ทำไมผมจึงเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์

การสนใจธรรมะ คือ การสนใจความจริงของชีวิต

1. ผมเริ่มสนใจธรรมะตอนเรียนมหาวิทยาลัย  เนื่องจากผลการเรียนแย่มาก จนเกือบถูกรีไทร์หลายครั้ง
ชีวิตในช่วงนั้นเป็นทุกข์มาก  จึงต้องการค้นหาความสุขที่แท้จริง

2. ได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัด (กึ่งวัดป่า) โดยพักอยู่ในกุฏิเพียงคนเดียวเป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
แล้วได้ค้นพบว่า “ความสุขเกิดจากการทำความดี” และ “ความทุกข์เกิดจากการทำความชั่ว

3. ต่อมาได้เชื่อในกฎแห่งกรรม  โดยได้ทำการศึกษาชีวิตของญาติสนิทหลายคน จนกระทั่งพวกเขาถึงวันตาย
แล้วเชื่อว่ามนุษย์ไม่ได้ดำเนินชีวิตด้วยความบังเอิญ  แต่มีบางสิ่งที่มีพลังอำนาจมาก มาควบคุมชีวิตของมนุษย์
ให้เป็นไปตามกฎแห่งกรรม คือ “ทำดีย่อมได้ดี  ทำชั่วย่อมได้ชั่ว

4. ได้มีประสบการณ์ที่เหนือธรรมชาติด้วยตนเอง  โดยได้พิจารณาไตร่ตรองอย่างละเอียดแล้ว
จึงทำให้เชื่อว่าวิญญาณมีจริง

5. ต่อมามีความเชื่อว่าในจักรวาลนี้มีทั้งวิญญาณดีและวิญญาณชั่ว โดยที่เรามองไม่เห็น
เชื่อว่าทั้ง 2 ฝ่ายกำลังต่อสู้กันอยู่ เป็นสงครามฝ่ายวิญญาณ  
และเชื่อว่าในที่สุดแล้ว ฝ่ายธรรมะย่อมชนะฝ่ายอธรรม

6. ได้รับเชื่อพระเจ้าเป็นคริสเตียน (นิกายโปรเตสแตนต์) ในขณะที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย  
โดยเชื่อว่าผู้นำสูงสุดของฝ่ายวิญญาณดีคือ พระเจ้าผู้ประเสริฐ (พระเจ้าผู้สูงสุด : God)
ส่วนผู้นำสูงสุดของฝ่ายวิญญาณชั่วคือ ซาตาน

7. เชื่อว่าพระเจ้าผู้ประเสริฐเป็นผู้สร้างสรรพสิ่ง  พระองค์เป็นผู้สร้างและควบคุมกฎแห่งกรรม

ผลของการเป็นคริสเตียน

1. ชีวิตมีความสุข โดยไม่เป็นทุกข์อีกต่อไป  หรือเรียกว่ามีสันติสุข (เป็นความสุขทางจิตวิญญาณ)

2. การเรียนดีขึ้นมาก  จนในที่สุดสามารถเรียนจบปริญญาตรีได้สำเร็จ

3. ได้ทำงานที่ดีตามลำดับ  จนกระทั่งได้มาทำงานที่รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งจนเกษียณ

4. ได้รับการช่วยเหลือจากพระเจ้าประเสริฐด้วยการอัศจรรย์มาอย่างมากมาย
ในจำนวนนี้เป็นการอัศจรรย์ครั้งใหญ่ 5 ครั้ง  ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพระคุณความรักที่พระเจ้ามีต่อมนุษย์

5. ปัจจุบันเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า (เผยแพร่ศาสนาคริสต์) อย่างเต็มตัว
โดยเป็นคริสเตียนอิสระ ที่ไม่สังกัดคณะนิกายใด  จึงมีความเชื่อที่ไม่อยู่ภายใต้กรอบความเชื่อที่สืบทอดกันมา

หลักความเชื่อที่สำคัญของศาสนาคริสต์  :  อ้างอิงจากคัมภีร์ไบเบิล

1. การเดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า ประกอบด้วย  วางใจพระเจ้า  ไม่ทำบาป  และมุ่งทำความดี

2. วางใจพระเจ้า หมายถึง เชื่อมั่นในพระเจ้าในพระนามพระเยซูคริสต์
โดยเชื่อว่าพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี

3. ผู้ที่เดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า  พระเจ้าจะช่วยนำชีวิตให้ดีและมีสันติสุข

4. ผู้ที่เดินในทางชอบธรรมของพระเจ้าอย่างมั่นคง  พระเจ้าจะรับไปอยู่ในสวรรค์ชั่วนิรันดร์

5. ผู้ที่ไม่เดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า จะต้องตกนรกชั่วนิรันดร์
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่