เรื่องจริงของกลุ่มฮามาส

สำหรับผู้ที่ต้องการรู้ความจริง เรียบเรียงจากการบรรยายของนักวิชาการมุสลิมไทยที่ศึกษาข้อเท็จจริงของทั้งสองประเทศ เผยแพร่ข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ.2561

“บรรดาผู้ที่เราให้พวกเขามีอำนาจในแผ่นดิน คือบรรดาผู้ที่ดำรงการละหมาด และบริจาคซะกาตและใช้กันให้กระทำความดี และห้ามปรามกันให้ละเว้นความชั่ว และบั้นปลายของกิจการทั้งหลายย่อมกลับไปหาอัลลอฮฺ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลฮัจญฺ 41) 

1. กลุ่มฮามาส คือประชาชนชาวปาเลสไตน์
ที่เป็นผู้ชายมาเป็นรัฐบาล มาจากเด็กๆ ที่พ่อแม่เสียชีวิตจากการถูกฆ่าเหมือนเช่นเหตุการณ์ปัจจุบัน อิสราเอลทำอย่างนี้มา 75 ปีแล้ว ฆ่าคนปาเลสไตน์แล้วยึดดินแดนมาเป็นของตัวเอง กลุ่มฮามาสทำหน้าที่ปกป้องประชาชนของเขามาโดยตลอด

2. ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนอย่างโปร่งใส 
ประชาชนเรียกรัฐบาลขึ้นมาปกครองโดยคะแนนเสียงท่วมท้น ปัจจุบันปกครองอยู่ในพื้นที่กาซา กลุ่มฮามาสก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1987 ปกครองยาวนาน 36 ปี

3. พัฒนาปาเลสไตน์ทุกด้าน
มีมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ  พยายามสร้างและพัฒนาทุกอย่าง ดูแลประชาชนในพื้นที่ทั้งหมด ผู้นำฮามาสพัฒนารัฐปาเลสไตน์ทุกด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องทหาร มหาวิทยาลัยอิสลามกาซ่ามีความเจริญ เป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมอิสลาม และวิชาการด้านต่างๆ

4. ฝึกเยาวชนเตรียมเป็นพลทหารนักรบ 
ผู้นำฮามาสจัดตั้งกองทหารนักรบ ส่งไปฝึกทหารที่อิหร่าน (กลุ่มฮามาสเป็นมุสลิม ซุนนีย์ แม้อิหร่านจะเป็นมุสลิม ชีอะห์ แต่ก็ไม่ได้ให้เป็นชีอะห์ตามเขา) จะเป็นนักรบได้ต้องมีเงื่อนไข ละหมาดตะฮัดยุด ท่องจำอัลกุรอานได้ และมีเนียตทำเพื่ออัลลอฮฺเท่านั้น

5. ใช้วิธีรบแบบท่านรอซูล
วิถีแบบบุรุษ วิธีรบแบบรอซูล คือ รบในพื้นที่ห่างไกลชุมชน แต่เมื่อถูกรุกรานก็ต้องปกป้องประชาชนให้ถึงที่สุด ในขณะเดียวกันเมื่อจับเชลยศึกได้ก็ต้องดูแลให้ดี ให้เกียรติ

6. เคยใช้วิธีระเบิดพลีชีพไป 1 ครั้ง 
ผ่านการฟัตวา (คำตัดสินที่เป็นทางการ) จากผู้รู้ที่เชี่ยวชาญกฎหมายชารีอะห์ (หลักกฎหมายอิสลาม) สาเหตุเพราะถูกรุกรานมากเกินไป และเลือกสถานที่ที่ทหารอยู่เยอะ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ใช้วิธีนี้อีกเลย

7. อิสราเอลเป็นฝ่ายรุกราน มื่อวันที่ 7 ต.ค.66 แต่กลุ่มฮามาสถูกมองว่าก่อการณ์ร้าย
– ตอนนี้ประชาคมรู้แล้วว่า ปาเลสไตน์ถูกรุกราน 75 ปีไม่มีใครช่วยเขาได้เลย เขาจึงต้องปกป้องตนเอง จากการถูกกดดันของอิสราเอลที่ใช้วิธีสร้างกำแพงปิดล้อมกาซ่า ไม่ให้ส่งยา อาหาร สาธารณูปโภคเข้าไป มี 2 ประตู ประตูหนึ่งเข้าอียิปต์ อีกประตูเข้าอิสราเอล
– ทหารอิสราเอลทำร้ายมุสลิมที่ไปทำอิบาดะห์ในมัสยิดอัลอักซอในขณะถือศีลอดเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา ไม่ทำตามมติ UN ที่ห้ามสร้างบ้าน ห้ามสร้างนิคม ให้รื้อรั้ว เพราะสมาชิกความมั่นคงถาวรส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การนำของชาวยิว (ชาวปาเลสไตน์ถูกขังเหมือนอินเดียนแดงที่ถูกอเมริกันขัง)
– คนไทยที่ไปทำงานที่อิสราเอล ยังมีที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากอิสราเอล เพราะเขาต้องการให้เป็นหนึ่งในตัวประกันเกิดกระแสต่อต้าน
– กลุ่มฮามาสจำเป็นต้องใช้วิธีฝ่าวงล้อม และเพื่อรักษามัสยิดอัลอักซอให้สามารถทำอิบาดะห์ได้ จึงจำเป็นต้องดำเนินการรบ

