28.12.2568
สวัสดียามเช้าที่ตื่นสายครับ 555+ จริงๆ แล้วพวกเราก็ไม่เคยตื่นเช้ากันอยู่แล้วล่ะครับ นานๆ ทีจะได้ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องคอยพะวงเรื่องเวลาแบบนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายจริงๆ
แต่นี่ก็เข้าสู่วันที่ 11 ของทริปนี้แล้ว เหลือเวลาอีกแค่ 3 วันเท่านั้นที่จะได้อยู่บนถนนแบบนี้ เอาเข้าจริงๆ ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกอยากกลับบ้านแล้วล่ะครับ คิดถึงแมวที่บ้านมาก นั่งเปิดดูพวกเค้าผ่านกล้องที่บ้านทั้งวันเลย ใจตอนนี้อยากจะกลับไปกอดขนนุ่มๆ ของพวกเค้าแล้วครับ
แต่เราก็ยังคงออกเดินทางกันต่อครับ มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เป้าหมายสำหรับคืนนี้ครับ
วันนี้เป็นวันแห่งการเดินทางที่แท้จริงครับ เราไม่ได้แวะเที่ยวที่ไหนเลยนอกจากปั๊มน้ำมัน หน้าที่หลักคือการขับรถลัดเลาะไปตามเส้นทางเขาที่คดเคี้ยวไปมา แต่คงมีความงามอยู่ระหว่างทางครับ บรรยากาศริมทางวันนี้สวยจนทำให้การนั่งอยู่ในรถนานๆ ไม่น่าเบื่อเลย การได้มองวิวภูเขาที่เปลี่ยนมุมไปเรื่อยๆ ตามทางโค้ง มันให้ความรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัวอย่างบอกไม่ถูก ทำให้คิดถึงทริปขับรถขึ้นเหนือที่เราไปทุกปีอยู่เหมือนกันนะครับ
มื้อเช้าวันนี้
น้องกินขนมปัง
หลายๆคน เตรียมตัวออกเดินทางต่อกันแล้วครับ
ก่อนกลับขอเล่นชิงช้าหน่อย
ไปครับ ออกเดินทางกันต่อ
ถึงเพชรบูรณ์แล้วครับ
เห็นคนแวะเยอะ เลยแวะตามเค้า 555+
บรรยากาศร้านน่านั่งมาก
เราแค่จอดรงถ่ายรูปแล้วก็ออกเดินทางต่อ ในที่สุดเราก็มาถึงจนได้ครับ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
ถึงแล้วววว
รูปผมเบลอเฉยเลย ยังไม่สนิทกับกล้องใหม่
บรรยากาศที่นี่ว้าวมากกก
ได้ที่นอนสำหรับคืนนี้แล้วครับ
อุณหภิมก่อนฟ้ามืด
เตรียมตัวแล้ววว
เริ่มเย็นลงอีกแล้ววว
คุณเธอหนีความหนาวเข้าเต็นท์
มืดแล้วว
อากาศมันหนาวจนเราตกลงกันว่าหนีไปนอนเล่นมือถืออุ่นๆ ในเต็นท์กันดีกว่าครับ แต่ระหว่างที่กำลังเพลินๆ ก็ดันได้ยินคนเดินผ่านเต็นท์คุยกันว่า 'ได้เวลาไปดูสัตว์ตามที่นัดกับเจ้าหน้าที่ไว้แล้ว' เท่านั้นแหละครับ ความอยากรู้อยากเห็นทำงานทันที ผมเลยเดินไปถามที่จุดบริการเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่บอกว่ามีบริการรถพานำส่องสัตว์ตอนกลางคืนด้วย ค่ารถ 600 บาท (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ใจนึงก็อยากไปกันสองคนนะครับ แต่อีกใจก็แอบเสียดายค่ารถเหมือนกัน เลยลองหันไปชวนพี่ๆ อีกสองคนจากเต็นท์ข้างๆ ดู สรุปว่าพี่เขาตกลงไปด้วยครับ! นอกจากจะได้เพื่อนร่วมทางเพิ่มแล้ว ยังช่วยประหยัดค่ารถไปได้อีกหน่อยด้วยครับ
นี่แหละครับ รถส่องสัตว์เราในคืนนี้
จบภารกิจส่องสัตว์ 45 นาทีครับ สิ่งที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นฝูงเนื้อทรายที่ดวงตาสะท้อนแสงไฟวิบวับอยู่ตามทุ่งหญ้า แล้วก็มีกวางออกมาให้เห็นครับ
