ปัจจัย 24 (ต่อ)
4. อนันตรปัจจัย
ปัจจัยที่ไม่มีระหว่าง หรือ ปัจจัยที่ทำให้เกิดความต่อเนื่อง หรือ ติดต่อกันทันที
กฎแห่งการส่งต่อ
ปัจจัยโดยความต่อเนื่องไร้ช่องว่าง เมื่อสภาวะเก่าดับลง พลังงานและข้อมูลจะถูกส่งทอดให้สภาวะใหม่ทันที ประดุจการส่งไม้ผลัดของนักวิ่ง เพื่อรักษาความต่อเนื่องของกระแสชีวิต
สันตติคือการที่ธรรมหนึ่งดับไป แล้วเป็นปัจจัยให้ธรรมถัดไปเกิดขึ้นทันทีโดยไม่มีระหว่างคั่น (อานันตริยะ) ทำให้ดูเหมือนว่าชีวิตหรือสิ่งของนั้นคงที่ ทั้งที่จริงเกิดดับตลอดเวลา
ในเชิงกระบวนการ มันคือปัจจัยที่ทำให้ชีวิตและสรรพสิ่งดำเนินไปได้อย่างไม่ขาดสาย เปรียบเสมือนการวิ่งผลัดที่ไม้ผลัดถูกส่งต่อจากมือหนึ่งสู่อีกมือหนึ่งในเสี้ยววินาทีที่พอดีกันที่สุด
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ เซลล์ในร่างกาย ทุกวินาที เซลล์เก่าจะตายลง (ดับไป) ในจังหวะที่เซลล์เก่าตาย ปัจจัยนี้จะส่งพลังต่อให้เซลล์ใหม่เกิดขึ้นมาแทนที่ทันที (เกิดใหม่)
หากไม่มีอนันตรปัจจัยเมื่อเซลล์เก่าตายไปแล้วไม่มีอะไรมาแทนที่ ร่างกายของเราก็จะแหลกสลายและสูญสิ้นความเป็นองค์รวมไป แต่เพราะมีปัจจัยนี้ ร่างกายจึงสามารถซ่อมแซมและสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ได้ตลอดเวลา จนเรายังรู้สึกว่าเป็นคนเดิม แม้ในความเป็นจริงเราจะเป็นคนใหม่ในระดับเซลล์อยู่ทุกวินาทีก็ตาม
ในธรรมชาติ อนันตรปัจจัยอธิบายถึงกฎที่ว่า “การดับไปของสิ่งเก่า คือเงื่อนไขของการเกิดขึ้นของสิ่งใหม่” ถ้าไม่มีการปวดอุจจาระ (ความอึดอัดที่ต้องระบายออก) ก็ไม่มีการขับถ่ายที่สบายตัว ถ้าไม่มีความหิว (พลังงานเก่าหมดไป) ก็ไม่มีแรงผลักดันให้กินอาหารใหม่ ถ้าจิตดวงเดิมไม่ดับไป จิตดวงใหม่ที่จะรับรู้เรื่องใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นไม่ได้ อนันตรปัจจัยคือ”รอยต่อ”ที่แนบสนิทระหว่าง อดีตที่พึ่งจบไป กับ อนาคตที่กำลังจะมาถึง ทำให้กระบวนการของชีวิตไหลลื่นเหมือนสายน้ำที่ไม่เคยขาดตอน
เปรียบอนันตรปัจจัยประดุจ “ระลอกคลื่นในมหาสมุทร” เช่นเดียว “โดมิโนที่ล้มต่อกัน” เมื่อโดมิโนตัวแรกล้มลง (ดับไป) พลังงานจากการล้มนั้นย่อมส่งต่อไปยังตัวถัดไปทันทีโดยไม่มีช่องว่างแห่งกาลเวลาคั่นกลาง หรือประดุจ “การส่งไม้ผลัดของนักวิ่ง” วินาทีที่มือหนึ่งปล่อย อีกมือหนึ่งต้องรับทันทีเพื่อให้การวิ่งนั้นดำเนินต่อไปได้ การ “ดับ” ของสิ่งเก่าจึงมิใช่การหายไปเฉย ๆ แต่เป็นการ “เปิดพื้นที่” และ “ส่งทอดพลังงาน” ให้สิ่งใหม่บังเกิดขึ้น
สาเหตุที่สรรพสิ่งต้องเกิดสืบต่อกันโดยไม่มีช่องว่าง เกิดจากกฎพื้นฐานของจักรวาล 2 ประการ แรงบีบคั้นจากอนิจจลักษณะ สภาวะธรรมใด ๆ เมื่ออุบัติขึ้นแล้ว ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ จำต้องดับสลายลง แต่พลังงานที่บรรจุอยู่นั้นหายไปไม่ได้ตามกฎการอนุรักษ์ มันจึงต้องกระโดดไปสู่สภาวะถัดไป เมื่อสภาวะเก่าดับลง จะเกิด “สุญญากาศ” หรือช่องว่างชั่วขณะ ระบบของธรรมชาติจะดึงเอาปัจจัยที่รอคอยอยู่ (อนันตระปัจจัย) ให้พุ่งเข้ามาเสียบแทนที่ในทันที กระบวนการ “ดับ-แล้ว-เกิด” ที่รวดเร็วระดับปรมาณูนี้เองที่ทำให้เราเห็นโลกเป็นเนื้อเดียวกัน
อนันตรปัจจัยคือ “การเปลี่ยนสถานะ” และ “การสร้างกาลเวลา” กาลเวลาไม่ได้มีอยู่เอง แต่มันคือ “ระยะห่างระหว่างการสืบต่อ” หากไม่มีอนันตรปัจจัย (การดับเพื่อส่งต่อ) จักรวาลจะแข็งทื่อเหมือนภาพถ่ายที่ไม่มีการเคลื่อนไหว เวลาจะหายไปทันที “เวลาไม่มีอยู่จริง มีเพียงลำดับของปัจจัย”
