นวัตกรรมการออกแบบวิธีการเลือก
มีข้อดี คือ แบ่งเป็นกลุ่มอาชีพหลากหลาย ทำให้การกลั่นกรอง กม มีกลุ่มคนที่มีความเชี่ยวชาญ
และมีประสพการณ์ในอาชีพนั้น หรือ คนกลุ่มนั้นจริงๆ ซึ่งอาจจะปรับโฉมหน้าของสภาไปได้มาก
ข้อเสีย
เป็นระบบปิด (exclusiveness) และปิดกั้น (blockade)
1. จะเลือก สว ต้องจ่ายเงินก่อน 2500 บาท
คนจนไม่มีสิทธิ์ แต่คนที่รับจ้างเลือกตั้ง มีสิทธิ
2. อายุน้อยกว่า 40 เป็นประชาชน แต่ไม่มีสิทธิ
รวมข้อ 1+2 ประชาชน เพียง 40,000 คน หรือ 0.06% ของประเทศ
เกี่ยวข้องกับการเลือก สว ครั้งนี้ อีก 99.04% ไม่เกี่ยวข้อง
3. วิธีการแนะนำตัว ไม่ให้คุย ไม่ให้บอกอะไรมาก
บางคนหน้าที่การงานไม่ดีมาก ยศฐาบรรดาศักดิ์ การเลื่อนขั้นไม่ได้เยอะ
แต่เขามีวิสัยทัศน์ - ปัญญา โชคดีที่ศาลให้แสดงออกด้านแนวคิดวิสัยทัศน์ได้
ก็ขนาดเข้าทำงาน ยังมีสอบ oral presentation และสัมภาษณ์
ไม่ใช่พิจารณาจากวุฒิและประสพการณ์บนหน้ากระดาษเท่านั้น
นี่เราเอาชะตากรรมของประเทศ และงบประมาณจำนวนมาก มาลองผิดลองถูก ?
ทีนี้ ก็มีคนมาแย้งอีก ว่าทำไม คุณไม่อ่าน กม ไม่อ่านรัฐธรรมนูญให้หมดเล่ม
และระเบียบประกอบรัฐธรรมนูญครบทุกบรรทัดหล่ะ
ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นเซียน กม
แต่พวกเขาจำเป็นต้องได้ทราบจากการสรุป สาระสำคัญทางกม
เป็นไปไม่ได้หรอก ที่คนหาเช้ากินค่ำ จะต้องมานั่งอ่าน กม ทุกบรรทัด
ระบบการทำงาน คือ สรุป ให้ประชาชนเข้าใจ ก่อนไปลงมติรับ/ไม่รับ รัฐธรรมนูญ
ฝากฝ่ายค้านทำงานแข็งขัน พรรคเป็นธรรม ลองเจาะให้ลึก ตีแผ่ ต้องค้านล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้ความหายนะมาถึงจะค้าน
ฝ่ายค้านไม่เพียงต้องทำงานเชิงรุก แต่ถ้านำเสนอข้อบกพร่องให้สาธารณะชนเข้าใจได้ และรู้สึกได้
ไม่ต้องรอประชุมสภา หลายประเด็น ออกสื่อ คุยกับประชาชนได้เลย
แน่นอน ในสภา อาจมีการมัดมือ ยกมือ ไม่ยกมือ หรือ ขาดอิสระที่จะยกมือ เพราะมติพรรค และมติพวก
แต่สาธารณะชน คือ คำตอบ ว่า กม./ระเบียบ ที่มีปัญหา ต้องแก้ไข และฝ่ายค้านต้องอธิบายให้เห็นภาพ
ต้องใช้สรรพเครื่องมือสื่อสารอย่างหลากหลาย เพื่อเปิดหูเปิดตาประชาชน
ส่วนก้าวไกล ถ้าไม่ถูกยุบ ฝากข้อเดียว จัดลำดับความสำคัญ
ประเด็นใหญ่ ที่กระทบคนส่วนมาก ทำก่อน ไม่ใช่ทำหมด หรือ ไปทุ่มกับประเด็นเล็ก ซึ่งต้องใช้เวลา
การต่อสู้ที่ท้าทายของก้าวไกล คือ อธิบายให้เข้าใจว่า กกต ทำหน้าที่ถูกหรือไม่ ที่มุ่งยื่นฟ้อง
โดยไม่ตรวจพิจารณานโยบายที่สุ่มเสี่ยงของพรรค ก่อนอนุญาตให้หาเสียง
หรือเราเป็นประเทศที่เน้นเลือกตั้งไปก่อน ถอนออกทีหลัง ?