8. ประชาชนไม่เคยโทษฮามาสที่มีสงคราม
– เหตุการณ์ 7 ต.ค.66 และหลังจากนั้นเป็นผลให้มีเด็กเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เพราะขาดอาหาร ยา และสาธารณูปโภค
– ประชาชนกาซ่าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง คนป่วย คนแก่ เกิดการตายและถูกจับเป็นเชลยเป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาไม่เคยตำหนิฮามาส และรู้ว่าเพราะวิธีการรบที่ไม่คำนึงถึงมนุษยชนของอิสราเอล จึงเป็นแบบนี้

9. ข่าวเท็จไม่นาน ความจริงถูกเปิดเผย
– ถูกใส่ร้ายว่ากลุ่มฮามาสไปที่คอนเสิร์ตแล้วไปฆ่าคน คนที่ยิงคือกองทัพอากาศอิสราเอล ที่เอาเฮลิคอปเตอร์มายิง จะมาไล่ยิงฮามาส แต่ยิงเข้าไปที่คน มีคนตายจำนวนมาก เพราะฮามาสบอกชัดเจนว่าเขาสู้กับใคร 500 ศพแรกคือ ทหารผ่านศึกของกองกำลังป้องกันอิสราเอล IDF ล้วนๆ
– เหตุการณ์ล่าสุดที่จับเชลยรวมถึงคนไทย ซึ่งจะมีการปล่อยเชลยที่เป็นคนไทยทุกคน เพราะไม่เกี่ยว แต่ ณ ตอนมีสงคราม เขากวาดใครได้ เขากวาดเข้าไปหมด ที่เขายังไม่ปล่อยก่อนหน้านี้ เพราะเกรงว่าอิสราเอลจะยิงแล้วจะใส่ร้ายฮามาสอีก แล้วก็อ้างว่าเป็นผู้ก่อการร้าย
– ทุกอย่างที่บอกว่าคนอื่นเป็นก่อการร้ายหมด เพราะว่ากลุ่มไซออนนิสต์ (อิสราเอล) และพรรคพวกคืออเมริกาและตะวันตกใส่ร้ายคนอื่นหมด ความจริงที่เราเห็นคือ การฆ่าเด็ก การถล่มโรงพยาบาลในกาซา คนพวกนี้ต้องการจะยึดโลก ไม่ใช่มุสลิม

“และจงกล่าวเถิด เมื่อความจริงปรากฏขึ้นและความเท็จย่อมมลายไป แท้จริงความเท็จนั้นย่อมมลายไปเสมอ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอิสรออฺ 81)

10. นี่คือความจริงที่หลายคนยังไม่รู้  “สงสัยมั้ย..ทำไมสงครามนี้เลือกทำร้ายเด็ก??”
– “พี่น้องชาวกาซ่า ถูกต่อต้าน เพราะเขาปกป้องรักษากุรอาน 2 ล้านกว่าคน เยาวชนชาวกาซ่าส่วนใหญ่เป็นฮาฟิซกุรอาน (ท่องจำอัลกุรอานทั้งเล่ม) ทำไมยิวต้องไปเข่นฆ่าเด็กที่ท่องจำอัลกุรอาน เด็กพวกนี้ 40 ปีที่แล้ว ยังไม่มีฮามาส เด็กๆ เขาถือก้อนหินขว้างรถถัง เพราะเขาเชื่อว่าเขาชนะได้ เพราะเขามีอัลกุรอาน ปัจจุบันคือแกนนำของฮามาส ทุกคนท่องจำอัลกุรอานทั้งเล่ม รวมทั้งผู้นำกลุ่มฮามาสที่เพิ่งเสียชีวิตไป มุสลิมทั่วโลกไม่ได้โดนบททดสอบขนาดนี้ เพราะในฉนวนกาซ่า เป็นพื้นที่ไม่มีสิ่งอบายมุข มุสลิมะห์ทุกคนแต่งชุดฮิญาบ ไม่มีใครกล้าขายยาเสพติด ทั้งชุมชนใส่ใจอัลกุรอาน“
– ส่วนหนึ่งจากเนื้อหาในยูทูบ หัวข้อ สลามชาวกาซ่า (บรรยายเมื่อ 10/08/67)

