5 อาการ “หลอดเลือดพังจากน้ำตาล” เสี่ยงหัวใจวาย

หลายคนเข้าใจว่าอันตรายจากน้ำตาลคือแค่เบาหวาน แต่ความจริงที่น่ากลัวกว่าคือ “น้ำตาลทำลายหลอดเลือด” แบบเงียบ ๆ โดยที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว หลอดเลือดแข็ง ตีบ อักเสบ และเสื่อมจากภายใน จนกลายเป็นหัวใจวาย อัมพฤกษ์ อัมพาต แบบไม่ทันตั้งตัว อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งมา แต่คนมักมองข้ามครับ

1.  เหนื่อยง่าย ใจสั่น แน่นอกเวลาออกแรงเล็กน้อย
ถ้าเดินนิดเดียว เหนื่อยง่าย ใจสั่น แน่นหน้าอก ทั้งที่ไม่ได้ออกแรงหนัก อาจไม่ใช่แค่ร่างกายอ่อนแอ แต่เป็นสัญญาณว่าหลอดเลือดหัวใจเริ่มตีบ เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้น้อยลงจากความเสียหายของหลอดเลือดที่เกิดจากน้ำตาลสะสมเรื้อรัง

2. ชาปลายมือปลายเท้า เท้าเย็น เลือดไหลเวียนไม่ดี
น้ำตาลสูงเรื้อรังจะทำลายผนังหลอดเลือดฝอยและเส้นประสาท ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงปลายมือปลายเท้าได้แย่ลง เกิดอาการชา เท้าเย็น ปลายมือปลายเท้าเย็นง่าย รู้สึกซู่ซ่า เหมือนเข็มทิ่ม เป็นสัญญาณว่าหลอดเลือดและเส้นประสาทเริ่มเสื่อมจากน้ำตาล ไม่ใช่แค่อาการชาธรรมดา
.
3. แผลหายช้า ติดเชื้อง่าย
เมื่อหลอดเลือดถูกทำลาย เลือดและออกซิเจนจะไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้น้อยลง ระบบซ่อมแซมร่างกายทำงานช้าลง ทำให้แผลหายช้า ฟื้นตัวช้า ติดเชื้อง่าย ภูมิคุ้มกันในเนื้อเยื่อแย่ลง บางคนมีแผลเล็ก ๆ แต่ลุกลามง่าย เป็นสัญญาณของหลอดเลือดเสื่อมจากน้ำตาลสะสมเรื้อรัง

4. ความดันสูง ไขมันพอกหลอดเลือด
น้ำตาลสูงจะกระตุ้นการอักเสบในผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว ตีบง่าย และเกิดการสะสมไขมันในผนังหลอดเลือดมากขึ้น ส่งผลให้ความดันสูงเรื้อรัง หลอดเลือดตีบเร็ว และเพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายแบบไม่รู้ตัว หลายคนคุมความดันไม่ได้ เพราะต้นเหตุจริงคือระบบน้ำตาลพัง
.
5. เวียนหัว หน้ามืด ใจหวิว เป็นลมง่าย
เมื่อหลอดเลือดเสื่อมและแข็ง การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองจะลดลง ทำให้เกิดอาการเวียนหัว หน้ามืด ใจหวิว เป็นลมง่าย โดยเฉพาะเวลาเปลี่ยนท่าทางเร็ว หรือลุกขึ้นยืนกะทันหัน เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบไหลเวียนเริ่มล้มเหลว และเสี่ยงภาวะหัวใจและสมองแบบเฉียบพลัน

วิธีลดน้ำตาล กู้หลอดเลือดพัง ลดเสี่ยงใจวาย แค่ทำตามนี้
• คุมอาหารน้ำตาลต่ำ ลดแป้งขัดสี น้ำหวาน และอาหารแปรรูป
• เพิ่มโปรตีน ใยอาหาร และไขมันดีเพื่อลดการอักเสบในหลอดเลือด
• ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อฟื้นการไหลเวียนเลือดและการทำงานของหลอดเลือด
• คุมความดัน คุมน้ำหนัก ลดอ้วนลงพุง
• นอนให้พอ ลดความเครียด
• และเลิกบุหรี่แอลกอฮอล์ เพราะสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยหลักที่ทำให้หลอดเลือดพัง

การดูแลระบบน้ำตาลตั้งแต่วันนี้ คือการกู้หลอดเลือดและป้องกันหัวใจวายในระยะยาว ไม่ใช่แค่คุมตัวเลขน้ำตาลในเลือดครับ
น้ำตาลไม่ได้ทำร้ายแค่ระดับน้ำตาลในเลือดเท่านั้นนะครับ แต่มันยังทำลาย “หลอดเลือดทั้งระบบ” แบบเงียบ ๆ จนกลายเป็นหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองโดยไม่รู้ตัว ถ้าร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเหล่านี้ อย่ามองข้าม เพราะการป้องกันเร็ว = ลดความเสี่ยงรุนแรงได้จริง การดูแลระบบน้ำตาลตั้งแต่วันนี้ คือการปกป้องหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว ไม่ใช่แค่หนีเบาหวานครับ ถ้าอยากได้ผู้ช่วยลดค่าน้ำตาลพุ่งสูงตั้งแต่มื้ออาหารจนถึงตอนนอน

Cr. FB หมอเจด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่