เงินเฟ้อ คืออะไร ?

เงินเฟ้อ คือ ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไป "เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง" ส่งผลให้เงินจำนวนเท่าเดิมซื้อของได้น้อยลง หรือที่เรียกกันว่า "อำนาจซื้อลดลง" (Purchasing Power Decline)

สาเหตุหลักของการเกิดเงินเฟ้อ
แบ่งสาเหตุออกเป็น 2 ปัจจัยหลัก:
1. Demand-Pull Inflation (แรงดึงทางอุปสงค์): เกิดจากความต้องการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นมากกว่าความสามารถในการผลิต (ของขาดตลาดแต่คนอยากได้มาก) ทำให้ผู้ขายปรับราคาสินค้าขึ้น
2. Cost-Push Inflation (แรงผลักทางต้นทุน): เกิดจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เช่น ราคาน้ำมันแพงขึ้น ค่าแรงเพิ่มขึ้น หรือวัตถุดิบขาดแคลน ทำให้ผู้ผลิตต้องผลักภาระต้นทุนไปที่ราคาสินค้า

ผลกระทบของเงินเฟ้อ
1. ต่อผู้บริโภค: ค่าครองชีพสูงขึ้น เงินเก็บในธนาคารมีมูลค่าลดลงในเชิงอำนาจซื้อ
2. ต่อผู้ผลิต/ธุรกิจ: หากต้นทุนสูงขึ้นแต่ขึ้นราคาสินค้าไม่ได้จะทำให้กำไรลดลง แต่หากเป็นธุรกิจที่สามารถปรับราคาได้ตามเงินเฟ้อก็จะยังคงรักษากำไรไว้ได้
3. ต่อการลงทุน: เมื่อเงินเฟ้อสูง ธนาคารกลางมักจะ "ขึ้นอัตราดอกเบี้ย" เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นและต้นทุนการกู้ยืมของธุรกิจ

วิธีรับมือและคำแนะนำสำหรับนักลงทุน
1. เน้นสินทรัพย์ที่ชนะเงินเฟ้อ: เช่น หุ้นของบริษัทที่มีอำนาจต่อรองราคาสูง (Pricing Power), อสังหาริมทรัพย์ หรือสินค้าโภคภัณฑ์
2. การถือเงินสด: ในช่วงเงินเฟ้อสูง การถือเงินสดเฉย ๆ จะทำให้มูลค่าเงินลดลงเรื่อย ๆ จึงควรนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าอัตราเงินเฟ้อ

สรุปสั้น ๆ: เงินเฟ้อทำให้ของแพงขึ้น เงินมีค่าน้อยลง นักลงทุนจึงต้องเข้าใจสาเหตุและปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะดอกเบี้ยที่มักจะเพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่