สายชา กาแฟ น้ำซุประวัง! ดื่มร้อนจัดทุกวัน เสี่ยงมะเร็ง เพิ่มขึ้น 2 เท่า

สายชา กาแฟ น้ำซุประวัง! ดื่มร้อนจัดทุกวัน เสี่ยงมะเร็ง เพิ่มขึ้น 2 เท่า

องค์การวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ได้จัดให้ “เครื่องดื่มร้อนจัด (อุณหภูมิตั้งแต่ 65 องศาเซลเซียสขึ้นไป)” อยู่ใน "สารที่อาจก่อมะเร็งในมนุษย์" (Group 2A) เนื่องจากมีหลักฐานเชื่อมโยงกับการเพิ่มความเสี่ยงของ “มะเร็งหลอดอาหาร” อย่างมีนัยสำคัญ กลไกหลักเกิดจากการที่ความร้อนทำลายเยื่อบุหลอดอาหารซ้ำๆ จนเกิดการอักเสบเรื้อรังและนำไปสู่การกลายพันธุ์ของเซลล์ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในมนุษย์ยังคงมีข้อจำกัดและยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนถึงระดับความเสี่ยงที่แท้จริง
.
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดยรวม คือการใช้ความระมัดระวัง โดยแนะนำให้ปล่อยเครื่องดื่มร้อนให้เย็นลงต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียสก่อนดื่ม และลดปัจจัยเสี่ยงร่วมอื่นๆ เช่น การสูบบุหรี่และการดื่มสุรา
.
ดื่มร้อนจัด เสี่ยงมะเร็งเฉลี่ย 2 เท่า
.
ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองและระบบประสาท อธิบายผ่านเพจ “สาระสมองกับอจ.หมอสุรัตน์ ว่า การดื่มกาแฟร้อนๆ ทุกวันอาจจะทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ ซึ่ง มันทำให้เกิดโรคมะเร็งได้งานวิจัยจากหลายประเทศ รวมถึงข้อมูลจาก UK Biobank ที่ติดตามคนเกือบ 5 แสนคน พบว่าคนที่ดื่มชา/กาแฟร้อนมากๆ เป็นประจำ มีโอกาสเสี่ยงเป็น “มะเร็งหลอดอาหาร” มากกว่าคนที่ดื่มอุ่นๆ
.
“อุณหภูมิที่ถือว่า “เริ่มอันตราย” คือประมาณ 65 องศาเซลเซียส ขึ้นไป (ซึ่งเป็นระดับที่ลวกลิ้นได้ทันที) แต่ที่น่าสนใจก็คือ ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ไม่เกี่ยวกับชนิดเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ น้ำเปล่า น้ำซุป ถ้าร้อนเกินไป ก็เสี่ยงเหมือนกันหมด จึงทำให้ประเทศที่ชอบดื่มชาร้อนร้อน มีอุบัติการของการเกิดมะเร็ง มากกว่าประเทศอื่น ๆ”ผศ.นพ.สุรัตน์ กล่าว
.
ทั้งนี้ กลไกของการก่อเกิดมะเร็ง เนื่องจากความร้อนจะทำให้ เยื่อบุหลอดอาหารที่ถูกเผาไหม้ซ้ำๆ จะเกิดแผลเรื้อรัง เซลล์ต้องซ่อมตัวเองตลอดเวลา จนกลายพันธุ์ไปในที่สุด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ “มะเร็ง” หรือเรียกว่าทำลายแล้วสร้างทำลายแล้วสร้างจนเกิดการปรับตัวกลายเป็นมะเร็ง องค์การวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) จึงจัดให้เครื่องดื่มร้อนจัดเป็น “สารที่อาจก่อมะเร็งในมนุษย์” (Group 2A)
.
“จากการศึกษาทั่วโลก ทั้งในอเมริกาใต้ อิหร่าน และจีน พบความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2 เท่าขึ้นไปโดยเฉพาะในกลุ่มที่ดื่มแบบ “ร้อนจัด” ทุกวัน”ผศ.นพ.สุรัตน์ กล่าว
.
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่