ทุกท่านว่าไง ดอกเบี้ยจะขึ้นรึป่าวครับ
เศรษฐศาสตร์ 101 ได้กล่าวไว้ ..
"เงินเฟ้อ" มีผลกระทบกับชีวิตของเราในหลายแง่มุม ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวันคือ
รายจ่ายที่สูงขึ้นเนื่องจากจำนวนเงินเท่าเดิมของผู้บริโภคกลับซื้อของได้น้อยลง ส่งผลให้รายได้
ที่หามาอาจไม่เพียงพอกับการยังชีพหรือตกอยู่ในภาวะ "เงินไม่พอใช้" ไปจนถึงการออมการลงทุน
เช่น การวางแผนการเงินเพื่อเป้าหมายต่าง ๆ ที่ต้องเก็บเงินออมมากกว่าเดิม เพราะอัตราผลตอบแทน
จากการลงทุนที่ได้รับไม่ทันกับราคาข้าวของที่แพงขึ้น ซึ่งเราเรียกอัตราผลตอบแทนที่หักผลของเงินเฟ้อว่า
"อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง"
อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง = อัตราผลตอบแทนที่ได้รับ – อัตราเงินเฟ้อ
เช่น หากอัตราดอกเบี้ยบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ 0.25% ต่อปี

แต่อัตราเงินเฟ้อเท่ากับ 2% ต่อปี จะทำให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงติดลบเท่ากับ -1.75%
หากคำนวณแล้วพบว่าอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงจากการออมการลงทุนที่เรามีอยู่ติดลบ
เราคงต้องหาทางเลือกอื่น ๆ ที่เหมาะกับตัวเราเพื่อเอาชนะเงินเฟ้อ ด้วยการหาข้อมูลอัตราเงินเฟ้อทั่วไป
(เช่น จาก
รายงานนโยบายการเงินของแบงก์ชาติ) และหาข้อมูลผลตอบแทนของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
ในรูปแบบต่าง ๆ ว่ามีผลิตภัณฑ์ใดที่มีอัตราผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อ เช่น เงินฝากประจำ
แบบปลอดภาษี พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้น กองทุนรวม
ทำไมต้องขึ้นดอกเบี้ย สกัดเงินเฟ้อ ตำรากล่าวไว้ ..
เมื่อเงินเฟ้อสูง (ราคาสินค้าแพงขึ้น) ธนาคารกลางจะปรับขึ้นดอกเบี้ย
เพื่อลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจ โดยการเพิ่มต้นทุนการกู้ยืม
ทำให้คนกู้เงินลดลงและหันมาฝากเงินมากขึ้น ซึ่งช่วยลดปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ
ลดการบริโภคและการลงทุนลง ราคาสินค้าจึงลดลงหรือชะลอการปรับตัวขึ้น เงินเฟ้อจึงต่ำลง .. อ๋อเลย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เหตุผลหลักที่ต้องขึ้นดอกเบี้ยเมื่อเงินเฟ้อสูง
ลดปริมาณเงินหมุนเวียน:
ดอกเบี้ยสูงขึ้นจูงใจให้คนนำเงินมาฝากธนาคารมากกว่านำไปใช้จ่าย ทำให้เงินในระบบเศรษฐกิจลดลง
เพิ่มต้นทุนการกู้ยืม:
เมื่อดอกเบี้ยกู้ยืมสูงขึ้น ประชาชนและธุรกิจจะกู้เงินไปซื้อสินค้าหรือลงทุนน้อยลง
ลดความร้อนแรงของ Demand-pull inflation หรือเงินเฟ้อที่เกิดจากความต้องการซื้อที่มากเกินไป
ชะลอการบริโภคและการลงทุน:
การชะลอตัวของการใช้จ่ายและลงทุนช่วยให้ราคาสินค้าไม่ปรับตัวสูงขึ้นรวดเร็วเกินไป
พยุงค่าเงิน:
การขึ้นดอกเบี้ยอาจช่วยให้เงินบาทไม่อ่อนค่ามากเกินไป ช่วยลดต้นทุนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
การขึ้นดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือที่ธนาคารกลางใช้เพื่อรักษาสมดุลของเศรษฐกิจและเสถียรภาพด้านราคา
ไม่ให้สินค้าแพงขึ้นจนกระทบค่าครองชีพ
แต่ .. เงินเฟ้อ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
1.เงินเฟ้อจากความต้องการเพิ่มขึ้น (Demand-pull)
2. เงินเฟ้อจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น (Cost-push)
3. เงินเฟ้อจากความคาดหวัง (Built-in)
ใช่ว่า ขึ้นดอกเบี้ยแล้วจะแก้ปัญหา เงินเฟ้อทุกประเภทได้ซะเมื่อไหร่
"
ตอนนี้เศรษฐกิจอาจจะกำลังเผชิญเงินเฟ้อที่เกิดจากฝั่ง Cost-push มากกว่า Demand-pull นั่นเอง ”
เงินเฟ้อ ปี 2026 ทำไมต้องขึ้นดอกเบี้ย ช่วยได้จริงหรือ?
