เป็นโรคซึมเศร้า ต้องอยู่กับผู้ป่วยที่เป็นอัลไซเมอร์ ควรจัดการตัวเอยังไง? (มีระบายความในใจ)

สวัสดีค่ะ เราอายุ 20 ปี อยู่มหาลัยปี2ตอนนี้เราคิดว่าเราน่าจะกลับมาเป็นโรคซึมเศร้าอีกครั้งแล้ว หลังจากที่ต้องอยู่อาศัยกับวัยทองที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายของโรคอัลไซเมอร์ค่ะ ทุกวันนี้เราเสียสุขภาพจิตทุกวัน เราไม่รู้ว่าจะหาทางแก้ยังไง หรือจะทำยังไงให้ตัวเราเองทนอยู่ในบ้านนี้ได้อีกต่อไป

เราขอเกริ่นก่อนนะคะ จะอ่านก็ได้ ถ้าไม่อยากเสียเวลาให้อ่าน ข้อที่ 3 ค่ะ

1. เราอาศัยอยู่ที่บ้านของตัวเองตั้งแต่เกิด จนตอนนี้อายุ20 โดยคนที่เลี้ยงเรามาตลอดก็คือ ยาย กับ ยายทวดค่ะ ตอนนี้ทวดอายุประมาณ 70 แล้ว (แม่เลี้ยงตั้งแต่เกิด จนอายุ 8ขวบ ก็ไป ๆ มา ๆ หาค่ะ เพราะแม่ต้องทำงานอีกจังหวัดนึ พ่อกับแม่เราแยกทางกัน ตั้งแต่เรา8ขวบ พ่อเราออกจากบ้าน แม่เราก็ออกจากบ้านเพื่อไปทำงานที่จังหวัดอื่น ทำให้เราถูกเลี้ยงด้วยยายของเรา มาตั้งแต่ 8 ขวบ จนเรา ป.5 เราใช้ชีวิตกับยายมาตลอด ยายเราเป็นนายท่ารถเมล์สายนึง ส่วนมากเราจะขอไปทำงานกับยายด้วย จึงทำให่ไม่ค่อยสนิทกับทวดเท่าไหร่ ใช้ชีวิตตามประสาเด็กคนนึง มีความสุข ไม่ได้รู้สึกว่าเราขาดความอบอุ่นเลยสักนิด จนมาถึงช่วงพีคของชีวิตครั้งที่ 1 ยายเราประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต โดยไม่ทันได้บอกลาไม่ทันได้พูดคุยกับเขาเลย ทำให้เราถูกเลี้ยงดูโดยทวดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตั้งแต่เด็กจนอายุ 20 เราไม่เคยอยู่กับทวดแล้วมีความสุขเลย เหมือนเราต้องจำใจอยู่ตลอดเวลา เพราะไปไหนไม่ได้

2. เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะคะ ระยะเวลา 2 ปี นับจากตอนจบป.5 จนถึง ม.1 อยู่โดยไม่มียาย เรารู้สึกว่าชีวิตมันเงียบเหงา มันไม่เหมือนเดิม เก็บตัวมากขึ้น ในครอบครัวใครชวนไปไหนก็รู้สึกไม่อยากไป อยากอยู่แต่บ้าน เพื่อนมาชวนไปเล่นก็ไม่ไป และยังต้องมาเจอคำพูดและการกระจำจากคนที่เป็นทวดของตัวเองอีก ก่อนหน้าที่ไม่สนิทกับทวด ตอนนี้ก็ไม่สนิทเหมือนเดิมค่ะ แต่ต้องอยู่กับเขาเพราะเราไปไหนไม่ได้ ทวดมีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนคนอื่น สำหรับเราเรียกว่าแปลกค่ะ

