เคสหญิง 20 ปี อยากลดน้ำหนัก สั่งไข่พยาธิตืดวัว แต่ดันได้ตืดหมูแทน หวังจะเลี้ยงพยาธิลดน้ำหนักในไส้ กลายเป็นซีสกระจายทั่วร่าง
⚠️ ก่อนอ่าน: เคลียร์กันก่อนค่ะว่า ห้ามกินไข่พยาธิไม่ว่าชนิดใดเด็ดขาด เพราะมีภาวะแทรกซ้อนมากมาย เหนือที่จะคิดได้ ต่อให้ไม่ใช่ตืดหมู เจอพยาธิชนิดอื่น ก็ถึงตๅยได้ และไม่มีวิธีกินพยาธิไปลดน้ำหนักเลยในประวัติศาสตร์ คิดกันเอง และที่น้ำหนักลดส่วนใหญ่เจอภาวะแทรกซ้อนสารพัด และตามมาด้วยอาการปวดทรมานจนกินอะไรไม่ลงมากกว่า
.
ข่าวสั่งยาลดน้ำหนักมากิน จนเป็นอันตรายก็ว่าหนักแล้ว
อันนี้สั่งไข่พยาธิมาเลี้ยงในไส้ แล้วดันซวยซ้ำไปอีก
ได้ไข่อีกสปีชี่ส์มาแทนซึ่งโหดกว่า
_______
หญิงอายุ 20 ปี ชาวจีน หนัก 150 กก.
1 ปีก่อน เครียดเรื่องน้ำหนักมาก ค้นตามเว็บพบว่า
เออ มีด้วยนะ กินไข่พยาธิมาเลี้ยงน้องเพื่อลดน้ำหนัก
เธอเลยกดซื้อ ที่เขียนว่า “T. saginata eggs”
แปลเป็นไทยคือ ไข่พยาธิตืดวัว ซื้อมา 2 แคปซูล
ได้มาแล้วก็กินทันที หวังให้มันฟักตัวในลำไส้
.
⏳เวลาผ่านไป 4 เดือน
น้ำหนักลดไป 27 กก. แต่น้ำหนักเธอก็ยังมากอยู่
เธอจึงสั่งอีก 1 แคปซูลมากิน
.
⏳ 1 เดือนครึ่งผ่านไป น้ำหนักเธอลดลงมาอีก 13 กก.
ตอนนี้คือเหลือน้ำหนัก 110 กก. แล้ว
แต่ปัญหาคือเธอมีอาการปวดหัว-ปวดท้องเรื้อรัง
และปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนทรมาน ทนไม่ไหว
เธอจึงมา รพ. แต่ไม่ได้บอกประวัติเรื่องซื้อไข่พยาธิ
_______
🚐 ที่ รพ: เนื่องจากมาด้วยปวดหัวไม่ทราบสาเหตุ
แล้วเริ่มมีคลื่นไส้ แพทย์จึงส่งตรวจ CT สมอง
แต่ไม่พบความผิดปกติอะไร
จึงเจาะน้ำไขสันหลังไปตรวจ
ก็พบมีความดันในน้ำสูงถึง 300 (ปกติ 80-180)
แต่ก็ไม่เจออะไรผิดปกติอย่างอื่นเลย
ส่งตรวจอุจจาระก็ไม่เจออะไรผิดปกติ (ไม่เจอไข่)
แพทย์จึงจะส่งตรวจ MRI ต่อ แต่เนื่องจากค่า MRI
แพงมาก (ใครเคยตรวจจะทราบดี) จ่ายไม่ไหว
แพทย์จึงรักษาเหมือนภาวะสมองอักเสบจากไวรัส
คือให้ยาต้านไวรัส acyclovir และยา mannitol
เพื่อลดความดันในกะโหลก
ผล: อาการดีขึ้น แต่ยังปวดอยู่ แต่เบาไปเยอะ
จึงให้กลับบ้าน หลังจากแอดมิดมา 14 วัน
_______
⏳ เวลาผ่านไป 5 เดือน คราวนี้กลับมาอาการเดิมเลย
ปวดหัว ปวดท้อง รุนแรง อาเจียน ตาพร่ามัว
จึงหอบสังขารกลับมา รพ.
🚐 ที่ รพ. แพทย์ตรวจร่างกาย คลำพบ ‘ก้อนแข็ง’
จำนวนมาก อยู่ตามศีรษะ คอ ลำตัว
ตรวจอุจจาระก็ไม่พบไข่อีก
แต่ส่งตรวจเลือดพบแอนติบอดีต่อพยาธิตืดหมู
อ้าว! ไม่เหมือนที่คุยไว้นี่
ไหนซื้อพยาธิตืดวัวมานี่นา
.
