ชาวเมืองที่ปลอดภัยจากการถูกลงโทษในอดีต

จากเนื้อหาวันก่อนเป็นบทเรียนจากกลุ่มชนในอดีตที่ถูกลงโทษ บางกลุ่มไม่มีประชาชาติและเมืองหลงเหลืออยู่แล้ว เช่น กลุ่มชนอ๊าดและมัดยัน ที่ถูกลงโทษเป็นพายุหนาวเหน็บและแผ่นดินไหว จึงไม่มีข้อมูลทางด้านประวัติศาสตร์ ส่วนบางเหตุการณ์มีการบอกเล่าถึงซากโบราณ เช่น เรือใหญ่ที่จอดอยู่ที่อิรัก ในเหตุการณ์น้ำท่วมโลก หรือทะเลเดดซี ซึ่งเกิดจากการถูกพลิกแผ่นดิน กลายเป็นทะเลที่มีความเค็มจนลอยได้ อัลกุรอานบอกถึงสาเหตุของภัยพิบัติครั้งนั้นว่าเป็นการลงโทษที่มีที่มาจากการทำผิดของประชาชนในยุคนั้น ซึ่งเมื่อถ้ารับรู้เรื่องราวแล้ว ก็ไม่อยากจะไปสัมผัสสถานที่เหล่านั้น เช่น น้ำทะเลเดดซี เพียงแค่มองและขอดุอาอฺให้เรารอดพ้นจากการลงโทษก็พอ

อัลลอฮฺ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าที่แท้จริงได้ทรงอธิบายเหตุการณ์ในอดีตไว้ในอัลกุรอานอย่างละเอียดหลายซูเราะฮฺ (บท) บางซูเราะฮฺจะเล่าถึงการเตือนของนบี บางซูเราะฮฺจะเล่าถึงรายละเอียดของการลงโทษ ประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าจากพระเจ้า ย่อมถูกต้องเที่ยงธรรม เพราะพระองค์ทรงรอบรู้อย่างละเอียดลึกซึ้งไปถึงความคิดของมนุษย์ และทรงจดจำทุกการกระทำคำพูดของมนุษย์ได้หมด โดยพระองค์ทรงเล่าอย่างกระชับได้ใจความสำคัญ อะไรที่ไม่สำคัญจะไม่นำมาระบุในอัลกุรอาน

เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เตือนให้เราอย่าทำผิดบาป ถ้าเผลอทำผิดก็รีบกลับเนื้อกลับตัว เพราะทุกการกระทำ คำพูด ข้อความ นั้นถูกบันทึกไว้หมด ผ่านมลาอิกะฮฺประจำตัวของแต่ละคน ด้านขวา-ซ้าย ที่คอยจดบันทึกความดี-ชั่ว ของมนุษย์

มีกลุ่มชนหนึ่งที่รอดพ้นจากการลงโทษ คือกลุ่มชนของนบียูนุส ที่ในตอนแรกนบียูนุสได้ตักเตือนเขาแล้ว แต่เขาก็ไม่ฟัง เมื่อนบีเห็นเป็นเช่นนั้นจึงจากไป  ต่อมานบียูนุสลงเรือ และถูกจับฉลากลงทะเล ไปอยู่ในท้องปลาขนาดใหญ่ นบียูนุสวิงวอนขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ สำนึกในความผิด พระองค์จึงทรงให้ปลาคายนบียูนุสลงริมฝั่ง และทรงช่วยเหลือให้ฟื้นตัวจากต้นน้ำเต้าที่มีสรรพคุณในการฟื้นฟูร่างกาย เมื่อนบียูนุสจากไป ประชาชนสำนึกผิด ขออภัยโทษต่อพระองค์ พระองค์จึงปลดเปลื้องการลงโทษ เป็นกลุ่มชนเดียวที่ปลอดภัยจากการลงโทษหลังได้รับการตักเตือนจากนบี

เรื่องราวของกลุ่มชนที่รอดพ้นจากการลงโทษ สมัยนบียูนุส มีดังนี้

1. หมู่ชนนบียูนุสเป็นกลุ่มเดียวที่สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว
“ทำไมถึงไม่มีหมู่บ้านสักแห่งหนึ่งศรัทธา โดยที่การศรัทธาของพวกเขาจะอำนวยประโยชน์แก่พวกเขา นอกจากกลุ่มชนของยูนุสเมื่อพวกเขาศรัทธา เราได้ปลดเปลื้องการลงโทษอันอัปยศจากพวกเขา ในการมีชีวิตในโลกนี้และเราได้ยืดเวลาระยะหนึ่งแก่พวกเขา” (ตัฟซีร: ก้อตาดะฮฺกล่าวว่า มีรายงานว่า ยูนุสได้กล่าวเตือนกลุ่มชนของเขาถึงการลงโทษแล้วได้เดินทางออกจากพวกเขา เมื่อพวกเขาค้นหานบีของพวกเขาไม่พบ ก็นึกกันว่า การลงโทษนั้นใกล้เข้ามาแล้ว อัลลอฮฺ ตะอาลา จึงทรงให้พวกเขามีความรู้สึกกลับเนื้อกลับตัว (เตาบะฮฺ) เมื่ออัลลอฮฺทรงรู้ถึงความจริงใจของพวกเขา โดยการสารภาพผิดกลับเนื้อกลับตัว เสียใจในการทำผิดที่แล้วมา อัลลอฮฺ ตะอาลา จึงทรงปลดเปลื้องการลงโทษจากพวกเขา) (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺยูนุส 98 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)


