ชาย 30 ปี นั่งทำงานอยู่ดีๆ โลกเริ่มบิดเบี้ยว มือของตัวเองหดเล็กลงเหมือนของเด็ก ของรอบตัวใหญ่ผิดปกติ ก่อนจะปวดหัวจนแทบลุกไม่ขึ้น
(Alice in Wonderland syndrome)
.
สิ่งที่เราเห็น อาจไม่ใช่ของจริงเสมอไป เพราะสมองส่วน occipital cortex ต่างหาก สร้างภาพขึ้นใน visual space ในจินตนาการให้เราเห็นในแบบที่เรารับมาผนวกกับสมองดัดแปลง
ดังเช่นเคสนี้
.
ชาย 30 ปี ระหว่างนั่งทำงาน ภาพเริ่มบิดเบี้ยว
เขายกนิ้วขึ้นมาดู พบว่านิ้วหดเล็กลง อย่างกับนิ้วเด็ก
ของรอบตัวก็ขยายขึ้น อย่างกับตัวเองโดนจับย่อส่วน
ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองกำลังจะเป็นบ้า
เป็นอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง
แล้วเริ่มมีอาการอาการปวดหัวจะมา
.
เขาปวดตุบๆ ข้างซ้ายของศีรษะ
นานเกือบ 24 ชั่วโมง
คลื่นไส้ แพ้แสง แพ้เสียง
คือมีเสียงดังขึ้นมา ก็บูม ปวดหัวหนักขึ้น
เป็นแบบนี้สัปดาห์ละครั้ง ต่อเนื่องมาเป็นปี
บางครั้งไม่มีอาการนำ
แต่บางครั้ง “โลกจะเริ่มผิดปกติก่อน”
บิดๆ เบี้ยวๆ แบบที่เล่าไป
.
สุดท้ายอาการมันหนักค่ะ
เขาจึงตัดสินใจมารพ.
หมอก็ซักประวัติแล้ว เริ่มคิดถึงโรคในกะโหลกก่อนเลย
ก็เลยจัดการตรวจค่ะ
ตรวจระบบประสาท → ปกติ
ตรวจจิตเวช → ปกติ
MRI สมอง → ปกติ
EEG → ปกติ
เลือดทุกอย่าง → ปกติ
ทุกอย่างดูเหมือน “ไม่มีอะไรผิด”
แต่สิ่งที่เขาเจอ มันผิดปกติชัดเจนมาก
.
สุดท้ายแพทย์วินิจฉัยว่า
นี่คือ “กลุ่มอาการ Alice in Wonderland”
ที่นำมาก่อนอาการปวดหัวไมเกรน
.
🧠 ปวดหัวไมเกรน เป็นภาวะที่หลอดเลือดที่เยื่อหุ้มสมองหด-คลายผิดปกติ ร่วมกับปลายประสาทแถวนั้นไวผิดปกติด้วย ซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้นเอง
แต่กำเนิดมาจากถูก ‘สั่ง’ โดยคลื่นสมองที่เรียกว่า CSD แผ่มาจากจุดใดจุดหนึ่งของสมอง ก่อนมาถึงบริเวณหลอดเลือดให้เกิดอาการปวดตุ้บๆๆๆ
ช่วงที่คลื่นยังมาไม่ถึงหลอดเลือด มันจะผ่านเนื้อสมองอย่างช้าๆ ขึ้นกับว่าผ่านสมองส่วนไหน ส่วนใหญ่ที่เจอกันคือผ่านสมองส่วนการมองเห็น
ทำให้เกิดแสงว้าบขึ้นมา บางคนเรียกว่า Aura
บางคนได้คลื่นนี้ผ่านสมองส่วนพฤติกรรมทำให้รู้สึกอาการคุ้นชินแปลกๆ บอกไม่ถูก (Déjà vu)
.
แต่ในรายนี้ คลื่นไมเกรนดันผ่านจุดที่ประมวลด้านขนาดของภาพ
→ ทำให้การรับรู้ “ขนาด ระยะ รูปร่าง” เพี้ยนไป
▪️ เห็นของใหญ่กว่าจริง (macropsia)
▪️ เห็นของเล็กกว่าจริง (micropsia)
▪️ เห็นระยะใกล้-ไกลผิดปกติ
▪️ เห็นรูปร่างบิดเบี้ยว
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจริง “ในสมอง”
แม้ตาจะปกติดี
ซึ่งกลุ่มอาการเห็นภาพแบบนี้มักเรียกว่า
Alice in Wonderland syndrome
ชื่อของภาวะนี้มาจากนิยายชื่อดัง “Alice’s Adventures in Wonderland” ของ Alice’s Adventures in Wonderland ที่เขียนโดย Lewis Carroll ค่ะ
ในเรื่องนี้ ตัวละคร “Alice” จะมีช่วงที่รับรู้โลกผิดเพี้ยนไปอย่างมาก เช่น
✔️ ตัวเองหดเล็กลงหรือใหญ่ขึ้น
✔️ สิ่งของรอบตัวขยายใหญ่ผิดปกติ หรือเล็กลง
✔️ ระยะใกล้-ไกลเพี้ยนไปหมด
.
