มาตรการช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ของธนาคาร โดยพักชำระดอกเบี้ย 3 ปี

กระทู้สนทนา
มาตรการช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบาง โดยพักชำระดอกเบี้ย 3 ปี ตามความเห็นของ  InnovestX :

"""""   เราประเมินว่าผลกระทบมาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบจํากัดต่อกําไรสุทธิของกลุ่มธนาคาร
เนื่องจากส่วนสูญเสียจากการไม่คิดอัตราดอกเบี้ย 3 ปี จะถูกชดเชยด้วยการลดเงินนําส่ง FIDF และจะเป็นผลบวกกับคุณภาพสินทรัพย์
เราคาดว่า KKP TISCO และ TTB จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อ
สินเชื่อบ้าน และ SME ขนาดเล็กสูงกว่าธนาคารอื่น ในที่ BBL จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจาก มีสัดส่วนของสินเชื่อดังกล่าวน้อยที่สุด """""
=================================

ความเห็นของเจ้าของกระทู้ ถ้าหากเป็น ผู้ถือหุ้นธนาคาร

หลักการ VI แบบ วอเรน บัปเฟ นั้น เป้าหมาย คือ รายได้และกำไรของกิจการ ที่ จะส่งต่อยังปันผล เมื่อไม่คิดดอกเบี้ย 3 ปี รายได้ยอมลดลงเป็นแน่
มันกระทบรายได้และกำไร 3 ปีนี่ ถือว่า กระทบจำกัดหรือครับ

การอ้างว่า ""จะถูกชดเชยด้วยการลดเงินนําส่ง FIDF และจะเป็นผลบวกกับคุณภาพสินทรัพย์""
เพราะการลดการนำส่ง FIDF นั้น จึงอ้างว่า เงินนำส่ง FIDF นั้น สามารถนำมาเพิ่มปล่อยกู้ได้อีก 

ตอบว่า.....  ไม่ถูกต้อง เพราะแบงค์ ปล่อยกู้ลดอยู่แล้ว โดย มค-กย 67 ยอดกู้ลดไป 300,000 ล้าน อัตราการปล่อย ไม่เกิน 85 % ต่อ เงินฝาก 
เรียกว่า ปล่อยยาก ปล่อยไม่เต็ม      [85% ผิดพลาด ขอให้แย้ง ผมยังขี้เกียจ ไม่ได้ค้นว่า วันนี้เท่าไร แต่ประมาณนี้แหละ]

BBL จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ตอบว่า.... จริงหรือ ทั้งที่ BBL มี retail customers ประมาณ 26 %    = ไม่น้อยนะ
KTB มี retail customers ประมาณ 46 %     = น้อยหรือครับ
SCB มี retail customers เกิน 50 %    =   มากจริง

ส่วนการบอกว่า ทำให้ NPL ลด ไม่ต้องนำพวกนี้ไปคิดเเป็น NPL 
ก็จะยิ่งยิ่งทำให้ภาพงบดุล NPL เพี้ยนไปจากความจริง นี่ผมคิดของผมอย่างนี้ ความเห็นส่วนตัวนะ

ไม่รู้นะ ผมอาจจะระแวง  ผมว่าถ้าปูบัฟมาเจอเรื่องแบบนี้ แกก็คงระแวงเหมือนกัน ระแวงมาก คิดไปทางร้ายมาก ก็ได้ 
เพราะบางคน เขาบอกว่า win-win ก็แล้วแต้ อาจะ win-win ระหว่าง รัฐ กับ ลูกหนี้ที่ได้พักก็ได้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่