ปัจจัย 24 (ต่อ)
5. สมนันตรปัจจัย
ปัจจัยอันต่อเนื่องอย่างสมดุล
กฎแห่งการส่งต่อข้อมูล
ถ้าเปรียบให้อนันตรปัจจัยเป็นเหมือนการสืบต่อของคนที่ให้กำเนิดบุตรหลานสืบต่อไป สมนันตรปัจจัยก็เปรียบได้กับการสืบต่อวัฒนธรรมจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนรุ่นหนึ่งนั่นแหล่ะ
สมนันตรปัจจัยคือกระบวนการส่งต่อข้อมูล ไปจนถึงการสื่อสารระหว่างกันของธรรมชาติ รวมถึงการรักษาข้อมูลให้คงอยู่ด้วยการสืบต่อ(สันตติ)
สมนันตรปัจจัยเป็นปัจจัยที่ทำให้การส่งต่อข้อมูลเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อรักษา “สมตา” (Homeostasis) หรือสมดุลของระบบ เป็นกลไกเบื้องหลังวิวัฒนาการและการซ่อมแซมตัวเองของสิ่งมีชีวิต
สมนันตรปัจจัย ไม่ได้เป็นเพียงลำดับการดับไปและเกิดขึ้นของสภาวะธรรมเท่านั้น แต่คือ โปรโตคอลการสื่อสาร ที่ทำหน้าที่รับส่งและรักษาความบูรณภาพของข้อมูลในจักรวาล ทั้งในระดับนามธรรม (จิตเจตสิก) และรูปธรรม (DNA/พันธุกรรม)
เปรียบสมนันตรปัจจัยเหมือนสัญญาณดิจิทัลในสายไฟเบอร์ออปติก ข้อมูลจะถูกส่งเป็นบิตต่อบิต หากมีการเว้นวรรคแม้เพียงเสี้ยววินาที ข้อมูลทั้งหมดจะสูญหายและระบบจะล่มสลายทันที
ในทางจิตคือกระบวนการที่จิตดวงหนึ่งดับไป พร้อมส่งมอบ”ผลรวมข้อมูลทั้งหมด”ให้จิตดวงถัดไปรับช่วงต่อทันที
ในทางชีวภาพคือแรงขับที่ทำให้เซลล์ส่งสัญญาณเคมีต่อกันเพื่อรักษา สันตติหรือความต่อเนื่องของชีวิตในสภาวะที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ข้อมูลไม่ได้ถูกเก็บไว้ในที่ใดที่หนึ่งแบบถาวร แต่ถูกรักษาผ่าน”กระบวนการส่งต่อ”เปรียบเหมือน “ระลอกคลื่นในมหาสมุทร” ตัวน้ำ (สสาร) เปลี่ยนไปตลอดเวลา แต่รูปร่างและพลังงานของคลื่น (ข้อมูล) ถูกส่งต่อจากโมเลกุลน้ำหนึ่งไปสู่อีกโมเลกุลหนึ่งอย่างแม่นยำ นี่คือเหตุผลที่พันธุ์กรรม สามารถคงรหัสเดิมไว้ได้ผ่านการแบ่งเซลล์นับล้านครั้ง และกรรมสามารถรอเวลาส่งผลได้โดยไม่สูญหายไปในความว่างเปล่า
รหัสพันธุกรรมคือการเรียงตัวของเบส (A, T, C, G) หากลำดับสลับกันเพียงตัวเดียว ชีวิตจะเปลี่ยนทันที สมนันตรปัจจัย ทำหน้าที่กำกับให้การสืบต่อของรูปปรมาณู (รูปสันตติ) เป็นไปตามลำดับก่อนหลังอย่างแม่นยำ เหมือนสายพานการผลิตที่ต้องส่งชิ้นงาน A ไป B ต่อด้วย C เสมอ ในการแบ่งเซลล์ ข้อมูลจาก DNA เดิมต้องถูกคัดลอกไปยัง DNA ใหม่ สมนันตรปัจจัย คืออำนาจที่ทำให้ข้อมูล “ชุดเก่า” ที่กำลังดับไป ส่งต่ออิทธิพลให้ “ชุดใหม่” เกิดขึ้นแทนที่ทันทีโดยไม่ขาดตอน ทำให้เซลล์ที่เกิดใหม่ยังคงทำหน้าที่เดิมได้ ไม่กลายเป็นเซลล์แปลกปลอม
อนันตรปัจจัย คือการส่งต่อพลังงาน
สมนันตรปัจจัย คือการส่งต่อ “ระเบียบ” และ “แบบแผน”
หากขาดปัจจัยนี้ การสืบต่อจะสะเปะสะปะ (Chaos) และไม่สามารถสร้างอวัยวะหรือร่างกายที่มีโครงสร้างซับซ้อนได้
ในกระบวนการนามธรรม (จิตและเจตสิก) สมนันตรปัจจัย ทำหน้าที่เป็น “ผู้จัดระเบียบการสืบต่อ” ให้จิตแต่ละดวงเกิดขึ้นตามลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง (Citta Niyama) โดยมีหน้าที่หลัก 3 ประการดังนี้
