มหาปัฏฐาน 24 ปัจจัย (ภาค 3)

ปัจจัย 24 (ต่อ)


5. สมนันตรปัจจัย
ปัจจัยอันต่อเนื่องอย่างสมดุล
กฎแห่งการส่งต่อข้อมูล
ถ้าเปรียบให้อนันตรปัจจัยเป็นเหมือนการสืบต่อของคนที่ให้กำเนิดบุตรหลานสืบต่อไป สมนันตรปัจจัยก็เปรียบได้กับการสืบต่อวัฒนธรรมจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนรุ่นหนึ่งนั่นแหล่ะ
สมนันตรปัจจัยคือกระบวนการส่งต่อข้อมูล ไปจนถึงการสื่อสารระหว่างกันของธรรมชาติ รวมถึงการรักษาข้อมูลให้คงอยู่ด้วยการสืบต่อ(สันตติ)
สมนันตรปัจจัยเป็นปัจจัยที่ทำให้การส่งต่อข้อมูลเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อรักษา “สมตา” (Homeostasis) หรือสมดุลของระบบ เป็นกลไกเบื้องหลังวิวัฒนาการและการซ่อมแซมตัวเองของสิ่งมีชีวิต
สมนันตรปัจจัย ไม่ได้เป็นเพียงลำดับการดับไปและเกิดขึ้นของสภาวะธรรมเท่านั้น แต่คือ โปรโตคอลการสื่อสาร ที่ทำหน้าที่รับส่งและรักษาความบูรณภาพของข้อมูลในจักรวาล ทั้งในระดับนามธรรม (จิตเจตสิก) และรูปธรรม (DNA/พันธุกรรม)
​เปรียบสมนันตรปัจจัยเหมือนสัญญาณดิจิทัลในสายไฟเบอร์ออปติก ข้อมูลจะถูกส่งเป็นบิตต่อบิต หากมีการเว้นวรรคแม้เพียงเสี้ยววินาที ข้อมูลทั้งหมดจะสูญหายและระบบจะล่มสลายทันที
​ในทางจิตคือกระบวนการที่จิตดวงหนึ่งดับไป พร้อมส่งมอบ”ผลรวมข้อมูลทั้งหมด”ให้จิตดวงถัดไปรับช่วงต่อทันที
​ในทางชีวภาพคือแรงขับที่ทำให้เซลล์ส่งสัญญาณเคมีต่อกันเพื่อรักษา สันตติหรือความต่อเนื่องของชีวิต​​ในสภาวะที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ข้อมูลไม่ได้ถูกเก็บไว้ในที่ใดที่หนึ่งแบบถาวร แต่ถูกรักษาผ่าน”กระบวนการส่งต่อ”เปรียบเหมือน “ระลอกคลื่นในมหาสมุทร” ตัวน้ำ (สสาร) เปลี่ยนไปตลอดเวลา แต่รูปร่างและพลังงานของคลื่น (ข้อมูล) ถูกส่งต่อจากโมเลกุลน้ำหนึ่งไปสู่อีกโมเลกุลหนึ่งอย่างแม่นยำ นี่คือเหตุผลที่พันธุ์กรรม สามารถคงรหัสเดิมไว้ได้ผ่านการแบ่งเซลล์นับล้านครั้ง และกรรมสามารถรอเวลาส่งผลได้โดยไม่สูญหายไปในความว่างเปล่า
รหัสพันธุกรรมคือการเรียงตัวของเบส (A, T, C, G) หากลำดับสลับกันเพียงตัวเดียว ชีวิตจะเปลี่ยนทันที สมนันตรปัจจัย ทำหน้าที่กำกับให้การสืบต่อของรูปปรมาณู (รูปสันตติ) เป็นไปตามลำดับก่อนหลังอย่างแม่นยำ เหมือนสายพานการผลิตที่ต้องส่งชิ้นงาน A ไป B ต่อด้วย C เสมอ ในการแบ่งเซลล์ ข้อมูลจาก DNA เดิมต้องถูกคัดลอกไปยัง DNA ใหม่ สมนันตรปัจจัย คืออำนาจที่ทำให้ข้อมูล “ชุดเก่า” ที่กำลังดับไป ส่งต่ออิทธิพลให้ “ชุดใหม่” เกิดขึ้นแทนที่ทันทีโดยไม่ขาดตอน ทำให้เซลล์ที่เกิดใหม่ยังคงทำหน้าที่เดิมได้ ไม่กลายเป็นเซลล์แปลกปลอม