การที่สถานะหนึ่งดับไปเพื่อให้อีกสถานะหนึ่งเกิดขึ้น ข้อมูลจึง “ไหล” ไปตามทิศทางของเวลาได้ อนันตรปัจจัยคือ “กฎแห่งความต่อเนื่อง” ที่ปัจจัยนี้ มันคือตัวเชื่อมที่ทำให้ “อดีต” กลายเป็น “ปัจจุบัน” และ “ปัจจุบัน” กลายเป็น “อนาคต” อย่างไร้รอยต่อ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ “ความเปลี่ยนแปลง” (อนิจจัง) กลายเป็น “กระแสแห่งชีวิต” (สันตติ) อนันตรปัจจัยประดุจกระแสน้ำในลำน้ำที่ไหลหลากแม้มวลน้ำจะเคลื่อนที่ไปไม่หยุดนิ่ง แต่สายน้ำกลับดูเป็นเนื้อเดียวกันไม่ขาดสายประหนึ่งแผ่นแก้วที่ทอดยาวไป อนันตระคือความแนบเนียน ของการสืบต่อที่ทำให้กระบวนการ ดูประหนึ่งว่าเป็นสิ่งเดียวที่มั่นคง อนันตระ คือระเบียบของการส่ง ที่สมบูรณ์แบบ สาเหตุที่เกิดความกลมกลืนนี้มาจากปัจจัยแวดล้อมที่มี ทิศทางเดียวกัน มรรคาเดียวกัน ทำให้สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นมาแทนที่สิ่งเก่า มีลักษณะสอดรับกันอย่างสนิท เมื่อแรงขับจากเหตุ มีกำลังคงที่ การดับและเกิดใหม่จะเกิดขึ้นด้วยจังหวะที่แม่นยำ ทำให้กระแสแห่งสภาวะธรรมนั้นไม่มีการกระตุกหรือขาดตอน
อนันตรปัจจัยคือสภาวะคงตัวและการไหลแบบราบเรียบ ในวิศวกรรมของไหล เมื่อของเหลวไหลโดยที่อนุภาคแต่ละตัวเคลื่อนที่ขนานกันไปอย่างมีระเบียบ จะเกิดแรงเสียดทานน้อยที่สุดและมีเสถียรภาพสูงสุด นี่คือภาพสะท้อนของอนันตระในมิติสสาร
อนันตรปัจจัยคือผู้รักษาความเสถียรภาพของกระแส หากระบบใดขาดปัจจัยนี้ แม้จะมีการทำงาน แต่จะเป็นการทำงานที่สะดุด มีสัญญาณรบกวน และล่มสลายได้ง่าย การที่ชีวิตยังดูเป็นบุคคลเดิม หรือเครื่องจักรยังดำเนินงานได้อย่างราบรื่น เป็นผลจากการที่ปัจจัยนี้คอยร้อยเรียง ความดับและความเกิดให้กลายเป็นสายธารที่สวยงามและทรงพลัง
ทุกสิ่งมีแนวโน้มจะแตกสลาย ไร้ระเบียบ และเสื่อมสลายไป อนันตรปัจจัย คือ “แรงต้าน” หรือกระบวนการที่ธรรมชาติใช้ “ปะผุ” ช่องว่างเหล่านั้นทันที เพื่อให้ระบบยังคงความเป็น “ตัวตน” (สันตติ) อยู่ได้ 1. การซ่อมแซมตัวเอง ปิดช่องว่างแห่งความเสื่อม ร่างกายเรารู้ว่าเซลล์ต้องตาย (อนิจจัง) ถ้าปล่อยให้ตายแล้วเกิด “ช่องว่าง” ระบบจะล่มสลาย เช่น เมื่อเซลล์ผิวหนังตายหรือหลุดลอกออก ร่างกายส่งสัญญาณให้สร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่ในตำแหน่งเดิม หน้าที่เดิม แบบไร้รอยต่อ ผลลัพธ์คือสันตติ ผิวหนังเราดูเหมือนเดิมตลอดเวลา ทั้งที่ความจริงมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว เปรียบเหมือน น้ำพุ ตัวน้ำ (รูป) เปลี่ยนตลอดเวลา แต่มันพุ่งขึ้นมาแทนที่กันต่อเนื่องจนเราเห็นเป็น “ลำน้ำ” ที่ตั้งตระหง่านอยู่ได้ 2. อนันตรปัจจัยคือความต่อเนื่องของปฏิกิริยาเพื่อรักษาชีวิต
อนันตรปัจจัย คือ “จังหวะการเต้นของชีวิต” ที่ห้ามสะดุด ต่อสู้กับอนิจจัง สิ่งเก่าดับไป สิ่งใหม่ต้องเกิดทันทีเพื่อรักษาสถานะไว้ รักษาสันตติ สร้างภาพลวงตาของความต่อเนื่อง ทำให้ กระบวนการ ดูเหมือนเป็นก้อนสสาร การปรับตัวไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่คือการสืบต่อของเหตุปัจจัยที่ค่อยๆ บิดรูปร่างของชีวิตให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมอย่างแนบเนียน ชีวิตคือเปลวเทียนที่ดูนิ่งสงบ แต่แท้จริงคือการลุกไหม้และดับไปของเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว หากการส่งต่อเชื้อเพลิงนี้ราบรื่น (อนันตร) เปลวไฟก็จะสู้ลม (สิ่งแวดล้อม) ได้โดยไม่ดับ
มหาปัฏฐาน 24 ปัจจัย (ภาค 2)