1.การจัดลำดับวิถีจิต (Vithi-Citta): ทำหน้าที่กำกับให้จิตเกิดดับสืบต่อกันตาม “กฎเกณฑ์” เช่น ในการเห็นหนึ่งครั้ง จิตต้องเริ่มจาก สัมปฏิจฉันนะ (รับอารมณ์) แล้วส่งต่อให้ สันตีรณะ (พิจารณาอารมณ์) เสมอ สมนันตรปัจจัยจะไม่อนุญาตให้ขั้นตอนเหล่านี้สลับที่กัน
2.ความแนบสนิทไร้ช่องว่าง ทำหน้าที่เชื่อมต่อจิตดวงที่เพิ่งดับไปกับดวงที่กำลังจะเกิดใหม่ให้ “สนิทเป็นเนื้อเดียวกัน” จนทำให้เรารู้สึกว่าความคิดหรือความรู้สึกเป็นเส้นสายที่ต่อเนื่อง ไม่กระตุกหรือขาดตอน
3.การโอนถ่ายคุณสมบัติ (Transmission) แม้จิตดวงเก่าจะดับไปแล้ว แต่อำนาจสมนันตรปัจจัยจะส่งต่อ “ข้อมูล/ประสบการณ์/กิเลส” ไปยังจิตดวงใหม่ทันที ทำให้เรายังจำเรื่องราวได้หรือมีนิสัยเดิมต่อเนื่องไป
อนันตรปัจจัย เน้นแค่ว่า “อันก่อนดับ อันหลังถึงเกิดได้” (เน้นการเปิดทาง)
สมนันตรปัจจัย เน้นว่า “ต้องสืบต่อกันอย่าง ดี (Samma) และตามลำดับ”
สมนันตรปัจจัยคือตัวแปรที่ทำให้การทำงานของจิตและเจตสิกเป็นไปอย่างราบรื่น โดยอาศัยสื่อสารระหว่างกัน
สมนันตรปัจจัย ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เรียงลำดับเหตุการณ์ แต่คือกลไกการถ่ายโอนสถานะ ที่รักษาข้อมูลจากอดีตให้คงอยู่และพร้อมใช้งานในปัจจุบัน แม้ว่าองค์ประกอบพื้นฐาน (เซลล์หรือจิต) จะเกิดดับไปแล้วก็ตาม
ความจำ (สัญญาขันธ์) เกิดขึ้นได้เพราะสมนันตรปัจจัยทำหน้าที่ “จดจำและส่งต่อ” ข้อมูลจากขณะที่หนึ่งไปสู่ขณะที่สองอย่างรวดเร็ว หากปราศจากปัจจัยนี้ เราจะกลายเป็นผู้ป่วยสมองเสื่อมที่สูญเสียตัวตนในทุกๆ เสี้ยววินาที
สัญญาขันธ์ คือ “ข้อมูล” แต่สมนันตรปัจจัยคือ “กระบวนการบันทึกและส่งต่อ” หากมีเพียงความจำ (สัญญา) แต่ขาดการส่งต่อที่ไร้รอยต่อ (สมนันตระ) ข้อมูลนั้นจะกลายเป็น “ข้อมูลที่ถูกแช่แข็ง” ที่ไม่สามารถนำมาประมวลผลต่อได้ เมื่อจิตขณะที่ 1 ดับลง ข้อมูลจากสัญญาขันธ์ในขณะนั้นจะถูก “บีบอัด” และส่งผ่านสมนันตรปัจจัยไปยังจิตขณะที่ 2 ทันที นี่คือเหตุผลที่มนุษย์สามารถจำเรื่องราวเมื่อ 10 ปีที่แล้วได้ ทั้งที่เซลล์สมองและดวงจิตดวงเดิมได้สลายไปนานแล้ว
วิถีจิต เมื่ออารมณ์กระทบระบบประสาท สมนันตรปัจจัยจะทำหน้าที่เป็น “ทางด่วน” ที่เรียงร้อยสถานะการรับรู้ (เช่น เห็น -> พิจารณา -> ตัดสิน) ให้เชื่อมกันเป็นสายธาร ทำให้เราสามารถรับรู้โลกได้อย่างเป็นเหตุเป็นผลและมีระเบียบ
สมนันตรปัจจัยคือแรงต้านความโกลาหล ของจักรวาล ในทางฟิสิกส์ หากเหตุและผลไม่เชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ กฎของกาลเวลาจะสลายตัวในทางสารสนเทศ หากการส่งข้อมูลมีการ “กระตุก” ข้อมูลจะเกิดการเสียหายในทางสัจธรรม สมนันตรปัจจัยจึงเป็น”หลักประกัน”ว่าทุกการกระทำ (กรรม) และทุกหน่วยข้อมูล (พันธุกรรม) จะถูกส่งต่อไปยังอนาคตอย่างแม่นยำที่สุด ตราบเท่าที่กระแสแห่งเหตุปัจจัยยังดำเนินอยู่