รายงานจากท่านสะอัด บิน อบีวักกอศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่าท่านได้ถามท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมว่า “ใครคือผู้ที่ถูกทดสอบมากที่สุด?” ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า “คือบรรดานบีต่างๆ หลังจากนั้นก็คือผู้ที่ใกล้เคียงนบีที่สุดกับบรรดานบี บุคคลหนึ่งจะถูกทดสอบตามระดับการยึดมั่นในศาสนาของเขา หากเขาเข้มแข็งในศาสนา เขาก็จะถูกทดสอบหนัก และหากการยึดมั่นของเขาอ่อน เขาก็จะถูกทดสอบตามระดับการยึดมั่นในศาสนาของเขา บะลาอฺ การทดสอบจะประสบแก่มนุษย์จนทำให้เขาเดินอยู่บนหน้าแผ่นดินโดยไม่มีบาปกรรมใดเหลืออยู่อีก” (หะดีษ สุนัน อัต-ติรมิซีย์ เลขที่ 2398 อิมาม อัต-ตัรมิซีย์ กล่าวว่าเป็นหะดีษที่หะสันเศาะฮีหฺ)

- - -
ทำไมอัลกุรอานจึงสำคัญ??
– เพราะในนั้นมีความจริงทั้งหมด ตั้งแต่ใครสร้างมนุษย์ ใครสร้างโลกและจักรวาล ธรรมชาติที่มนุษย์เรียก นั้นคือระบบที่พระเจ้าสร้าง ทำไมมีนักวิทย์หลายคนเมื่อทดลองแล้วมาอ่านอัลกุรอานจึงรับอิสลาม และความจริงอีกหลายข้อที่วิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้
– จริงๆ แล้วเราเกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน วิธีไหนที่จะปกป้องให้รอดพ้นจากนรก ทำดีแบบไหนจึงจะเข้าสวรรค์ และเหตุการณ์ก่อนวันสิ้นโลกมีอะไรบ้าง ในอัลกุรอานบอกหมด
– และหนึ่งในนั้นที่ยิวกลัวคือ เขากลัวว่าคนจะรู้ว่า อิสลามคือศาสนาที่แท้จริงที่มีมาตั้งแต่แรก ตั้งแต่มีอาดัมมนุษย์คนแรกของโลก และยิวต้องการรบกับมุสลิมเพื่อล้างเผ่าพันธุ์ไม่ให้มีใครปกป้องอัลกุรอานได้ แต่ไม่มีใครเปลี่ยนกำหนดของพระเจ้าผู้สร้างโลกและจักรวาลใบนี้ได้
– รีบค้นหาความจริง ก่อนที่จะถึงวันสิ้นโลก ซึ่งใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว อย่าเพิ่งตัดสินฮามาสหากยังไม่รู้ความจริง เพราะเราต้องรับผิดชอบในทุกการกระทำ แม้จะเป็นคำพูด/ข้อความลอยๆ ก็ตาม
– ส่วนมุสลิมเดิม รีบเตาบะฮฺ (กลับเนื้อกลับตัว) ศึกษาอัลกุรอานและหะดีษ อย่าให้แพ้ชาวกาซ่าที่ท่องจำได้ อย่างน้อย เราก็ศึกษาแล้วปฏิบัติตามคำสั่งใช้เท่าที่มีความสามารถ ก่อนที่วันกิยามะฮฺเล็กจะมาถึง (วันเสียชีวิต กลับไปหาอัลลอฮฺ) และก่อนเหตุการณ์ใหญ่วันกิยามะฮ์ใหญ่ (วันสิ้นโลก) จะมาถึง ซึ่งตอนนั้นโอกาสในการศึกษาเรียนรู้ศาสนานั้นยากกว่าในตอนนี้