- - -
2.  เหตุการณ์หลังนบียูนุสเตือนกลุ่มชนของเขา  นบียูนุสอยู่ในท้องปลา ประชาสำนึกผิด
มีระบุไว้ในอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัศศ็อฟฟาต 139-148 ตัฟซีร (คำอธิบาย) โดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย

139. "และแท้จริง ยูนุสนั้นอยู่ในหมู่ผู้ที่ถูกส่งมาเป็นรอซูล"
140. "จงรำลึก ขณะที่เขาได้หนีไปยังเรือที่บรรทุกผู้คนเต็มเพียบ"

141. "ดังนั้น ยูนุสได้เข้าร่วมจับฉลาก แล้วเขาจึงอยู่ในหมู่ผู้ถูกพิชิต (แพ้ในการจับฉลาก)"
(คำอธิบาย แท้จริงบ่าวของเรา ยูนุส อิบนฺมัตตา เป็นคนหนึ่งในบรรดารอซูลของเรา เพื่อชี้แนะหมู่ชนของเขาไปสู่แนวทางที่ถูกต้อง นักตัฟซีรกล่าวว่า ยูนุสรู้สึกอึดอัดใจเมื่อหมู่ชนปฏิเสธเขา เขาจึงเตือนหมู่ชนถึงการลงโทษอันใกล้นี้ แล้วก็ได้จากหมู่ชนของเขาด้วยความโกรธไปยังชายทะเล เขาได้พบเรือบรรทุกคนเต็มเพียบ จึงขออาศัยไปด้วย เมื่อเรือออกไปกลางทะเลเผชิญกับลมพายุและคลื่นใหญ่ กัปตันเรือจึงพูดว่า ในเรือลำนี้มีทาสหนีจากนายของเขามา ดังนั้น จำเป็นต้องโยนเขาลงทะเลเพื่อให้เรือรอดจากการจมน้ำ จึงได้มีการจับฉลากกัน ฉลากอันนั้นได้มาตกอยู่ที่ยูนุส เขาจึงถูกจับโยนลงทะเล)

142. "แล้วปลาตัวใหญ่ได้กลืนเขา และเขาสมควรที่จะถูกตำหนิ"
(คำอธิบาย: เขาสมควรที่จะถูกตำหนิ เพราะเขาได้ละทิ้งหน้าที่ที่อัลลอฮฺส่งเขามา และละทิ้งหมู่ชนของเขาออกมาด้วยความโกรธ อีกประการหนึ่งเขามิได้ขออนุญาตพระเจ้าของเขาขณะที่ออกมา)

143. "หากว่าเขามิได้เป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้แซ่ซ้องสดุดีแล้ว"
144. "แน่นอน เขาจะอยู่ในท้องปลาจวบจนกระทั่งวันฟื้นคืนชีพ"

145. "แล้วเราได้เหวี่ยงเขาขึ้นบนที่โล่งริมฝั่ง ในสภาพที่ป่วย"
(คำอธิบาย  หากเขามิได้เป็นผู้ที่ระลึกถึงพระองค์และผู้แซ่ซ้องสดุดีแล้ว
ท้องปลาก็จะเป็นสุสานของเขาจนกระทั่งวันกิยามะฮฺ แต่เขาได้ขออภัยโทษและสดุดีพระองค์ว่า
“لَّا إِلَٰهَ إِلَّا أَنتَ سُبْحَانَكَ إِنِّي كُنتُ مِنَ الظَّالِمِينَ”
แล้วเราได้ให้ปลาคายเขาออกมาที่ริมฝั่ง ซึ่งเป็นที่โล่งไม่มีต้นไม้และร่มเงา โดยที่เขาป่วยเพราะความทุกข์ระทม)