การแบ่งตัวของเซลล์คือการทำงานของสมนันตรปัจจัยในระดับชีวภาพ รหัสพันธุกรรมถูกส่งต่อผ่านกระบวนการที่ห้ามมีช่องว่าง หากการสื่อสารระหว่างนิวเคลียสขาดช่วง รหัสชีวิตจะเสียหาย
กรรมคือ “ค่าของข้อมูล” ที่แฝงไปกับสมนันตรปัจจัย ข้อมูลนี้ไม่ได้ลอยอยู่ในสุญญากาศ แต่ไหลเวียนอยู่ในกระแสแห่งการเกิดดับที่ต่อเนื่องกันประดุจกระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจร
สมนันตรปัจจัย คือกฎธรรมชาติที่ว่าด้วย ลำดับแห่งภาวะที่ต่อเนื่องกันโดยไร้ช่องว่าง ปัจจัยนี้เปรียบเสมือน”ระเบียบวิธีปฏิบัติ” ที่ควบคุมการส่งต่อสถานะ จากเหตุไปสู่ผล เพื่อรักษาเสถียรภาพและลำดับขั้นตอนของทุกระบบในจักรวาล
เมื่อสถานะหนึ่ง (เหตุ) ยุติลง สถานะถัดไป (ผล) จะต้องอุบัติขึ้นแทนที่ในทันทีเพื่อให้ระบบคงอยู่ได้ ปรากฏการณ์นี้เห็นได้ชัดในระบบเซนเซอร์อัจฉริยะของร่างกาย เช่น เมื่อเกิดสิ่งผิดปกติในร่างกายเกิดขึ้น จะส่งข้อมูลเพื่อจัดการปัญหาความผิดปกติ ที่ข้อมูลความผิดปกติจะถูกส่งผ่านลำดับการประมวลผลอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ร่างกายกลับเข้าสู่ความปกติ หากปราศจากความต่อเนื่องระดับนี้ ระบบจะเข้าสู่ภาวะล่มสลาย
ในทางชีววิทยา (พีชนิยาม) สมนันตรปัจจัยคือกลไกเบื้องหลังกฎสมตา การที่สิ่งมีชีวิตสามารถรักษาสมดุล และวิวัฒนาการได้ เกิดจากการส่งต่อสัญญาณข้อมูลการตอบสนองต่อสิ่งเร้าอย่างแม่นยำทีละลำดับขั้น เช่น การทำงานของหน่วยซ่อมแซม (เช่น เม็ดเลือดขาว) กระบวนการที่เกิดขึ้นซ้ำๆ (อาเสวนปัจจัย) ภายใต้ลำดับที่แน่นอนนี้เอง ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ระดับเซลล์และการกลายพันธุ์เพื่อความอยู่รอด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิวัฒนาการ
สมนันตรปัจจัยคือกลไกที่ควบคุมการเติบโตและพันธุกรรม ทำให้กฎนั้นทำงานได้อย่างต่อเนื่องและแม่นยำ จนนำไปสู่การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
ข้อมูลการรอดชีวิตนี้จะถูกฝังลงในเมล็ดพันธุ์ เพื่อส่งต่อให้ลูกหลานผ่านสมนันตรปัจจัยข้ามเจเนอเรชัน
สมนันตรปัจจัย คือ “โปรโตคอลการเอาตัวรอด” มันคือการที่ธรรมชาติบอกว่า “อย่าหยุดส่งข้อมูล และจงส่งข้อมูลการปรับตัวที่ถูกต้องที่สุดไปให้เซลล์ถัดไป” การที่สิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการมานับล้านปีได้ เพราะสมนันตรปัจจัยไม่เคย “ทำไม้ผลัดตก” แม้แต่วินาทีเดียว ข้อมูลการปรับสมดุล (สมตา) จึงถูกสะสมและพัฒนาจนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนอย่างเราในทุกวันนี้
วิวัฒนาการคือบทพิสูจน์ความแม่นยำของสมนันตรปัจจัย ที่ส่งต่อความพยายามในการมีชีวิตจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่ขาดสาย สมนันตระ ไม่ใช่แค่เรื่องในใจเราตอนโกรธหรือดีใจ แต่มันคือแรงผลักดันระดับเซลล์ ที่สร้างโลกใบนี้ขึ้นมาเลยทีเดียวสมนันตรปัจจัยคือตัวกำหนดให้เกิดลำดับก่อน-หลังของเหตุการณ์ การที่สภาวะหนึ่งต้องดับไปก่อนสภาวะใหม่จะเกิด ทำให้เวลาไหลไปในทิศทางเดียวและป้องกันการเกิดสภาวะซ้อนทับที่โกลาหล สมนันตรปัจจัยจึงไม่ใช่เพียงหลักการทางจิตวิทยา แต่เป็นกฎพื้นฐานแห่งโครงสร้างสารสนเทศ ที่ค้ำจุนระบบทุกระดับ ตั้งแต่การเรียงตัวของอะตอม การทำงานของเซลล์สิ่งมีชีวิต ไปจนถึงการประมวลผลของจิตวิญญาณ เป็นปัจจัยที่ทำให้จักรวาลดำเนินไปได้อย่างมีระเบียบและทรงประสิทธิภาพสูงสุด