เพราะ
- เวลาเขาไม่พอใจอะไรเรา เขาจะโมโห เขาจะทำลายข้าวของ เขาจะเอานั่นมาฟาดกำแพงทีทำนั่นฟาดนี่ โยนนั่นนี่ที
- เขาจะใช้งานเราหนักมาก เช้ามา 6โมง ปลุกเราแล้วเรียกให้มากวาดบ้านถูบ้าน 9โมง เรียกถูบ้านกวาดบ้าน เที่ยงเรียกถูบ้านกวาดบ้านทุก2ชั่วโมงจนเราเหนื่อยเราไมาอยากทำ พอเราไม่ทำ ก็จะบ่น ซ้ำไปวนมา
-เรื่องบ่นก็อีกเรื่อง เวลาเราทำอะไรไม่ถูกใจเขา เขาจะบ่นเราเช้ากลางวันเย็นในเรื่องเดียว อย่างเช่น เรื่องถูบ้าน เราเดินไปเข้าห้องน้ำ เขาจะบ่นว่า “ถูอะไรเหมือนไม่ได้ถู สากตีนไปหมด” ออกจากห้องน้ำ ก็จะบ่นว่า  “ถูอะไรเหมือนไม่ได้ถู สากตีนไปหมด” เราเดินหนีนะคะ เราไม่โต้ตอบ สักพักเราต้องเดินผ่านเขา เขาก๋จะพูดขึ้นมาอีกว่า “ถูอะไรเหมือนไม่ได้ถู สากตีนไปหมด” แบบเนี้ยทั้งวันทั้งคืนจริง ๆ จะหยุดก็ต่อเมื่อหาเรื่องใหม่มาบ่นเรา เขาก็จะพูดเรื่องใหม่วนไปอย่างงั้น เป็นแบบนี้ทุกวันค่ะ มาเพราลงได้เพราะเรามีห้องส่วนตัวตอนม.2
-เราขอแม่ทำห้องแยกข้าง ๆ บ้านให้เพราะเราไม่อยากอยู่กับเขา เราอยากอยู่คนเดียว ก็คือเริ่มโลกส่วนตัวสูงนั่นแหละค่ะ หลังจากที่แม่เราทำห้องให้เราก็อยู่แต่ในห้องตั้งแต่นั้นมา จะออกมาก็ต่อเมื่ออาบน้ำ เวลากินข้าวก็จะกินข้างใน แต่เขาก็จะพูดเหน็บตลอดนะคะ จะอยู่ทำไมในห้อง อยู่ไปก็เล่นแต่โทรศัพท์ จนบางทีเราทนไม่ไหวเราก็เถียงเขาไปค่ะแต่ก็โดนสวนกลับมาตลอด
-จนช่วงกำลังจะขึ้นม.4 เรารู้สึกว่าตัวเองโต้ตอบกับเขาหลายเรื่อง เขาด่ามาเราพูดสวนกลับ เขาบ่นมา เราก็บ่นกลับ เริ่มใช้เสียงที่แข็งกับเขา พอเขาสู้ไม่ได้เขาก็จะร้องไห้แล้วโทรไปฟ้องหลาน ๆที่เป็นผู้ชายของเขา พอหลานเขามาคุยกับเรา เราให้เหตุผลของเรา เราบอกวาาเขาทำอไรบ้าง เหมือนเขาจำไม่ได้ว่าเจาพูดอะไรกับเรา เขาจะปฏิเสธตลอด สุดท้าย เราก็เป็นฝ่ายผิดอยู่ดี  เราทนไม่ไหว เราต้องมาร้องไห้กับคำพูดแย่ ๆ ของเขาทุดวัน เลยขอแม่ให้พาไปพบจิตแพทย์ แรก ๆ แม่เราไม่อยากพาไปเพราะมันไกล (บ้านอยู่รังสิต รพประจำอยู่แถวปทุมวัน) เขาต้องนั่งรถจากต่างจังหวัดพาไป เกือบทุกเดือน ตอนนั้นแม่เราคงยังไม่เข้าเรามากขนาเนั้น คงคิดว่าเราเป็นของเราเอง(คิดไปเอง) เราได้ยามา2-3ตัวค่ะกินไปมันก็ดีนะคะ มันทำให้เราไม่รู้สึกเศร้าแลัทำใหัไม่รัสึกอะไรเลยค่ะ เราหยุดยาเองตอนม.5 เพราะเราไม่อยากให้แม่ต้องนั่งรถไปมา ๆ เพื่อรับยาต่อเนื่อง เราสงสารแม่ค่ะ เลยว่าจะรออายุ 20+ ค่อยไปเอง แบบไม่มีผู้ปกครอง

3.  ปัจจุบัน ปีนี้ปี 2568 เปิดตันปีมา ช่วงพีคครั้งที่ 2สภาพจิตใจเราแย่ลง แมวเราหายออกจากบ้านไปตั้งแต่เดือน 1 เราเสียใจมากที่น้องหายไป หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอจับรถหาเป็นอาทิตย์ก็ไม่เจอจนเราเริ่มหมดหวัง ตลอดระยะเวลาที่เราตามหาเขา เขาจะพูดตลอดว่า มันไม่มาหรอก มันไม่กลับมาแล้วจะไปหาให้เสียเวลาทำไม เราเถึยงเรื่องนี้กับเขาจนเราเหนื่อยและหยุดพูดกับเขาเรื่องนี้ พอเขาพูดเราจะเดินหนีทันทึ แต่ในใจเราก็คิดค่ะ คิดมากเสียใจเหมือนตอนเราเถึยงกับเขาเหมือนเดิม แล้วเมื่อเดือนที่แล้วเดือนมิถุนายน แมวเราก็ป่วย เราเครียด ทำงานหาเงินพาแมวไปรักษา สุดทัายน้องก็กลับดาวแมว สูญเสียแลัวสูญเสียอีก เราจะเอาน้องมาฝังไว้หน้าบ้าน เขาบอกกับเราว่า “ ไม่ต้องเอามาฝังหรอก กลิ่นมันเหม็น เดียวเอาใส่ถุงแล้วไปโยนทิ้งกองขยะหลังหมู่บัานเอา” … จังหวะที่เรายินคำนั้น เราแทบยืนไม่ไหว ไม่คิดว่าจะคนใจจิตใจดำจะมาในรูปแบบทวดของตัวเอง เราเจ็บมาก พิมพ์ไปน้ำตาไหลไป..เห้อ สุดท้ายเราก็ตัดสินใจฝังหน้าบ้าน เราขุดหลุมจะฝังน้องแลัว เขาก๋ยังเดินมาดู และพูดว่า ทำไมไม่ใส่ถุงไปทิ้ง เลยทำให่เราไม่อยากยุ่งกับเขาอีกเลย ที่เราพิมพ์ทั้งหมดมันคือประเด็นหลักๆที่เราจำได้แม่นและจำได้ขึ้นใจ