146. "และเราได้ให้มีต้นไม้ (พันธุ์ไม้เลื้อย) น้ำเต้างอกเงยขึ้น ปกคลุมตัวเขา"
(คำอธิบาย : คือเราได้ให้ต้นพันธุ์ไม้เลื้อยงอกเงยขึ้นปกคลุมตัวเขา เพื่อป้องกันความร้อนจากแสงแดด พันธุ์ไม้นั้นคือต้นน้ำเต้า ซึ่งใบของมันกว้างใหญ่ อิบนุลเญาซีย์กล่าวว่า ต้นน้ำเต้ามีใบใหญ่ให้ความร่มรื่น แมลงวันไม่เข้าใกล้ เพราะเนื้อของยูนุสนั้น เมื่อขึ้นมาจากทะเลแล้ว ไม่อาจจะทนต่อแมลงวันได้ แต่ทั้งนี้ด้วยความเอ็นดูเมตตาและการจัดเตรียมของอัลลอฮฺ ตะอาลา เมื่อเขามีร่างกายแข็งแรงดีแล้ว อัลลอฮฺ ตะอาลา ก็ให้เขากลับไปหาหมู่ชนของเขาซึ่งเป็นชาวเมือง “นีนะวา” อันเป็นดินแดนใกล้กับเมือง “เมาว์ซิล” ซึ่งอยู่ในประเทศอิรักในปัจจุบันนี้)

147. "และเราได้ส่งเขาไปยัง (หมู่บ้านของเขา) มีจำนวนหนึ่งแสนคนหรือเกินกว่านั้น"

148. "แล้วพวกเขาก็ศรัทธา ดังนั้น เราจึงปล่อยให้พวกเขามีความสุขสำราญชั่วระยะเวลาหนึ่ง"
(คำอธิบาย : หมู่ชนของนบียูนุสตระหนักดีว่า การลงโทษจะประสบกับพวกเขาอย่างแน่นอน พวกเขาจึงสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว และได้ออกไปอยู่ตามชานเมืองพร้อมกับนำพวกผู้หญิง เด็กๆ และสัตว์เลี้ยงไปด้วย พวกเขาได้ประกาศตนว่า พวกเขาศรัทธาแล้ว ตามที่นบียูนุสได้เรียกร้องเชิญชวน ดังนั้น อัลลอฮฺ ตะอาลา จึงระงับการลงโทษตามที่นบียูนุสได้สัญญาไว้ เพราะพระองค์ทรงรู้ดีว่าการกลับเนื้อกลับตัวของพวกเขานั้นมีความจริงใจ)


- - -
3. ดุอาอฺที่นบียูนุสกล่าวในขณะอยู่ท้องปลา
หากผู้ศรัทธาเจอปัญหาใดแล้วกล่าวดุอาอฺนี้ พระองค์จะทรงช่วยเหลือเช่นกัน อินชาอัลลอฮฺ
لَّا إِلَٰهَ إِلَّا أَنتَ سُبْحَانَكَ إِنِّي كُنتُ مِنَ الظَّالِمِينَ
"ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ท่าน มหาบริสุทธิ์แห่งพระองค์ท่าน แท้จริงข้าพระองค์เป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้อธรรมทั้งหลาย"

" และจงรำลึกถึงเรื่องราวของซันนูน (นบียูนุส) เมื่อเขาจากไปด้วยความโกรธพรรคพวกของเขา แล้วเขาคิดว่าเราจะไม่ทำให้เขาได้รับความลำบาก แล้วเขาก็ร้องเรียนท่านกลางความมืดทึบทะมึนว่า “ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากกพระองค์ท่าน มหาบริสุทธิ์แห่งพระองค์ท่าน แท้จริงข้าพระองค์เป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้อธรรมทั้งหลาย" ดังนั้น เราได้ตอบรับการร้องเรียนของเขาและเราได้ช่วยให้เขารอดพ้นจากความทุกข์ระทม และเช่นเดียวกันนี้ เราช่วยบรรดาผู้ศรัทธา" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอัมบิยาอฺ 87-88)

ปัจจุบันไม่มีการลงโทษแบบนั้น เพราะอัลลอฮฺทรงตอบรับดุอาอฺที่นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ขอไว้ให้ประชาชาติของท่าน หลังจากที่ท่านเสียชีวิตไป มีโอกาสได้ทำความรู้จักอิสลาม พระองค์ทรงเมตตาและยุติธรรม ในการให้มนุษย์มีเวลาค้นหาสัจธรรม เรียนรู้อิสลาม ก่อนที่อายุขัยของเขาจะมาถึง ดังนั้น บั้นปลายชีวิตของแต่ละคนจะสุขหรือทุกข์ในโลกหน้านั้น เราไม่สามารถตัดสินใครได้ว่าใครเป็นชาวสวรรค์/ชาวนรก จนกว่าเขาจะเสียชีวิตไปในสภาพผู้ศรัทธา และได้รับการตัดสินว่าปลอดภัยจากการลงโทษ แต่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในยุคนี้ มีสาเหตุเพราะความผิดจากมนุษย์ที่ได้กระทำไว้ และเพื่อให้สำนึกผิด กลับเนื้อกลับตัวเข้าหาพระเจ้าก่อนสายเกินไป

วัลลอฮุอะอฺลัม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่