อนันตรปัจจัย คือการส่งต่อพลังงาน
สมนันตรปัจจัย คือการส่งต่อ “ระเบียบ” และ “แบบแผน”
หากขาดปัจจัยนี้ การสืบต่อจะสะเปะสะปะ (Chaos) และไม่สามารถสร้างอวัยวะหรือร่างกายที่มีโครงสร้างซับซ้อนได้
ในกระบวนการนามธรรม (จิตและเจตสิก) สมนันตรปัจจัย ทำหน้าที่เป็น “ผู้จัดระเบียบการสืบต่อ” ให้จิตแต่ละดวงเกิดขึ้นตามลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง (Citta Niyama) โดยมีหน้าที่หลัก 3 ประการดังนี้
1.การจัดลำดับวิถีจิต (Vithi-Citta): ทำหน้าที่กำกับให้จิตเกิดดับสืบต่อกันตาม “กฎเกณฑ์” เช่น ในการเห็นหนึ่งครั้ง จิตต้องเริ่มจาก สัมปฏิจฉันนะ (รับอารมณ์) แล้วส่งต่อให้ สันตีรณะ (พิจารณาอารมณ์) เสมอ สมนันตรปัจจัยจะไม่อนุญาตให้ขั้นตอนเหล่านี้สลับที่กัน
2.ความแนบสนิทไร้ช่องว่าง ทำหน้าที่เชื่อมต่อจิตดวงที่เพิ่งดับไปกับดวงที่กำลังจะเกิดใหม่ให้ “สนิทเป็นเนื้อเดียวกัน” จนทำให้เรารู้สึกว่าความคิดหรือความรู้สึกเป็นเส้นสายที่ต่อเนื่อง ไม่กระตุกหรือขาดตอน
3.การโอนถ่ายคุณสมบัติ (Transmission) แม้จิตดวงเก่าจะดับไปแล้ว แต่อำนาจสมนันตรปัจจัยจะส่งต่อ “ข้อมูล/ประสบการณ์/กิเลส” ไปยังจิตดวงใหม่ทันที ทำให้เรายังจำเรื่องราวได้หรือมีนิสัยเดิมต่อเนื่องไป
อนันตรปัจจัย เน้นแค่ว่า “อันก่อนดับ อันหลังถึงเกิดได้” (เน้นการเปิดทาง)
สมนันตรปัจจัย เน้นว่า “ต้องสืบต่อกันอย่าง ดี (Samma) และตามลำดับ”
สมนันตรปัจจัยคือตัวแปรที่ทำให้การทำงานของจิตและเจตสิกเป็นไปอย่างราบรื่น โดยอาศัยสื่อสารระหว่างกัน
สมนันตรปัจจัย ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เรียงลำดับเหตุการณ์ แต่คือกลไกการถ่ายโอนสถานะ ที่รักษาข้อมูลจากอดีตให้คงอยู่และพร้อมใช้งานในปัจจุบัน แม้ว่าองค์ประกอบพื้นฐาน (เซลล์หรือจิต) จะเกิดดับไปแล้วก็ตาม
​ความจำ (สัญญาขันธ์) เกิดขึ้นได้เพราะสมนันตรปัจจัยทำหน้าที่ “จดจำและส่งต่อ” ข้อมูลจากขณะที่หนึ่งไปสู่ขณะที่สองอย่างรวดเร็ว หากปราศจากปัจจัยนี้ เราจะกลายเป็นผู้ป่วยสมองเสื่อมที่สูญเสียตัวตนในทุกๆ เสี้ยววินาที
