เวลาคนเราพูดถึงการทำดีหรือทำชั่วนั้น เรามักจะรู้สึกว่ามันคือความยุติธรรม ทั้งที่มันเป็นแค่เรื่องแต่งที่คนยังเชื่อเพื่อความสบายใจ มีคนดีกี่คนที่โดนฆ่าตาย มีคนดีกี่คนที่ไม่มีอันจะกิน ความดีที่แท้จริงนั้นคืออะไรนั้นคือคำถามที่สำคัญมากๆก่อนจะเชื่อในความดี
ความดี ความชั่ว เป็นเพียงเรื่องแต่งที่มนุษย์นั้นสร้างขึ้นมาเอง ถ้าคุณอยากจะเชื่อในทำดีได้ดี ทำขั่วได้ชั่ว ในแบบที่สมเหตุผลมากที่สุด คุณจำเป็นต้องนิยามความดี ความชั่ว โดยธรรมชาติให้ได้ก่อน ต้องเป็นกรอบที่ใช้ได้กับทั้งคนและสัตว์ กรอบนั้นต้องคลอบคลุมในทุกยุคสมัยทั้งตอนนี้และจะไม่มีทางเปลี่ยนตลอดกาล ง่ายๆคือคลอบคลุมในทุกสิ่งที่มีในจักรวาลโดยไม่ต้องแยกเป็นกรณีต่างๆ นั้นแหละคือ ความดี ความชั่ว โดยแท้จริงโดยธรรมชาติ
ทำไมปัจจันคนยังเชื่อในเรื่องนี้อยู่ล่ะ ในความเห็นของเรา เพราะมนุษย์กลัวความไม่สมเหตุสมผล การที่คนเราถูกกระทำอะไรสักอย่าง การยอมรับนั้นมันยากกว่าการวิ่งเข้าไปแก้แค้น ทำให้ความเชื่อนี้เกิดขึ้นเพื่อสนองความรู้สึกที่ไม่ได้ความยุติธรรม มันง่ายกว่ามากๆในการเชื่อแบบนั้น
ความคิดนี้ไม่ต่างกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในยุโรปในสมัยที่พระเจ้าไม่ใช่ที่ 1 อีกแล้ว พระเจ้าตายแล้ว และเราเป็นคนฆ่าพระองค์เอง นี่คือคำพูดของ Nietzche ที่โด่งดังมากๆ คำพูดนี้สื่อถึงว่า ความเชื่อเดิมๆที่มีมาตั้งแต่โบราณมันเริ่มตายจากไป เนื่องจากวิทยาการที่ก้าวหน้าของมนุษย์ทำให้หลายๆอย่างที่พ่วงมากับศาสนานั้นโดนลบล้างออกไป ในไทยสมัยนี้คนเราก็ไม่ได้เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติกันเท่าเมื่อก่อน แต่ก็ยังมีแนวคิดทีทสร้างมาเพื่ออุดช่องโหว่วตรงนั้น เช่น
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว,การขอหวย,ไหว้พระขอพร หรือพวกร่างทรง
ถ้าจะให้พูดตรงๆมันก็ไม่ผิดหรอกที่จะเชื่ออะไรแบบนั้น แต่มันไม่ต่างจากการไปหาของเก่าในซากศพพระเจ้าที่ตายไปแล้ว ถ้าต้องขยายความคือ เราพยายามหยิบอะไรสักอย่างเพื่อมาสร้างเป็นความเชื่อเพื่อให้เรารู้สึกว่าเรานั้นมีที่พึ่งพาภายนอก ทั้งๆที่เรามีแค่ตนเองหรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้
การทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วได้ชั่ว คือคำปลอบใจของมนุษย์
ความดี ความชั่ว เป็นเพียงเรื่องแต่งที่มนุษย์นั้นสร้างขึ้นมาเอง ถ้าคุณอยากจะเชื่อในทำดีได้ดี ทำขั่วได้ชั่ว ในแบบที่สมเหตุผลมากที่สุด คุณจำเป็นต้องนิยามความดี ความชั่ว โดยธรรมชาติให้ได้ก่อน ต้องเป็นกรอบที่ใช้ได้กับทั้งคนและสัตว์ กรอบนั้นต้องคลอบคลุมในทุกยุคสมัยทั้งตอนนี้และจะไม่มีทางเปลี่ยนตลอดกาล ง่ายๆคือคลอบคลุมในทุกสิ่งที่มีในจักรวาลโดยไม่ต้องแยกเป็นกรณีต่างๆ นั้นแหละคือ ความดี ความชั่ว โดยแท้จริงโดยธรรมชาติ
ทำไมปัจจันคนยังเชื่อในเรื่องนี้อยู่ล่ะ ในความเห็นของเรา เพราะมนุษย์กลัวความไม่สมเหตุสมผล การที่คนเราถูกกระทำอะไรสักอย่าง การยอมรับนั้นมันยากกว่าการวิ่งเข้าไปแก้แค้น ทำให้ความเชื่อนี้เกิดขึ้นเพื่อสนองความรู้สึกที่ไม่ได้ความยุติธรรม มันง่ายกว่ามากๆในการเชื่อแบบนั้น
ความคิดนี้ไม่ต่างกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในยุโรปในสมัยที่พระเจ้าไม่ใช่ที่ 1 อีกแล้ว พระเจ้าตายแล้ว และเราเป็นคนฆ่าพระองค์เอง นี่คือคำพูดของ Nietzche ที่โด่งดังมากๆ คำพูดนี้สื่อถึงว่า ความเชื่อเดิมๆที่มีมาตั้งแต่โบราณมันเริ่มตายจากไป เนื่องจากวิทยาการที่ก้าวหน้าของมนุษย์ทำให้หลายๆอย่างที่พ่วงมากับศาสนานั้นโดนลบล้างออกไป ในไทยสมัยนี้คนเราก็ไม่ได้เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติกันเท่าเมื่อก่อน แต่ก็ยังมีแนวคิดทีทสร้างมาเพื่ออุดช่องโหว่วตรงนั้น เช่น
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว,การขอหวย,ไหว้พระขอพร หรือพวกร่างทรง
ถ้าจะให้พูดตรงๆมันก็ไม่ผิดหรอกที่จะเชื่ออะไรแบบนั้น แต่มันไม่ต่างจากการไปหาของเก่าในซากศพพระเจ้าที่ตายไปแล้ว ถ้าต้องขยายความคือ เราพยายามหยิบอะไรสักอย่างเพื่อมาสร้างเป็นความเชื่อเพื่อให้เรารู้สึกว่าเรานั้นมีที่พึ่งพาภายนอก ทั้งๆที่เรามีแค่ตนเองหรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้