“ป่าเหมี้ยง”...”คำนี้ออกเสียงยังไงเหรอครับ” ผมถามน้องพนักงานร้านกาแฟในตัวเมืองลำปางที่มีเมล็ดกาแฟจากที่นี่จำหน่าย
“ป่าเมี่ยงค่ะ” พนักงานตอบกลับ...อ๋อ ออกเสียงเหมือน “เมี่ยงคำ” นี่เอง ผมเจอบ้านป่าเหมี้ยงจากการไถ Google map ตอนวางแผนเที่ยวลำปาง ตอนที่ค้นหา “ที่พัก” อยู่ๆก็แสดงผลที่พักกลุ่มหนึ่งอยู่กลางเขา พอซูมเข้าไปดูก็พบว่าเป็นเหมือนหมู่บ้านที่มีโฮมสเตย์อยู่หลายที่...น่าสนแฮะ ใส่ไปในทริปด้วยแล้วกัน
การเดินทางไปบ้านป่าเหมี้ยงไม่ยากเลย ขับรถไปเรื่อยๆไม่ช้าไม่เร็วใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงก็ถึง ออกจากตัวเมืองลำปางใช้เส้นทางเดียวกับที่ไป “อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน” ซึ่งถ้าจะไปป่าเหมี้ยงสามารถบอกเจ้าหน้าที่ตรงทางเข้าได้ จะไม่ต้องเสียค่าเข้าอุทยาน แต่ไหนๆก็มาแล้วแวะนั่งจุ่มไข่ในน้ำร้อนหน่อยก็เข้าท่าดีครับ
ถนนออกจากอุทยานไปบ้านป่าเหมี้ยงขับรถไม่ยาก ทางไม่ชัน ช่วงแรกเป็นทางลาดยางขนาดสองช่องจราจรวิ่งสวนกัน วิ่งไปสักพักกลายเป็นทางคอนกรีตขนาดหนึ่งช่องจราจรครึ่งยาวไปจนถึงบ้านป่าเหมี้ยง ถึงจะขับไม่ยากแต่ก็มีจุดต้องระวังเช่น
- โค้งหักศอกและถนนขนาดหนึ่งช่องครึ่ง ถนนเส้นนี้โค้งหักศอกและโค้งอับสายตาค่อนข้างเยอะ ขนาดของช่องจราจรก็ไม่เต็มสองเลน ทำให้มีจุดอันตรายอยู่เยอะ แนะนำให้ใช้แตรสัญญาณทุกครั้งก่อนถึงโค้งครับ
- เงาต้นไม้ หากขับผ่านถนนเส้นนี้ในช่วงเวลาเหมาะ แสงแดดจะแยงตาผู้ขับและเงาของต้นไม้ที่พาดลงบนถนนเป็นช่วงๆทำให้การมองไปข้างหน้าบางครั้งตาจะปรับไม่ทันและทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน พอเห็นชัดอีกทีก็ถึงโค้งแล้ว
หลังจากภรรยาผมนั่งจิกเบาะลุ้นโค้งอยู่พักหนึ่ง เราก็มาโผล่ที่บ้านป่าเหมี้ยง หมู่บ้านกลางหุบเขา ซ้ายก็เขาขวาก็เขา บ้านป่าเหมี้ยงเป็นหมู่บ้านไซส์เอสเดินแป๊บเดียวก็ทั่วหมู่บ้านและเงียบสงบมาก ร้านอาหารร้านกาแฟน้อยมากและส่วนใหญ่เป็นร้านกาแฟ
ผมเข้าพักที่ “วิลล่าป่าเหมี้ยงโฮมสเตย์” อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนประถมประจำหมู่บ้าน เลือกที่นี่เพราะดูสะดวกสบายที่สุดแล้ว ที่นี่มีห้องพักแค่สี่ห้องเท่านั้น ชั้นหนึ่งเป็นที่จอดรถ ชั้นสองมีห้องพักสองห้องคือ “ตะวันดาว” และ “ต้องจันทร์” ส่วนชั้นบนสุดมีห้อง “ลมใต้” และ “แสงเหนือ” ซึ่งเป็นห้องที่ผมพักคืนนี้
