ทำไมอิสลามห้ามกินหมู คำสั่งห้าม ที่มีเหตุผล ดีต่อมนุษย์ ดีต่อสุขภาพในระยะยาว

เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยมานาน หลายคนได้รับคำตอบแล้ว แต่บางคนต้องการทราบในรายละเอียด สรุปคร่าวๆ ดังนี้

1. คำตอบหลักคือ พระเจ้าสั่งห้ามบริโภคหมู
อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-อันอาม 145 ระบุไว้ดังนี้
"จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ฉันไม่พบว่าในสิ่งที่ถูกให้เป็นโองการแก่ฉันนั้น มีสิ่งต้องห้ามแก่ผู้บริโภคที่จะบริโภคมัน นอกจากสิ่งนั้นเป็นสัตว์ที่ตายเอง1 หรือเลือดที่ไหลออก2 หรือเนื้อสุกร3 แท้จริงมันเป็นสิ่งโสมม หรือเป็นสิ่งละเมิด4 ซึ่งถูกเปล่งนามอื่นจากอัลลอฮฺที่มัน5 ถ้าผู้ใดได้รับความคับขัน โดยมิใช่เป็นผู้แสวงหา6 และมิใช่ผู้ละเมิด7 แล้วไซร้ แท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้น เป็นผู้ทรงอภัยโทษ เป็นผู้ทรงเอ็นดูเมตตา"

คำอธิบาย 1-7 (ตัฟซีร คำอธิบายจาก สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
1 และรวมถึงสัตว์ที่มิได้เชือดตามบัญญัติศาสนาด้วย
2 คือไหลออกมาขณะทำการเชือด
3 หมายถึงไขมันของมันและส่วนอื่นๆ ของมันทั้งหมดด้วย ทั้งนี้ก็เพราะว่าเมื่อห้ามเนื้อแดงของมันซึ่งเป็นส่วนที่ดีที่สุดของมันแล้ว ส่วนที่เลวกว่าก็ย่อมถูกห้ามมากกว่า
4 หมายถึงสัตว์ที่ถูกเชือดโดยละเมิดบัญญัติศาสนา
5 คือขณะเชือดมัน
6 คือมิใช่มีเจตนาแสวงหาทางที่จะบริโภคโดยสร้างสถานการณ์ให้คับขั้นขึ้น
7 คือละเมิดขอบเขตแห่งความจำเป็นในการรักษาซึ่งชีวิต

สรุปคือ มุสลิมทำตามคำสั่งใช้ของพระองค์โดยไม่สงสัยใดๆ เพราะเชื่อในผู้สร้างที่ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งมาอย่างดี รู้ในรายละเอียดของสิ่งถูกสร้างทุกชนิด รวมทั้งสัตว์ต่างๆ ว่าสัตว์ใดทานได้ สัตว์ชนิดใดทานไม่ได้ บางคนก็มีคำถามต่ออีกว่า แล้วถ้าทานไม่ได้ สร้างมาทำไม คำตอบคือ "เป็นพระประสงค์ของพระองค์" พระองค์จะทรงสร้างสัตว์ใดมาเป็นประโยชน์หรือมาเป็นบททดสอบก็ได้ แต่ทุกสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง พระองค์ไม่ได้สร้างมาอย่างไร้สาระ สร้างไว้ให้อำนวยความสะดวกแก่มนุษย์ในการใช้ชีวิต ในการทำอิบาดะฮฺ (แสดงความเคารพภักดีและการใช้ชีวิต) เพื่อพระองค์ โดยพระองค์ทรงเน้นถึงการใช้ชีวิตที่สมถะ ไม่ฟุ่มเฟือย รวมถึงการบริโภคอย่างพอดี ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่มากจนเกินไป เพราะเราทุกคนต่างทราบกันแล้วว่า ถ้าทานมากจะกลายเป็นโรคตามมา สัตว์ก็มีหลายประเภทที่ทานได้ ส่วนที่ทานไม่ได้นั้น พระองค์ทรงกำหนดไว้ไม่กี่อย่าง ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเหตุผลของการห้ามทานหมู มีคำตอบชัดเจนคือ "แท้จริงมันเป็นสิ่งโสมม"


- - -
ต่อจากนี้จะเป็นข้อมูลเพิ่มเติมด้านแพทยศาสตร์ที่อ้างอิงจากผู้เขียนที่รวบรวมเนื้อหาจากข้อมูลด้านการแพทย์จะนำเสนอคร่าวๆ ดังนี้

