รู้หรือไม่ ‘ขนมเข่ง’ ไม่ได้มีแค่สีขาว แต่ยังมี ‘สีน้ำตาล’ ที่หาได้เฉพาะภาคใต้
ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ลูกหลานคนจีนจะมีการตั้งโต๊ะไหว้ โดยในบรรดาขนมไหว้มงคลนั้นจะมี ‘ขนมเข่ง’ หรือ ‘เหนียนเกา’ (年糕) แปลว่าขนมประจำปี นอกจากนี้คำว่า ‘เกา’ ยังพ้องเสียงกับคำที่แปลว่า ‘สูงขึ้น’ สื่อถึงความเชื่อที่ว่าเมื่อรับประทานแล้วชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองและเติบโตขึ้นในทุกๆ ปี
.
แต่รู้กันไหมว่าขนมเข่งที่ว่านี้ มีประวัติอันยาวนานกว่า 2,500 ปีก่อน จากช่วงคราม หลังสิ้นขุนนาง ‘อู๋จื่อชวี’ แห่งแคว้นอู๋ เมืองหลวงได้ถูกแคว้นเยว่เข้าโจมตี และปิดล้อมจนประชาชนขาดแคลนอาหารอย่างหนัก ในช่วงเวลานั้นผู้คนได้ระลึกถึงคำกล่าวของอู๋จื่อชวีที่ว่า หากบ้านเมืองเดือดร้อน ให้ขุดใต้กำแพงเมืองลงไป 3 ฟุตแล้วจะพบอาหาร
.
เมื่อทหารทำการขุดตามคำบอก จึงพบว่าฐานกำแพงเมืองถูกสร้างด้วยอิฐที่ทำจาก ‘แป้งข้าวเหนียว’ เพื่อเป็นเสบียงสำรอง ทำให้ผู้คนรอดตายจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ตั้งแต่นั้นมาจึงมีการทำขนมจากแป้งข้าวเหนียว เพื่อระลึกถึงแม่ทัพและกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มขนมไหว้เทศกาลตรุษจีน ที่แพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน
.
หลังจากนั้นขนมเข่งก็ได้แพร่กระจายออกจากประเทศจีน ติดตัวลูกหลานคนจีนไปยังที่อื่นๆ รวมไปถึงประเทศไทย ในส่วนของประเทศไทย ภาพจำของขนมเข่งที่เราคุ้นเคยกันจะเป็น ‘สีขาวนวล’ แต้มจุดแดง ที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวและน้ำตาลทราย แต่ความจริงแล้วขนมเข่งยังมีเฉดสีที่หลากหลายตามวัตถุดิบและวิถีท้องถิ่น
.
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ ‘ขนมเข่งภาคใต้’ โดยเฉพาะที่จังหวัดภูเก็ต เบตง หาดใหญ่ พัทลุง และตรัง ซึ่งจะมีสี ‘น้ำตาลเข้ม’ แตกต่างจากที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด อันเป็นอิทธิพลจากชาวจีนฮกเกี้ยน โดยสีน้ำตาลเข้มที่ว่านี้มาจากกรรมวิธีการนึ่งด้วยเตาฟืนยาวนานต่อเนื่องหลายสิบชั่วโมง จนสีของขนมเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มตามธรรมชาติ
.
แต่ไม่ว่าจะเป็นขนมเข่งสีไหน เมื่อพ้นช่วงเทศกาล คนไทยเชื้อสายจีนก็มักจะมีการดัดแปลงให้ออกมาเป็นเมนูใหม่ๆ โดยการนำขนมเข่งมาหั่นเป็นชิ้นเพื่อไปทำเป็นเมนู ‘ขนมเข่งชุบไข่ทอด’ เป็นการส่งท้ายฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองด้วยความอิ่มเอม
.
ที่มา : HyperLocal / Brandthink
รู้หรือไม่ ‘ขนมเข่ง’ ไม่ได้มีแค่สีขาว แต่ยังมี ‘สีน้ำตาล’ ที่หาได้เฉพาะภาคใต้