ถ้าการปูนบำเหน็จรางวัลไม่แบ่งแยกอย่างชัดเจน
ทุกคนก็อาจเกิดความสงสัยในคุณค่าของสิ่งที่ตนเองทุมเทลงไป
จากนั้นความกระตือรือร้นก็จะลดน้อยลงหรือหมดไปโดยสิ้นเชิง
.
ความยุติธรรม เสาค้ำสำคัญต้นแรก
ในสมัยรณรัฐ ยุคที่ฉีเวยอ๋องครองอำนาจในแคว้นฉี พระองค์ทอดภาระงานด้านการปกครองให้เหล่าขุนนางผู้ใหญ่ ไม่เคยก้าวก่าย บรรดาเจ้าแคว้นอื่นเลยสำคัญว่าแคว้นฉีอ่อนแอ จึงพยายามรุกรานแคว้นฉีอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังยึดครองชายแดนเอาไว้
ทว่าฉีเวยอ๋องก็ไม่สนพระทัย
แต่หลังจากครองราชย์ได้เก้าปีเต็ม ฉีเวยอ๋องมีรับสั่งให้ขุนนางที่ดูแลชายแดนด้านตะวันออกมาเฝ้าแล้วตรัสว่า
“ตั้งแต่ท่านรับตำแหน่งมา ข้าก็ได้รับรายงานที่ให้ร้ายท่านแทบทุกวัน แต่หลังจากส่งคนไปตรวจสอบแล้วก็พบว่า ไร่นาในแถบนั้นนับวันขยายเพิ่มขึ้น ราษฎรก็มีความเป็นอยู่ที่ดี งานด้านศาลาว่าการก็จัดการได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้ชายแดนด้านตะวันออกของแคว้นเรา ไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น นั่นแสดงว่าท่านเป็นขุนนางที่ทุ่มเทสติปัญญา ในการบริหารอย่างเต็มที่ ไม่เคยติดสินบนขุนนางที่อยู่ข้างกายข้า”
จากนั้นฉีเวยอ๋องก็ปูนบำเหน็จที่นานับหมื่นไร่ให้เขาเป็นรางวัล
ถัดมาฉีเวยอ๋องก็เรียกขุนนางที่ดูแลชายแดนตะวันตกมาเข้าเฝ้า ตรัสว่า
“นับแต่วันที่ท่านเข้ารับตำแหน่งมา ทุกวันจะมีคนยกย่องสรรเสริญท่านให้ข้าได้ยินอยู่เสมอ แต่หลังจากที่ข้าได้ส่งคนไปตรวจสอบสภาพความเป็นจริง ก็พบว่า ไม่เพียงเรือกสวนไร่นาจะถูกทิ้งให้รกร้างว่างเปล่า มีหญ้าขึ้นเต็ม ราษฎรก็ยังอดอยากยากจนแทบจะอยู่กันไม่ได้
นอกจากนี้ตอนที่เมืองจ้วนถูกแคว้นจ้าวโจมตี ท่านซึ่งอยู่ใกล้เคียงกลับไม่ได้ส่งทหารไปช่วยเหลือ กระทั่งตอนที่เว่ยกงรุกรานเมืองเซียวหลิง ท่านก็ไม่ทราบเรื่องแม้แต่น้อย แม้จะมีคนยกย่องชื่นชมท่านให้ข้าฟังอยู่เสมอ แต่นั่นเท่ากับแสดงให้เห็นว่า ท่านติดสินบนคนที่อยู่ใกล้ชิดข้า”
หลังจากตำหนิอย่างรุนแรงแล้ว ก็มีรับสั่งให้นำตัวขุนนางผู้นั้นและคนที่รับสินบนไปประหารทั้งหมด
นอกจากใช้มาตรการปูนบำเหน็จและลงโทษอย่างเด็ดขาดแล้ว ฉีเวยอ๋องก็ส่งกำลังทหารไปตอบโต้แคว้นต่างๆ ที่รุกรานแคว้นฉีมาตลอดหลายปี ด้านตะวันตกโจมตีแคว้นจ้าว เว่ย โอบล้อมเว่ยหุ้ยอ๋องจนหมดทางสู้ จนต้องเดินทางกลับแคว้นตามสัญญาสงบศึก แคว้นจ้าวก็ยอมคืนดินแดนทางเหนือที่ยึดเอาไป
นับแต่นั้นเหล่าข้าราชบริพารในแคว้นฉี ก็ยิ่งเลื่อมใสศรัทธาในตัวฉีเวยอ๋อง ทุกคนจงรักภักดีและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แคว้นฉีนับวันจะยิ่งใหญ่เกรียงไกร บรรดาแคว้นอื่นก็ไม่กล้ามารุกรานอีกเลยตลอดยี่สิบปี
.