1. ธรรมชาติของหมูที่นำไปสู่การมีเชื้อโรคและพยาธิจำนวนมาก
หมูมีนิสัยขี้เกียจและหมกมุ่นอยู่กับเรื่องสืบพันธุ์ มันไม่ชอบแสงอาทิตย์และเป็นสัตว์ขี้กลัว ยิ่งมีอายุมากมันจะยิ่งขี้เกียจมาก หมูจะกินแทบทุกสิ่งที่อยู่ข้างหน้ามันไม่ว่าสิ่งนั้นจะสกปรกโสโครกเพียงใด มันจะชอบสถานที่สกปรกมากกว่าที่สะอาด ชอบที่จะกินและนอนโดยไม่ชอบเดินไปไหนมาไหน มีนิสัยตะกละ ในบรรดาสัตว์ทั้งหมด หมูจะเป็นแหล่งของตัวพยาธิที่เป็นพิษแหล่งใหญ่ที่สุด ดังนั้น เนื้อหมูจึงเป็นพาหะของโรคหลายอย่างมายังมนุษย์ จึงไม่เหมาะสมที่จะนำมาบริโภค


2. ความเห็นจากแพทย์จีน
จีนมีประชากรเป็นจำนวนมาก "จีนเป็นประเทศที่กินเนื้อหมูที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีโรคอื่นๆ ที่มาจากหมูมากเป็นอันดับหนึ่งด้วย" (จากคำกล่าวของคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยไคโร เมื่อปี ค.ศ.1936) ข้อมูลการแพทย์จากจีนเป็นส่วนใหญ่ ดังนี้
1) ในสมัยราชวงศ์ถัง หมอชื่อ ซุนซีเหมา อายุยืนถึง 100 ปี เขียนไว้ในหนังสือเรื่อง "เฉเฉนลู" (บันทึกแห่งสุขภาพ) ว่า "เนื้อหมูอาจทำให้การป่วยไข้เก่าๆ กลับคืนมาอีก มันนำไปสู่การเป็นหมัน โรคไข้ข้อกระดูกอักเสบ และโรคหืด" การค้นพบของท่านได้รับการยืนยันโดยนักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันแล้ว

2) ในสมัยราชวงศ์หมิง หมอชื่อ หลีชีเฉน ซินแสด้านยาและเขียนตำรา 50 กว่าเล่ม กล่าวว่า "หมูทางตอนใต้มีกลิ่นฉุนและมีน้ำมันเข้มข้น มันมีพิษภัยที่ก่อให้เกิดโรคมากมาย"

3) นักการแพทย์สมัยใหม่ชื่อ ฉือฮุนหยู ในหนังสือ "ปัญหาของการกินเนื้อสัตว์เป็นอาหาร" เขียนไว้ว่า "การกินเนื้อหมูเป็นสาเหตุทำให้เกิดความจำเสื่อมและผมร่วง" วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ก็ได้พบว่าเนื้อหมูเป็นสาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้ศีรษะล้านและความจำเสื่อม


3. โรคที่มีสาเหตุจากหมูและการกินเนื้อหมู
เนื้อสัตว์ทุกชนิดหรือผักจะมีจุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรค แต่เนื้อหมูจะมีเชื้อจุลินทรีย์และพยาธิที่มีเชื้อโรคอยู่มากที่สุด โรคต่างๆ ที่เกิดจากหมู ได้แก่ โรคท้องร่วงเรื้อรัง โรคปอดอักเสบ โรคหายใจติดขัด โรคดีซ่าน โรคโลหิตจาง วัณโรค ท้องร่วงและไทฟอยด์ โรคเลือดออกในปอด ระบบการย่อยผิดปกติ โรคหลอดลมอักเสบและฝีในปอด ทุพพลภาพเรื้อรัง โรคปวดตามไขข้อและกล้ามเนื้อ ไข้ทรพิษ โรคหิตขี้เรื้อน โรคเท้าเปื่อย อหิวาตกโรค (ข้อมูลส่วนหนึ่งจากบทความในหนังสืออิสลามิครีวิว โดย ดร.มุฮัมมัด ญะฟัรฺ ตีพิมพ์ในลอนดอน ค.ศ.1957)