สมนันตระคือกฎที่เลือกผลลัพธ์ เมื่อสถานะเดิมดับไป สมนันตระคือตัวระบุว่าสถานะถัดไป ที่จะเกิดขึ้นจริง คืออะไร มันคือการเปลี่ยนจากสิ่งที่เป็นไปได้ให้กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นระเบียบ
สมนันตระไม่ได้ทำงานตัวเดียว ลำดับที่ต่อเนื่อง (สมนันตระ) จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีโครงสร้างที่พึ่งพากัน (อัญญมัญญะ) รองรับอยู่
การที่อะตอมเรียงตัวเป็นผลึก หรือการที่ดวงดาวโคจรตามแรงโน้มถ่วง ทั้งหมดคือการส่งต่อสถานะของสมนันตระ
การสืบต่อนี้คือการถ่ายโอนสถานะ โดยไม่มีการสูญเสียข้อมูล ข้อมูลจากสภาวะที่ดับไปจะถูกเขียน เข้าสู่สภาวะใหม่ทันที ทำให้จักรวาลดูเป็นเนื้อเดียวกัน
กรรมที่ทำในอดีตสามารถส่งผลในอนาคต และทำให้รหัสพันธุกรรมสามารถสร้างร่างใหม่ให้เหมือนร่างเดิมได้สืบไป
ความแตกต่างระหว่างอนันตรปัจจัยกับสมนันตรปัจจัย
อนันตรปัจจัย เน้นที่ “ความไม่มีช่องว่าง”มันคือตัวที่บอกว่า เมื่อสถานะ A ดับลง สถานะ B ต้องเกิดทันที ห้ามเว้นวรรคเหมือน “ความเร็วของกระแสไฟ” ที่ต้องไหลต่อเนื่องเพื่อให้เครื่องจักรทำงานได้ ถ้าไฟดับ (มีช่องว่าง) ระบบก็ล่ม เพื่อป้องกันไม่ให้จักรวาลเกิด “อาการค้าง” (Freeze) หรือ “หายไป” ในระหว่างการเปลี่ยนสถานะ
สมนันตรปัจจัยเน้นที่ “ความเหมาะสม/ระเบียบ”มันคือตัวที่บอกว่า สถานะ B ที่เกิดมานั้น “ต้องรับช่วงต่อข้อมูลจาก A ได้อย่างสมบูรณ์”เปรียบเทียบเหมือนรอยต่อของรหัสพันธุกรรม ตอนที่ DNA จะซ่อมตัวเอง มันไม่ใช่แค่ต้องเกิด “เซลล์ใหม่” ทันที (อนันตระ) แต่เซลล์ใหม่นั้นต้อง “รับรหัสข้อมูล” มาวางต่อกันได้อย่างแนบสนิท (สมนันตระ) เพื่อให้เนื้อเยื่อประสานกันได้ ป้องกันไม่ให้ข้อมูล “ผิดเพี้ยน” หรือ “กระโดดข้ามลำดับ” ในระหว่างการส่งต่อ
อนันตรปัจจัยทำหน้าที่ “เปิดประตู” ทันทีที่ของเก่าพัง เพื่อให้ของใหม่เข้ามาแทนที่
สมนันตรปัจจัย ทำหน้าที่ “ตรวจสอบรหัส” เพื่อให้ของใหม่ที่เข้ามานั้น “สวมรอย” ต่อจากของเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ
ในขณะที่ อนันตรปัจจัย ทำหน้าที่รักษา ความต่อเนื่อง ของสถานะเพื่อไม่ให้ระบบหยุดชะงัก สมนันตรปัจจัย จะทำหน้าที่รักษา ระเบียบแห่งการสืบต่อ เพื่อให้ข้อมูล จากสภาวะเดิมถูกถ่ายโอนไปยังสภาวะใหม่ได้อย่างบูรณาการ เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เกิดกระบวนการรักษาข้อมูลพันธุกรรม และการสืบต่อของสัญญาขันธ์ ที่เป็นระเบียบ สมนันตรปัจจัยคือตัวที่ทำให้เรา “ฟื้น” ขึ้นมาเป็นคนเดิม พร้อมความจำเดิม ไม่ใช่ฟื้นขึ้นมาแล้วกลายเป็นคนอื่น