แพทย์ส่ง MRI ต่อ เลยเจอที่มาทุกอย่าง
▪️ พบถุงพยาธิขนาดเล็กทั่วสมอง, กล้ามเนื้อ, ในตับและเยื่อบุช่องท้อง
สรุป: เธอถูกวินิจฉัยว่าติดพยาธิตืดหมู
โดยมีระยะซีสกระจายทั่วร่าง
(Dissiminated cystericercosis)
ซึ่งพอมันแทรกในสมอง
เลยทำให้สมองถูกเบียด ความดันในกะโหลกสูง
จึงทำให้เกิดอาการปวดหัว ตาพร่ามัว อาเจียน
แทรกตามตับ ยืดเยื่อหุ้มตับ ยืดเยื่อบุช่องท้อง
จึงมาด้วยอาการปวดท้อง
ระหว่างแอดมิทมีชักเกร็งกระตุกด้วยค่ะ
.
และเธอถึงจะมายอมเปิดปากบอกกับแพทย์
เธอซื้อไข่พยาธิมากินตั้งแต่ปีที่แล้ว
แต่มันเขียนว่า ไข่พยาธิตืดวัว
แพทย์เลยคิดว่า นั่นแหละ ได้ไข่ตืดหมูมาแน่นอน
เพราะลักษณะไข่มันแยก species ไม่ได้ค่ะ
เพราะมันอยู่ genus เดียวกันคือ Taenia
.
เธอได้รับยากำจัดพยาธิแบบจัดเต็ม
พร้อมกับสเตียรอยด์เพือลดการบวมของสมอง
หลังจากให้ยาไป 4 คอร์ส
MRI ซ้ำ ซีสแทบไม่เหลือแล้วค่ะ
แล้วในที่สุดก็กลับบ้านได้
_______
⏳ วันเวลาล่วงเลยผ่านไป แพทย์ได้ตรวจติดตามมาเรื่อยๆ
เธอไม่มีอาการใดๆ อีก และได้กลับไปคุมอาหาร
และออกกำลังกาย
ในที่สุด 2 ปีผ่านไป
เธอน้ำหนัก 75 กก. BMI 26.0 แล้ว
ตรวจซ้ำ ไม่มีอะไรผิดปกติแล้ว
.
และเรื่องราวก็จบด้วยดีค่ะ
⸻
🦠 เรื่องที่อยากฝากไว้
1. สำหรับคนทั่วไป มีโอกาสรับไข่พยาธิตืดหมูมาจากระยะไข่ที่ปนเปื้อนมากับ ดิน-น้ำ บางทีปนมาอยู่กับอาหารสด เช่น ผักสด ดังนั้นล้างให้สะอาดก่อนเสมอ
2. ห้ามกินไข่พยาธิเด็ดขาด ต่อให้ไม่เจอตืดหมู ก็อันตรายมาก ขาดสารอาหาร ขาดวิตามิน หรือเจอภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ของพยาธิ บางคนเจอพยาธิอุดตันทางเดินอาหาร กระเพาะลำไส้ทะลุเลย
3. วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือคุมอาหารและออกกำลังกาย โดยสิ่งที่ให้ความสำคัญก่อนเลยถ้าน้ำหนักเกินมากๆ คือการลดการกิน แต่ความยั่งยืนจะมาด้วยต้องร่วมกับการออกกำลังกาย
4. สิ่งที่คนน้ำหนักเกินมากๆ บอกตรงกันทุกคนคือ เขาอยากลดการกิน เขาอยากออกกำลังกายมากๆ แต่มันทำยากมาก เพราะหลายคนไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาทั้งชีวิต แล้วพอเจอผลกระทบจากน้ำหนักเกิน ทั้งสุขภาพ + สังคม ยิ่งสร้างความเครียด ยิ่งกินเยอะขึ้น เพราะสมองชินกับการลดความเครียดด้วยการกิน
ดังนั้นจุดที่อยากที่สุดที่เพจคำนึงถึงมาตลอดคือ ‘ก้าวแรก’ ที่ทำต่อเนื่องค่ะ ให้กำลังใจผู้ที่คิดจะลดน้ำหนักค่ะ คุณทำได้แน่นอนนะคะ
ปล. จริงๆ ใน paper ระบุ ‘ย้อนหลัง’ ว่า CT ครั้งแรกมี hypodensity lesion เล็กๆ ในสมองทั่วๆ ค่ะ
⛔ เทรนด์อันตราย ลดความอ้วนด้วยไข่พยาธิ
⚠️ ก่อนอ่าน: เคลียร์กันก่อนค่ะว่า ห้ามกินไข่พยาธิไม่ว่าชนิดใดเด็ดขาด เพราะมีภาวะแทรกซ้อนมากมาย เหนือที่จะคิดได้ ต่อให้ไม่ใช่ตืดหมู เจอพยาธิชนิดอื่น ก็ถึงตๅยได้ และไม่มีวิธีกินพยาธิไปลดน้ำหนักเลยในประวัติศาสตร์ คิดกันเอง และที่น้ำหนักลดส่วนใหญ่เจอภาวะแทรกซ้อนสารพัด และตามมาด้วยอาการปวดทรมานจนกินอะไรไม่ลงมากกว่า
.