ส่วนโรคไฟลามทุ่ง (จากบทความข้างต้น ระบุว่ามาจากพยาธิ Swine Erysipelas ที่อยู่ในผิวหนังของหมู แต่จากการค้นหาข้อมูลปัจจุบันเป็นชื่อของเชื้อแบคทีเรียในชื่อเดียวกัน ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้เกิดจากทำงานใกล้ชิดกับหมู เช่น คนเลี้ยงหมู คนเชือด สัตวแพทย์)

4. การเปรียบเทียบเนื้อสัตว์อื่นกับหมู
1) เปรียบเทียบระหว่างหมู วัว แพะ ผลปรากฏว่า เนื้อหมูมีปริมาณไขมันมากกว่าเนื้อแพะ และเนื้อวัว ตามลำดับ
- มันเนื้อหมูมีเปอร์เซ็นต์ของไขมัน 91%, มันเนื้อแพะ 56%, มันเนื้อวัว 35%
- เนื้อหมูติดมันมีเปอร์เซ็นต์ของไขมัน 60%, เนื้อแพะติดมัน 35%, เนื้อวัวติดมัน 20%
- เนื้อหมูไม่มีมันมีเปอร์เซ็นต์ของไขมัน 29%, เนื้อแพะไม่ติดมัน 14%, เนื้อวัวไม่ติดมัน 6%
- แฮม มีเปอร์เซ็นต์ของไขมัน 51%

2) การทดลองการตากเนื้อ และปรุงอาหาร
- เอาชิ้นเนื้อหมู แพะ วัว อายุเท่ากัน อย่างละ 1 ชิ้น วางไว้กลางแดด เนื้อหมูจะเน่าก่อน ต่อมาเป็นเนื้อแพะ และเนื้อวัว (ความต่างในเวลาการเน่าจะห่างกันประมาณ 1 ชม. บางครั้งเนื้อวัวจะแห้งโดยไม่เน่า)
- นำเนื้อทั้งสามมาปรุงอาหาร เนื้อหมูจะสุกช้าที่สุด และไม่มีใครสามารถแน่ใจได้ว่าเนื้อที่ปรุงแล้วจะไม่มีเชื้อโรคที่ไม่เป็นอันตราย


- - -
กลับมาที่หลักการอิสลาม 2 ข้อสำคัญ
1. เมื่อฉุกเฉิน ไม่มีอะไรจะกินได้แล้วจริงๆ ทานหมูได้เท่าที่จำเป็น
อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ 173 ระบุไว้ดังนี้
"ที่จริงที่พระองค์ทรงห้ามพวกเจ้านั้นเพียงแต่สัตว์ที่ตายเอง และเลือด3 และเนื้อสุกร4 และสัตว์ที่ถูกเปล่งเสียงที่มัน เพื่ออื่นจากอัลลอฮฺ5 และผู้ใดได้รับความคับขัน6 โดยมิใช่ผู้เสาะแสวงหา7 และมิใช่ผู้ละเมิดขอบเขตแล้วไซร้8 ก็ไม่มีบาปใด ๆ แก่เขา แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ"
คำอธิบาย 3-8 (ตัฟซีร คำอธิบายจาก สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
3 เลือดที่ไหลออกขณะเชือด ส่วนเลือดที่อยู่ในเนื้อนั้นไม่เป็นที่ต้องห้าม
4 หมายถึงทุกส่วนในตัวของมันด้วย
5 คือเปล่งเสียงกล่าวนามสิ่งที่เขาเชือดเพื่อสิ่งนั้น อื่นจากอัลลอฮฺ
6 อยู่ในภาวะคับขัน ไม่สามารถจะหาอาหารอื่นเพื่อประทังชีวิตได้ นอกจากเนื้อสุกร
7 มิใช่สร้างสถานการณ์ให้คับขันเพื่อต้องการบริโภค
8 เมื่อบริโภคแล้วก็บริโภคพอประทังชีวิต มิใช่ถือโอกาสสวาปามจนเกินความจำเป็น


