การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 กับจุดเปลี่ยนเชิงประวัติศาสตร์ของสิทธิการศึกษาคนไทย จากประถมศึกษา เป็น 15 ปี

กระทู้สนทนา
การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 กับจุดเปลี่ยนเชิงประวัติศาสตร์ของสิทธิการศึกษาคนไทย

บทนำ

บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ในบริบทของวิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศไทยช่วงทศวรรษ 2530 โดยมุ่งวิเคราะห์บทบาทเชิงโครงสร้างของการยกระดับสิทธิการศึกษาจาก “การจัดบริการตามดุลยพินิจของรัฐ” สู่ “สิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง” บทความนี้ยืนยันว่า การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 เป็นจุดเปลี่ยนเชิงประวัติศาสตร์ที่นำไปสู่การบัญญัติสิทธิการเรียน 15 ปี ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ

1. บริบททางการเมืองและข้อจำกัดของสิทธิการศึกษาก่อน พ.ศ. 2538
ภายหลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2534 ประเทศไทยอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2534 ซึ่งรับรองสิทธิการศึกษาของประชาชนเพียง 6 ปี สะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของรัฐไทยที่ยังมองการศึกษาเป็นภาระงบประมาณ มากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง ช่วงปี พ.ศ. 2535–2539 ประเทศไทยเผชิญความไม่มั่นคงทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง มีการเปลี่ยนรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีหลายครั้ง ส่งผลให้การปฏิรูปเชิงโครงสร้างด้านการศึกษาเป็นเรื่องที่ยากยิ่งภายใต้กลไกราชการแบบเดิม

2. การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538: การเปลี่ยนฐานคิดเชิงโครงสร้าง
การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ประสบความสำเร็จจากการเปลี่ยนฐานคิดเชิงโครงสร้าง โดยเปิดให้ประชาชน ชุมชน และผู้ปกครอง มีส่วนร่วมโดยตรงทั้งในรูปแรงงาน วัสดุ และทรัพยากรทางการเงิน ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่างบประมาณแผ่นดินอย่างมีนัยสำคัญ ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ประกอบด้วยการปรับปรุงโรงเรียน 29,845 โรง อาคารเรียน 38,112 หลัง อาคารอเนกประสงค์ 12,227 หลัง และห้องน้ำในโรงเรียน 11,257 แห่ง

3. การขยายโอกาสทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
ก่อน พ.ศ. 2538 เด็กและเยาวชนอายุ 3–17 ปี อยู่ในระบบการศึกษาเพียง 12.33 ล้านคน การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ทำให้เด็กจากครอบครัวยากจนเข้าสู่ระบบเพิ่มอีก 4.35 ล้านคน รวมเป็น 16.68 ล้านคน นับเป็นครั้งแรกที่การศึกษาขั้นพื้นฐานเข้าถึงประชาชนอย่างกว้างขวางในเชิงโครงสร้าง

4. จากการอภิวัฒน์สู่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540
การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ได้สร้างพลังทางสังคมที่นำไปสู่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ซึ่งรับรองสิทธิการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี และสิทธิการศึกษาเพิ่มเติมอีก 3 ปี รวมเป็นสิทธิการเรียน 15 ปี อย่างเสมอภาคทั่วประเทศ นับเป็นครั้งแรกที่รัฐไทยยอมรับการศึกษาในฐานะสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองอย่างเป็นระบบ มาตรา 43 และ 80

5. บทบาทเชิงโครงสร้างของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล
ความสำเร็จของการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 เกิดขึ้นภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งดำเนินนโยบายสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 อันเป็นแผนพัฒนาฉบับแรกที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ การดำเนินการดังกล่าวสะท้อน ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ซึ่งเป็น ปรัชญาสร้างคน สร้างชาติ ด้วยการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

6. หลักฐานเชิงประจักษ์จากนานาชาติ
ข้อมูลจาก Haas (1999) ซึ่งจัดทำร่วมกับ UNESCO–UNEVOC และ RMIT University ระบุว่าในปี พ.ศ. 2538 แรงงานไทยร้อยละ 79.1 มีการศึกษาระดับประถมศึกษาและต่ำกว่า ตัวเลขดังกล่าวยืนยันเชิงประจักษ์ถึงความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของการจัดบริการการศึกษาก่อนการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538

บทสรุป
ในเชิงวิชาการ การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 เป็นจุดตัดทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้ประเทศไทยเริ่มหลุดออกจากกับดักการจำกัดสิทธิการศึกษา และวางรากฐานให้การศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นเงื่อนไขจำเป็นของการพัฒนาทุนมนุษย์และการยกระดับประเทศในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง
Haas, A. R. (1999). Trends in Articulation Arrangements for Technical and Vocational Education in the South East Asian Region. UNESCO–UNEVOC & RMIT University.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่