ดอกทานตะวันในใจฉันที่ไม่เหมือนเดิม

กระทู้สนทนา
ถ้าทุกคนเปรียบตัวเองเป็นดอกไม้ ทุกคนจะเปรียบตัวเองเป็นดอกอะไร?
สำหรับฉัน……ฉันคิดว่าฉันเป็นดอกทานตะวัน แต่ไม่ใช่ในแบบที่ทุกคนรู้จักแต่เป็น “ดอกทานตะวันในใจฉันเอง”
คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงความสดใส ความมีชีวิตชีวาของเจ้าดอกทานตะวันที่มักจะหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์เสมอ หลายคนเลยยกให้ดอกทานตะวันเป็นสัญลักษณ์ของ ความรักที่ซื่อสัตย์ หรือตีความแบบเหงา ๆ หน่อย ก็อาจแปลว่า การแอบรักข้างเดียว
แต่….สำหรับฉันดอกทานตัว ดอกนี้เฉาซึม ไม่ยอมหันหน้าไปรับแสงแดดจากดวงอาทิตย์เหมือนที่ควรจะเป็น
ในความทรงจำ ฉันเคยเป็นเด็กตัวกลม สดใสร่าเริง ยิ้มง่าย พูดเก่ง แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ดอกทานตะวันดอกนี้เริ่มหยุดเบ่งบาน ฉันเก็บรอยยิ้มและเสียงหัวเราะไว้ลึก ๆ จนไม่อาจยิ้มได้จากใจอีกต่อไป แม้ดอกทานตะวันในใจจะอยากหันไปหาความสุขเหมือนวันก่อน แต่กลับรู้สึกว่า แสงแดดนั้นร้อนเกินไป หรือ บางทีอาจไม่พอที่จะทำให้หัวใจอบอุ่น
มันน่าเศร้านิดหน่อยสำหรับฉันที่ได้ซ่อนเจ้าทานตะวันดอกนี้เอาไว้ลึกจนไม่อาจเห็นเธอยิ้มแบบเดิมได้อีก ทั้งที่ครั้งหนึ่งมันเคยมีความสุขกับเรื่องเล็ก ๆ ได้ง่ายดาย แต่วันนี้แม้กระทั่งดวงอาทิตย์ก็ไม่สามารถทำให้ยิ้มได้เหมือนเช่นเคย
หลายครั้งฉันตั้งคำถามว่าฉันถูกเร่งมากเกินไปหรือเปล่านะ หรือ เพราะปมในใจที่ทำให้เกลียดดวงอาทิตย์ ทั้งที่ครั้งหนึ่งเคยมองมันอย่างมีความหวังและความอบอุ่น
ในโลกใบนี้เต็มไปด้วยความคาดหวัง ทั้งของตัวเองและคนรอบข้างที่ผลักเราไปในสิ่งที่เรียกว่า เส้นทางความสำเร็จ โดยที่ไม่เคยถามถึงความสมัครใจว่า “ใจเราต้องการมันจริง ๆ หรือเปล่า?” หรือ คนที่บอกให้เราทำบางสิ่งก็ไม่เคยว่า “เธอมีความสุขที่จะทำมันหรือไม่?” เรามันจะถูกสิ่งที่เห็น คำพูดที่ได้ยิน ชักจูงไปตามโลกใบนี้เสมอจนเราลืมไปว่า… เราเองก็คือตัวเรานะ ไม่จำเป็นต้องเดินตามโลกเสมอไปก็ได้
เรื่องนี้ฉันเริ่มคิดได้เมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นฉันเป็นนักศึกษาในคณะที่เรียนเกี่ยวกับกฎหมาย แต่…หัวใจของฉันมีความชอบอยู่อย่างหนึ่งคือการวาดภาพและถ่ายทอดเรื่องราวความรู้สึกผ่านตัวอักษร ในโอกาสหนึ่งฉันได้เข้าไปเป็นนักศึกษาฝึกงานของศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมาย ซึ่งในที่นั่นไม่เพียงแค่ให้คำปรึกษา ยังมีการขับเคลื่อนสิ่งต่าง ๆ กิจกรรมที่ให้ความรู้กับเด็กและชุมชน มันคือว่าเป็นพื้นที่ให้ฉันได้ลองอะไรใหม่ ๆ ในหลาย ๆ ด้าน
แต่ด้วยความที่ฉันเป็นคนเงียบ หน้านิ่ง ดูไม่เป็นมิตร คนรอบข้างเลยไม่ค่อยกล้าเข้าหา กระทั่งวันหนึ่ง…เมื่อมีคนรู้ว่าฉันวาดรูปได้ ความคาดหวังก็ถาโถม งานออกแบบต่าง ๆ ถูกโยนมาให้ฉันรับผิดชอบ จากสิ่งที่เคยรักและมีไฟ กลับกลายเป็นสิ่งที่ฉันเริ่มเกลียด เพียงเพราะมันไม่ใช่งานที่ฉัน “อยากทำ” แต่เป็นงานที่ “ถูกคาดหวังให้ทำ”
ฉันพยายามถามตัวเองว่า ทำไม? จนพบว่า ฉันชอบมันเพราะฉันอยากทำมันเองไม่ใช่เพราะใครอยากให้ทำ และ ฉันรักมันเพราะมันคือสิ่งที่สื่อถึงตัวฉันไม่ใช่งานที่กำลังเล่าเรื่องที่ฉันไม่อิน
ฉันจึงได้ข้อคิดอย่างหนึ่งว่า เราไม่ต้องถูกใจทุกคน ใครจะคิดยังไงกับเราก็เรื่องของพวกเขาเราทำเท่าที่เราสบายใจก็พอ
ตอนนี้ ดอกทานตะวันในใจฉันเลยไม่อยากหันตามแสงแดดของโลกอีกแล้ว แต่อยากหันไปหาความสุขมากกว่าของตัวเองมากกว่า ถึงอย่างนั้น…ฉันยังรู้สึกว่าลึก ๆ แล้ว ดอกทานตัววันดอกนี้ยังคงรอแสงบางอย่างที่จะทำให้มันกลับมาตกหลุมรักอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ แสงแดดอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมีบางสิ่งที่จริงใจพอจะทำให้เจ้าทานตะวันดอกนี้ยิ้มออกมาจากหัวใจอีกครั้ง
บทความนี้อาจจะดูเอาแต่ใจเกินไปหน่อยแต่ทั้งหมดนี้ก็คือตัวฉันค่ะ ฉันที่เลือก “ความสุขของตัวเอ”…แม้จะไม่ถูกใจใครเลยก็ตาม
แล้วดอกไม้ในใจคุณล่ะคะ…หน้าตาเป็นแบบไหน?
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่