ข่าวสั่งยาลดน้ำหนักมากิน จนเป็นอันตรายก็ว่าหนักแล้ว
อันนี้สั่งไข่พยาธิมาเลี้ยงในไส้ แล้วดันซวยซ้ำไปอีก
ได้ไข่อีกสปีชี่ส์มาแทนซึ่งโหดกว่า
_______
หญิงอายุ 20 ปี ชาวจีน หนัก 150 กก.
1 ปีก่อน เครียดเรื่องน้ำหนักมาก ค้นตามเว็บพบว่า
เออ มีด้วยนะ กินไข่พยาธิมาเลี้ยงน้องเพื่อลดน้ำหนัก
เธอเลยกดซื้อ ที่เขียนว่า “T. saginata eggs”
แปลเป็นไทยคือ ไข่พยาธิตืดวัว ซื้อมา 2 แคปซูล
ได้มาแล้วก็กินทันที หวังให้มันฟักตัวในลำไส้
.
⏳เวลาผ่านไป 4 เดือน
น้ำหนักลดไป 27 กก. แต่น้ำหนักเธอก็ยังมากอยู่
เธอจึงสั่งอีก 1 แคปซูลมากิน
.
⏳ 1 เดือนครึ่งผ่านไป น้ำหนักเธอลดลงมาอีก 13 กก.
ตอนนี้คือเหลือน้ำหนัก 110 กก. แล้ว
แต่ปัญหาคือเธอมีอาการปวดหัว-ปวดท้องเรื้อรัง
และปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนทรมาน ทนไม่ไหว
เธอจึงมา รพ. แต่ไม่ได้บอกประวัติเรื่องซื้อไข่พยาธิ
_______
🚐 ที่ รพ: เนื่องจากมาด้วยปวดหัวไม่ทราบสาเหตุ
แล้วเริ่มมีคลื่นไส้ แพทย์จึงส่งตรวจ CT สมอง
แต่ไม่พบความผิดปกติอะไร
จึงเจาะน้ำไขสันหลังไปตรวจ
ก็พบมีความดันในน้ำสูงถึง 300 (ปกติ 80-180)
แต่ก็ไม่เจออะไรผิดปกติอย่างอื่นเลย
ส่งตรวจอุจจาระก็ไม่เจออะไรผิดปกติ (ไม่เจอไข่)
แพทย์จึงจะส่งตรวจ MRI ต่อ แต่เนื่องจากค่า MRI
แพงมาก (ใครเคยตรวจจะทราบดี) จ่ายไม่ไหว
แพทย์จึงรักษาเหมือนภาวะสมองอักเสบจากไวรัส
คือให้ยาต้านไวรัส acyclovir และยา mannitol
เพื่อลดความดันในกะโหลก
ผล: อาการดีขึ้น แต่ยังปวดอยู่ แต่เบาไปเยอะ
จึงให้กลับบ้าน หลังจากแอดมิดมา 14 วัน
_______
⏳ เวลาผ่านไป 5 เดือน คราวนี้กลับมาอาการเดิมเลย
ปวดหัว ปวดท้อง รุนแรง อาเจียน ตาพร่ามัว
จึงหอบสังขารกลับมา รพ.
🚐 ที่ รพ. แพทย์ตรวจร่างกาย คลำพบ ‘ก้อนแข็ง’
จำนวนมาก อยู่ตามศีรษะ คอ ลำตัว
ตรวจอุจจาระก็ไม่พบไข่อีก
แต่ส่งตรวจเลือดพบแอนติบอดีต่อพยาธิตืดหมู
อ้าว! ไม่เหมือนที่คุยไว้นี่
ไหนซื้อพยาธิตืดวัวมานี่นา
.