ผู้นำควรปกครองด้วยความยุติธรรม ปราศจากอคติหรือความลำเอียง การให้รางวัลหรือลงโทษอย่างชัดเจนเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้บ้านเมืองเจริญขึ้น ความจริงแล้วจิตใจของมนุษย์ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน
ฉันตั้งอกตั้งใจทำงาน ท่านต้องให้รางวัลที่ฉันควรได้
การให้รางวัลอย่างถูกต้องเหมาะสม สมควรกับความชอบที่กระทำ จะช่วยเป็นพลังปลุกเร้าให้คนแข่งกันสร้างผลงาน ช่วยกันสร้างสรรค์องค์กรให้ก้าวหน้า
ขณะเดียวกันการลงโทษก็คือสิ่งที่จำเป็นต้องมี อย่างเช่นมีพนักงานคนหนึ่งทำผิด แต่ไม่ถูกลงโทษ แถมยังได้รับรางวัลเสียอีก ทุกคนในหน่วยงานก็จะบังเกิดความคิดว่า ทำดีหรือไม่ก็ไม่เห็นจะต่างกัน เมื่อนั้นความกระตือรือร้นต่องานก็จะลดน้อยถอยลง หรือหมดไปอย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นจึงควรลงโทษผู้กระทำความผิด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้คนทั้งหลาย
ฉีเวยอ๋องดูจากภายนอกแม้ไม่ใส่ใจอะไร แต่แท้จริงกลับทำการตรวจสอบอยู่เบื้องหลัง ไม่ปล่อยให้คำพูดหรือรูปลักษณ์ภายนอกมาลวงตา กล่าวได้ว่าฉีเวยอ๋องเป็นผู้สร้างแบบอย่างอันดีงามขึ้นมา ให้ผู้ที่ได้รับรางวัลเกิดความภาคภูมิ ให้ผู้ที่ถูกลงโทษยากจะหลบเลี่ยงหลีกหนี
หากกระทำอย่างถูกต้องเหมาะสม การให้รางวัลหรือลงโทษก็ช่วยส่งเสริมคนทำดีและปราบปรามความชั่วร้ายทั้งปวงได้
.
หากเป็นผมก็จะทำในทำนองเดียวกัน จะตัดสินความอย่างยุติธรรมไม่เห็นแก่หน้าใคร เป้าหมายที่คิดกำจัดคือ ข้าราชการที่ชอบเบียดบังทุจริต กินสินบาทคาบสินบน หรือแอบกินตั้งแต่บนยันล่าง ยิ่งเป็นพวกชอบรับส่วยเป็นอาจิณ ยิ่งปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะการทุจริตเปรียบเสมือนมะเร็งร้ายที่คอยสร้างความวิบัติให้ประเทศเรื่อยไป
แต่ถ้ามะเร็งถูกขจัดออก ไม่เหลือเชื้อชั่วไว้ทำพันธ์ุ ความวิบัติทั้งปวงก็จะไม่เกิดขึ้นหรือคงอยู่ อุปมาเช่นเราส่องแสงในที่มืด ถ้ามีแต่แสงความมืดก็จะมลายหายไปจนหมดสิ้น ไม่มีเหลือแม้แต่จุดเดียว ถ้าวันไหนผมขึ้นเป็นใหญ่ พวกประดานี้อย่าหวังรอดแม้แต่คนเดียว
ขณะเดียวกันก็อย่าปล่อยให้คนดีจมหาย
ยุคอื่นผมไม่ทราบ แต่ถ้าเป็นยุคของผม ข้าราชการคนไหนดำรงอยู่ในความสุจริต จะประสบกับความเจริญ ความมั่งคั่งร่ำรวย มีชีวิตความเป็นอยู่สบาย สมกับที่ตัวเองยอมทำงานเพื่อประเทศชาติ
แน่นอนว่าที่ผมทั้งหมดนั้นย่อมมีเป้าหมาย และเป้าหมายนั้นก็คือ บรรลุการปกครองโดยไม่ปกครอง หมายถึงประชาชนไม่รู้ตัวว่าถูกปกครองอยู่ เป็นวิถีการปกครองขั้นสูงสุด
ภายใต้การปกครองนี้ บ้านเมืองจะมีเสถียรภาพมั่นคง ประชาชนอยู่ดีกินดี มีเงินมีทองใช้ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ซึ่งการรักษาความยุติธรรมสามารถตอบโจทย์ได้
อนึ่งวิธีการเหล่านี้ ไม่จำกัดเฉพาะการปกครองบ้านเมืองเท่านั้น แต่เจ้าของบริษัท ห้าง ร้าน หรือแม้แต่กิจการขนาดเล็กสุด ก็เอาไปปรับใช้ได้เช่นกัน ทำแล้วมีแต่ความเจริญฝ่ายเดียว ตราบเท่าที่พวกท่านยังรักษาความเป็นธรรมอยู่