ถ้าถามว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปไหม? สำหรับผมมันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อนเลยในชีวิต ทริปนี้มันคือการลองทำอะไรใหม่ๆ อยู่แล้ว การได้นั่งท้ายรถฝ่าความหนาว และฝุ่น 555+ ออกไปลุ้นว่าไฟสปอร์ตไลท์จะไปหยุดอยู่ที่ตัวอะไร มันได้ความตื่นเต้นไปอีกแบบครับ เป็นบทสรุปช่วงหัวค่ำที่ทำให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของทุ่งแสลงหลวงที่ไม่ได้มีแค่ทุ่งหญ้านิ่งๆ ตอนกลางวัน
ใครที่จะตามรอยมาส่องสัตว์ที่นี่ ผมขอเตือนด้วยความหวังดีเลยครับ
'จัดเต็มเรื่องอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น!' เสื้อกันฝุ่น แมสปิดปาก ปิดจมูก ต้องมีและต้องใส่ให้มิดชิดที่สุดครับ
เพราะรถเจ้าหน้าที่ที่พาเราลุยเข้าไปในทุ่งน่ะ ฝุ่นมันเยอะมหาศาลจริงๆ ครับ วิ่งไปทางไหนฝุ่นก็ตลบอบอวลไปหมด พอกลับมาถึงเต็นท์ปุ๊บ สภาพเราดู 'เก่า' ขึ้นทันที 555+
อุณหภูมิก่อนเข้านอนคืนนี้ครับ
เช้านี้ที่ทุ่งแสลงหลวง หมอกลงหนาจัดจนขาวโพลนไปหมดเลยครับ และที่สำคัญที่สุดคือ...
'วันนี้เราตื่นทันครับ!' 555+
บรรยากาศตอนตื่นมาเปิดซิปเต็นท์แล้วเจอไอหมอกเย็นๆ พุ่งเข้ามาทักทาย มันเป็นภาพที่คุ้มค่ากับความหนาวจริงๆ ครับ ลองมาดูภาพบรรยากาศกันครับ
ได้เวลาออกเดินทางต่อครับ หลังจากที่เมื่อคืนแฟนชวนไปนอนชิลล์หาที่พักที่เขาใหญ่ แต่ผมปฏิเสธทันทีแบบไม่มีลังเล เพราะมีทริปหนึ่งที่เคยเจอประสบการณ์แย่ๆ จากที่พักที่นั่นมา บอกเลยว่า "
แค้นฝังหุ่น" จนไม่อยากกลับไปเที่ยวอีกเลยจริงๆ
พอเช้ามาแผนเลยเปลี่ยนครับ เธอเสนอว่าอยากไปพิษณุโลกแทน อยากไปไหว้พระพุทธชินราช ผมก็เลยตกลงและตั้งเป้าหมายไปที่นั่นทันที เป้าหมายหลักของเราคือ
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่เรียกกันติดปากว่า
'วัดใหญ่' เพื่อไปกราบสักการะพระพุทธชินราชให้เป็นศิริมงคลครับ มาดูกันครับว่าหลังจากนี้โชคชะตาจะพาเราไปเที่ยวที่ไหนกันต่อบ้าง
บันทึกการเดินทาง EP.18-11 ณ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จ.เพชรบูรณ์
28.12.2568
สวัสดียามเช้าที่ตื่นสายครับ 555+ จริงๆ แล้วพวกเราก็ไม่เคยตื่นเช้ากันอยู่แล้วล่ะครับ นานๆ ทีจะได้ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องคอยพะวงเรื่องเวลาแบบนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายจริงๆ
แต่นี่ก็เข้าสู่วันที่ 11 ของทริปนี้แล้ว เหลือเวลาอีกแค่ 3 วันเท่านั้นที่จะได้อยู่บนถนนแบบนี้ เอาเข้าจริงๆ ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกอยากกลับบ้านแล้วล่ะครับ คิดถึงแมวที่บ้านมาก นั่งเปิดดูพวกเค้าผ่านกล้องที่บ้านทั้งวันเลย ใจตอนนี้อยากจะกลับไปกอดขนนุ่มๆ ของพวกเค้าแล้วครับ
แต่เราก็ยังคงออกเดินทางกันต่อครับ มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เป้าหมายสำหรับคืนนี้ครับ
วันนี้เป็นวันแห่งการเดินทางที่แท้จริงครับ เราไม่ได้แวะเที่ยวที่ไหนเลยนอกจากปั๊มน้ำมัน หน้าที่หลักคือการขับรถลัดเลาะไปตามเส้นทางเขาที่คดเคี้ยวไปมา แต่คงมีความงามอยู่ระหว่างทางครับ บรรยากาศริมทางวันนี้สวยจนทำให้การนั่งอยู่ในรถนานๆ ไม่น่าเบื่อเลย การได้มองวิวภูเขาที่เปลี่ยนมุมไปเรื่อยๆ ตามทางโค้ง มันให้ความรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัวอย่างบอกไม่ถูก ทำให้คิดถึงทริปขับรถขึ้นเหนือที่เราไปทุกปีอยู่เหมือนกันนะครับ