สัญญาขันธ์ คือ “ข้อมูล” แต่สมนันตรปัจจัยคือ “กระบวนการบันทึกและส่งต่อ” หากมีเพียงความจำ (สัญญา) แต่ขาดการส่งต่อที่ไร้รอยต่อ (สมนันตระ) ข้อมูลนั้นจะกลายเป็น “ข้อมูลที่ถูกแช่แข็ง” ที่ไม่สามารถนำมาประมวลผลต่อได้ เมื่อจิตขณะที่ 1 ดับลง ข้อมูลจากสัญญาขันธ์ในขณะนั้นจะถูก “บีบอัด” และส่งผ่านสมนันตรปัจจัยไปยังจิตขณะที่ 2 ทันที นี่คือเหตุผลที่มนุษย์สามารถจำเรื่องราวเมื่อ 10 ปีที่แล้วได้ ทั้งที่เซลล์สมองและดวงจิตดวงเดิมได้สลายไปนานแล้ว
​วิถีจิต เมื่ออารมณ์กระทบระบบประสาท สมนันตรปัจจัยจะทำหน้าที่เป็น “ทางด่วน” ที่เรียงร้อยสถานะการรับรู้ (เช่น เห็น -> พิจารณา -> ตัดสิน) ให้เชื่อมกันเป็นสายธาร ทำให้เราสามารถรับรู้โลกได้อย่างเป็นเหตุเป็นผลและมีระเบียบ
​สมนันตรปัจจัยคือแรงต้านความโกลาหล ของจักรวาล ในทางฟิสิกส์ หากเหตุและผลไม่เชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ กฎของกาลเวลาจะสลายตัว​ในทางสารสนเทศ หากการส่งข้อมูลมีการ “กระตุก” ข้อมูลจะเกิดการเสียหาย​ในทางสัจธรรม สมนันตรปัจจัยจึงเป็น”หลักประกัน”ว่าทุกการกระทำ (กรรม) และทุกหน่วยข้อมูล (พันธุกรรม) จะถูกส่งต่อไปยังอนาคตอย่างแม่นยำที่สุด ตราบเท่าที่กระแสแห่งเหตุปัจจัยยังดำเนินอยู่
การแบ่งตัวของเซลล์คือการทำงานของสมนันตรปัจจัยในระดับชีวภาพ รหัสพันธุกรรมถูกส่งต่อผ่านกระบวนการที่ห้ามมีช่องว่าง หากการสื่อสารระหว่างนิวเคลียสขาดช่วง รหัสชีวิตจะเสียหาย
​กรรมคือ “ค่าของข้อมูล” ที่แฝงไปกับสมนันตรปัจจัย ข้อมูลนี้ไม่ได้ลอยอยู่ในสุญญากาศ แต่ไหลเวียนอยู่ในกระแสแห่งการเกิดดับที่ต่อเนื่องกันประดุจกระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจร
สมนันตรปัจจัย คือกฎธรรมชาติที่ว่าด้วย ลำดับแห่งภาวะที่ต่อเนื่องกันโดยไร้ช่องว่าง ปัจจัยนี้เปรียบเสมือน”ระเบียบวิธีปฏิบัติ” ที่ควบคุมการส่งต่อสถานะ จากเหตุไปสู่ผล เพื่อรักษาเสถียรภาพและลำดับขั้นตอนของทุกระบบในจักรวาล
​เมื่อสถานะหนึ่ง (เหตุ) ยุติลง สถานะถัดไป (ผล) จะต้องอุบัติขึ้นแทนที่ในทันทีเพื่อให้ระบบคงอยู่ได้ ปรากฏการณ์นี้เห็นได้ชัดในระบบเซนเซอร์อัจฉริยะของร่างกาย เช่น เมื่อเกิดสิ่งผิดปกติในร่างกายเกิดขึ้น จะส่งข้อมูลเพื่อจัดการปัญหาความผิดปกติ ที่ข้อมูลความผิดปกติจะถูกส่งผ่านลำดับการประมวลผลอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ร่างกายกลับเข้าสู่ความปกติ หากปราศจากความต่อเนื่องระดับนี้ ระบบจะเข้าสู่ภาวะล่มสลาย
