หลายคนไขมันในเลือดสูง แต่ไม่เคยมีอาการเจ็บหน้าอก ไม่เวียนหัว ไม่เป็นลม เลยคิดว่า “ยังไม่เป็นอะไร” ความจริงคือ ไขมันไม่ได้ทำร้ายแบบเฉียบพลัน แต่มันจะค่อย ๆ “เกาะผนังหลอดเลือด” ทำให้เลือดหนืด เลือดไหลช้า หลอดเลือดตีบแคบลงแบบเงียบ ๆ จนวันหนึ่งกลายเป็น หัวใจขาดเลือด สมองตีบ อัมพฤกษ์ อัมพาต โดยไม่มีสัญญาณเตือนแรง ๆ มาก่อน มาดู 5 สัญญาณที่ร่างกายเริ่มฟ้องว่า ไขมันกำลังเกาะเลือดแล้วครับ
1. มือเท้าเย็น ชาปลายมือปลายเท้าง่าย
เลือดหนืด เลือดไหลช้า ทำให้เลือดไปเลี้ยงปลายมือปลายเท้าไม่พอ มือเท้าเย็นง่าย ชาบ่อย เสียวจี๊ด ๆ เหมือนเข็มทิ่ม โดยเฉพาะตอนนั่งนาน นอนนาน เป็นสัญญาณระบบไหลเวียนเริ่มมีปัญหา ไม่ใช่แค่เรื่องอากาศเย็นอย่างเดียว
2. เหนื่อยง่าย ใจสั่น ทั้งที่ไม่ได้ออกแรงมาก
ไขมันเกาะผนังหลอดเลือดทำให้เลือดไหลไม่คล่อง หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด บางคนจะรู้สึกเหนื่อยง่าย ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม เวลาขึ้นบันได เดินนิดเดียวก็ล้า ทั้งที่เมื่อก่อนทำได้ปกติ และอาจมีอาการแน่นหน้าอกเบา ๆ เหมือนหายใจไม่สุด ซึ่งเป็นสัญญาณว่าระบบไหลเวียนเริ่มเสื่อมโดยไม่รู้ตัว
3. เวียนหัว มึนหัว สมองเบลอเป็นช่วง ๆ
เมื่อเลือดไปเลี้ยงสมองลดลงจากหลอดเลือดตีบแคบ จะเกิดอาการเวียนหัว หน้ามืด มึนงง สมองไม่ปลอดโปร่ง คิดช้า ความจำสะดุด บางคนรู้สึกเหมือนหัวลอย สมองตื้อ ทำงานไม่ไหล อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนก่อนสมองตีบแบบเงียบ ๆ ที่มักถูกมองว่าเป็นแค่อ่อนเพลียหรือนอนน้อย
4. ความดันแกว่ง คุมยากขึ้นเรื่อย ๆ
หลอดเลือดที่แข็งและตีบจากไขมันสะสม จะทำให้ความดันขึ้นง่าย คุมยาก แม้กินยาความดันสม่ำเสมอ บางคนจะเริ่มมีความดันสูงตอนเช้า วิงเวียน ปวดหัวตอนตื่นนอน หรือค่าความดันแกว่งทั้งวัน นี่คือสัญญาณว่าหลอดเลือดเริ่มเสียความยืดหยุ่น ระบบหลอดเลือดเริ่มเสื่อมจริง
5. ไขมันในเลือดสูงร่วมกับน้ำตาลแกว่ง
ถ้าไตรกลีเซอไรด์สูง LDL สูง น้ำตาลแกว่ง ดื้ออินซูลิน แปลว่าระบบเผาผลาญพังทั้งระบบ เลือดจะหนืดง่าย ไขมันเกาะหลอดเลือดง่าย เสี่ยงเลือดตีบ หัวใจขาดเลือด และสมองตีบแบบไม่รู้ตัวในระยะยาว ที่สำคัญคือมักเกิดพร้อมกันหลายระบบ ทั้งตับ ไต หลอดเลือด และหัวใจ
ล้างไขมันเกาะเลือด ลดเสี่ยงเลือดตีบ แค่ทำตามนี้
• ลดน้ำตาลและแป้งขัดขาว → เลือดจะไม่หนืด
• ลดไขมันแปรรูป–ของทอด → ลดการอักเสบผนังหลอดเลือด
• กินไขมันดี → ปลา โอเมก้า-3 ถั่ว อะโวคาโด น้ำมันมะกอก
• ดื่มน้ำสม่ำเสมอ → เลือดใส ไหลคล่อง
• ขยับร่างกายทุกวัน → กระตุ้นการไหลเวียน
• นอนให้พอ → ฮอร์โมนซ่อมหลอดเลือดทำงานจริง
• และคุมความเครียด → ลดการหดตัวของหลอดเลือด
ไขมันเกาะเลือดไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นเฉียบพลันครับ แต่คือ “กระบวนการทำลายหลอดเลือดแบบเงียบ” ยิ่งเราปล่อยไว้นาน → เลือดยิ่งหนืด หลอดเลือดยิ่งตีบ หัวใจยิ่งทำงานหนัก สมองยิ่งเสี่ยงขาดเลือด เริ่มดูแลวันนี้ได้เลย แค่กินสะอาด ลดหวาน ลดมันแปรรูป ขยับร่างกายสม่ำเสมอ นอนให้พอ จัดระบบน้ำตาลและไขมันให้สมดุล เลือดจะใส หลอดเลือดจะยืดหยุ่น ความเสี่ยงตีบจะลดลงจริงแบบยั่งยืนครับ
Cr. FB หมอเจด คุยเฟื่องเรื่องปากท้อง
5 สัญญาณ 'ไขมันเกาะเลือด' เสี่ยงเลือดตีบ