มหาปัฏฐาน 24 ปัจจัย (ภาค 3)
5. สมนันตรปัจจัย
ปัจจัยอันต่อเนื่องอย่างสมดุล
กฎแห่งการส่งต่อข้อมูล
ถ้าเปรียบให้อนันตรปัจจัยเป็นเหมือนการสืบต่อของคนที่ให้กำเนิดบุตรหลานสืบต่อไป สมนันตรปัจจัยก็เปรียบได้กับการสืบต่อวัฒนธรรมจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนรุ่นหนึ่งนั่นแหล่ะ
สมนันตรปัจจัยคือกระบวนการส่งต่อข้อมูล ไปจนถึงการสื่อสารระหว่างกันของธรรมชาติ รวมถึงการรักษาข้อมูลให้คงอยู่ด้วยการสืบต่อ(สันตติ)
สมนันตรปัจจัยเป็นปัจจัยที่ทำให้การส่งต่อข้อมูลเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อรักษา “สมตา” (Homeostasis) หรือสมดุลของระบบ เป็นกลไกเบื้องหลังวิวัฒนาการและการซ่อมแซมตัวเองของสิ่งมีชีวิต
สมนันตรปัจจัย ไม่ได้เป็นเพียงลำดับการดับไปและเกิดขึ้นของสภาวะธรรมเท่านั้น แต่คือ โปรโตคอลการสื่อสาร ที่ทำหน้าที่รับส่งและรักษาความบูรณภาพของข้อมูลในจักรวาล ทั้งในระดับนามธรรม (จิตเจตสิก) และรูปธรรม (DNA/พันธุกรรม)
เปรียบสมนันตรปัจจัยเหมือนสัญญาณดิจิทัลในสายไฟเบอร์ออปติก ข้อมูลจะถูกส่งเป็นบิตต่อบิต หากมีการเว้นวรรคแม้เพียงเสี้ยววินาที ข้อมูลทั้งหมดจะสูญหายและระบบจะล่มสลายทันที
ในทางจิตคือกระบวนการที่จิตดวงหนึ่งดับไป พร้อมส่งมอบ”ผลรวมข้อมูลทั้งหมด”ให้จิตดวงถัดไปรับช่วงต่อทันที
ในทางชีวภาพคือแรงขับที่ทำให้เซลล์ส่งสัญญาณเคมีต่อกันเพื่อรักษา สันตติหรือความต่อเนื่องของชีวิตในสภาวะที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ข้อมูลไม่ได้ถูกเก็บไว้ในที่ใดที่หนึ่งแบบถาวร แต่ถูกรักษาผ่าน”กระบวนการส่งต่อ”เปรียบเหมือน “ระลอกคลื่นในมหาสมุทร” ตัวน้ำ (สสาร) เปลี่ยนไปตลอดเวลา แต่รูปร่างและพลังงานของคลื่น (ข้อมูล) ถูกส่งต่อจากโมเลกุลน้ำหนึ่งไปสู่อีกโมเลกุลหนึ่งอย่างแม่นยำ นี่คือเหตุผลที่พันธุ์กรรม สามารถคงรหัสเดิมไว้ได้ผ่านการแบ่งเซลล์นับล้านครั้ง และกรรมสามารถรอเวลาส่งผลได้โดยไม่สูญหายไปในความว่างเปล่า
รหัสพันธุกรรมคือการเรียงตัวของเบส (A, T, C, G) หากลำดับสลับกันเพียงตัวเดียว ชีวิตจะเปลี่ยนทันที สมนันตรปัจจัย ทำหน้าที่กำกับให้การสืบต่อของรูปปรมาณู (รูปสันตติ) เป็นไปตามลำดับก่อนหลังอย่างแม่นยำ เหมือนสายพานการผลิตที่ต้องส่งชิ้นงาน A ไป B ต่อด้วย C เสมอ ในการแบ่งเซลล์ ข้อมูลจาก DNA เดิมต้องถูกคัดลอกไปยัง DNA ใหม่ สมนันตรปัจจัย คืออำนาจที่ทำให้ข้อมูล “ชุดเก่า” ที่กำลังดับไป ส่งต่ออิทธิพลให้ “ชุดใหม่” เกิดขึ้นแทนที่ทันทีโดยไม่ขาดตอน ทำให้เซลล์ที่เกิดใหม่ยังคงทำหน้าที่เดิมได้ ไม่กลายเป็นเซลล์แปลกปลอม
อนันตรปัจจัย คือการส่งต่อพลังงาน
สมนันตรปัจจัย คือการส่งต่อ “ระเบียบ” และ “แบบแผน”
หากขาดปัจจัยนี้ การสืบต่อจะสะเปะสะปะ (Chaos) และไม่สามารถสร้างอวัยวะหรือร่างกายที่มีโครงสร้างซับซ้อนได้
ในกระบวนการนามธรรม (จิตและเจตสิก) สมนันตรปัจจัย ทำหน้าที่เป็น “ผู้จัดระเบียบการสืบต่อ” ให้จิตแต่ละดวงเกิดขึ้นตามลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง (Citta Niyama) โดยมีหน้าที่หลัก 3 ประการดังนี้