ห้องพักสวยเกินคำว่า “โฮมสเตย์” ไปพอสมควร เตียงนอนสบายแถมมีสองเตียงอีกต่างหาก ถ้านอนเตียงเดียวกันแล้วคนข้างกายนอนกรนก็สามารถดีดมันไปนอนอีกเตียงได้(แต่ไม่มีผ้าห่มนะ) ห้องน้ำสวย สะอาด มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้พร้อม ซึ่งตอนผมไปเครื่องทำน้ำร้อนก็ “เกือบเอาไม่อยู่” เหมือนกัน ในห้องไม่มีโทรทัศน์ ตู้เย็น ซึ่งผมว่าโทรทัศน์ก็ไม่จำเป็น เอาเวลาไปนั่งดูวิว(โรงเรียน) ฟังเสียงน้ำไหลดีกว่า
ด้านหน้าของห้องมีที่นั่งชมวิว นังฟังเสียงลำธารที่อยู่ข้างๆปนกับเสียงมอเตอร์ไซชาวบ้านที่วิ่งผ่านไปผ่านมาเป็นครั้งคราว แต่โดยรวมๆที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบ ยิ่งเป็นวันธรรมดาที่มีผมเป็นลูกค้าเพียงห้องเดียวของที่นี่ยิ่งเงียบ หลับตาฟังเสียงธรรมชาติ...แต๊ก แต๊ก แบร๊นนนนนนน...ไม่ทันได้สงบดี นักบิดประจำหมู่บ้านก็เร่งเครื่องมอเตอร์ไซขึ้นเนินผ่านหน้าที่พักไป
ราคาห้องพักรวมอาหารเย็นและอาหารเช้าแล้วนะครับ เพราะแถวนี้หากินยากเอาเรื่องร้านอาหารก็ไม่มี อาหารเย็นมาเป็นสำรับถ้าสำหรับสองคนที่ทานไม่เก่งนักก็ถือว่าอิ่มพุงกางอยู่เหมือนกัน รสชาติอาหารไม่มีอะไรหวือหวาแต่ทานง่ายและถูกปากผมดี อาหารเช้าเป็นข้าวต้ม รสชาติค่อนข้างกลมกล่อมส่วนตัวผมชอบหมูสับในข้าวต้มครับเด้งๆดี
ที่ผมว่า “เจ๋ง” เลยคือมีกาแฟดริฟท์ไว้บริการฟรี เป็นเมล็ดกาแฟท้องถิ่นของป่าเหมี้ยงนี่แหละใส่ไว้ในโหล มีที่บดเมล็ดกาแฟ ที่กรองเตรียมไว้เรียบร้อย ชิมกาแฟดริฟท์สดๆได้เลย
สำรวจที่พักเรียบร้อยก็ไปหาอะไรกินก่อน ผมต้องขับรถย้อนออกมาตรงทางเข้าหมู่บ้านซึ่งมีร้านอาหารชื่อ “ใบเหมี้ยง คาเฟ่แอนด์บิสโทร”
จอดรถตรงที่จอดรถที่ห่างจากตัวร้านไปประมาณยี่สิบเมตรเสร็จเรียบร้อยก็เดินมาที่ร้าน ร้านเป็นเหมือนบ้านเดินเลาะข้างบ้านไป ในร้านมีโต๊ะไม่เยอะนักครับรองรับได้ประมาณสักสิบกว่าคนก็แน่นร้านแล้ว บรรยากาศในร้านเป็นแบบย้อนยุค มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เปิดเพลงยุค 70-80 เข้ากับบรรยากาศในร้านมาก
อาหารของที่นี่เป็นอาหารฟิวชั่นญี่ปุ่น ไทยเหนือและป่าเหมี้ยง อย่าง “ข้าวซอยเส้นอุด้งเหมี้ยงเนื้อออสเตรเลีย” ฟิวชั่นป่ะล่ะ เครื่องดื่มแนะนำเช่น “ชามะนาววุ้นน้ำผึ้ง” ซึ่งก็ใช้น้ำผึ้งจากป่าเหมี้ยงนี่เอง เส้นอุด้งในข้าวซอยจะมีเนื้อสัมผัสที่หยาบกว่าเส้นอุด้งทั่วไปนิดหน่อย แต่ไม่รู้สึกถึงใบเหมี้ยงเลย ทานง่ายไม่ต่างจากข้าวซอยเส้นอุด้งปกติ รสชาติถูกปากผมเข้มข้น น้ำข้าวซอยมีความหนา ส่วนเนื้อออสเตรเลียนุ่มดีครับ
