ผมไม่รู้เรียกทะเลาะได้ไหม ตั้งแต่เด็กจนโตผมเรียนดีมากๆ จนม.5 พ่อแม่แนะนำผมเข้ามหาลัยแห่งหนึ่ง
ปกติผมคนที่ฟังพ่อแม่ทุกอย่าง ผมคิดเสมอผมไม่อยากมีปัญหากับพ่อแม่ เลยคนที่ยอมพ่อแม่มาตลอด จะทำอะไร เรียนที่ไหน ผมทำตามหมด จนมามหาลัย ผมเรียนไม่ไหวเพราะไม่มีปิดเทอมแถมต้องฝึกงาน ตอนนั้นปี2 ผมปรึกษาแม่ แม่บอกคนอื่นทำได้ผมทำไม่ได้เองรึป่าว ผมขอแม่ลาออก แม่ก็หายไปเลย ผมไม่รู้ไปปรึกษาใคร ผมโทรหาย่า ผมไม่ไหวร้องไห้เล่าเรื่องต่างๆย่าฟัง ย่าบอกไม่ไหวออกมาลูกผมออกมา ย่าคนชดใช้ทุน หลักแสนให้เพราะผมได้ทุนและออกกลางคัน หลังจากนั้นแม่ก็ไม่ติดต่อมาอีกเลย ผมเลยคุยกับแม่ที่บ้าน เล่าสาเหตุผมไม่ไหวจริงๆเรื่องต่างๆนาๆ แม่กลับนั่งขำ และบอกว่า ผมยังเด็ก โตไปก็รู้เอง ผมรู้สึกไม่โอเคที่ผมเล่าปัญหาและมีคนมานั่งขำผมกลับบ้านย่า จนมาเรียนที่ใหม่ ย่าคนออกค่าใช้จ่ายให้ทุกๆอย่าง ผมเคยขอแม่เรื่องห้องส่วนตัวเพราะผมเป็นผช และต้องนอนกับน้องสาว ขอแค่กั้นห้องธรรมดาไม่ขอหรูหรืออะไร แม่ไม่ให้และให้เหตุผลว่าไม่มีเงิน พอผมออกมา แม่ก็สร้างห้องให้น้องติดแอร์อย่างดี ออกรถให้น้องทุกอย่าง ผมถามว่าทำไมผมถึงไม่ได้แบบนั่น แม่บอกว่าน้องน่าสงสารนะ ผมถามว่าน่าสงสารยังไงแม่บอกหน่อย แม่บอกว่าถ้ามองดีๆก็รู้เอง ผมถามว่าก็บอกมาเลยได้รู้ แม่ก็ไม่ตอบ ที่ผ่านมาตอนอยู่บ้านพ่อแม่ ทำให้ตั้งแต่งานบ้านจนงานช่วยพ่อแม่ น้องไม่เคยทำอะไรเลย แต่แม่บอกว่าน่าสงสารมากๆ ผมถามอีกว่าน้องทำอะไรบ้างทุกวันนี้ แม่บอกเรียนกับนอน แม่ก็พูดว่าไม่รู้นะว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ทั้งๆแม่ก็สอนให้รักกัน แม่อยากให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ คุยกัยปกติ แต่ทุกวันนี้แม่ก็ไม่เคยทักผมเลยแม้แต่น้อย ปิดประตูบ้านตลอด และบอกฟิลประมาณว่า ผมต้องปรับตัวถึงจะเหมือนเดิม ผมไม่ใช่ว่าไม่พยายามคืนดีกับพ่อแม่แต่ทุกครั้งที่คุย คือรู้สึกเหมือนจำเป็นต้องปรับตัวแค่คนเดียว เขาไม่เคยเข้ามาคุยก่อนเลยสักครั้ง ผมไม่รู้จะทำยังไงดี
อยากได้ความเห็นจากหลายๆมุมครับ ผ่านมา3-4ปีแล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิมล่าสุดผมพึ่งจะทักไปคุยกับเขาก็ได้คำตอบเดิมๆ บางทีก็บ่ายเบี่ยง ผมรู้สึกอึดอัดบ้านย่ากับแม่ก็ห่างกันแค่20-30เมตรเอง กับน้องเขาก็ไม่เคยคุยกับผมอีกเลย และบอกว่าผมไม่สนใจพ่อแม่ ทั้งที่ผ่านมาผมทำมาตลอดอยู่ในโอวาท
