[CR] ์No.184 Lurker (2025) : ไล่ตาม “ แสง” จนกว่าจะเอื้อมถึง “ดาว”


- ดูจบเห็นด้วยตาเนื้อเลยว่ามีความเป็น Saltburn (2023) ในคราบของเสียง “เพลง” ที่ยังคงจิกกัดความเหลื่อมล้ำต่อระบบชนชั้นผ่านความคลั่งไคล้ชาบูตัวบุคคลในยุคที่ Social มีอิทธิพลต่อการล่อซื้อที่ชี้นำกระแสได้หนักหน่วงและแยบยลอย่างมีชั้นเชิงใน Concept ที่ตนเองนำเสนอ ขนาดว่าตัวหนังไหลไปข้างหน้าแบบค่อยเป็นค่อยไปในโทนเดียวเหมือน Feel หนังยุโรปที่ใช้บรรยากาศเป็นสื่อนำทางแต่ถ้าสังเกตุแล้วใช้ “ใจ” ฟังด้วยจะสัมผัสว่าเหมือนกำลัง “ด่า” สังคมหิว “แสง” ด้วยถ้อยคำที่มีทำนองในหัวใจยังไงอยู่ไม่รู้ ? นี่เองที่ทำให้ผมรู้สึกเอ๊ะทันทีที่ตัว Matthew เห็น Oliver ศิลปินนักร้องที่เขาเป็นติ่ง FC เดินเข้ามาดูเสื้อในร้านที่เขาทำงานอยู่ในขณะนั้น

- พอทั้งคู่สบตากันแล้วปิ๊งขึ้นมาทำความรู้จักกันอย่างรวดเร็วปั๊ป หลังจากนั้นตัวหนังได้พาเข้าสู่โลกของเสียงดนตรีอย่างเป็นทางการโดยไม่ต้องไปชักแม่น้ำทั้ง 5 มาอารัมภบทให้ยืดความเพราะ Keywords สำคัญมันซ่อนอยู่ในคำพูดรวมถึงสิ่ง” ยั่วยุ” ที่อุดมด้วยบุหรี่ ,เหล้า , ยา , ปลาปิ้งเป็นของกำนัลที่ต้องมีเมื่อเข้าสังคมล่อตาใจให้เสพสมภายในระยะเวลาที่ประเคนมาด้วยความฉาบฉวยกว่า 1 ชั่วโมง 40 นาทีในระดับที่พอควรจะซึมซับ ถึงแม้วิธีการเล่าจะขาดความตื่นเต้นในแง่ของการดึงอารมณ์ร่วมแต่ภาพรวมยังสะดวกต่อการรับสารที่ส่งมาอยู่ด้วยเพราะตลอดทั้งเรื่องจะหมกอยู่แค่กลุ่ม Oliver ที่มีตัวละครหลักจริง ๆ ไม่กี่คนมันเลยพอเรียบเรียงได้อยู่หลังจากที่ Matthew ขยับ Status มาเป็นผู้ช่วยธุระจัดการงานในบ้านร่วมกับทีมงานคนอื่นซึ่งเป็นพรรคพวกของเขาในคฤหาสน์สุดหรูที่เป็นทั้ง Studio , เป็นที่ผลิตผลงาน , เป็นที่สุมปาร์ตี้ จนแทบจะสถิตย์เป็นบ้านอีกหลังที่ผมเกือบลืมงานที่ทำไปก่อนหน้านี้ว่าตกลงยังทำอยู่อีกมั้ย ?

- ความที่หนังไหลไปโทนเดียวอย่างต่อเนื่อง ขนาดว่าใส่เทคนิคด้วยภาพสุ่มถ่ายไปตาม Situations ผ่านกล้อง Handicam สำทับกับเสียงเพลงที่ดังคลอมาตามลมเป็นระยะเพื่อเจาะลึก Details ในส่วนของความสัมพันธ์ของตัวละครที่กำลังขยับไปตาม Status จนกิเลสเริ่มออกก็ดีหรือการนำเสนอโลกของวงการดนตรีที่ไม่ได้โสภาตามที่มโนไว้ก็ไม่ได้ช่วยทำให้อาการผมที่เริ่มเนือย ๆ จะวูบหลับกลับมากระชุ่มกระช่วยจนต้องแวะไปทำอย่างอื่นฆ่าเวลา ทั้งที่ขณะนั้นรู้สึกแล้วว่าตัวหนังค่อย ๆ เข้าสู่โหมด จิตวิทยา ที่สามารถซื้อใจให้ผมหันมาดูด้วยความอยากรู้ต่อจากนี้ พอทราบแล้วไหลเข้าสู่อีหรอบเดิมยิ่งทำให้ผมขาดการเชื่อมต่อกับ Timeline ที่กำลังเข้มข้นจนเห็นช่องว่างระหว่างทางในช่วงที่ตัว Matthew ถลำสู่ด้านมืดจากการมี “แสง” จนเริ่มมี FC ติดตามจนเป็นจุดที่ทำให้เขาตัดสินใจทำอะไรบางอย่างจนนึกถึงเรื่อง No Other Choice (2025) ลอยเข้ามาที่เห็นสีหน้าของเขาแสดงเวลาเห็นใครต่อใครแม้แต่เพื่อนรุ่นน้องที่ทำงานมา Joint อีกคนว่าพวกกำลังจะดึงดูดความสนใจไปจาก” กู” ใช่มั้ย ?

- จนกลับมาดูอีกทีเห็นตัว Matthew ถูก Oliver ผลักไสไปอย่างดื้อ ๆ ปั๊ปเหมือนตัว “สาร” มันพาเข้าสู่โหมดระทึกตาม Activity ของตัวMatthew ที่เริ่มกระทำการ .จิต” อะไรบางอย่างแต่หนังยังเก็บทรงเดินหน้านิ่งต่อไปด้วยความอินดี้ ทั้งที่เวลาที่มีเหลืออยู่ไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลาหวยออกดูไปอึดอัดใจชิหายว่ามาถึงขนาดนี้แล้วทำไมไม่ปล่อย Joint ไปตาม สาร ที่กำลังปะทุตามแรง “คลั่ง” อย่างสูขิตไปเลยวะแต่ก็ไลฟ์บอยจากเสียงปลายสายจนขอแวะไปทำอย่างอื่นไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ ? แล้วหันกลับมาอีกทีถึงตอนหวยออกพอดีทำเอาผมอึ้งด้วยความสงสัยว่ามันออกมาเลขนี้ได้ไงวะเนี่ย ? จนดูจบแล้วกรอย้อนดูจุดสำคัญอย่างรวบรัดก็ถึงบางอ้อทันทีว่ามันเสียดสีที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ถึงความทะเยอทะยานของคนที่อยากมี “ตัวตน” ในสังคมที่ฉาบฉวยด้วยสิ่งยั่วยุให้คนมาแย่งชิง”ดาว”จนเกิดการอิจฉาที่เห็นใครดีเสมอตัวกว่าไม่ได้เป็นอันต้องจัดการเหมือนบ้านเราโดยไม่สนว่าจะต้องแลกกับอะไร ? ในเมื่อโอกาสที่จะทำให้ ”ชีวิต” กูดีขึ้น มี “แสง” ส่องให้คนเห็น รออยู่ตรงหน้า เป็นใครจะไม่คว้าไว้ล่ะ ?
          
ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ : EMistique
ชื่อสินค้า:   Review By EMistique
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่