ทำไมยิ่งเงินเดือนเยอะ ยิ่งเหลือเงินน้อย? มารู้จักกับดัก "Lifestyle Creep" ที่ทำให้คนเก่งหลายคนไม่มีเงินเก็บเสียที

ใครเคยสงสัยเหมือนผมไหมครับ? ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ เงินเดือน 15,000 เราก็อยู่ได้ มีเงินไปกินหมูกระทะบ้างประปราย แต่พอผ่านไปหลายปี เงินเดือนขยับขึ้นมาเป็น 40,000 หรือ 50,000 บาท... ทำไมเรากลับรู้สึกว่า "เงินไม่พอใช้" หรือเหลือเก็บเท่าเดิม (หรือน้อยกว่าเดิม) ทั้งที่รายได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว!
วันนี้ผมเลยอยากมาชวนคุยเรื่อง "Lifestyle Creep" หรืออาการ "รวยปุ๊บ ใช้ปั๊บ" ที่เป็นกับดักทางการเงินที่ร้ายกาจที่สุดของคนทำงานครับ

เมื่อความ "อยาก" ขยับตามความ "รวย"
พอกระเป๋าหนักขึ้น มาตรฐานชีวิตเราจะขยับตามแบบเนียนๆ ครับ
จากที่เคยดื่มกาแฟรถเข็น 25 บาท เริ่มขยับเป็นแบรนด์หรูแก้วละ 160 บาท
จากที่เคยใช้มือถือรุ่นกลางๆ เริ่มรู้สึกว่าต้องใช้รุ่น Flagship เท่านั้นถึงจะเหมาะกับตำแหน่งงาน
จากที่เคยนั่งรถเมล์/รถไฟฟ้า เริ่มรู้สึกว่าต้องนั่ง Grab หรือออกรถใหม่เพื่อให้ดูภูมิฐาน

"ภาษีสังคม" ที่มาพร้อมตำแหน่ง
พอยิ่งโตขึ้น เพื่อนฝูงหรืองานสังคมก็เริ่มแพงขึ้นตามครับ งานแต่งเพื่อนที่โรงแรมหรู ทริปต่างจังหวัดแบบพูลวิลล่า หรือการไปลองร้านอาหาร Fine Dining ตามกระแส สิ่งเหล่านี้คือรายจ่ายที่เรามองว่า "ต้องจ่ายเพื่อให้เท่าเทียมคนอื่น" จนลืมมองเงินออมของตัวเอง

กับดัก "ให้รางวัลตัวเอง" ที่ไม่มีวันจบ
เรามักจะให้ข้ออ้างว่า "ทำงานหนักมาทั้งเดือน ขอซื้อของชิ้นนี้หน่อย" แต่ปัญหาก็คือ พอเงินเดือนสูงขึ้น รางวัลที่เราให้ตัวเองก็ "ชิ้นใหญ่ขึ้น" เรื่อยๆ จนสุดท้ายมันกลายเป็นรายจ่ายคงที่ไปโดยปริยาย

วิธีป้องกันไม่ให้ "ความรวย" ทำร้ายเรา:
กฎ "แบ่งส่วนเพิ่ม": เมื่อไหร่ที่เงินเดือนขึ้น สมมติขึ้นมา 5,000 บาท ให้แบ่งไปออมทันที 2,500 บาท (50% ของส่วนที่เพิ่ม) อีกครึ่งหนึ่งค่อยเอาไปเพิ่มความสุขให้ชีวิต วิธีนี้จะทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นด้วย และมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นด้วยครับ
ลองย้อนมองอดีต: ถามตัวเองบ่อยๆ ว่า "ตอนเงินเดือนน้อยกว่านี้ เรามีความสุขกับสิ่งธรรมดาๆ ได้ยังไง?" บางครั้งความสุขไม่ได้แปรผันตามราคาสิ่งของเสมอไป
วัดความรวยที่ "ทรัพย์สินสุทธิ": เลิกวัดความรวยที่ "ของที่ถือ" หรือ "รถที่ขับ" แต่ให้วัดที่ "เงินออมและพอร์ตลงทุน" ครับ ตัวเลขในบัญชีจะบอกความจริงมากกว่าเปลือกนอก

"รายได้ที่เพิ่มขึ้นคือโอกาสในการสร้างอิสรภาพ ไม่ใช่โอกาสในการสร้างหนี้เพิ่มครับ"
ใครเคยตกหลุมพราง Lifestyle Creep นี้บ้างไหมครับ? รู้ตัวตอนไหน และมีวิธีดึงสติตัวเองยังไงให้กลับมาออมได้มากกว่าเดิม? มาแชร์ประสบการณ์ทิ้งไว้ได้นะครับ กระทู้นี้จะเป็นบทเรียนราคาแพงให้คนรุ่นใหม่ได้ระวังตัวกันครับ!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่