อึดอัดไหม กับ วิธีเลือก สว ปี 2567
มีข้อดี คือ แบ่งเป็นกลุ่มอาชีพหลากหลาย ทำให้การกลั่นกรอง กม มีกลุ่มคนที่มีความเชี่ยวชาญ
และมีประสพการณ์ในอาชีพนั้น หรือ คนกลุ่มนั้นจริงๆ ซึ่งอาจจะปรับโฉมหน้าของสภาไปได้มาก
ข้อเสีย
เป็นระบบปิด (exclusiveness) และปิดกั้น (blockade)
1. จะเลือก สว ต้องจ่ายเงินก่อน 2500 บาท
คนจนไม่มีสิทธิ์ แต่คนที่รับจ้างเลือกตั้ง มีสิทธิ
2. อายุน้อยกว่า 40 เป็นประชาชน แต่ไม่มีสิทธิ
รวมข้อ 1+2 ประชาชน เพียง 40,000 คน หรือ 0.06% ของประเทศ
เกี่ยวข้องกับการเลือก สว ครั้งนี้ อีก 99.04% ไม่เกี่ยวข้อง
3. วิธีการแนะนำตัว ไม่ให้คุย ไม่ให้บอกอะไรมาก
บางคนหน้าที่การงานไม่ดีมาก ยศฐาบรรดาศักดิ์ การเลื่อนขั้นไม่ได้เยอะ
แต่เขามีวิสัยทัศน์ - ปัญญา โชคดีที่ศาลให้แสดงออกด้านแนวคิดวิสัยทัศน์ได้
ก็ขนาดเข้าทำงาน ยังมีสอบ oral presentation และสัมภาษณ์
ไม่ใช่พิจารณาจากวุฒิและประสพการณ์บนหน้ากระดาษเท่านั้น
นี่เราเอาชะตากรรมของประเทศ และงบประมาณจำนวนมาก มาลองผิดลองถูก ?
ทีนี้ ก็มีคนมาแย้งอีก ว่าทำไม คุณไม่อ่าน กม ไม่อ่านรัฐธรรมนูญให้หมดเล่ม
และระเบียบประกอบรัฐธรรมนูญครบทุกบรรทัดหล่ะ
ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นเซียน กม
แต่พวกเขาจำเป็นต้องได้ทราบจากการสรุป สาระสำคัญทางกม
เป็นไปไม่ได้หรอก ที่คนหาเช้ากินค่ำ จะต้องมานั่งอ่าน กม ทุกบรรทัด
ระบบการทำงาน คือ สรุป ให้ประชาชนเข้าใจ ก่อนไปลงมติรับ/ไม่รับ รัฐธรรมนูญ
ฝากฝ่ายค้านทำงานแข็งขัน พรรคเป็นธรรม ลองเจาะให้ลึก ตีแผ่ ต้องค้านล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้ความหายนะมาถึงจะค้าน
ฝ่ายค้านไม่เพียงต้องทำงานเชิงรุก แต่ถ้านำเสนอข้อบกพร่องให้สาธารณะชนเข้าใจได้ และรู้สึกได้
ไม่ต้องรอประชุมสภา หลายประเด็น ออกสื่อ คุยกับประชาชนได้เลย
แน่นอน ในสภา อาจมีการมัดมือ ยกมือ ไม่ยกมือ หรือ ขาดอิสระที่จะยกมือ เพราะมติพรรค และมติพวก
แต่สาธารณะชน คือ คำตอบ ว่า กม./ระเบียบ ที่มีปัญหา ต้องแก้ไข และฝ่ายค้านต้องอธิบายให้เห็นภาพ
ต้องใช้สรรพเครื่องมือสื่อสารอย่างหลากหลาย เพื่อเปิดหูเปิดตาประชาชน
ส่วนก้าวไกล ถ้าไม่ถูกยุบ ฝากข้อเดียว จัดลำดับความสำคัญ
ประเด็นใหญ่ ที่กระทบคนส่วนมาก ทำก่อน ไม่ใช่ทำหมด หรือ ไปทุ่มกับประเด็นเล็ก ซึ่งต้องใช้เวลา
การต่อสู้ที่ท้าทายของก้าวไกล คือ อธิบายให้เข้าใจว่า กกต ทำหน้าที่ถูกหรือไม่ ที่มุ่งยื่นฟ้อง
โดยไม่ตรวจพิจารณานโยบายที่สุ่มเสี่ยงของพรรค ก่อนอนุญาตให้หาเสียง
หรือเราเป็นประเทศที่เน้นเลือกตั้งไปก่อน ถอนออกทีหลัง ?