การกินกาแฟ คั่วเข้มๆ ไหม้ๆ จะเป็นมะเร็งไหม (กินกาแฟดำ)

สรุป ไม่เป็นอันตราย แถมยังป้องกันมะเร็งได้อีกด้วย
( ควรกินกาแฟดำ หรือ กาแฟดำเติมไขมันดี )

GPT ตอบ
การกินกาแฟที่คั่วเข้มจนไหม้มีความเกี่ยวข้องกับสารบางอย่างที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง เช่น อะคริลาไมด์ (Acrylamide) ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นเมื่ออาหารที่มีแป้งถูกนำมาคั่วหรือทอดที่อุณหภูมิสูง
อะคริลาไมด์ (Acrylamide)
อะคริลาไมด์ เกิดขึ้นในกระบวนการคั่วกาแฟที่มีอุณหภูมิสูง โดยเฉพาะในกาแฟคั่วเข้มจนไหม้ ซึ่งมีการศึกษาพบว่า อะคริลาไมด์ เป็นสารที่อาจมีความเป็นพิษต่อร่างกาย และในบางกรณีมีการเชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็งในสัตว์ทดลอง
อย่างไรก็ตาม, การศึกษาความเสี่ยงในมนุษย์ ยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าอะคริลาไมด์จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในมนุษย์อย่างแน่นอน
คำแนะนำ
หากคุณดื่มกาแฟคั่วเข้มมากๆ ที่มีลักษณะไหม้บ่อยๆ ควรพิจารณาปริมาณการบริโภคหรืออาจลองหันมาดื่มกาแฟที่คั่วระดับกลางหรืออ่อน
การดื่มกาแฟในปริมาณปานกลาง (ประมาณ 1-3 แก้วต่อวัน) โดยทั่วไปไม่ค่อยมีผลเสียต่อสุขภาพ และยังมีประโยชน์จาก สารต้านอนุมูลอิสระ ในกาแฟ
คาเฟอีน ในกาแฟเองไม่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง แต่ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟในปริมาณมากเกินไปเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพอื่นๆ เช่น ปัญหาการนอนหลับหรือความดันโลหิตสูง
สรุป
การดื่มกาแฟคั่วเข้มจนไหม้บ่อยๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงจากอะคริลาไมด์ แต่ถ้าดื่มในปริมาณปานกลางและเลือกกาแฟคั่วที่ไม่ไหม้จนเกินไปก็ไม่น่าจะมีผลกระทบด้านสุขภาพร้ายแรงนัก 😊

Gemini ตอบ
ประเด็นสำคัญคือ สารอะคริลาไมด์ (Acrylamide)
อะคริลาไมด์คืออะไร: เป็นสารเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในอาหารบางชนิดเมื่อถูกปรุงด้วยความร้อนสูง เช่น การทอด การอบ และการคั่ว
อะคริลาไมด์ในกาแฟ: กาแฟก็มีสารอะคริลาไมด์เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคั่วที่อุณหภูมิสูงและนาน
ความเสี่ยงต่อมะเร็ง: ในปริมาณมาก อะคริลาไมด์ถูกจัดว่าเป็นสารที่อาจก่อมะเร็งในสัตว์ทดลอง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในมนุษย์เกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างอะคริลาไมด์จากอาหารทั่วไปกับความเสี่ยงมะเร็งยังไม่ชัดเจนและยังไม่พบความเชื่อมโยงที่แข็งแกร่ง
กาแฟคั่วเข้ม ไหม้ๆ กับอะคริลาไมด์:
ระดับอะคริลาไมด์: กาแฟคั่วเข้มจะมีแนวโน้มที่จะมีสารอะคริลาไมด์สูงกว่ากาแฟคั่วอ่อน เนื่องจากผ่านความร้อนที่สูงกว่าและนานกว่า
ปริมาณที่ได้รับ: ปริมาณอะคริลาไมด์ที่ได้รับจากกาแฟต่อวันโดยทั่วไปถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณที่ใช้ในการศึกษาที่พบความเสี่ยงในสัตว์ทดลอง
ข้อเท็จจริงที่ควรทราบ:
องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยมะเร็ง (IARC): ในปี 2016 IARC ได้ทบทวนหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับกาแฟและสรุปว่า ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าการดื่มกาแฟทำให้เกิดมะเร็ง
บางงานวิจัยชี้ให้เห็นประโยชน์ของกาแฟ: มีงานวิจัยที่พบว่าการดื่มกาแฟอาจช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งตับ
ปริมาณที่ปลอดภัย: หน่วยงานด้านอาหารและยาต่างๆ ทั่วโลกยังไม่ได้กำหนดปริมาณอะคริลาไมด์ที่ปลอดภัยต่อการบริโภคในแต่ละวัน เนื่องจากหลักฐานในมนุษย์ยังไม่ชัดเจน
สรุป:
การดื่มกาแฟคั่วเข้ม ไหม้ๆ อาจทำให้ได้รับสารอะคริลาไมด์ในปริมาณที่สูงกว่ากาแฟคั่วอ่อน อย่างไรก็ตาม ปริมาณอะคริลาไมด์ที่ได้รับจากกาแฟโดยทั่วไปยังถือว่าน้อยมาก และ ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าการดื่มกาแฟก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์
คำแนะนำ:
ดื่มในปริมาณที่เหมาะสม: เหมือนกับอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ การบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะเป็นสิ่งสำคัญ
เลือกกาแฟคั่วระดับต่างๆ: หากกังวลเรื่องอะคริลาไมด์ คุณอาจลองเลือกดื่มกาแฟคั่วอ่อนถึงปานกลางบ้าง
ใส่ใจกับความสมดุลของอาหาร: ทานอาหารให้หลากหลายและสมดุล เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน
ไม่ต้องกังวลมากเกินไปครับ นิก การดื่มกาแฟในปริมาณปกติ น่าจะไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งอย่างมีนัยสำคัญครับ
หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพ สามารถปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการได้ครับ