ปล.ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาต้องรอวันหน้า ปัจจุบัน ณ ขณะนี้ขอสร้างสมบารมีก่อน
ถ้าผมได้เป็นนายกฯ
ความยุติธรรม เสาค้ำสำคัญต้นแรก
ในสมัยรณรัฐ ยุคที่ฉีเวยอ๋องครองอำนาจในแคว้นฉี พระองค์ทอดภาระงานด้านการปกครองให้เหล่าขุนนางผู้ใหญ่ ไม่เคยก้าวก่าย บรรดาเจ้าแคว้นอื่นเลยสำคัญว่าแคว้นฉีอ่อนแอ จึงพยายามรุกรานแคว้นฉีอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังยึดครองชายแดนเอาไว้
ทว่าฉีเวยอ๋องก็ไม่สนพระทัย
แต่หลังจากครองราชย์ได้เก้าปีเต็ม ฉีเวยอ๋องมีรับสั่งให้ขุนนางที่ดูแลชายแดนด้านตะวันออกมาเฝ้าแล้วตรัสว่า
“ตั้งแต่ท่านรับตำแหน่งมา ข้าก็ได้รับรายงานที่ให้ร้ายท่านแทบทุกวัน แต่หลังจากส่งคนไปตรวจสอบแล้วก็พบว่า ไร่นาในแถบนั้นนับวันขยายเพิ่มขึ้น ราษฎรก็มีความเป็นอยู่ที่ดี งานด้านศาลาว่าการก็จัดการได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้ชายแดนด้านตะวันออกของแคว้นเรา ไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น นั่นแสดงว่าท่านเป็นขุนนางที่ทุ่มเทสติปัญญา ในการบริหารอย่างเต็มที่ ไม่เคยติดสินบนขุนนางที่อยู่ข้างกายข้า”
จากนั้นฉีเวยอ๋องก็ปูนบำเหน็จที่นานับหมื่นไร่ให้เขาเป็นรางวัล
ถัดมาฉีเวยอ๋องก็เรียกขุนนางที่ดูแลชายแดนตะวันตกมาเข้าเฝ้า ตรัสว่า
“นับแต่วันที่ท่านเข้ารับตำแหน่งมา ทุกวันจะมีคนยกย่องสรรเสริญท่านให้ข้าได้ยินอยู่เสมอ แต่หลังจากที่ข้าได้ส่งคนไปตรวจสอบสภาพความเป็นจริง ก็พบว่า ไม่เพียงเรือกสวนไร่นาจะถูกทิ้งให้รกร้างว่างเปล่า มีหญ้าขึ้นเต็ม ราษฎรก็ยังอดอยากยากจนแทบจะอยู่กันไม่ได้
นอกจากนี้ตอนที่เมืองจ้วนถูกแคว้นจ้าวโจมตี ท่านซึ่งอยู่ใกล้เคียงกลับไม่ได้ส่งทหารไปช่วยเหลือ กระทั่งตอนที่เว่ยกงรุกรานเมืองเซียวหลิง ท่านก็ไม่ทราบเรื่องแม้แต่น้อย แม้จะมีคนยกย่องชื่นชมท่านให้ข้าฟังอยู่เสมอ แต่นั่นเท่ากับแสดงให้เห็นว่า ท่านติดสินบนคนที่อยู่ใกล้ชิดข้า”
หลังจากตำหนิอย่างรุนแรงแล้ว ก็มีรับสั่งให้นำตัวขุนนางผู้นั้นและคนที่รับสินบนไปประหารทั้งหมด
นอกจากใช้มาตรการปูนบำเหน็จและลงโทษอย่างเด็ดขาดแล้ว ฉีเวยอ๋องก็ส่งกำลังทหารไปตอบโต้แคว้นต่างๆ ที่รุกรานแคว้นฉีมาตลอดหลายปี ด้านตะวันตกโจมตีแคว้นจ้าว เว่ย โอบล้อมเว่ยหุ้ยอ๋องจนหมดทางสู้ จนต้องเดินทางกลับแคว้นตามสัญญาสงบศึก แคว้นจ้าวก็ยอมคืนดินแดนทางเหนือที่ยึดเอาไป
นับแต่นั้นเหล่าข้าราชบริพารในแคว้นฉี ก็ยิ่งเลื่อมใสศรัทธาในตัวฉีเวยอ๋อง ทุกคนจงรักภักดีและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แคว้นฉีนับวันจะยิ่งใหญ่เกรียงไกร บรรดาแคว้นอื่นก็ไม่กล้ามารุกรานอีกเลยตลอดยี่สิบปี
ผู้นำควรปกครองด้วยความยุติธรรม ปราศจากอคติหรือความลำเอียง การให้รางวัลหรือลงโทษอย่างชัดเจนเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้บ้านเมืองเจริญขึ้น ความจริงแล้วจิตใจของมนุษย์ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน
