น้ำตาเทียมเป็นตัวช่วยในการแก้ปัญหาตาแห้งได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อหลายคนซื้อมาใช้กลับมีอาการแสบตา จนหลายคนสงสัยว่าทำไมจึงเป็นแบบนั้น? ในวันนี้เลยเอาวิธีเลือกน้ำตาเทียมให้ปลอดภัยจาก Mattaya Vision Center มาฝากกันค่ะ
ทำไมหยอดน้ำตาเทียมแล้วแสบตา
- กระจกตาถลอก เมื่อผิวกระจกตามีรอยถลอกหรือบาดแผลขนาดเล็ก ปลายประสาทจะไวต่อสารเคมีในน้ำยาหยอดตา
- ภาวะแพ้สารกันเสีย ดวงตาเกิดปฏิกิริยาต่อต้านสารเคมีที่เป็นส่วนผสมในน้ำตาเทียม โดยเฉพาะชนิดขวดรายเดือน
- ค่า pH ไม่สมดุล ความเป็นกรดด่างหรือความหนืดของน้ำตาเทียมไม่เหมาะสมกับสภาพน้ำตาธรรมชาติ
สัญญาณอันตรายว่าควรหยุดใช้น้ำตาเทียม
หากพบอาการกลุ่มนี้ ต้องหยุดใช้น้ำตาเทียมขวดนั้นทันทีและรีบเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจประเมินสภาพกระจกตา
- แสบตารุนแรงทุกครั้งหลังหยอด
- ตาแดงก่ำ หรือมีขี้ตาผิดปกติ
- การมองเห็นพร่ามัวลง
- สู้แสงไม่ได้ มีน้ำตาไหลตลอดเวลา
วิธีเลือกน้ำตาเทียมให้ปลอดภัยกับดวงตา
1. ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จำเป็นต้องใช้น้ำตาเทียมชนิดรายวัน (ไร้สารกันเสีย) เนื้อวัสดุของคอนแทคเลนส์มีคุณสมบัติดูดซับน้ำ หากใช้น้ำตาเทียมแบบมีสารกันเสีย เลนส์จะกักเก็บสารเคมีไว้ ส่งผลให้กระจกตาสัมผัสสารกันเสียเข้มข้นตลอดทั้งวันจนเกิดการอักเสบ
2. ผู้ที่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ การเพ่งมองหน้าจอทำให้อัตราการกะพริบตาลดลง น้ำตาระเหยออกจากผิวตาเร็วกว่าปกติ ควรใช้น้ำตาเทียมชนิดรายวันเพื่อหยอดเติมความชุ่มชื้นทุก 1-2 ชั่วโมง โดยเลือกสูตรที่มีความหนืดต่ำเพื่อไม่ให้รบกวนการมองเห็นหลังหยอด
3. ผู้ป่วยหลังผ่าตัดดวงตา เส้นประสาทตาและผิวกระจกตาหลังผ่าตัดยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ดวงตาจะอยู่ในภาวะแห้งและไวต่อการติดเชื้อ ต้องใช้น้ำตาเทียมที่ปราศจากสารกันเสียเท่านั้นเพื่อไม่ให้สารเคมีขัดขวางกระบวนการสมานแผล
ถ้าหากเลือกใช้น้ำตาเทียมอย่างเหมาะสม ก็จะดูแลสุขภาพดวงตาได้ดีในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการบรรเทาอาการชั่วคราว แต่ถ้หากดวงตาเริ่มมีสัญญาณผิดปกติ แนะนำให้เข้าไปหาหมอเพื่อรับการตรวจประเมินอย่างละเอียดจะดีกว่านะคะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
วิธีเลือกน้ำตาเทียมให้ปลอดภัยต่อดวงตา
วิธีเลือกน้ำตาเทียมให้ปลอดภัยต่อดวงตา
น้ำตาเทียมเป็นตัวช่วยในการแก้ปัญหาตาแห้งได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อหลายคนซื้อมาใช้กลับมีอาการแสบตา จนหลายคนสงสัยว่าทำไมจึงเป็นแบบนั้น? ในวันนี้เลยเอาวิธีเลือกน้ำตาเทียมให้ปลอดภัยจาก Mattaya Vision Center มาฝากกันค่ะ
ทำไมหยอดน้ำตาเทียมแล้วแสบตา
- กระจกตาถลอก เมื่อผิวกระจกตามีรอยถลอกหรือบาดแผลขนาดเล็ก ปลายประสาทจะไวต่อสารเคมีในน้ำยาหยอดตา
- ภาวะแพ้สารกันเสีย ดวงตาเกิดปฏิกิริยาต่อต้านสารเคมีที่เป็นส่วนผสมในน้ำตาเทียม โดยเฉพาะชนิดขวดรายเดือน
- ค่า pH ไม่สมดุล ความเป็นกรดด่างหรือความหนืดของน้ำตาเทียมไม่เหมาะสมกับสภาพน้ำตาธรรมชาติ
สัญญาณอันตรายว่าควรหยุดใช้น้ำตาเทียม
หากพบอาการกลุ่มนี้ ต้องหยุดใช้น้ำตาเทียมขวดนั้นทันทีและรีบเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจประเมินสภาพกระจกตา
- แสบตารุนแรงทุกครั้งหลังหยอด
- ตาแดงก่ำ หรือมีขี้ตาผิดปกติ
- การมองเห็นพร่ามัวลง
- สู้แสงไม่ได้ มีน้ำตาไหลตลอดเวลา
วิธีเลือกน้ำตาเทียมให้ปลอดภัยกับดวงตา
1. ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จำเป็นต้องใช้น้ำตาเทียมชนิดรายวัน (ไร้สารกันเสีย) เนื้อวัสดุของคอนแทคเลนส์มีคุณสมบัติดูดซับน้ำ หากใช้น้ำตาเทียมแบบมีสารกันเสีย เลนส์จะกักเก็บสารเคมีไว้ ส่งผลให้กระจกตาสัมผัสสารกันเสียเข้มข้นตลอดทั้งวันจนเกิดการอักเสบ
2. ผู้ที่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ การเพ่งมองหน้าจอทำให้อัตราการกะพริบตาลดลง น้ำตาระเหยออกจากผิวตาเร็วกว่าปกติ ควรใช้น้ำตาเทียมชนิดรายวันเพื่อหยอดเติมความชุ่มชื้นทุก 1-2 ชั่วโมง โดยเลือกสูตรที่มีความหนืดต่ำเพื่อไม่ให้รบกวนการมองเห็นหลังหยอด
3. ผู้ป่วยหลังผ่าตัดดวงตา เส้นประสาทตาและผิวกระจกตาหลังผ่าตัดยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ดวงตาจะอยู่ในภาวะแห้งและไวต่อการติดเชื้อ ต้องใช้น้ำตาเทียมที่ปราศจากสารกันเสียเท่านั้นเพื่อไม่ให้สารเคมีขัดขวางกระบวนการสมานแผล
ถ้าหากเลือกใช้น้ำตาเทียมอย่างเหมาะสม ก็จะดูแลสุขภาพดวงตาได้ดีในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการบรรเทาอาการชั่วคราว แต่ถ้หากดวงตาเริ่มมีสัญญาณผิดปกติ แนะนำให้เข้าไปหาหมอเพื่อรับการตรวจประเมินอย่างละเอียดจะดีกว่านะคะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิธีเลือกน้ำตาเทียมให้ปลอดภัยต่อดวงตา