แพทย์ส่ง MRI ต่อ เลยเจอที่มาทุกอย่าง
▪️ พบถุงพยาธิขนาดเล็กทั่วสมอง, กล้ามเนื้อ, ในตับและเยื่อบุช่องท้อง
สรุป: เธอถูกวินิจฉัยว่าติดพยาธิตืดหมู
โดยมีระยะซีสกระจายทั่วร่าง
(Dissiminated cystericercosis)
ซึ่งพอมันแทรกในสมอง
เลยทำให้สมองถูกเบียด ความดันในกะโหลกสูง
จึงทำให้เกิดอาการปวดหัว ตาพร่ามัว อาเจียน
แทรกตามตับ ยืดเยื่อหุ้มตับ ยืดเยื่อบุช่องท้อง
จึงมาด้วยอาการปวดท้อง
ระหว่างแอดมิทมีชักเกร็งกระตุกด้วยค่ะ
.
และเธอถึงจะมายอมเปิดปากบอกกับแพทย์
เธอซื้อไข่พยาธิมากินตั้งแต่ปีที่แล้ว
แต่มันเขียนว่า ไข่พยาธิตืดวัว
แพทย์เลยคิดว่า นั่นแหละ ได้ไข่ตืดหมูมาแน่นอน
เพราะลักษณะไข่มันแยก species ไม่ได้ค่ะ
เพราะมันอยู่ genus เดียวกันคือ Taenia
.
เธอได้รับยากำจัดพยาธิแบบจัดเต็ม
พร้อมกับสเตียรอยด์เพือลดการบวมของสมอง
หลังจากให้ยาไป 4 คอร์ส
MRI ซ้ำ ซีสแทบไม่เหลือแล้วค่ะ
แล้วในที่สุดก็กลับบ้านได้
_______
⏳ วันเวลาล่วงเลยผ่านไป แพทย์ได้ตรวจติดตามมาเรื่อยๆ
เธอไม่มีอาการใดๆ อีก และได้กลับไปคุมอาหาร
และออกกำลังกาย
ในที่สุด 2 ปีผ่านไป
เธอน้ำหนัก 75 กก. BMI 26.0 แล้ว
ตรวจซ้ำ ไม่มีอะไรผิดปกติแล้ว
.
และเรื่องราวก็จบด้วยดีค่ะ
⸻
🦠 เรื่องที่อยากฝากไว้
1. สำหรับคนทั่วไป มีโอกาสรับไข่พยาธิตืดหมูมาจากระยะไข่ที่ปนเปื้อนมากับ ดิน-น้ำ บางทีปนมาอยู่กับอาหารสด เช่น ผักสด ดังนั้นล้างให้สะอาดก่อนเสมอ
2. ห้ามกินไข่พยาธิเด็ดขาด ต่อให้ไม่เจอตืดหมู ก็อันตรายมาก ขาดสารอาหาร ขาดวิตามิน หรือเจอภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ของพยาธิ บางคนเจอพยาธิอุดตันทางเดินอาหาร กระเพาะลำไส้ทะลุเลย
3. วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือคุมอาหารและออกกำลังกาย โดยสิ่งที่ให้ความสำคัญก่อนเลยถ้าน้ำหนักเกินมากๆ คือการลดการกิน แต่ความยั่งยืนจะมาด้วยต้องร่วมกับการออกกำลังกาย
4. สิ่งที่คนน้ำหนักเกินมากๆ บอกตรงกันทุกคนคือ เขาอยากลดการกิน เขาอยากออกกำลังกายมากๆ แต่มันทำยากมาก เพราะหลายคนไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาทั้งชีวิต แล้วพอเจอผลกระทบจากน้ำหนักเกิน ทั้งสุขภาพ + สังคม ยิ่งสร้างความเครียด ยิ่งกินเยอะขึ้น เพราะสมองชินกับการลดความเครียดด้วยการกิน
ดังนั้นจุดที่อยากที่สุดที่เพจคำนึงถึงมาตลอดคือ ‘ก้าวแรก’ ที่ทำต่อเนื่องค่ะ ให้กำลังใจผู้ที่คิดจะลดน้ำหนักค่ะ คุณทำได้แน่นอนนะคะ
ปล. จริงๆ ใน paper ระบุ ‘ย้อนหลัง’ ว่า CT ครั้งแรกมี hypodensity lesion เล็กๆ ในสมองทั่วๆ ค่ะ