มหาปัฏฐาน โครงข่ายความสัมพันธ์ 24 รูปแบบที่ขับเคลื่อนทุกกระแสชีวิต
จักรวาลไม่ได้ดำรงอยู่ด้วยความบังเอิญ แต่ดำเนินไปภายใต้โครงสร้างเหตุปัจจัยที่ซับซ้อนและมีลำดับขั้นตอน จะจำแนกกลไกการทำงานของธรรมชาติผ่านรหัสมหาปัฏฐาน โดยแบ่งออกเป็น 4 ภาคส่วนหลัก ดังนี้
ภาคที่ 1 กลไกการบันทึกรหัสข้อมูล
ทุกปรากฏการณ์เริ่มต้นจากการสะสมข้อมูล จนกลายเป็นรหัสพันธุกรรมทางนามธรรมที่กำหนดทิศทางของระบบ
1.[อัญญมัญญะ] ข้อมูลที่สั่งสมจะเริ่มสร้าง “ระบบนิเวศจำลอง” ภายใน องค์ประกอบต่าง ๆ เริ่มพึ่งพากันและกันเหมือนวงจรนิเวศวิทยาที่ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้
2.[อเสวนะ] กระบวนการตอกย้ำหรือการทำซ้ำทางพฤติกรรม/พลังงาน เมื่อปัจจัยหนึ่งเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ย่อมสร้าง “ร่องความถี่” ในระบบ
3.[อุปนิสสยะ] ผลจากการทำซ้ำจนกลายเป็น “อุปนิสัยถาวร” หรือแรงส่งที่มีกำลังแรง ซึ่งพร้อมจะส่งผลข้ามกาลเวลา
4.[มัคคะ] เมื่อระบบนิเวศภายในคงตัว จึงเกิดเป็น “แนวทางเดิน” ที่ตายตัว นามธรรมและสสารจะเริ่มเคลื่อนที่ไปตามร่องที่สร้างขึ้นนี้
5.[สมนันตระ] ข้อมูลทั้งหมดจะถูกกลั่นกรองและเรียงลำดับเป็น “กระแสข้อมูล” ที่ไร้รอยต่อ พร้อมสำหรับการส่งทอด
6.[เหตุ] ข้อมูลจะตกผลึกเป็น “รากเหง้า” หรือรหัสพันธุกรรม ที่เป็นตัวกำหนดรูปแบบการสร้างตัวตนในขั้นถัดไป เมื่อมีรหัส ระบบจะเริ่มทำการสร้างกายภาพ เพื่อรองรับการทำงาน
ภาคที่ 2 กลไกการอุบัติของระบบสิ่งมีชีวิต
1.[อินทรีย์] การปรากฏของ “เครื่องมือ” เช่น พืช มีกระบวนการทำงานต่างๆตั้งแต่ดูดซับอาหาร และสังเคราะแสงเป็นต้น หรืออวัยวะรับสัมผัสที่เป็นใหญ่ในหน้าที่ของตน (เช่น ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) เพื่อเป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อกับโลก
2.[ปุเรชาตะ] ร่างกายหรือวัตถุธาตุจะถูกสร้างขึ้นมา “รอ” ไว้ก่อนเปรียบเสมือนฮาร์ดแวร์ที่ประกอบเสร็จสมบูรณ์
3.[ปัจฉาชาตะ] จิตวิญญาณหรือกระแสความรู้สึกจะเข้าอาศัยและหล่อเลี้ยงร่างกายที่เกิดก่อนนั้น ให้คงสภาพความเป็นสิ่งมีชีวิตอยู่ได้
4.[อธิปติ] การอุบัติของ “ตัวตน” หรือเจตจำนงที่เป็นประธานในการสั่งการ ทำให้ระบบมีทิศทางและความมุ่งมั่น
5.[อารัมมณะ] เมื่อมีตัวตน ระบบย่อมต้องมีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอกผ่านอารมณ์หรือสิ่งที่มากระทบ
6.[กัมมะ ➔ วิบาก] กระบวนการตัดสินใจ และการรับผลสะท้อนกลับ
ภาคที่ 3 กลุ่มกฎแห่งสสารและคุณสมบัติธาตุ
กลุ่มปัจจัยที่นิยามคุณสมบัติทางฟิสิกส์และการรวมตัวของสรรพสิ่ง
[นิสสยะ] พื้นที่ฐานที่ตั้งและมิติที่อนุญาตให้สสารและนามธรรมดำรงอยู่ได้
[อาหาร] พลังงานหล่อเลี้ยงที่นำไปสู่การเติบโตของทั้งรูปธรรมและนามธรรม
[สัมปยุตตะ] การผสมผสานของธาตุที่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียว แยกจากกันไม่ได้
[วิปยุตตะ] การอยู่ร่วมกันของธาตุที่ต่างสถานะกันแต่เกื้อกูลกัน
[สหชาตะ] กฎที่ว่าด้วยสิ่งที่ต้องอุบัติขึ้นพร้อมกันเสมอในฐานะคู่แฝดทางเหตุปัจจัย
[ฌาน] สภาวะความควบแน่นของพลังงานที่ถูกบีบอัดจนมีกำลังแรงสูงในการขับเคลื่อนระบบ