2. สิ่งที่บริโภคเข้าไป เป็นสาเหตุที่อัลลอฮฺจะทรงตอบรับดุอาอฺ/ไม่ตอบรับ
พระองค์ทรงสร้างมนุษย์มาในสภาพที่สวยงาม พระองค์ทรงรักความสะอาด และเน้นให้มุสลิมรักษาความสะอาดทั้งกาย วาจา ใจ ถ้าทำผิดก็ให้กลับเนื้อกลับตัว ใจจะได้บริสุทธิ์ ไม่เป็นจุดด่างดำในใจมากไป ดังนั้น อาหารที่ทานเข้าไปจะต้องสะอาด ถูกต้องตามหลักการอิสลาม ไม่บริโภคสิ่งต้องห้าม จึงจะได้รับการตอบรับการขอพรจากพระองค์ เพราะสิ่งที่ทานเข้าไปกลายเป็นเลือดเนื้อของเรา จึงต้องระวังให้ดี แต่ในสิ่งที่ต้องห้ามบริโภคก็มีเพียงไม่กี่อย่าง หากมุสลิมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน บางอย่างก็จะได้ทานในโลกหน้าที่ไม่เป็นพิษภัยใดๆ และอร่อยกว่าในโลกนี้ แบบที่คาดไม่ถึง เช่น เหล้าในโลกหน้า

สาเหตุที่ดุอาอฺถูกตอบรับ-ไม่ถูกตอบรับ (งานที่ทำ เสื้อผ้าที่ใส่ สิ่งที่ทานเข้าไป ไม่เป็นสิ่งต้องห้ามในอิสลาม)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺ กล่าวว่า “พวกท่านทั้งหลาย อัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่ง เป็นผู้ทรงบริสุทธิ์และพระองค์ทรงรับแต่เฉพาะสิ่งที่สะอาด อัลลอฮฺทรงบัญชาบรรดาผู้ศรัทธา เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงบัญชาบรรดารอซูลของพระองค์ว่า “โอ้ บรรดารอซูล จงกินจาก สิ่งที่ดี และจงทำการงานที่ดี แท้จริง ฉันรู้ดี ว่าพวกเจ้าทำอะไรอยู่” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุอฺมินูน 51) และ พระองค์ทรงกล่าวว่า “โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงกินสิ่งดีๆ ที่เราได้ประทานแก่สูเจ้าเป็นปัจจัยยังชีพ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ 172) หลังจากนั้น ท่านได้เอ่ยถึงผู้ชายคนหนึ่งที่เดินทางตามลำพังคนเดียวใน สภาพผมเผ้ารุงรังและเสื้อผ้าที่เขรอะไปด้วยฝุ่น เขาได้ยกมือขึ้นไปบนท้องฟ้าและวิงวอนว่า “โอ้ พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์” ในขณะที่อาหารการกิน เครื่องดื่ม และเสื้อผ้าของเขาเป็นที่ต้องห้าม คำวิงวอนของเขาจะถูกตอบรับได้อย่างไร?” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 1015)

เราเผยแพร่ข้อมูลในเนื้อหาสาเหตุของเนื้อหมู ไม่ได้พาดพิงคนบริโภคนะ เพราะอิสลามสอนไว้
"สำหรับพวกท่านก็คือศาสนาของพวกท่าน และสำหรับฉันก็คือศาสนาของฉัน" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลกาฟิรูน 6)

ความเห็นส่วนตัว
1. พออ่านธรรมชาติของหมู ก็ได้สำรวจตัวเองไปด้วยว่า เราไม่ควรจะมีลักษณะแบบมันนะ วัลอิยาซุบิลลาฮฺ ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองให้ห่างไกลจากสิ่งนี้
2. พยาธิมีเยอะมาก เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ เยอะมาก เช่น โรคที่กล่าวไว้ข้างต้น ทำให้ตระหนักในเรื่องความสะอาด ต้องกลับมารักษาความสะอาดให้มากขึ้น ซึ่งก็เป็นข้อดีของการที่พระองค์ทรงสร้างพยาธิ สร้างโรค เราจะได้รักสะอาด ใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น

วัลลอฮุอะอฺลัม อัลลอฮุเท่านั้นทรงรู้ดีที่สุด


- - -
อ้างอิง ข้อมูลด้านการแพทย์ จากหนังสือ
ชื่อ "ทำไมอิสลามจึงห้ามกินหมู"
ผู้แต่ง อิบรอฮีม ที วาย.มา
ผู้แปล บรรจง บินกาซัน
พิมพ์ครั้งที่ 3 ไม่ปรากฏปี (พิมพ์ครั้งที่ 1-2 เมื่อปี พ.ศ.2540, 2541)
ผลิตโดย ศูนย์หนังสืออิสลาม กรุงเทพฯ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่