1.การจัดลำดับวิถีจิต (Vithi-Citta): ทำหน้าที่กำกับให้จิตเกิดดับสืบต่อกันตาม “กฎเกณฑ์” เช่น ในการเห็นหนึ่งครั้ง จิตต้องเริ่มจาก สัมปฏิจฉันนะ (รับอารมณ์) แล้วส่งต่อให้ สันตีรณะ (พิจารณาอารมณ์) เสมอ สมนันตรปัจจัยจะไม่อนุญาตให้ขั้นตอนเหล่านี้สลับที่กัน
2.ความแนบสนิทไร้ช่องว่าง ทำหน้าที่เชื่อมต่อจิตดวงที่เพิ่งดับไปกับดวงที่กำลังจะเกิดใหม่ให้ “สนิทเป็นเนื้อเดียวกัน” จนทำให้เรารู้สึกว่าความคิดหรือความรู้สึกเป็นเส้นสายที่ต่อเนื่อง ไม่กระตุกหรือขาดตอน
3.การโอนถ่ายคุณสมบัติ (Transmission) แม้จิตดวงเก่าจะดับไปแล้ว แต่อำนาจสมนันตรปัจจัยจะส่งต่อ “ข้อมูล/ประสบการณ์/กิเลส” ไปยังจิตดวงใหม่ทันที ทำให้เรายังจำเรื่องราวได้หรือมีนิสัยเดิมต่อเนื่องไป
อนันตรปัจจัย เน้นแค่ว่า “อันก่อนดับ อันหลังถึงเกิดได้” (เน้นการเปิดทาง)
สมนันตรปัจจัย เน้นว่า “ต้องสืบต่อกันอย่าง ดี (Samma) และตามลำดับ”
สมนันตรปัจจัยคือตัวแปรที่ทำให้การทำงานของจิตและเจตสิกเป็นไปอย่างราบรื่น โดยอาศัยสื่อสารระหว่างกัน
สมนันตรปัจจัย ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เรียงลำดับเหตุการณ์ แต่คือกลไกการถ่ายโอนสถานะ ที่รักษาข้อมูลจากอดีตให้คงอยู่และพร้อมใช้งานในปัจจุบัน แม้ว่าองค์ประกอบพื้นฐาน (เซลล์หรือจิต) จะเกิดดับไปแล้วก็ตาม
ความจำ (สัญญาขันธ์) เกิดขึ้นได้เพราะสมนันตรปัจจัยทำหน้าที่ “จดจำและส่งต่อ” ข้อมูลจากขณะที่หนึ่งไปสู่ขณะที่สองอย่างรวดเร็ว หากปราศจากปัจจัยนี้ เราจะกลายเป็นผู้ป่วยสมองเสื่อมที่สูญเสียตัวตนในทุกๆ เสี้ยววินาที
สัญญาขันธ์ คือ “ข้อมูล” แต่สมนันตรปัจจัยคือ “กระบวนการบันทึกและส่งต่อ” หากมีเพียงความจำ (สัญญา) แต่ขาดการส่งต่อที่ไร้รอยต่อ (สมนันตระ) ข้อมูลนั้นจะกลายเป็น “ข้อมูลที่ถูกแช่แข็ง” ที่ไม่สามารถนำมาประมวลผลต่อได้ เมื่อจิตขณะที่ 1 ดับลง ข้อมูลจากสัญญาขันธ์ในขณะนั้นจะถูก “บีบอัด” และส่งผ่านสมนันตรปัจจัยไปยังจิตขณะที่ 2 ทันที นี่คือเหตุผลที่มนุษย์สามารถจำเรื่องราวเมื่อ 10 ปีที่แล้วได้ ทั้งที่เซลล์สมองและดวงจิตดวงเดิมได้สลายไปนานแล้ว
วิถีจิต เมื่ออารมณ์กระทบระบบประสาท สมนันตรปัจจัยจะทำหน้าที่เป็น “ทางด่วน” ที่เรียงร้อยสถานะการรับรู้ (เช่น เห็น -> พิจารณา -> ตัดสิน) ให้เชื่อมกันเป็นสายธาร ทำให้เราสามารถรับรู้โลกได้อย่างเป็นเหตุเป็นผลและมีระเบียบ
สมนันตรปัจจัยคือแรงต้านความโกลาหล ของจักรวาล ในทางฟิสิกส์ หากเหตุและผลไม่เชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ กฎของกาลเวลาจะสลายตัวในทางสารสนเทศ หากการส่งข้อมูลมีการ “กระตุก” ข้อมูลจะเกิดการเสียหายในทางสัจธรรม สมนันตรปัจจัยจึงเป็น”หลักประกัน”ว่าทุกการกระทำ (กรรม) และทุกหน่วยข้อมูล (พันธุกรรม) จะถูกส่งต่อไปยังอนาคตอย่างแม่นยำที่สุด ตราบเท่าที่กระแสแห่งเหตุปัจจัยยังดำเนินอยู่