🧩 เคสนี้โชคดี
หลังให้ยา valproic acid
เริ่มที่ 500 mg/day แล้วปรับเป็น 1000 mg/day
อาการทั้งหมดหายไป
ใน 3 เดือน ไม่มีอาการอีกเลย
.
สิ่งที่น่ากลัวของเคสนี้
ไม่ใช่แค่ปวดหัว
แต่คือ “ความรู้สึกว่า reality ตรงหน้ากำลังพัง”
และถ้าไม่รู้จักโรคนี้
หลายคนจะคิดว่าตัวเองกำลังเสียสติ
.
📌 ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณไมเกรน (Aura) ที่พบยากมากค่ะ
คิดว่าในเพจคงมีคนเป็นไมเกรนอยู่เยอะ
มีใครมีอาการนำมาก่อนบ้างมั้ยคะ อาการแบบไหน
#เพจTensia
https://www.facebook.com/share/1ZzhpPrNeq/
⏫ เพิ่มเติม
สาเหตุเกิดจากอะไร?
โรคนี้ไม่ได้เกิดจากอาการทางจิต แต่ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติในสมองส่วนที่ประมวลผลการรับรู้:
ไมเกรน (Migraine): เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่ มักเกิดขึ้นก่อนหรือระหว่างปวดหัว
การติดเชื้อ: โดยเฉพาะไวรัส EBV (Epstein-Barr Virus) ซึ่งมักพบในเด็ก
โรคลมบ้าหมู (Epstein-Barr Virus): โดยเฉพาะลมบ้าหมูที่เกิดในสมองส่วนขมับ (Temporal Lobe)
การใช้สารเสพติด: หรือยาบางชนิดที่มีฤทธิ์หลอนประสาท
ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ: เชื่อกันว่า Lewis Carroll ผู้เขียนนิยาย Alice's Adventures in Wonderland อาจจะมีภาวะ AIWS นี้เนื่องจากโรคไมเกรน และเขาได้นำประสบการณ์การมองเห็นที่ผิดเพี้ยนของตัวเองมาเขียนเป็นฉบับนิยายที่เราอ่านกันครับ
โดยส่วนใหญ่ AIWS ไม่ใช่อันตรายร้ายแรงและมักหายไปเองเมื่อรักษาต้นเหตุ (เช่น รักษาไมเกรนหรือหายจากการติดเชื้อ) แต่หากเกิดขึ้นบ่อยๆ อาจสร้างความตื่นตระหนกให้ผู้ป่วยได้ครับ
ทำความรู้จักอาการ Alice in Wonderland syndrome (AIWS)
(Alice in Wonderland syndrome)
.
สิ่งที่เราเห็น อาจไม่ใช่ของจริงเสมอไป เพราะสมองส่วน occipital cortex ต่างหาก สร้างภาพขึ้นใน visual space ในจินตนาการให้เราเห็นในแบบที่เรารับมาผนวกกับสมองดัดแปลง
ดังเช่นเคสนี้
.
ชาย 30 ปี ระหว่างนั่งทำงาน ภาพเริ่มบิดเบี้ยว
เขายกนิ้วขึ้นมาดู พบว่านิ้วหดเล็กลง อย่างกับนิ้วเด็ก
ของรอบตัวก็ขยายขึ้น อย่างกับตัวเองโดนจับย่อส่วน
ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองกำลังจะเป็นบ้า
เป็นอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง
แล้วเริ่มมีอาการอาการปวดหัวจะมา
.
เขาปวดตุบๆ ข้างซ้ายของศีรษะ
นานเกือบ 24 ชั่วโมง
คลื่นไส้ แพ้แสง แพ้เสียง
คือมีเสียงดังขึ้นมา ก็บูม ปวดหัวหนักขึ้น
เป็นแบบนี้สัปดาห์ละครั้ง ต่อเนื่องมาเป็นปี
บางครั้งไม่มีอาการนำ
แต่บางครั้ง “โลกจะเริ่มผิดปกติก่อน”
บิดๆ เบี้ยวๆ แบบที่เล่าไป
.
สุดท้ายอาการมันหนักค่ะ
เขาจึงตัดสินใจมารพ.
หมอก็ซักประวัติแล้ว เริ่มคิดถึงโรคในกะโหลกก่อนเลย
ก็เลยจัดการตรวจค่ะ
ตรวจระบบประสาท → ปกติ
ตรวจจิตเวช → ปกติ
MRI สมอง → ปกติ
EEG → ปกติ
เลือดทุกอย่าง → ปกติ
ทุกอย่างดูเหมือน “ไม่มีอะไรผิด”
แต่สิ่งที่เขาเจอ มันผิดปกติชัดเจนมาก
.
สุดท้ายแพทย์วินิจฉัยว่า
นี่คือ “กลุ่มอาการ Alice in Wonderland”
ที่นำมาก่อนอาการปวดหัวไมเกรน
.
