยิ่งขับให้เขาดูดุดันกว่าวัย
เส้นผมสั้นสีเข้มถูกจัดทรงเรียบร้อย แต่ไม่เนี้ยบจนดูเป็นคนในออฟฟิศ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองนิ่ง เยือกเย็น และเฉียบคม—สายตาแบบเดียวกับนักล่าที่คุ้นเคยกับการเฝ้าดูเหยื่อเป็นเวลานานโดยไม่กระพริบตา เขาไม่ใช่คนที่แสดงอารมณ์ทางใบหน้า แต่ทุกครั้งที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย หรือเม้มริมฝีปากแน่น จะทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักขึ้นโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย
ราฟาเอลมักสวมสูทสีเข้มเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดกับเนคไทโทนสุภาพ กระดุมเสื้อที่ติดครบทุกเม็ดสะท้อนนิสัยเป็นระเบียบและวินัยสูง ทุกการเคลื่อนไหวของเขาสงบนิ่ง ประหยัดแรง ราวกับไม่เคยทำอะไรเกินจำเป็น
แต่ใต้ความสุภาพนั้น คือแรงกดดันบางอย่างที่มองไม่เห็น—
แรงกดดันของคนที่ ไม่เคยปล่อยมือเมื่อจับเป้าหมายได้
ผู้คนเรียกเขาว่า El Lobo
ไม่ใช่เพราะความโหดร้ายเพียงอย่างเดียว
แต่เพราะราฟาเอลคือหมาป่าที่รู้จักรอ
เงียบ
อดทน
และจะไม่หยุด…จนกว่าการล่าจะจบลง
ช่วงบ่ายแก่ของวันที่แดดแรงจัด อากาศร้อนแห้งจนพื้นถนนสะท้อนแสงพร่า
ราฟาเอลลงจากรถ สูทสีเข้มตัดกับแสงแดดสเปนจนดูขัดตา เขาเดินเข้าตึกสำนักงาน Interpol ด้วยท่าทีสงบ ฝีเท้าเร็วพอจะบอกว่าเขาคุ้นเคยกับจังหวะการทำงานแม้อายุจะเพียงสิบเก้าปี
รายงานภารกิจเสร็จสิ้น คำชมจากหัวหน้าไม่ดังแต่หนักแน่น
“ทำได้ดี”
“เหมือนเดิม…กัดไม่ปล่อยนะ”
ฉายา El Lobo ไม่ได้ถูกพูดซ้ำ
เพราะทุกคนรู้ว่ามันติดตัวเขาไปแล้ว
ราฟาเอลพยักหน้าเพียงเล็กน้อย
ก่อนจะเดินออกจากห้องประชุม
มุ่งหน้าไปมุมพักผ่อนของชั้น
เขาหยิบขวดน้ำจากตู้
กดเปิด
ยกขึ้นดื่ม
และในจังหวะนั้นเอง—
เสียงคุยของตำรวจรุ่นพี่ราวสี่ห้าคนดังขึ้นจากอีกฝั่งของห้อง
“เฮ้! ได้ยินข่าวฝั่งเอเชียไหม?”
“ญี่ปุ่นน่ะ… ตอนนี้กำลังโกลาหลใหญ่เลย”
ราฟาเอลไม่ได้หันไปมอง
แต่หูของเขาไม่เคยพลาด
“มีวิศวกรอัจฉริยะคนหนึ่ง แต่ดันผันตัวไปเป็นอาชญากรไซเบอร์”
“หลุดการจับกุมไปได้แบบไม่น่าเชื่อ”
“ข้อมูลหาย เสียหายเป็นวงกว้าง”
อีกเสียงหนึ่งถามขึ้น
“แล้วได้รู้ชื่อมาด้วยไหม”
มีช่องว่างสั้น ๆ
เหมือนทุกคนกำลังคิดว่าควรพูดหรือไม่
ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะตอบเสียงต่ำ
“ตอนนี้ทางการยังไม่เปิดเผย”
“แต่ข่าววงใน ได้แค่ว่า…”
“Codename : Kurotsuki”
บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบลงทันที
“ห๊ะ?”
“นี่ขนาดวงในแล้วนะ ยังไม่มีชื่อจริงเลยเหรอ?”
“ไม่มี”
“เหมือนเป็นคนที่…ลบตัวตนตัวเองออกจากระบบไปแล้ว”
ราฟาเอลวางขวดน้ำลงบนโต๊ะ
เสียง กึก เบา ๆ
เขาหันหน้าไปทางหน้าต่าง
แสงแดดสาดเข้ามาจนดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหรี่ลงเล็กน้อย
เขาไม่รู้ว่าคำนั้นแปลว่าอะไร
ไม่รู้ว่ามันคือชื่อ
หรือสัญลักษณ์
แต่บางอย่างในคำว่า Kurotsuki
กลับติดอยู่ในหัวเขาอย่างประหลาด
“Japanese…”
เขาพูดเบา ๆ กับตัวเอง
“Kurotsuki…”
เสียงนั้นแทบไม่ได้ยิน
แม้แต่ตัวเขาเอง
Kurotsuki
คำๆนั้นมันได้ฝั่งเข้าไปในใจเขาเรียบร้อยแล้ว
เขาเดินออกจากมุมพักผ่อน
ทิ้งบทสนทนานั้นไว้ข้างหลัง
แต่ความรู้สึกบางอย่างกลับเดินตามเขามาไม่หยุด
ไม่ใช่ความโกรธ
ไม่ใช่ความตื่นเต้น
แต่คือ
กลิ่นของเหยื่อที่ยังมองไม่เห็นตัว
ริมฝีปากของเขาคลี่รอยยิ้มบาง ๆ
รอยยิ้มที่ไม่อบอุ่น
และไม่เร่งรีบ
El Lobo ไม่วิ่งตามทันที
เขาเรียนรู้ที่จะรอ