หน้าที่ของการขึ้นดอกเบี้ย คือการลดเงินที่ใช้จ่ายในระบบเพื่อส่งผลให้การบริโภคลดลง
ซึ่งเป็นการชะลอปัจจัยที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อแบบ Demand-pull
อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้เงินเฟ้อได้เปลี่ยนไปเป็นแบบ Cost-push แล้ว อันเป็นผลจากสงคราม
และหลังจากนี้อาจมีการขึ้นค่าแรง ซึ่งจะก่อให้เกิดเงินเฟ้อแบบ Built-in
ดังนั้น มองว่าการขึ้นดอกเบี้ยช่วยแก้ปัญหาเงินเฟ้อได้เพียงเล็กน้อย มากกว่านั้นอาจก่อให้เกิดปัญหา
ตามมาอีก เพราะเป็นการเพิ่มภาระดอกเบี้ยที่ประชาชนต้องจ่ายซ้ำเติมค่าครองชีพที่สูงอยู่แล้ว
และในตอนนี้เองสภาวะเงินเฟ้ออาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจชะลอตัว แต่การขึ้นดอกเบี้ยที่รวดเร็วเกินไป
ซึ่งไม่ช่วยแก้ปัญหาแต่กลับสร้างปัญหามากขึ้นไปอีก อาจเป็นการส่งเศรษฐกิจไปสู่ภาวะวิกฤติได้
ส่วนการแก้ปัญหาเงินเฟ้อต้องหันไปใช้มาตรการการคลังช่วยเหลือประชาชน และการเมืองระหว่างประเทศยุติสงคราม
หรือ ภาวนาให้ ท่านผู้นำหาทางลงจากสงครามนี้โดยไว
ที่มา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://www.moneybuffalo.in.th/economy/how-to-fix-inflation-why-raise-interest-rates
แนวโน้มดอกเบี้ยจะไปทางไหนดี สงคราม เงินเฟ้อ
เศรษฐศาสตร์ 101 ได้กล่าวไว้ ..
"เงินเฟ้อ" มีผลกระทบกับชีวิตของเราในหลายแง่มุม ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวันคือ
รายจ่ายที่สูงขึ้นเนื่องจากจำนวนเงินเท่าเดิมของผู้บริโภคกลับซื้อของได้น้อยลง ส่งผลให้รายได้
ที่หามาอาจไม่เพียงพอกับการยังชีพหรือตกอยู่ในภาวะ "เงินไม่พอใช้" ไปจนถึงการออมการลงทุน
เช่น การวางแผนการเงินเพื่อเป้าหมายต่าง ๆ ที่ต้องเก็บเงินออมมากกว่าเดิม เพราะอัตราผลตอบแทน
จากการลงทุนที่ได้รับไม่ทันกับราคาข้าวของที่แพงขึ้น ซึ่งเราเรียกอัตราผลตอบแทนที่หักผลของเงินเฟ้อว่า
"อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง"
อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง = อัตราผลตอบแทนที่ได้รับ – อัตราเงินเฟ้อ
เช่น หากอัตราดอกเบี้ยบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ 0.25% ต่อปี
แต่อัตราเงินเฟ้อเท่ากับ 2% ต่อปี จะทำให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงติดลบเท่ากับ -1.75%
หากคำนวณแล้วพบว่าอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงจากการออมการลงทุนที่เรามีอยู่ติดลบ
เราคงต้องหาทางเลือกอื่น ๆ ที่เหมาะกับตัวเราเพื่อเอาชนะเงินเฟ้อ ด้วยการหาข้อมูลอัตราเงินเฟ้อทั่วไป
(เช่น จากรายงานนโยบายการเงินของแบงก์ชาติ) และหาข้อมูลผลตอบแทนของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
ในรูปแบบต่าง ๆ ว่ามีผลิตภัณฑ์ใดที่มีอัตราผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อ เช่น เงินฝากประจำ
แบบปลอดภาษี พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้น กองทุนรวม
ทำไมต้องขึ้นดอกเบี้ย สกัดเงินเฟ้อ ตำรากล่าวไว้ ..