ถามคุณพี่เจ้าของร้านได้ความว่าที่จริงไม่ใช่คนป่าเหมี้ยงแต่เคยมาที่นี่แล้วชอบเลยมาเปิดร้านอาหารและไม่เคยไปเรียนทำอาหารมาแต่ใช้การลองผิดลองถูกปรับนู่นปรับนี่ให้รสชาติทานง่ายขึ้น เพราะวัตถุดิบบางอย่างเช่นใบเหมี้ยงจะมีรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัวที่อาจจะทานยากอยู่
คุณพี่เจ้าของร้านเอาอาหารพิเศษนอกเมนูมาให้ชิมสองอย่าง อันแรกเป็น “ขนมหยดน้ำดอกเสี้ยวน้ำผึ้งป่าเหมี้ยง” เป็นขนมหยดน้ำข้างในเป็นดอกเสี้ยวราดด้วยน้ำผึ้งป่าเหมี้ยง รสชาติหวานแต่ไม่บาดคอ หอมกลิ่นน้ำผึ้ง ส่วนดอกเสี้ยวมีกลิ่นเฉพาะตัวนิดหน่อย ทานไม่ยาก
อีกหนึ่งอย่างเป็น “เหมี้ยงหวานโอมากาเสะ” ใบเหมี้ยงหรือใบอัสสัมป่าเป็นไม้พุ่มขึ้นอยู่ใบป่าภาคเหนือ ใบเหมี้ยงจะมีคาเฟอีนอยู่ในใบด้วย ทำให้คนสมัยก่อนชอบเอามาเคี้ยวเพิ่มความสดชื่น
ใบเหมี้ยงสดมีความฝาดจัด ทานยาก คนภาคเหนือจึงมีวิธีการถนอมอาหารและปรับปรุงรสชาติของใบเหมี้ยงด้วยการนำมาหมัก ยิ่งหมักนานยิ่งทำให้ความฝาดลดลงแต่จะเปรี้ยวขึ้น
ที่ร้านใบเหมี้ยงปรับสูตรการทานเหมี้ยงโดยนำมาใส่ขิงดอง ถั่วลิสง มะพร้าวคั่ว และใส่น้ำผึ้งเพื่อลดทอนความเปรี้ยวและฝาด แนะนำให้ทานพร้อมกันในคำเดียว รสชาติและกลิ่นของใบเหมี้ยงกระโดดผ่านมะพร้าว ถั่ว ขิงมาเตะลิ้นเข้าเต็มๆ...อืม ขนาดปรับมาขนาดนี้ยังทานยากเลย ใครไปเที่ยวป่าเหมี้ยงลองทานดูครับ ประสบการณ์ใหม่
เวลาเดินในบ้านป่าเหมี้ยงจะได้ยินเสียงน้ำไหลเกือบตลอดเวลาเพราะมีคลองเล็กๆสายหนึ่ง คลองเมี่ยงลัดเลาะไปตามหมู่บ้านตั้งแต่ทิศเหนือจนถึงทิศใต้ เป็นคลองเล็กๆที่เดินสองสามก้าวก็ข้ามคลองได้ มีน้ำตกขนาดเล็กอยู่ตามคลองนี้ด้วย บรรยากาศริมคลองเล็กๆสายนี้ถือว่าดีเลยครับ น้ำใสสะอาดไหลลดหลั่นไปเรื่อย ๆ
น้ำตกสองปาน เป็นส่วนหนึ่งของคลองเมี่ยงเกิดจากลำน้ำสองสายไหลมาจากกิ่วฝิ่น น้ำตกมีขนาดไม่ใหญ่ครับ มีสะพานเหล็กเล็กๆให้ชมน้ำตกด้านบนและมีโต๊ะให้นั่งพักผ่อนชมน้ำตกได้
ผลงานของผมในช่องทางอื่นๆ
Facebook:
https://www.facebook.com/followmeonearth/
Website: www.Pratuneung.com
Lemon8 Application: @Pratuneung
Blockdit page: Followmeonearth
Blockdit page: Story Behind
[CR] บ้านป่าเมี่ยง...ลำธาร หุบเขา กาแฟและตัวคุ่น