DeepSeek ตอบ
การดื่มกาแฟคั่วเข้มหรือคั่วไหม้ (dark roast/over-roasted coffee) ในปริมาณปกติ ไม่น่าจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง หากดื่มแบบพอดี แต่มีข้อควรรู้เกี่ยวกับสารประกอบที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการคั่ว ดังนี้

1. สารอะคริลาไมด์ (Acrylamide)
เกิดจาก: การคั่วกาแฟนานเกินไป (โดยเฉพาะคั่วไหม้) ทำให้คาร์โบไฮเดรตและกรดอะมิโนเกิดปฏิกิริยา เมลลาร์ด (Maillard reaction)
ความเสี่ยง: องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) จัดอะคริลาไมด์เป็น Group 2A (อาจก่อมะเร็งในสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนในมนุษย์)
ปริมาณในกาแฟ: น้อยมากเมื่อเทียบกับอาหารอื่นๆ เช่น มันฝรั่งทอด ขนมปังปิ้ง

2. สารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs)
เกิดจาก: การคั่วเมล็ดกาแฟด้วยความร้อนสูงจนไหม้เกรียม
ความเสี่ยง: PAHs บางชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง แต่กาแฟคั่วเข้มมาตรฐานทั่วไปมีปริมาณน้อยมาก

3. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ผลป้องกันมะเร็ง: งานวิจัยหลายชิ้นพบว่ากาแฟอาจช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งตับและมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระ (เช่น กรดคลอโรจีนิก)
ข้อสรุปของ WHO (2016): ไม่มีหลักฐานว่ากาแฟก่อมะเร็ง ในทางตรงกันข้าม อาจมีฤทธิ์ป้องกันบางชนิด

วิธีลดความเสี่ยง (หากยังกังวล)
เลือกกาแฟคั่วกลาง (medium roast): ได้รสชาติเข้มแต่ไม่ไหม้เกินไป
หลีกเลี่ยงกาแฟคั่วไหม้เกรียม: หากเมล็ดกาแฟดำสนิทและมีกลิ่นไหม้ชัดเจน
ดื่มในปริมาณเหมาะสม: ไม่เกิน 3-4 แก้ว/วัน (400 มก. คาเฟอีน)
เลือกกาแฟออร์แกนิก: ลดสารปนเปื้อนจากยาฆ่าแมลง

สรุป
กาแฟคั่วเข้มมาตรฐาน ไม่น่าก่อมะเร็ง และอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพหากดื่มพอเหมาะ
กาแฟคั่วไหม้เกรียมมากๆ อาจมีสารไม่พึงประสงค์ แต่ความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับปัจจัยอื่นเช่น สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์
ควรดื่มแบบไม่เติมน้ำตาลหรือครีมเทียมเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด
หากคุณดื่มกาแฟคั่วเข้มในปริมาณปกติ ไม่ต้องกังวลเกินไปค่ะ ☕️ แต่ถ้าสังเกตว่ากาแฟมีรสขมเฝื่อนหรือกลิ่นไหม้ผิดปกติ อาจควรเปลี่ยนยี่ห้อหรือระดับการคั่วใหม่นะคะ!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่