ฉันตั้งอกตั้งใจทำงาน ท่านต้องให้รางวัลที่ฉันควรได้
การให้รางวัลอย่างถูกต้องเหมาะสม สมควรกับความชอบที่กระทำ จะช่วยเป็นพลังปลุกเร้าให้คนแข่งกันสร้างผลงาน ช่วยกันสร้างสรรค์องค์กรให้ก้าวหน้า
ขณะเดียวกันการลงโทษก็คือสิ่งที่จำเป็นต้องมี อย่างเช่นมีพนักงานคนหนึ่งทำผิด แต่ไม่ถูกลงโทษ แถมยังได้รับรางวัลเสียอีก ทุกคนในหน่วยงานก็จะบังเกิดความคิดว่า ทำดีหรือไม่ก็ไม่เห็นจะต่างกัน เมื่อนั้นความกระตือรือร้นต่องานก็จะลดน้อยถอยลง หรือหมดไปอย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นจึงควรลงโทษผู้กระทำความผิด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้คนทั้งหลาย
ฉีเวยอ๋องดูจากภายนอกแม้ไม่ใส่ใจอะไร แต่แท้จริงกลับทำการตรวจสอบอยู่เบื้องหลัง ไม่ปล่อยให้คำพูดหรือรูปลักษณ์ภายนอกมาลวงตา กล่าวได้ว่าฉีเวยอ๋องเป็นผู้สร้างแบบอย่างอันดีงามขึ้นมา ให้ผู้ที่ได้รับรางวัลเกิดความภาคภูมิ ให้ผู้ที่ถูกลงโทษยากจะหลบเลี่ยงหลีกหนี
หากกระทำอย่างถูกต้องเหมาะสม การให้รางวัลหรือลงโทษก็ช่วยส่งเสริมคนทำดีและปราบปรามความชั่วร้ายทั้งปวงได้
หากเป็นผมก็จะทำในทำนองเดียวกัน จะตัดสินความอย่างยุติธรรมไม่เห็นแก่หน้าใคร เป้าหมายที่คิดกำจัดคือ ข้าราชการที่ชอบเบียดบังทุจริต กินสินบาทคาบสินบน หรือแอบกินตั้งแต่บนยันล่าง ยิ่งเป็นพวกชอบรับส่วยเป็นอาจิณ ยิ่งปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะการทุจริตเปรียบเสมือนมะเร็งร้ายที่คอยสร้างความวิบัติให้ประเทศเรื่อยไป
แต่ถ้ามะเร็งถูกขจัดออก ไม่เหลือเชื้อชั่วไว้ทำพันธ์ุ ความวิบัติทั้งปวงก็จะไม่เกิดขึ้นหรือคงอยู่ อุปมาเช่นเราส่องแสงในที่มืด ถ้ามีแต่แสงความมืดก็จะมลายหายไปจนหมดสิ้น ไม่มีเหลือแม้แต่จุดเดียว ถ้าวันไหนผมขึ้นเป็นใหญ่ พวกประดานี้อย่าหวังรอดแม้แต่คนเดียว
ขณะเดียวกันก็อย่าปล่อยให้คนดีจมหาย
ยุคอื่นผมไม่ทราบ แต่ถ้าเป็นยุคของผม ข้าราชการคนไหนดำรงอยู่ในความสุจริต จะประสบกับความเจริญ ความมั่งคั่งร่ำรวย มีชีวิตความเป็นอยู่สบาย สมกับที่ตัวเองยอมทำงานเพื่อประเทศชาติ
แน่นอนว่าที่ผมทั้งหมดนั้นย่อมมีเป้าหมาย และเป้าหมายนั้นก็คือ บรรลุการปกครองโดยไม่ปกครอง หมายถึงประชาชนไม่รู้ตัวว่าถูกปกครองอยู่ เป็นวิถีการปกครองขั้นสูงสุด
ภายใต้การปกครองนี้ บ้านเมืองจะมีเสถียรภาพมั่นคง ประชาชนอยู่ดีกินดี มีเงินมีทองใช้ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ซึ่งการรักษาความยุติธรรมสามารถตอบโจทย์ได้
อนึ่งวิธีการเหล่านี้ ไม่จำกัดเฉพาะการปกครองบ้านเมืองเท่านั้น แต่เจ้าของบริษัท ห้าง ร้าน หรือแม้แต่กิจการขนาดเล็กสุด ก็เอาไปปรับใช้ได้เช่นกัน ทำแล้วมีแต่ความเจริญฝ่ายเดียว ตราบเท่าที่พวกท่านยังรักษาความเป็นธรรมอยู่
ปล.ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาต้องรอวันหน้า ปัจจุบัน ณ ขณะนี้ขอสร้างสมบารมีก่อน