​ในทางชีววิทยา (พีชนิยาม) สมนันตรปัจจัยคือกลไกเบื้องหลังกฎสมตา การที่สิ่งมีชีวิตสามารถรักษาสมดุล และวิวัฒนาการได้ เกิดจากการส่งต่อสัญญาณข้อมูลการตอบสนองต่อสิ่งเร้าอย่างแม่นยำทีละลำดับขั้น เช่น การทำงานของหน่วยซ่อมแซม (เช่น เม็ดเลือดขาว) กระบวนการที่เกิดขึ้นซ้ำๆ (อาเสวนปัจจัย) ภายใต้ลำดับที่แน่นอนนี้เอง ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ระดับเซลล์และการกลายพันธุ์เพื่อความอยู่รอด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิวัฒนาการ
สมนันตรปัจจัยคือกลไกที่ควบคุมการเติบโตและพันธุกรรม ทำให้กฎนั้นทำงานได้อย่างต่อเนื่องและแม่นยำ จนนำไปสู่การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
​ข้อมูลการรอดชีวิตนี้จะถูกฝังลงในเมล็ดพันธุ์ เพื่อส่งต่อให้ลูกหลานผ่านสมนันตรปัจจัยข้ามเจเนอเรชัน

​สมนันตรปัจจัย คือ “โปรโตคอลการเอาตัวรอด” มันคือการที่ธรรมชาติบอกว่า “อย่าหยุดส่งข้อมูล และจงส่งข้อมูลการปรับตัวที่ถูกต้องที่สุดไปให้เซลล์ถัดไป” การที่สิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการมานับล้านปีได้ เพราะสมนันตรปัจจัยไม่เคย “ทำไม้ผลัดตก” แม้แต่วินาทีเดียว ข้อมูลการปรับสมดุล (สมตา) จึงถูกสะสมและพัฒนาจนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนอย่างเราในทุกวันนี้
​วิวัฒนาการคือบทพิสูจน์ความแม่นยำของสมนันตรปัจจัย ที่ส่งต่อความพยายามในการมีชีวิตจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่ขาดสาย สมนันตระ ไม่ใช่แค่เรื่องในใจเราตอนโกรธหรือดีใจ แต่มันคือแรงผลักดันระดับเซลล์ ที่สร้างโลกใบนี้ขึ้นมาเลยทีเดียว​​สมนันตรปัจจัยคือตัวกำหนดให้เกิดลำดับก่อน-หลังของเหตุการณ์ การที่สภาวะหนึ่งต้องดับไปก่อนสภาวะใหม่จะเกิด ทำให้เวลาไหลไปในทิศทางเดียวและป้องกันการเกิดสภาวะซ้อนทับที่โกลาหล สมนันตรปัจจัยจึงไม่ใช่เพียงหลักการทางจิตวิทยา แต่เป็นกฎพื้นฐานแห่งโครงสร้างสารสนเทศ ที่ค้ำจุนระบบทุกระดับ ตั้งแต่การเรียงตัวของอะตอม การทำงานของเซลล์สิ่งมีชีวิต ไปจนถึงการประมวลผลของจิตวิญญาณ เป็นปัจจัยที่ทำให้จักรวาลดำเนินไปได้อย่างมีระเบียบและทรงประสิทธิภาพสูงสุด

สมนันตระคือกฎที่เลือกผลลัพธ์ ​เมื่อสถานะเดิมดับไป สมนันตระคือตัวระบุว่าสถานะถัดไป ที่จะเกิดขึ้นจริง คืออะไร มันคือการเปลี่ยนจากสิ่งที่เป็นไปได้ให้กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นระเบียบ