เมื่อเงินเฟ้อสูง (ราคาสินค้าแพงขึ้น) ธนาคารกลางจะปรับขึ้นดอกเบี้ย
เพื่อลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจ โดยการเพิ่มต้นทุนการกู้ยืม
ทำให้คนกู้เงินลดลงและหันมาฝากเงินมากขึ้น ซึ่งช่วยลดปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ
ลดการบริโภคและการลงทุนลง ราคาสินค้าจึงลดลงหรือชะลอการปรับตัวขึ้น เงินเฟ้อจึงต่ำลง .. อ๋อเลย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แต่ .. เงินเฟ้อ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
1.เงินเฟ้อจากความต้องการเพิ่มขึ้น (Demand-pull)
2. เงินเฟ้อจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น (Cost-push)
3. เงินเฟ้อจากความคาดหวัง (Built-in)
ใช่ว่า ขึ้นดอกเบี้ยแล้วจะแก้ปัญหา เงินเฟ้อทุกประเภทได้ซะเมื่อไหร่
" ตอนนี้เศรษฐกิจอาจจะกำลังเผชิญเงินเฟ้อที่เกิดจากฝั่ง Cost-push มากกว่า Demand-pull นั่นเอง ”
เงินเฟ้อ ปี 2026 ทำไมต้องขึ้นดอกเบี้ย ช่วยได้จริงหรือ?
หน้าที่ของการขึ้นดอกเบี้ย คือการลดเงินที่ใช้จ่ายในระบบเพื่อส่งผลให้การบริโภคลดลง
ซึ่งเป็นการชะลอปัจจัยที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อแบบ Demand-pull
อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้เงินเฟ้อได้เปลี่ยนไปเป็นแบบ Cost-push แล้ว อันเป็นผลจากสงคราม
และหลังจากนี้อาจมีการขึ้นค่าแรง ซึ่งจะก่อให้เกิดเงินเฟ้อแบบ Built-in
ดังนั้น มองว่าการขึ้นดอกเบี้ยช่วยแก้ปัญหาเงินเฟ้อได้เพียงเล็กน้อย มากกว่านั้นอาจก่อให้เกิดปัญหา
ตามมาอีก เพราะเป็นการเพิ่มภาระดอกเบี้ยที่ประชาชนต้องจ่ายซ้ำเติมค่าครองชีพที่สูงอยู่แล้ว
และในตอนนี้เองสภาวะเงินเฟ้ออาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจชะลอตัว แต่การขึ้นดอกเบี้ยที่รวดเร็วเกินไป
ซึ่งไม่ช่วยแก้ปัญหาแต่กลับสร้างปัญหามากขึ้นไปอีก อาจเป็นการส่งเศรษฐกิจไปสู่ภาวะวิกฤติได้
ส่วนการแก้ปัญหาเงินเฟ้อต้องหันไปใช้มาตรการการคลังช่วยเหลือประชาชน และการเมืองระหว่างประเทศยุติสงคราม
หรือ ภาวนาให้ ท่านผู้นำหาทางลงจากสงครามนี้โดยไว
ที่มา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้