🧠 ปวดหัวไมเกรน เป็นภาวะที่หลอดเลือดที่เยื่อหุ้มสมองหด-คลายผิดปกติ ร่วมกับปลายประสาทแถวนั้นไวผิดปกติด้วย ซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้นเอง
แต่กำเนิดมาจากถูก ‘สั่ง’ โดยคลื่นสมองที่เรียกว่า CSD แผ่มาจากจุดใดจุดหนึ่งของสมอง ก่อนมาถึงบริเวณหลอดเลือดให้เกิดอาการปวดตุ้บๆๆๆ
ช่วงที่คลื่นยังมาไม่ถึงหลอดเลือด มันจะผ่านเนื้อสมองอย่างช้าๆ ขึ้นกับว่าผ่านสมองส่วนไหน ส่วนใหญ่ที่เจอกันคือผ่านสมองส่วนการมองเห็น
ทำให้เกิดแสงว้าบขึ้นมา บางคนเรียกว่า Aura
บางคนได้คลื่นนี้ผ่านสมองส่วนพฤติกรรมทำให้รู้สึกอาการคุ้นชินแปลกๆ บอกไม่ถูก (Déjà vu)
.
แต่ในรายนี้ คลื่นไมเกรนดันผ่านจุดที่ประมวลด้านขนาดของภาพ
→ ทำให้การรับรู้ “ขนาด ระยะ รูปร่าง” เพี้ยนไป
▪️ เห็นของใหญ่กว่าจริง (macropsia)
▪️ เห็นของเล็กกว่าจริง (micropsia)
▪️ เห็นระยะใกล้-ไกลผิดปกติ
▪️ เห็นรูปร่างบิดเบี้ยว
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจริง “ในสมอง”
แม้ตาจะปกติดี
ซึ่งกลุ่มอาการเห็นภาพแบบนี้มักเรียกว่า
Alice in Wonderland syndrome
ชื่อของภาวะนี้มาจากนิยายชื่อดัง “Alice’s Adventures in Wonderland” ของ Alice’s Adventures in Wonderland ที่เขียนโดย Lewis Carroll ค่ะ
ในเรื่องนี้ ตัวละคร “Alice” จะมีช่วงที่รับรู้โลกผิดเพี้ยนไปอย่างมาก เช่น
✔️ ตัวเองหดเล็กลงหรือใหญ่ขึ้น
✔️ สิ่งของรอบตัวขยายใหญ่ผิดปกติ หรือเล็กลง
✔️ ระยะใกล้-ไกลเพี้ยนไปหมด
.
🧩 เคสนี้โชคดี
หลังให้ยา valproic acid
เริ่มที่ 500 mg/day แล้วปรับเป็น 1000 mg/day
อาการทั้งหมดหายไป
ใน 3 เดือน ไม่มีอาการอีกเลย
.
สิ่งที่น่ากลัวของเคสนี้
ไม่ใช่แค่ปวดหัว
แต่คือ “ความรู้สึกว่า reality ตรงหน้ากำลังพัง”
และถ้าไม่รู้จักโรคนี้
หลายคนจะคิดว่าตัวเองกำลังเสียสติ
.
📌 ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณไมเกรน (Aura) ที่พบยากมากค่ะ
คิดว่าในเพจคงมีคนเป็นไมเกรนอยู่เยอะ
มีใครมีอาการนำมาก่อนบ้างมั้ยคะ อาการแบบไหน
#เพจTensia
https://www.facebook.com/share/1ZzhpPrNeq/
⏫ เพิ่มเติม
สาเหตุเกิดจากอะไร?
โรคนี้ไม่ได้เกิดจากอาการทางจิต แต่ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติในสมองส่วนที่ประมวลผลการรับรู้:
ไมเกรน (Migraine): เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่ มักเกิดขึ้นก่อนหรือระหว่างปวดหัว
การติดเชื้อ: โดยเฉพาะไวรัส EBV (Epstein-Barr Virus) ซึ่งมักพบในเด็ก
โรคลมบ้าหมู (Epstein-Barr Virus): โดยเฉพาะลมบ้าหมูที่เกิดในสมองส่วนขมับ (Temporal Lobe)
การใช้สารเสพติด: หรือยาบางชนิดที่มีฤทธิ์หลอนประสาท
ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ: เชื่อกันว่า Lewis Carroll ผู้เขียนนิยาย Alice's Adventures in Wonderland อาจจะมีภาวะ AIWS นี้เนื่องจากโรคไมเกรน และเขาได้นำประสบการณ์การมองเห็นที่ผิดเพี้ยนของตัวเองมาเขียนเป็นฉบับนิยายที่เราอ่านกันครับ
โดยส่วนใหญ่ AIWS ไม่ใช่อันตรายร้ายแรงและมักหายไปเองเมื่อรักษาต้นเหตุ (เช่น รักษาไมเกรนหรือหายจากการติดเชื้อ) แต่หากเกิดขึ้นบ่อยๆ อาจสร้างความตื่นตระหนกให้ผู้ป่วยได้ครับ