แพ้กุ้ง สังเกตอย่างไร

อาการแพ้กุ้ง เกิดจากอะไร
     ข้อมูลจากโรงพยาบาลบีเอ็นเอชเผยว่า อาการแพ้กุ้งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การปนเปื้อนสารเจือปนหรือสารเคมีที่ต่างกันในการประกอบอาหาร รวมถึงอาจเกิดจากพฤติกรรมร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ หรือหลังการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายไวต่อสารก่อภูมิแพ้มากขึ้น

กุ้งมีส่วนประกอบหลายอย่างที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ โดยสารก่อภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยในกุ้ง ได้แก่
     1.โทรโปไมโอซิน (Tropomyosin) คือโปรตีนที่พบในเนื้อกุ้งและเป็นสารก่อภูมิแพ้หลักที่ทำให้เกิดอาการแพ้กุ้ง
     2.ฮีโมไซยานิน (Hemocyanin) คือสารโปรตีนที่พบในหัวกุ้ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ในบางคน
     3.สารเจือปนอื่นๆ บางครั้งผู้ป่วยไม่ได้แพ้กุ้งจริงๆ แต่เกิดการแพ้จากสารเคมีหรือพยาธิที่ปนเปื้อน เช่น พยาธิอะนิซาคิส (Anisakis)
     4.ความแตกต่างของสายพันธุ์กุ้ง ผู้ที่แพ้กุ้งบางคนอาจแพ้เฉพาะบางสายพันธุ์ เช่น กุ้งน้ำจืด (กุ้งก้ามกราม) หรือกุ้งน้ำเค็ม เช่น กุ้งกุลาดำและกุ้งแชบ๊วย

นอกจากแพ้กุ้งแล้ว ข้อมูลจากโรงพยาบาลศิริราชพบว่ายังมีอาหารอีกหลายชนิดที่เป็นสาเหตุให้คนแพ้ เช่น อาหารทะเล (เช่น กุ้ง ปู หอย), ข้าวสาลี, ผลไม้และผักบางชนิด, ถั่วลิสง, ถั่วเหลือง, ปลาทะเล, นมวัว และเนื้อหมู

อาการแพ้กุ้ง มีแบบไหนบ้าง

     ข้อมูลจากโรงพยาบาลกรุงเทพระบุว่าอาการแพ้กุ้งหรืออาการแพ้อาหารอื่นๆ มักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ
1. ชนิดไม่เฉียบพลัน (Non – IgE – Mediated Food Allergy)
     เป็นกลุ่มที่มีอาการแบบล่าช้า มักค่อยๆ ปรากฏอาการหลายชั่วโมงหรือเป็นวันหลังจากรับประทานอาหารเข้าไปแล้ว เช่น ผื่นเรื้อรัง โดยจะมีผื่นแดง คัน แห้ง ในเด็กมักจะเป็นบริเวณที่แก้มหรือข้อพับ ถ้าเป็นอาการที่ระบบทางเดินอาหาร เมื่อได้รับอาหารที่แพ้อาจถ่ายเป็นมูกเลือด อาเจียน และถ่ายเหลวรุนแรง
2. ชนิดเฉียบพลัน (IgE – Mediated Food Allergy)
     มีอาการตาบวม ปากบวม ผื่นลมพิษ หลอดลมตีบ ไอ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปวดท้อง อาเจียน โดยอาการจะเกิดขึ้นภายใน 30 นาที - 1 ชั่วโมง หลังจากรับประทานอาหาร และมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้รุนแรงได้
3. ชนิดรุนแรง (Anaphylaxis)
     เป็นอาการแพ้ในระดับรุนแรงที่สุดและเป็นอันตรายถึงชีวิต อาการที่เกิดขึ้น ได้แก่ ผื่นแดงตามผิวหนัง ลมพิษ คัน ผิวหนังแดงหรือซีด วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือท้องเสีย

วิธีรักษาอาการแพ้กุ้ง

     ในกรณีที่บังเอิญรับประทานกุ้งเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจแล้วเกิดอาการแพ้ขึ้นมา โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์แนะนำวิธีรักษาหรือปฐมพยาบาลตนเองเบื้องต้นไว้ดังนี้
     1.หากเกิดอาการเวียนศีรษะหรือหน้ามืดให้นอนราบลง ห้ามลุกยืนเร็วๆ
     2.ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือหรือรีบบอกคนที่อยู่รอบข้าง
     3.ถ้าหายใจไม่สะดวกให้นั่งเอนตั้งศีรษะสูง
     4.หญิงตั้งครรภ์ควรนอนตะแคงลงทางด้านซ้ายหนุนขาสูง
     5.หากมียาแก้แพ้อยู่กับตัวสามารถกินยาแก้แพ้ได้ แต่ยาแก้แพ้ชนิดรับประทานจะไม่สามารถแก้อาการแพ้รุนแรงได้
     6.ผู้ที่มียาฉีดอะดรีนาลินหรือ Epipen สามารถฉีดยาให้กับตนเองได้ แล้วรีบไปพบแพทย์เพื่อการรักษาต่อไป เพื่อป้องกันการเกิดอาการแพ้รุนแรงเพราะอาการอาจแย่ลงได้อีกอย่างรวดเร็วหรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่นเกิดขึ้น

     สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้กุ้งหรือแพ้อาหารรุนแรงจนต้องรีบไปพบแพทย์ หลังจากทำการประเมินผู้ป่วยแล้วแพทย์จะฉีดยารักษาการแพ้รุนแรง คือ อะดรีนาลิน (Adrenaline) เข้ากล้ามเนื้อต้นขา และอาจต้องฉีดยาอื่นๆ เข้าทางหลอดเลือด หากมีอาการหอบเหนื่อยจะได้รับการพ่นยาขยายหลอดลม
     ในรายที่ความดันเลือดต่ำจำเป็นต้องให้น้ำเกลือเข้าทางหลอดเลือด หากอาการยังไม่ดีขึ้นแพทย์อาจต้องฉีดอะดรีนาลินซ้ำอีกหลายครั้ง หรือให้การรักษาอื่นๆ ตามความเหมาะสม
     ภายหลังการฉีดอะดรีนาลินผู้ป่วยอาจมีอาการปวดเกร็งบริเวณกล้ามเนื้อที่ถูกฉีดยา อาจมีอาการตัวสั่นรุนแรงทั้งตัว หรือรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วและแรง ซึ่งเกิดจากฤทธิ์ของอะดรีนาลินและอาการเหล่านี้จะค่อยๆ หมดไป
     หลังจากผ่านเหตุการณ์ฉุกเฉินเมื่อเกิดการแพ้รุนแรงไปแล้ว ผู้ป่วยอาจถูกส่งตัวมาปรึกษาต่อกับหมอภูมิแพ้เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ หาสาเหตุของการแพ้ และหาแนวทางในการป้องกันการเกิดซ้ำ ตลอดจนวางแผนรับมือช่วยเหลือดูแลตนเองหากเกิดอาการซ้ำในครั้งถัดไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อาการแพ้กุ้ง สังเกตอย่างไร
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่