“ป่าเหมี้ยง”...”คำนี้ออกเสียงยังไงเหรอครับ” ผมถามน้องพนักงานร้านกาแฟในตัวเมืองลำปางที่มีเมล็ดกาแฟจากที่นี่จำหน่าย
“ป่าเมี่ยงค่ะ” พนักงานตอบกลับ...อ๋อ ออกเสียงเหมือน “เมี่ยงคำ” นี่เอง ผมเจอบ้านป่าเหมี้ยงจากการไถ Google map ตอนวางแผนเที่ยวลำปาง ตอนที่ค้นหา “ที่พัก” อยู่ๆก็แสดงผลที่พักกลุ่มหนึ่งอยู่กลางเขา พอซูมเข้าไปดูก็พบว่าเป็นเหมือนหมู่บ้านที่มีโฮมสเตย์อยู่หลายที่...น่าสนแฮะ ใส่ไปในทริปด้วยแล้วกัน
การเดินทางไปบ้านป่าเหมี้ยงไม่ยากเลย ขับรถไปเรื่อยๆไม่ช้าไม่เร็วใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงก็ถึง ออกจากตัวเมืองลำปางใช้เส้นทางเดียวกับที่ไป “อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน” ซึ่งถ้าจะไปป่าเหมี้ยงสามารถบอกเจ้าหน้าที่ตรงทางเข้าได้ จะไม่ต้องเสียค่าเข้าอุทยาน แต่ไหนๆก็มาแล้วแวะนั่งจุ่มไข่ในน้ำร้อนหน่อยก็เข้าท่าดีครับ
ถนนออกจากอุทยานไปบ้านป่าเหมี้ยงขับรถไม่ยาก ทางไม่ชัน ช่วงแรกเป็นทางลาดยางขนาดสองช่องจราจรวิ่งสวนกัน วิ่งไปสักพักกลายเป็นทางคอนกรีตขนาดหนึ่งช่องจราจรครึ่งยาวไปจนถึงบ้านป่าเหมี้ยง ถึงจะขับไม่ยากแต่ก็มีจุดต้องระวังเช่น
- โค้งหักศอกและถนนขนาดหนึ่งช่องครึ่ง ถนนเส้นนี้โค้งหักศอกและโค้งอับสายตาค่อนข้างเยอะ ขนาดของช่องจราจรก็ไม่เต็มสองเลน ทำให้มีจุดอันตรายอยู่เยอะ แนะนำให้ใช้แตรสัญญาณทุกครั้งก่อนถึงโค้งครับ
- เงาต้นไม้ หากขับผ่านถนนเส้นนี้ในช่วงเวลาเหมาะ แสงแดดจะแยงตาผู้ขับและเงาของต้นไม้ที่พาดลงบนถนนเป็นช่วงๆทำให้การมองไปข้างหน้าบางครั้งตาจะปรับไม่ทันและทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน พอเห็นชัดอีกทีก็ถึงโค้งแล้ว
หลังจากภรรยาผมนั่งจิกเบาะลุ้นโค้งอยู่พักหนึ่ง เราก็มาโผล่ที่บ้านป่าเหมี้ยง หมู่บ้านกลางหุบเขา ซ้ายก็เขาขวาก็เขา บ้านป่าเหมี้ยงเป็นหมู่บ้านไซส์เอสเดินแป๊บเดียวก็ทั่วหมู่บ้านและเงียบสงบมาก ร้านอาหารร้านกาแฟน้อยมากและส่วนใหญ่เป็นร้านกาแฟ
ผมเข้าพักที่ “วิลล่าป่าเหมี้ยงโฮมสเตย์” อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนประถมประจำหมู่บ้าน เลือกที่นี่เพราะดูสะดวกสบายที่สุดแล้ว ที่นี่มีห้องพักแค่สี่ห้องเท่านั้น ชั้นหนึ่งเป็นที่จอดรถ ชั้นสองมีห้องพักสองห้องคือ “ตะวันดาว” และ “ต้องจันทร์” ส่วนชั้นบนสุดมีห้อง “ลมใต้” และ “แสงเหนือ” ซึ่งเป็นห้องที่ผมพักคืนนี้