การแบ่งตัวของเซลล์คือการทำงานของสมนันตรปัจจัยในระดับชีวภาพ รหัสพันธุกรรมถูกส่งต่อผ่านกระบวนการที่ห้ามมีช่องว่าง หากการสื่อสารระหว่างนิวเคลียสขาดช่วง รหัสชีวิตจะเสียหาย
กรรมคือ “ค่าของข้อมูล” ที่แฝงไปกับสมนันตรปัจจัย ข้อมูลนี้ไม่ได้ลอยอยู่ในสุญญากาศ แต่ไหลเวียนอยู่ในกระแสแห่งการเกิดดับที่ต่อเนื่องกันประดุจกระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจร
สมนันตรปัจจัย คือกฎธรรมชาติที่ว่าด้วย ลำดับแห่งภาวะที่ต่อเนื่องกันโดยไร้ช่องว่าง ปัจจัยนี้เปรียบเสมือน”ระเบียบวิธีปฏิบัติ” ที่ควบคุมการส่งต่อสถานะ จากเหตุไปสู่ผล เพื่อรักษาเสถียรภาพและลำดับขั้นตอนของทุกระบบในจักรวาล
เมื่อสถานะหนึ่ง (เหตุ) ยุติลง สถานะถัดไป (ผล) จะต้องอุบัติขึ้นแทนที่ในทันทีเพื่อให้ระบบคงอยู่ได้ ปรากฏการณ์นี้เห็นได้ชัดในระบบเซนเซอร์อัจฉริยะของร่างกาย เช่น เมื่อเกิดสิ่งผิดปกติในร่างกายเกิดขึ้น จะส่งข้อมูลเพื่อจัดการปัญหาความผิดปกติ ที่ข้อมูลความผิดปกติจะถูกส่งผ่านลำดับการประมวลผลอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ร่างกายกลับเข้าสู่ความปกติ หากปราศจากความต่อเนื่องระดับนี้ ระบบจะเข้าสู่ภาวะล่มสลาย
ในทางชีววิทยา (พีชนิยาม) สมนันตรปัจจัยคือกลไกเบื้องหลังกฎสมตา การที่สิ่งมีชีวิตสามารถรักษาสมดุล และวิวัฒนาการได้ เกิดจากการส่งต่อสัญญาณข้อมูลการตอบสนองต่อสิ่งเร้าอย่างแม่นยำทีละลำดับขั้น เช่น การทำงานของหน่วยซ่อมแซม (เช่น เม็ดเลือดขาว) กระบวนการที่เกิดขึ้นซ้ำๆ (อาเสวนปัจจัย) ภายใต้ลำดับที่แน่นอนนี้เอง ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ระดับเซลล์และการกลายพันธุ์เพื่อความอยู่รอด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิวัฒนาการ
สมนันตรปัจจัยคือกลไกที่ควบคุมการเติบโตและพันธุกรรม ทำให้กฎนั้นทำงานได้อย่างต่อเนื่องและแม่นยำ จนนำไปสู่การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
ข้อมูลการรอดชีวิตนี้จะถูกฝังลงในเมล็ดพันธุ์ เพื่อส่งต่อให้ลูกหลานผ่านสมนันตรปัจจัยข้ามเจเนอเรชัน
สมนันตรปัจจัย คือ “โปรโตคอลการเอาตัวรอด” มันคือการที่ธรรมชาติบอกว่า “อย่าหยุดส่งข้อมูล และจงส่งข้อมูลการปรับตัวที่ถูกต้องที่สุดไปให้เซลล์ถัดไป” การที่สิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการมานับล้านปีได้ เพราะสมนันตรปัจจัยไม่เคย “ทำไม้ผลัดตก” แม้แต่วินาทีเดียว ข้อมูลการปรับสมดุล (สมตา) จึงถูกสะสมและพัฒนาจนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนอย่างเราในทุกวันนี้
วิวัฒนาการคือบทพิสูจน์ความแม่นยำของสมนันตรปัจจัย ที่ส่งต่อความพยายามในการมีชีวิตจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่ขาดสาย สมนันตระ ไม่ใช่แค่เรื่องในใจเราตอนโกรธหรือดีใจ แต่มันคือแรงผลักดันระดับเซลล์ ที่สร้างโลกใบนี้ขึ้นมาเลยทีเดียวสมนันตรปัจจัยคือตัวกำหนดให้เกิดลำดับก่อน-หลังของเหตุการณ์ การที่สภาวะหนึ่งต้องดับไปก่อนสภาวะใหม่จะเกิด ทำให้เวลาไหลไปในทิศทางเดียวและป้องกันการเกิดสภาวะซ้อนทับที่โกลาหล สมนันตรปัจจัยจึงไม่ใช่เพียงหลักการทางจิตวิทยา แต่เป็นกฎพื้นฐานแห่งโครงสร้างสารสนเทศ ที่ค้ำจุนระบบทุกระดับ ตั้งแต่การเรียงตัวของอะตอม การทำงานของเซลล์สิ่งมีชีวิต ไปจนถึงการประมวลผลของจิตวิญญาณ เป็นปัจจัยที่ทำให้จักรวาลดำเนินไปได้อย่างมีระเบียบและทรงประสิทธิภาพสูงสุด
