มนุษย์ต้องการศาสนาเพราะ……

ในสมัยที่ศาสนาเป็นแทบทุกอย่างในชีวิต มนุษย์มีชีวิตเพื่อ พระเจ้า อำนาจเหนือกว่า หรือ โรค(โลก)หลังความตาย ไม่ จมีคำกล่าวที่ดูเหมือนอวดเก่งออกมาจากปากชายคนนึง

พระเจ้าตายแล้ว และเราเป็นคนฆ่าพระองค์เอง คำกล่าวนี้มาจาก เฟรดิช นิทเช่ นักเขียนชาวเยอรมัน

เราต้องบอกถึงบริบทในเวลาช่วงที่ นิทเช่ ยังมีชีวิตอยู่ ในสมัยนั้นศาสนาเริ่มถูกลบล้างด้วย วิทยาศาสตร์ และความเชื่อเหล่านั้นส่งผลให้ พระเจ้า ที่แทบจะเปความหมายของชีวิตมนุษย์ได้ตายจากไป และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ผลกระทบดังกล่าวนั้นยังคงส่งต่อมาถึงประเทศไทยในปัจจุบัน เราจะยังไม่พูดในตอนนี้ เพราะก่อนหน้านั้นมีเรื่องอื่นต้องคุยก่อน

พระเจ้าในความหมายของ Nietzscheใช่แค่ตัวตนอันสูงส่งในศาสนาคริสต์ แต่รวมถึงความเชื่อที่มีคุณค่าทางสังคม ที่คอยยึดเหนี่ยวใจของมนุษย์ในสังคมด้วย ดังนั้นพระเจ้าคือความหมายของชีวิตคนในช่วงเวลานั้น

ในประเทศไทยมีความเชื่อที่ว่า ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ซึ่งคำกล่าวนี้ เป็นแค่การปลอบใจให้คนทำดี โดยหวังว่าจะได้รับผลดีตามมา ซึ่งพอไม่ได้ก็จะมีคำกล่าวที่ว่า บุญมี แต่กรรมบัง ซึ่งความเชื่อนี้นั้น เรามองว่ามันเริ่มตายไปจากสังคมไทย เนื่องจาก คนทำดี ไม่ได้หมายความว่าผลจะออกมาดี มนุษย์ในประเทศไทยจึงต้องมีบางอย่างมียึดเหนี่ยวใจ เช่น มูเตลูต่างๆ ดูดวง เข้าวัดทำบุญและหวังว่าผลจะดี มันก็คือการสร้างความเชื่อมาให้ยึดเหนี่ยวหลังจากพระเจ้าหรือการทำดีได้ดีนั้นไม่สามารถช่วยคนได้อีกต่อไป

ปัญหาคือการทำแบบนั้นไม่ต่างอะไรจากการ เอากระดูกของพระเจ้ามาเป็น Sex toy ไว้ช่วยตัวเองเลย มันคือการสำเร็จความใคร่รูปแบบนึง เป็นการหาสิ่งยึดเหนี่ยวจากภายนอกไม่ใช่ภายใน และนั้นเป็นปัญหา เพราะมันทำลายหลักเหตุผลทิ้งทั้งหมด

สิ่งที่เราควรจะทำไม่ใข่การอยู่กับสิ่งที่ตายไปแล้วนั้นแต่เป็นการใช้ชีวิตต่อไปทั้งแบบนั้นโดยที่ไม่ต้องมีที่ยึดเหนี่ยวและเมื่อเราเข้าใจว่า โลกมันไร้ความหมาย ชีวิตและการเกิดของเรามันมาไม่ได้มีค่าขนาดนั้น สักวันนึงเราจะเข้าใจว่า ถึงมันไม่มีค่าและไร้เความหมายเราก็ยังคงมีความสุขในโลกแบบนี้ได้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่