- - -
เรามีส่วนร่วมญิฮาดได้ 
นักวิชาการมุสลิมกล่าวว่า เราสามารถมีส่วนร่วมในการญิฮาดครั้งนี้ได้
ระดับการญิฮาด มี 3 ระดับ 
1) ญิฮาดด้วยการต่อสู้ ด้วยกำลังและอาวุธ และตายชะฮีด 
2) ประกาศมาจากการรู้ข้อมูล (อีมานเข้มแข็งระดับ 2) 
3) ขอดุอาอฺ
ชีวิตของผู้ศรัทธา ถ้าไม่ได้ผูกพันไว้กับการต่อสู้การญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เป็นชีวิตที่ไร้ความหมาย ต่อสู้ในทุกรูปแบบ แต่ต้องเป็นการต่อสู้ใน

หนทางของพระองค์ (ญิฮาด) เช่น
– ต่อสู้ดิ้นรนทำมาหากินเพื่อแสวงหาริสกีที่ฮาลาล หลีกเลี่ยงจากริสกีที่หะรอม
– ต่อสู้เพื่อดูแลครอบครัวตัวเอง เลี้ยงลูกให้อยู่ในกรอบของศาสนา
– ต่อสู้ปกป้องอิสลาม ปกป้องชีวิตของตัวเอง ปกป้องศักดิ์ศรีเกียรติยศของตัวเอง มิให้ใครเสียดสีละเมิดล่วงเกิน
– การต่อสู้เพื่อประกาศความจริง ถึงจะเสียชีวิต ถึงจะถูกรังแก ถูกเหยียดหยาม เพื่อให้ความจริงได้ปรากฏ

นบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) กล่าวว่า “ผู้ใดเสียชีวิตเพราะปกป้องทรัพย์สินของตัวเอง เขาเหล่านั้นเป็นชะฮีด” และ “ญิฮาดที่ประเสริฐที่สุด สูงสุด คือ การพูดความจริงคนเดียว ต่อหน้าผู้นำ ผู้ปกครองที่อธรรม”

คนที่ญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ ถือว่าเป็นคนที่กำลังลงทุนทำธุรกิจ ทำการค้ากับอัลลอฮฺ
ลงทุนกับอัลลอฮฺ มีกำไรแน่นอน สิ่งที่เราจะได้ อัลลอฮฺได้สัญญาไว้กับผู้ศรัทธา
“โอ้ บรรดาผู้ศรัทธา ข้าจะชี้แนะแนวทางแก่พวกเจ้าไหมเล่า ถึงการค้าที่จะช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากการลงโทษอันเจ็บปวด นั้นคือพวกเจ้าต้องศรัทธาต่ออัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์ และต่อสู้ดิ้นรนในทางอัลลอฮฺ ด้วยทรัพย์สินของพวกเจ้าและชีวิตของพวกเจ้า นั่นเป็นการดียิ่งสำหรับพวกเจ้าหากพวกเจ้ารู้ พระองค์จะทรงอภัยให้แก่พวกเจ้า ซึ่งการทำบาปของพวกเจ้า และจะทรงให้พวกเจ้าเข้าในสวนสวรรค์หลากหลาย มีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน ณ เบื้องล่างของสวนสวรรค์ และที่พำนักอันบรมสุขในสวนสวรรค์หลากหลายอันสถาพร นั่นคือชัยชนะอันใหญ่หลวง และสิ่งอื่นๆ อีกที่พวกเจ้ารักชอบมันการช่วยเหลือจากอัลลอฮฺและการพิชิตอันใกล้นี้และจงแจ้งข่าวดีแด่บรรดาผู้ศรัทธาเถิด” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัศศ็อฟ 10-13) 

ได้ชัยชนะ ได้อยู่ข้างเคียงกับความจริงและสัจธรรม เท่ากับอยู่ข้างเคียงกับอัลลอฮฺ
ถ้าสูญเสียสิ่งหนึ่งสิ่งใด เช่น ชีวิตของตัวเอง ทรัพย์สิน ลูกหลาน หรืออะไรก็ตาม สิ่งที่สูญเสียนั้น อัลลอฮฺจะทดแทน อินชาอัลลอฮฺ

“และแท้จริง ไพร่พลของเรานั้น สำหรับพวกเขาจะเป็นผู้มีชัยชนะ” (ตัฟซีร: คือไพร่พลของเราที่เป็นมุอฺมินนั้น สำหรับพวกเขาจะได้รับชัยชนะทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮฺ ในโลกดุนยาได้รับชัยชนะด้วยหลักฐานและข้อพิสูจน์ ส่วนในโลกอาคิเราะฮฺด้วยการเข้าสวนสวรรค์) อัลกุรอานซูเราะฮฺอัศศ็อฟฟาต 173 (ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)

วัลลอฮุอะอฺลัม อัลลอฮฺเท่านั้นที่ทรงรู้ดีที่สุด
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่