สมนันตระคือกฎที่เลือกผลลัพธ์ เมื่อสถานะเดิมดับไป สมนันตระคือตัวระบุว่าสถานะถัดไป ที่จะเกิดขึ้นจริง คืออะไร มันคือการเปลี่ยนจากสิ่งที่เป็นไปได้ให้กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นระเบียบ
สมนันตระไม่ได้ทำงานตัวเดียว ลำดับที่ต่อเนื่อง (สมนันตระ) จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีโครงสร้างที่พึ่งพากัน (อัญญมัญญะ) รองรับอยู่
การที่อะตอมเรียงตัวเป็นผลึก หรือการที่ดวงดาวโคจรตามแรงโน้มถ่วง ทั้งหมดคือการส่งต่อสถานะของสมนันตระ
การสืบต่อนี้คือการถ่ายโอนสถานะ โดยไม่มีการสูญเสียข้อมูล ข้อมูลจากสภาวะที่ดับไปจะถูกเขียน เข้าสู่สภาวะใหม่ทันที ทำให้จักรวาลดูเป็นเนื้อเดียวกัน
กรรมที่ทำในอดีตสามารถส่งผลในอนาคต และทำให้รหัสพันธุกรรมสามารถสร้างร่างใหม่ให้เหมือนร่างเดิมได้สืบไป
ความแตกต่างระหว่างอนันตรปัจจัยกับสมนันตรปัจจัย
อนันตรปัจจัย เน้นที่ “ความไม่มีช่องว่าง”มันคือตัวที่บอกว่า เมื่อสถานะ A ดับลง สถานะ B ต้องเกิดทันที ห้ามเว้นวรรคเหมือน “ความเร็วของกระแสไฟ” ที่ต้องไหลต่อเนื่องเพื่อให้เครื่องจักรทำงานได้ ถ้าไฟดับ (มีช่องว่าง) ระบบก็ล่ม เพื่อป้องกันไม่ให้จักรวาลเกิด “อาการค้าง” (Freeze) หรือ “หายไป” ในระหว่างการเปลี่ยนสถานะ
สมนันตรปัจจัยเน้นที่ “ความเหมาะสม/ระเบียบ”มันคือตัวที่บอกว่า สถานะ B ที่เกิดมานั้น “ต้องรับช่วงต่อข้อมูลจาก A ได้อย่างสมบูรณ์”เปรียบเทียบเหมือนรอยต่อของรหัสพันธุกรรม ตอนที่ DNA จะซ่อมตัวเอง มันไม่ใช่แค่ต้องเกิด “เซลล์ใหม่” ทันที (อนันตระ) แต่เซลล์ใหม่นั้นต้อง “รับรหัสข้อมูล” มาวางต่อกันได้อย่างแนบสนิท (สมนันตระ) เพื่อให้เนื้อเยื่อประสานกันได้ ป้องกันไม่ให้ข้อมูล “ผิดเพี้ยน” หรือ “กระโดดข้ามลำดับ” ในระหว่างการส่งต่อ
อนันตรปัจจัยทำหน้าที่ “เปิดประตู” ทันทีที่ของเก่าพัง เพื่อให้ของใหม่เข้ามาแทนที่
สมนันตรปัจจัย ทำหน้าที่ “ตรวจสอบรหัส” เพื่อให้ของใหม่ที่เข้ามานั้น “สวมรอย” ต่อจากของเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ
ในขณะที่ อนันตรปัจจัย ทำหน้าที่รักษา ความต่อเนื่อง ของสถานะเพื่อไม่ให้ระบบหยุดชะงัก สมนันตรปัจจัย จะทำหน้าที่รักษา ระเบียบแห่งการสืบต่อ เพื่อให้ข้อมูล จากสภาวะเดิมถูกถ่ายโอนไปยังสภาวะใหม่ได้อย่างบูรณาการ เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เกิดกระบวนการรักษาข้อมูลพันธุกรรม และการสืบต่อของสัญญาขันธ์ ที่เป็นระเบียบ สมนันตรปัจจัยคือตัวที่ทำให้เรา “ฟื้น” ขึ้นมาเป็นคนเดิม พร้อมความจำเดิม ไม่ใช่ฟื้นขึ้นมาแล้วกลายเป็นคนอื่น