อากาศมันหนาวจนเราตกลงกันว่าหนีไปนอนเล่นมือถืออุ่นๆ ในเต็นท์กันดีกว่าครับ แต่ระหว่างที่กำลังเพลินๆ ก็ดันได้ยินคนเดินผ่านเต็นท์คุยกันว่า 'ได้เวลาไปดูสัตว์ตามที่นัดกับเจ้าหน้าที่ไว้แล้ว' เท่านั้นแหละครับ ความอยากรู้อยากเห็นทำงานทันที ผมเลยเดินไปถามที่จุดบริการเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่บอกว่ามีบริการรถพานำส่องสัตว์ตอนกลางคืนด้วย ค่ารถ 600 บาท (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ใจนึงก็อยากไปกันสองคนนะครับ แต่อีกใจก็แอบเสียดายค่ารถเหมือนกัน เลยลองหันไปชวนพี่ๆ อีกสองคนจากเต็นท์ข้างๆ ดู สรุปว่าพี่เขาตกลงไปด้วยครับ! นอกจากจะได้เพื่อนร่วมทางเพิ่มแล้ว ยังช่วยประหยัดค่ารถไปได้อีกหน่อยด้วยครับ
จบภารกิจส่องสัตว์ 45 นาทีครับ สิ่งที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นฝูงเนื้อทรายที่ดวงตาสะท้อนแสงไฟวิบวับอยู่ตามทุ่งหญ้า แล้วก็มีกวางออกมาให้เห็นครับ
ถ้าถามว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปไหม? สำหรับผมมันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อนเลยในชีวิต ทริปนี้มันคือการลองทำอะไรใหม่ๆ อยู่แล้ว การได้นั่งท้ายรถฝ่าความหนาว และฝุ่น 555+ ออกไปลุ้นว่าไฟสปอร์ตไลท์จะไปหยุดอยู่ที่ตัวอะไร มันได้ความตื่นเต้นไปอีกแบบครับ เป็นบทสรุปช่วงหัวค่ำที่ทำให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของทุ่งแสลงหลวงที่ไม่ได้มีแค่ทุ่งหญ้านิ่งๆ ตอนกลางวัน
ใครที่จะตามรอยมาส่องสัตว์ที่นี่ ผมขอเตือนด้วยความหวังดีเลยครับ 'จัดเต็มเรื่องอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น!' เสื้อกันฝุ่น แมสปิดปาก ปิดจมูก ต้องมีและต้องใส่ให้มิดชิดที่สุดครับ
เพราะรถเจ้าหน้าที่ที่พาเราลุยเข้าไปในทุ่งน่ะ ฝุ่นมันเยอะมหาศาลจริงๆ ครับ วิ่งไปทางไหนฝุ่นก็ตลบอบอวลไปหมด พอกลับมาถึงเต็นท์ปุ๊บ สภาพเราดู 'เก่า' ขึ้นทันที 555+
เช้านี้ที่ทุ่งแสลงหลวง หมอกลงหนาจัดจนขาวโพลนไปหมดเลยครับ และที่สำคัญที่สุดคือ... 'วันนี้เราตื่นทันครับ!' 555+
บรรยากาศตอนตื่นมาเปิดซิปเต็นท์แล้วเจอไอหมอกเย็นๆ พุ่งเข้ามาทักทาย มันเป็นภาพที่คุ้มค่ากับความหนาวจริงๆ ครับ ลองมาดูภาพบรรยากาศกันครับ
ได้เวลาออกเดินทางต่อครับ หลังจากที่เมื่อคืนแฟนชวนไปนอนชิลล์หาที่พักที่เขาใหญ่ แต่ผมปฏิเสธทันทีแบบไม่มีลังเล เพราะมีทริปหนึ่งที่เคยเจอประสบการณ์แย่ๆ จากที่พักที่นั่นมา บอกเลยว่า "แค้นฝังหุ่น" จนไม่อยากกลับไปเที่ยวอีกเลยจริงๆ
พอเช้ามาแผนเลยเปลี่ยนครับ เธอเสนอว่าอยากไปพิษณุโลกแทน อยากไปไหว้พระพุทธชินราช ผมก็เลยตกลงและตั้งเป้าหมายไปที่นั่นทันที เป้าหมายหลักของเราคือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่เรียกกันติดปากว่า 'วัดใหญ่' เพื่อไปกราบสักการะพระพุทธชินราชให้เป็นศิริมงคลครับ มาดูกันครับว่าหลังจากนี้โชคชะตาจะพาเราไปเที่ยวที่ไหนกันต่อบ้าง