สมนันตระไม่ได้ทำงานตัวเดียว ลำดับที่ต่อเนื่อง (สมนันตระ) จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีโครงสร้างที่พึ่งพากัน (อัญญมัญญะ) รองรับอยู่
การที่อะตอมเรียงตัวเป็นผลึก หรือการที่ดวงดาวโคจรตามแรงโน้มถ่วง ทั้งหมดคือการส่งต่อสถานะของสมนันตระ
การสืบต่อนี้คือการถ่ายโอนสถานะ โดยไม่มีการสูญเสียข้อมูล ข้อมูลจากสภาวะที่ดับไปจะถูกเขียน เข้าสู่สภาวะใหม่ทันที ทำให้จักรวาลดูเป็นเนื้อเดียวกัน

กรรมที่ทำในอดีตสามารถส่งผลในอนาคต และทำให้รหัสพันธุกรรมสามารถสร้างร่างใหม่ให้เหมือนร่างเดิมได้สืบไป
ความแตกต่างระหว่างอนันตรปัจจัยกับสมนันตรปัจจัย
อนันตรปัจจัย ​เน้นที่ “ความไม่มีช่องว่าง”​มันคือตัวที่บอกว่า เมื่อสถานะ A ดับลง สถานะ B ต้องเกิดทันที ห้ามเว้นวรรค​เหมือน “ความเร็วของกระแสไฟ” ที่ต้องไหลต่อเนื่องเพื่อให้เครื่องจักรทำงานได้ ถ้าไฟดับ (มีช่องว่าง) ระบบก็ล่ม​ เพื่อป้องกันไม่ให้จักรวาลเกิด “อาการค้าง” (Freeze) หรือ “หายไป” ในระหว่างการเปลี่ยนสถานะ
​สมนันตรปัจจัย​เน้นที่ “ความเหมาะสม/ระเบียบ”​มันคือตัวที่บอกว่า สถานะ B ที่เกิดมานั้น “ต้องรับช่วงต่อข้อมูลจาก A ได้อย่างสมบูรณ์”​เปรียบเทียบเหมือนรอยต่อของรหัสพันธุกรรม ตอนที่ DNA จะซ่อมตัวเอง มันไม่ใช่แค่ต้องเกิด “เซลล์ใหม่” ทันที (อนันตระ) แต่เซลล์ใหม่นั้นต้อง “รับรหัสข้อมูล” มาวางต่อกันได้อย่างแนบสนิท (สมนันตระ) เพื่อให้เนื้อเยื่อประสานกันได้​ ป้องกันไม่ให้ข้อมูล “ผิดเพี้ยน” หรือ “กระโดดข้ามลำดับ” ในระหว่างการส่งต่อ

อนันตรปัจจัยทำหน้าที่ “เปิดประตู” ทันทีที่ของเก่าพัง เพื่อให้ของใหม่เข้ามาแทนที่
​สมนันตรปัจจัย ทำหน้าที่ “ตรวจสอบรหัส” เพื่อให้ของใหม่ที่เข้ามานั้น “สวมรอย” ต่อจากของเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ
ในขณะที่ อนันตรปัจจัย ทำหน้าที่รักษา ความต่อเนื่อง ของสถานะเพื่อไม่ให้ระบบหยุดชะงัก สมนันตรปัจจัย จะทำหน้าที่รักษา ระเบียบแห่งการสืบต่อ เพื่อให้ข้อมูล จากสภาวะเดิมถูกถ่ายโอนไปยังสภาวะใหม่ได้อย่างบูรณาการ เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เกิดกระบวนการรักษาข้อมูลพันธุกรรม และการสืบต่อของสัญญาขันธ์ ที่เป็นระเบียบ สมนันตรปัจจัยคือตัวที่ทำให้เรา “ฟื้น” ขึ้นมาเป็นคนเดิม พร้อมความจำเดิม ไม่ใช่ฟื้นขึ้นมาแล้วกลายเป็นคนอื่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่