ภาคที่ 4: กลุ่มกฎแห่งความต่อเนื่องและกาลเวลา
กฎที่ควบคุมจังหวะการเกิดดับ เพื่อให้ความเป็นจริงดูเหมือนไหลลื่นไม่ขาดสาย
[นัตถิ — วิคตะ] กลไกการดับไปของสภาวะเก่า เพื่อเปิด “พื้นที่ว่าง” ให้สภาวะใหม่เกิดขึ้นได้ (ปราศจากความดับ ย่อมไม่มีความเกิดใหม่)
[อัตถิ — อวิคตะ] สภาวะการคงอยู่ของปรากฏการณ์ปัจจุบันที่ยังไม่สูญสลายไป
[อนันตระ] การสืบต่อของเหตุปัจจัยที่รวดเร็วและต่อเนื่องจนทำให้ความจริง (Reality) ดูเหมือนเป็นเนื้อเดียวกันไร้ช่องว่าง
มหาปัฏฐานโดยสภาวะแล้วจัดเป็นปรมัตถธรรมอันเป็นปัจจัยของสรรพสิ่งทั้งปวง มหาปัฏฐานเป็นสภาวะ ที่แม้ว่าภพ จักรวาล โลกธาตุ จะแตกสลายสิ้นกัปป์ไป เพราะไฟ น้ำ ลม แต่มหาปัฏฐานก็จะยังคงดำรงคงอยู่ เพราะมหาปัฏฐานเป็นเพียงสภาวะของเหตุและผล ภพทั้งหลายเป็นสิ่งที่แสดงออกมาจาก 24 ปัจจัยของมหาปัฏฐานทั้งสิ้น มหาปัฏฐานเป็นปัจจัยให้เกิดนิยาม 5 เป็นปัจจัยให้เกิดปฏิจจสมุปบาท เป็นเหตุผลว่ากฎแห่งกรรมจึงสามารถให้ผลข้ามภพข้ามชาติได้ เนื่องจากกรรมของสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ทำลงไปก็จะกลายเป็นปัจจัยของมหาปัฏฐาน ปัจจัยทั้ง 24 ของมหาปัฏฐาน ปัจจัยหนึ่งจะเป็นปัจจัยให้แก่ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งหลายปัจจัย และต่างเป็นผลของปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งหลายปัจจัยเช่นกัน โดยผลของปัจจัยทั้งหลาย ต่างย่อมต้องให้ผลตามปัจจัยที่สมควรแก่เหตุ เมื่อผลที่จะต้องให้ผลมีจำนวนมหาศาลจากเหตุปัจจัยมหาศาลของสรรพสิ่ง จึงทำให้เกิดกฎแห่งกรรม และกฎธรรมชาติที่มีแบบแผนขึ้นมา และสรรพสิ่งก็เป็นไปตามแบบแผนนั้น เกิดกรรมลิขิตแก่สรรพสัตว์ และเกิดภพขึ้นมารองรับ มหาปัฏฐานเป็นสภาวะที่ละเอียดยิ่ง เป็นรากฐานของสรรพสิ่งทั้งปวง
“ในโลกของมหาปัฏฐาน… ไม่มีเรื่องบังเอิญ มีเพียงเหตุปัจจัยที่สมบูรณ์แล้ว จึงปรากฏขึ้น”
มหาปัฏฐาน 24 ปัจจัย ( ภาค 10 )
มหาปัฏฐานโดยสภาวะแล้วจัดเป็นปรมัตถธรรมอันเป็นปัจจัยของสรรพสิ่งทั้งปวง มหาปัฏฐานเป็นสภาวะ ที่แม้ว่าภพ จักรวาล โลกธาตุ จะแตกสลายสิ้นกัปป์ไป เพราะไฟ น้ำ ลม แต่มหาปัฏฐานก็จะยังคงดำรงคงอยู่ เพราะมหาปัฏฐานเป็นเพียงสภาวะของเหตุและผล ภพทั้งหลายเป็นสิ่งที่แสดงออกมาจาก 24 ปัจจัยของมหาปัฏฐานทั้งสิ้น มหาปัฏฐานเป็นปัจจัยให้เกิดนิยาม 5 เป็นปัจจัยให้เกิดปฏิจจสมุปบาท เป็นเหตุผลว่ากฎแห่งกรรมจึงสามารถให้ผลข้ามภพข้ามชาติได้ เนื่องจากกรรมของสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ทำลงไปก็จะกลายเป็นปัจจัยของมหาปัฏฐาน ปัจจัยทั้ง 24 ของมหาปัฏฐาน ปัจจัยหนึ่งจะเป็นปัจจัยให้แก่ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งหลายปัจจัย และต่างเป็นผลของปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งหลายปัจจัยเช่นกัน โดยผลของปัจจัยทั้งหลาย ต่างย่อมต้องให้ผลตามปัจจัยที่สมควรแก่เหตุ เมื่อผลที่จะต้องให้ผลมีจำนวนมหาศาลจากเหตุปัจจัยมหาศาลของสรรพสิ่ง จึงทำให้เกิดกฎแห่งกรรม และกฎธรรมชาติที่มีแบบแผนขึ้นมา และสรรพสิ่งก็เป็นไปตามแบบแผนนั้น เกิดกรรมลิขิตแก่สรรพสัตว์ และเกิดภพขึ้นมารองรับ มหาปัฏฐานเป็นสภาวะที่ละเอียดยิ่ง เป็นรากฐานของสรรพสิ่งทั้งปวง