ห้องพักสวยเกินคำว่า “โฮมสเตย์” ไปพอสมควร เตียงนอนสบายแถมมีสองเตียงอีกต่างหาก ถ้านอนเตียงเดียวกันแล้วคนข้างกายนอนกรนก็สามารถดีดมันไปนอนอีกเตียงได้(แต่ไม่มีผ้าห่มนะ) ห้องน้ำสวย สะอาด มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้พร้อม ซึ่งตอนผมไปเครื่องทำน้ำร้อนก็ “เกือบเอาไม่อยู่” เหมือนกัน ในห้องไม่มีโทรทัศน์ ตู้เย็น ซึ่งผมว่าโทรทัศน์ก็ไม่จำเป็น เอาเวลาไปนั่งดูวิว(โรงเรียน) ฟังเสียงน้ำไหลดีกว่า
ด้านหน้าของห้องมีที่นั่งชมวิว นังฟังเสียงลำธารที่อยู่ข้างๆปนกับเสียงมอเตอร์ไซชาวบ้านที่วิ่งผ่านไปผ่านมาเป็นครั้งคราว แต่โดยรวมๆที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบ ยิ่งเป็นวันธรรมดาที่มีผมเป็นลูกค้าเพียงห้องเดียวของที่นี่ยิ่งเงียบ หลับตาฟังเสียงธรรมชาติ...แต๊ก แต๊ก แบร๊นนนนนนน...ไม่ทันได้สงบดี นักบิดประจำหมู่บ้านก็เร่งเครื่องมอเตอร์ไซขึ้นเนินผ่านหน้าที่พักไป
ราคาห้องพักรวมอาหารเย็นและอาหารเช้าแล้วนะครับ เพราะแถวนี้หากินยากเอาเรื่องร้านอาหารก็ไม่มี อาหารเย็นมาเป็นสำรับถ้าสำหรับสองคนที่ทานไม่เก่งนักก็ถือว่าอิ่มพุงกางอยู่เหมือนกัน รสชาติอาหารไม่มีอะไรหวือหวาแต่ทานง่ายและถูกปากผมดี อาหารเช้าเป็นข้าวต้ม รสชาติค่อนข้างกลมกล่อมส่วนตัวผมชอบหมูสับในข้าวต้มครับเด้งๆดี
ที่ผมว่า “เจ๋ง” เลยคือมีกาแฟดริฟท์ไว้บริการฟรี เป็นเมล็ดกาแฟท้องถิ่นของป่าเหมี้ยงนี่แหละใส่ไว้ในโหล มีที่บดเมล็ดกาแฟ ที่กรองเตรียมไว้เรียบร้อย ชิมกาแฟดริฟท์สดๆได้เลย
สำรวจที่พักเรียบร้อยก็ไปหาอะไรกินก่อน ผมต้องขับรถย้อนออกมาตรงทางเข้าหมู่บ้านซึ่งมีร้านอาหารชื่อ “ใบเหมี้ยง คาเฟ่แอนด์บิสโทร”
จอดรถตรงที่จอดรถที่ห่างจากตัวร้านไปประมาณยี่สิบเมตรเสร็จเรียบร้อยก็เดินมาที่ร้าน ร้านเป็นเหมือนบ้านเดินเลาะข้างบ้านไป ในร้านมีโต๊ะไม่เยอะนักครับรองรับได้ประมาณสักสิบกว่าคนก็แน่นร้านแล้ว บรรยากาศในร้านเป็นแบบย้อนยุค มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เปิดเพลงยุค 70-80 เข้ากับบรรยากาศในร้านมาก
อาหารของที่นี่เป็นอาหารฟิวชั่นญี่ปุ่น ไทยเหนือและป่าเหมี้ยง อย่าง “ข้าวซอยเส้นอุด้งเหมี้ยงเนื้อออสเตรเลีย” ฟิวชั่นป่ะล่ะ เครื่องดื่มแนะนำเช่น “ชามะนาววุ้นน้ำผึ้ง” ซึ่งก็ใช้น้ำผึ้งจากป่าเหมี้ยงนี่เอง เส้นอุด้งในข้าวซอยจะมีเนื้อสัมผัสที่หยาบกว่าเส้นอุด้งทั่วไปนิดหน่อย แต่ไม่รู้สึกถึงใบเหมี้ยงเลย ทานง่ายไม่ต่างจากข้าวซอยเส้นอุด้งปกติ รสชาติถูกปากผมเข้มข้น น้ำข้าวซอยมีความหนา ส่วนเนื้อออสเตรเลียนุ่มดีครับ