ทะเลาะกับพ่อแม่
ปกติผมคนที่ฟังพ่อแม่ทุกอย่าง ผมคิดเสมอผมไม่อยากมีปัญหากับพ่อแม่ เลยคนที่ยอมพ่อแม่มาตลอด จะทำอะไร เรียนที่ไหน ผมทำตามหมด จนมามหาลัย ผมเรียนไม่ไหวเพราะไม่มีปิดเทอมแถมต้องฝึกงาน ตอนนั้นปี2 ผมปรึกษาแม่ แม่บอกคนอื่นทำได้ผมทำไม่ได้เองรึป่าว ผมขอแม่ลาออก แม่ก็หายไปเลย ผมไม่รู้ไปปรึกษาใคร ผมโทรหาย่า ผมไม่ไหวร้องไห้เล่าเรื่องต่างๆย่าฟัง ย่าบอกไม่ไหวออกมาลูกผมออกมา ย่าคนชดใช้ทุน หลักแสนให้เพราะผมได้ทุนและออกกลางคัน หลังจากนั้นแม่ก็ไม่ติดต่อมาอีกเลย ผมเลยคุยกับแม่ที่บ้าน เล่าสาเหตุผมไม่ไหวจริงๆเรื่องต่างๆนาๆ แม่กลับนั่งขำ และบอกว่า ผมยังเด็ก โตไปก็รู้เอง ผมรู้สึกไม่โอเคที่ผมเล่าปัญหาและมีคนมานั่งขำผมกลับบ้านย่า จนมาเรียนที่ใหม่ ย่าคนออกค่าใช้จ่ายให้ทุกๆอย่าง ผมเคยขอแม่เรื่องห้องส่วนตัวเพราะผมเป็นผช และต้องนอนกับน้องสาว ขอแค่กั้นห้องธรรมดาไม่ขอหรูหรืออะไร แม่ไม่ให้และให้เหตุผลว่าไม่มีเงิน พอผมออกมา แม่ก็สร้างห้องให้น้องติดแอร์อย่างดี ออกรถให้น้องทุกอย่าง ผมถามว่าทำไมผมถึงไม่ได้แบบนั่น แม่บอกว่าน้องน่าสงสารนะ ผมถามว่าน่าสงสารยังไงแม่บอกหน่อย แม่บอกว่าถ้ามองดีๆก็รู้เอง ผมถามว่าก็บอกมาเลยได้รู้ แม่ก็ไม่ตอบ ที่ผ่านมาตอนอยู่บ้านพ่อแม่ ทำให้ตั้งแต่งานบ้านจนงานช่วยพ่อแม่ น้องไม่เคยทำอะไรเลย แต่แม่บอกว่าน่าสงสารมากๆ ผมถามอีกว่าน้องทำอะไรบ้างทุกวันนี้ แม่บอกเรียนกับนอน แม่ก็พูดว่าไม่รู้นะว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ทั้งๆแม่ก็สอนให้รักกัน แม่อยากให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ คุยกัยปกติ แต่ทุกวันนี้แม่ก็ไม่เคยทักผมเลยแม้แต่น้อย ปิดประตูบ้านตลอด และบอกฟิลประมาณว่า ผมต้องปรับตัวถึงจะเหมือนเดิม ผมไม่ใช่ว่าไม่พยายามคืนดีกับพ่อแม่แต่ทุกครั้งที่คุย คือรู้สึกเหมือนจำเป็นต้องปรับตัวแค่คนเดียว เขาไม่เคยเข้ามาคุยก่อนเลยสักครั้ง ผมไม่รู้จะทำยังไงดี
อยากได้ความเห็นจากหลายๆมุมครับ ผ่านมา3-4ปีแล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิมล่าสุดผมพึ่งจะทักไปคุยกับเขาก็ได้คำตอบเดิมๆ บางทีก็บ่ายเบี่ยง ผมรู้สึกอึดอัดบ้านย่ากับแม่ก็ห่างกันแค่20-30เมตรเอง กับน้องเขาก็ไม่เคยคุยกับผมอีกเลย และบอกว่าผมไม่สนใจพ่อแม่ ทั้งที่ผ่านมาผมทำมาตลอดอยู่ในโอวาท