  อ้อ อีกเรื่อง.. ทวดชอบพูดเรื่องเงินกับเรา (บอกก่อน เวลาเรามี เราก็ให้นะคะ แต่ทำหายบ้าง ลูกชายมาขอก็ให้ไปทั้งที่เป็นเงินเรา หลังจากนั้นเราก็ไม่ให้เงินเขาอีกเลยค่ะ เราจะซื้อเป็นกับข้าวให้เขาแทน)  เวลาเราเดินเข้าไปในบ้านเห็นหน้าเราปุ้ป เขาจะพูดประมาณว่า เห้อ..เงินก็ไม่มีจะกินอะไรดีเนี่ย แบบนึ้ ประจำ แล้วพูดแค่กับเรา แต่กับหลานผู้ชาย ที่มีนามว่าเป็นลุงเรา(พี่ชายแม่) เอาเงินคนจนไปเอาเงินคนพิการเขาไปใช้ เขากลับไม่พูดไม่ขอสักคำ.. และกับลูกชายที่รักอีก2คน สลับกันติดคุกคนโตเข้าคนน้องออกคนน้องเข้าคนโตออก แต่ปัจจุบันไมามีใครติดคุกนะคะ ลูดชายคนเล็กของเขา มีเงินก็ให้เมียปั่นสลอตหมด กับพ่อแม่ ขอ200 ยังไม่ได้เลย คนโตก็ดีหน่อยที่ให่บัางไม่ให้บ้าง พอเราสวนกลับบ้างว่า ทำไมไม่ไปขอลูกชายแม่บ้างล่ะ เขาก็จะโมโหทันที และร้องไห้..สเต็ปเดิม ประมาณว่าแตะต้องลูกหลานเขาไม่ได้นะ 5555555 หาทางไหนก็ไม่รอด สรุปก็มาจบที่หลานสาวคนนี้เหมือนเดิม ….พอเราเเล่าให้แม่ฟัง แม่เราขำ แล้วบอกว่าสมัยแม่เจอหนักกว่านี้อีก เขาชอบหลานผู้ชายทั้งตระกูล เอาแม่เราไปอยู่กับใครไมีรู้ เลี้ยงแต่ลุงที่เป็นพี่ชายแม่เรา .. แม่เราทิ้งท้ายประโยคไว้ว่า “ปล่อยเขาเถอะลูก มันเป็นปกติมาตั้งนานแล้วที่ไปไหนไม่รอดก็มากดเอาที่หลานผู้หญิง..

4.สุดท้ายนี้ เราจะสรุปพฤติกรรมโดยรวมของเขาทั้งที่เราเจอคนรอบข้างเจอ

-พูดไม่ระวัง คิดอะไรออกก็พูดโดยไม่สนใจความรู้สึกคนอื่น ( เป็นแค่น้องเรากับเราที่เป็นผู้หญิง
ส่วนหลานผู้ชาย ลูกผู้ชาย จะเงียบ ไม่พูด จะเอาใจหลานผช.เป็นพิเศษ หลานผชบ่นหน่อยว่าหน่อยนั่งง๊อยย น้ำตาซึม แต่กับเรานี่หนา 55555
-ขี้ลืม ชอบทำเงินหาย พอบ่นก็โวยวาย ทำลายข้าวของ
-ชอบวางของไม่เป็นที่ ก็โทษคนอื่นว่าคนนึ้เอาไป คนนั้นเอาไป
-ชอบพูดถึงคนอื่นไม่ดึลับหลัง แต่เวลาเจอก็จะพูดดีด้วยตลอด
-ชอบร้องไห้ให้คนอื่นเห็นอกเห็นใจ
-ชอบบอกคนที่ไม่รู้จัก หรือไม่สนิท อย่างเช่น เซลล์ขายเครื่องกองน้ำ ป้าข้างซอย พูดถึงความน่าสงสารของตัวเอง
-เอาแต่ใจ
-ไม่ฟังใคร ฟังแต่คอลเซนเตอร์
-ยิ่งห้ามยิ่งทำ (เป็นอะไร)

ทุกคนอ่านมาถึงจุดนี้แล้ว เราอยากได้คำแนะนำว่าควรทำยังไงให้เราอยู่ต่อไปแบบใจสงบและไม่เป็นทุกข์ รู้สึกคิดเห็นอย่างไรสามารถแสดงความคิดเห็นในมุมของตัวเองได้เลยนะคะ เรายอมรับฟังความคิดเห็นของทุกคน ขอบคุณที่รับฟังเราระบายจนจบ ถ้าเราพูดวน ๆ หรือพิมพ์ไม่เข้าใจต้องขอโทษด้วยนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่