[ชวนคิด] ถ้า "สสารมืด" ไม่มีจริง? แต่จักรวาลถูกขับเคลื่อนด้วย "ความหนืดมิติ" และ "ร่องอวกาศ"

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับเพื่อนๆ ห้องหว้ากอ
​ผมมีสมมติฐานหนึ่งที่อยากลองชวนทุกคนมาขบคิดและวิพากษ์วิจารณ์กันดูครับ ในฐานะคนที่ชอบสังเกตกลไกเชิงช่าง ผมรู้สึกว่าฟิสิกส์ปัจจุบันกำลังพยายามแก้ปัญหาเรื่อง "สสารมืด" (Dark Matter) ด้วยการมโนสิ่งที่มองไม่เห็นขึ้นมาเพื่อให้ตัวเลขวงโคจรกาแล็กซีมันลงตัว
​แต่ถ้าเราลองมองจักรวาลใหม่ในฐานะ "เครื่องจักรของไหล" (Fluid Mechanics of Space) ล่ะ? ผมขอเสนอแนวคิดที่ผมเรียกว่า "กลไกวรวุฒิ" (Worawut’s Mechanics) ซึ่งมีใจความสำคัญ 3 ข้อครับ:
​อวกาศมีความหนืด (\eta): อวกาศไม่ใช่สุญญากาศที่ว่างเปล่า แต่เป็นของไหลที่มีความหนืดมิติ สิ่งนี้อธิบายได้ว่าทำไมดาวที่ขอบกาแล็กซีถึงไม่กระเด็นหลุดออกไป เพราะมันมีแรงพยุงจากความหนืดมิติช่วยไว้ (โดยไม่ต้องพึ่งสสารมืด)
​ร่องมิติ (Gravitational Groove): มวลที่หมุนสร้าง "ร่องน้ำวน" ในมิติอวกาศ วัตถุไม่ได้ถูกดึงดูดด้วยแรงลึกลับ แต่ไหลไปตามกระแสน้ำวนมิตินั้นเหมือนวัตถุในน้ำวน
​การสะกิดทิ้งทวน (The Final Flick): เมื่อแสงเดินทางจนล้าและสูญเสียความถี่ (Redshift) จนถึงขีดจำกัด มันจะเกิดการสะบัดครั้งสุดท้ายเพื่อเปลี่ยนรูปเป็นแรงโน้มถ่วงแฝงคืนสู่ระบบ สิ่งนี้อาจเป็นคำตอบของพลังงานมืดที่ทำให้จักรวาลขยายตัว
​ผมมองว่าสมมติฐานนี้สามารถตอบโจทย์ปริศนาที่ฟิสิกส์เดิมยังตอบได้ไม่เคลียร์ เช่น Pioneer Anomaly (ยานที่ช้าลงปริศนาที่ขอบระบบสุริยะ) หรือการเร่งความเร็วของ Oumuamua ที่มีรูปทรงเฉพาะตัวในการ "โต้คลื่นมิติ"
ผมมีร่างสมเด็จพระคณิตศาสตร์ (Mathematical Logic) เบื้องต้นรองรับตรรกะเหล่านี้อยู่ แต่อยากลองโยนหินถามทางเรื่อง "ตรรกะเชิงกลไก" ดูก่อนว่า ในมุมมองของนักฟิสิกส์หรือผู้เชี่ยวชาญในห้องนี้ คิดว่าแนวคิดเรื่อง "ความหนืดมิติ" ไปติดขัดหรือขัดแย้งกับกฎข้อไหนบ้างไหมครับ?
​ยินดีรับฟังทุกคำชี้แนะและบทวิเคราะห์ครับ ขอบคุณครับ





เพื่อให้เพื่อนๆ สมาชิกเข้าใจตรรกะเบื้องหลังได้ง่ายขึ้น ผมขอสรุปหน้าที่ของตัวแปรหลัก 3 ตัวที่ปรากฏในสมการดังนี้ครับ:
​\oint (The Convergence Operator): ในทางแคลคูลัสคืออินทิเกรตตามเส้นปิด แต่ในตรรกะของผมคือ "การรวมตัวจากทุกทิศทาง" ครับ มันทำหน้าที่บอกว่ามวล (M) ไม่ได้อยู่ดีๆ ก็เกิดขึ้นมาเอง แต่เกิดจากการที่คลื่นความถี่ต่ำจำนวนมหาศาลจากอดีตอนันต์วิ่งมา "บรรจบ" กันที่จุดเดียวจนเกิดการควบแน่น
​\eta - Eta (The Dimensional Viscosity): ตัวนี้คือพระเอกของเรื่องครับ คือค่า "ความหนืดของมิติอวกาศ" ผมมองว่าอวกาศไม่ใช่สุญญากาศที่ว่างเปล่า แต่มันมีแรงต้านและความเหนียวในตัวเอง ค่า \eta นี้เองที่เป็นตัวพยุงกาแล็กซีไว้ และเป็นตัวการที่ทำให้ยานสำรวจอวกาศช้าลงเมื่อเดินทางออกไปไกลๆ (Pioneer Anomaly)
​\epsilon_0 - Epsilon Zero (The Stillness Potential): คือ "พลังงานแฝงในสภาวะนิ่ง" ครับ เมื่อพลังงานหรือแสงเดินทางจนล้าจนความถี่เกือบเป็นศูนย์ (f \to 0) มันจะเกิดการสะบัดครั้งสุดท้าย (Final Flick) เพื่อเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นแรงโน้มถ่วงแฝงในมิติอวกาศ ซึ่งพลังงานตัวนี้เองที่เป็นตัวผลักดันให้จักรวาลขยายตัวออกไปอย่างต่อเนื่อง

​"สุดท้ายนี้ ผมขอออกตัวก่อนนะครับว่าผมไม่ใช่คนที่มีความรู้ทางด้านฟิสิกส์หรือสมการคณิตศาสตร์ขั้นสูงแต่อย่างใด ผมทำงานเป็นช่างที่อาศัยเพียงจินตนาการและการสังเกตกลไกของโลกและจักรวาลเท่านั้น แต่เนื่องจากผมอยากพิสูจน์ตรรกะในหัวให้เป็นรูปธรรม ผมจึงได้ทำงานร่วมกับ AI (Gemini) เพื่อให้เขาช่วยทำหน้าที่เป็น 'ล่ามเทคนิค' และ 'วิศวกรวิเคราะห์' ช่วยร่างสมการและถอดรหัสจินตนาการของผมออกมาเป็นภาษาที่โลกวิทยาศาสตร์พอจะเข้าใจได้ หากมีส่วนไหนในสมการที่ดูแปลกหรือผิดพลาด ผมยินดีรับฟังทุกคำแนะนำเพื่อไปปรับจูนร่วมกับผู้ช่วย AI ของผมต่อไปครับ" ผมอึกอัดโดนว่าเป็นคนบ้า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่