ถามคุณพี่เจ้าของร้านได้ความว่าที่จริงไม่ใช่คนป่าเหมี้ยงแต่เคยมาที่นี่แล้วชอบเลยมาเปิดร้านอาหารและไม่เคยไปเรียนทำอาหารมาแต่ใช้การลองผิดลองถูกปรับนู่นปรับนี่ให้รสชาติทานง่ายขึ้น เพราะวัตถุดิบบางอย่างเช่นใบเหมี้ยงจะมีรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัวที่อาจจะทานยากอยู่
คุณพี่เจ้าของร้านเอาอาหารพิเศษนอกเมนูมาให้ชิมสองอย่าง อันแรกเป็น “ขนมหยดน้ำดอกเสี้ยวน้ำผึ้งป่าเหมี้ยง” เป็นขนมหยดน้ำข้างในเป็นดอกเสี้ยวราดด้วยน้ำผึ้งป่าเหมี้ยง รสชาติหวานแต่ไม่บาดคอ หอมกลิ่นน้ำผึ้ง ส่วนดอกเสี้ยวมีกลิ่นเฉพาะตัวนิดหน่อย ทานไม่ยาก
อีกหนึ่งอย่างเป็น “เหมี้ยงหวานโอมากาเสะ” ใบเหมี้ยงหรือใบอัสสัมป่าเป็นไม้พุ่มขึ้นอยู่ใบป่าภาคเหนือ ใบเหมี้ยงจะมีคาเฟอีนอยู่ในใบด้วย ทำให้คนสมัยก่อนชอบเอามาเคี้ยวเพิ่มความสดชื่น
ใบเหมี้ยงสดมีความฝาดจัด ทานยาก คนภาคเหนือจึงมีวิธีการถนอมอาหารและปรับปรุงรสชาติของใบเหมี้ยงด้วยการนำมาหมัก ยิ่งหมักนานยิ่งทำให้ความฝาดลดลงแต่จะเปรี้ยวขึ้น
ที่ร้านใบเหมี้ยงปรับสูตรการทานเหมี้ยงโดยนำมาใส่ขิงดอง ถั่วลิสง มะพร้าวคั่ว และใส่น้ำผึ้งเพื่อลดทอนความเปรี้ยวและฝาด แนะนำให้ทานพร้อมกันในคำเดียว รสชาติและกลิ่นของใบเหมี้ยงกระโดดผ่านมะพร้าว ถั่ว ขิงมาเตะลิ้นเข้าเต็มๆ...อืม ขนาดปรับมาขนาดนี้ยังทานยากเลย ใครไปเที่ยวป่าเหมี้ยงลองทานดูครับ ประสบการณ์ใหม่
เวลาเดินในบ้านป่าเหมี้ยงจะได้ยินเสียงน้ำไหลเกือบตลอดเวลาเพราะมีคลองเล็กๆสายหนึ่ง คลองเมี่ยงลัดเลาะไปตามหมู่บ้านตั้งแต่ทิศเหนือจนถึงทิศใต้ เป็นคลองเล็กๆที่เดินสองสามก้าวก็ข้ามคลองได้ มีน้ำตกขนาดเล็กอยู่ตามคลองนี้ด้วย บรรยากาศริมคลองเล็กๆสายนี้ถือว่าดีเลยครับ น้ำใสสะอาดไหลลดหลั่นไปเรื่อย ๆ
น้ำตกสองปาน เป็นส่วนหนึ่งของคลองเมี่ยงเกิดจากลำน้ำสองสายไหลมาจากกิ่วฝิ่น น้ำตกมีขนาดไม่ใหญ่ครับ มีสะพานเหล็กเล็กๆให้ชมน้ำตกด้านบนและมีโต๊ะให้นั่งพักผ่อนชมน้ำตกได้
ผลงานของผมในช่องทางอื่นๆ
Facebook: https://www.facebook.com/followmeonearth/
Website: www.Pratuneung.com
Lemon8 Application: @Pratuneung
Blockdit page: Followmeonearth
Blockdit page: Story Behind
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น