JJNY : 5in1 ปชน.หวังรบ.ไม่ปิดกั้น│เท้งลุยสายไหม│เท้งโยนอดีตสมาชิกพรรคตอบเอง│เท้งเมินแก้วตา│คิวบาเริ่มแจกนม หลังวิกฤต ศก.

ปชน.หวังรัฐบาลไม่ปิดกั้น ตั้งกมธ.ติดตามใช้งบเงินกู้ 4 แสนล้าน เชื่อฝ่ายค้านเห็นตรงกัน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5743056
.

.
ปชน. หวังรัฐบาลไม่ใช้เสียงข้างมากปิดกั้นตั้ง กมธ.ติดตามใช้งบเงินกู้ เชื่อฝ่ายค้านเห็นตรงกัน
.
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นายพริษฐ​์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ว่า ญัตติที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภา คือญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งพรรคประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้านเราเห็นตรงกันว่า ควรที่จะมีการตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมาเพื่อดำเนินการตรวจสอบใช้เงินดังกล่าว แม้ว่าเรื่องจะอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้การลงมติอนุมัติ พ.ร.ก.เงินกู้ต้องชะลอออกไป แต่การใช้เงินของรัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว
.
“ฉะนั้น เราคิดว่าจำเป็นที่จะต้องมีกลไกนี้ขึ้นมา ซึ่งเป็นกลไกที่เคยมีการดำเนินการมาแล้วสำหรับ พ.ร.ก.เงินกู้ในอดีตในช่วงโควิด เป็นต้น ซึ่งหวังว่าทางรัฐบาลจะเห็นด้วยกับการตั้ง กมธ. และหวังว่า ส.ส.ซีกรัฐบาลจะไม่ใช้เสียงข้างมากในสภาปิดกั้นการตั้ง กมธ.วิสามัญดังกล่าว เหมือนกับที่ปิดกั้นการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว” นายพริษฐ​์กล่าว
.
เมื่อถามว่า จะต้องมีการไปพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกับทาง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ นายพริษฐ​์กล่าวว่า เรามีการทำความเข้าใจมาโดยตลอด โดยในการอภิปรายวันที่ 4 มิถุนายนนี้ จะมีการอภิปรายถึงหลักการและเหตุผลเพิ่มเติม ทั้งนี้ หากไม่มีการดำเนินการที่ไม่โปร่งใสหรือไม่ตรงไปตรงมา ส.ส.รัฐบาลคงจะไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่เปิดพื้นที่ให้มีการตรวจสอบ ฉะนั้น หวังว่า ส.ส.ของรัฐบาลจะเห็นตรงกับเราแล้วตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อให้สภามีพื้นที่ในการตรวจสอบการใช้เงินของรัฐบาล
.
เมื่อถามว่า มองว่าจะมีการประวิงเวลาเพื่อไม่ให้จบภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ นายพริษฐ​์กล่าวว่า เราต้องใช้เวลาประชุมสภาให้เต็มที่ ส่วนจะจบสัปดาห์นี้หรือไม่คงต้องมีการดูเรื่องระเบียบวาระอีกครั้ง แต่สาระสำคัญคือต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่
.
เมื่อถามว่า เสียงฝ่ายค้านเห็นไปในทิศทางเดียวกันใช่หรือไม่ นายพริษฐ​์กล่าวว่า ความจริงต้องบอกว่าญัตติดังกล่าวมีการยื่นเข้ามาจากทั้งพรรคกล้าธรรม พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ฉะนั้น ตนจึงคิดว่าฝ่ายค้านเราเห็นตรงกันว่าจำเป็นที่จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรงนี้
.

.
เท้ง ลุยสายไหม มั่นใจชาวกรุงเบื่อระบอบสีน้ำเงิน แจง ไม่ได้ช่วย พี่โจ หาเสียง ชี้เป็นคนมีแสงในตัวอยู่แล้ว
https://www.matichon.co.th/politics/bkk-election69/news_5743301
.
‘เท้ง’ บุกสายไหมช่วย ‘ภมร’ หาเสียง มั่นใจชาวกรุงเบื่อระบอบสีน้ำเงิน อยากได้เมืองโปร่งใส ชี้ ไม่ค่อยลงพื้นที่ช่วย ‘ดร.โจ’ หาเสียง เหตุเจ้าตัวมีแสง-คาริสม่าในตัวเอง พ่อค้าแม่ค้าเจอแล้วมีความสุข พร้อม ชวนชาว กทม. ออกมาแสดงเจตจำนง 28 มิ.ย.นี้
.
เมื่อเวลา 15.10 น. วันที่ 1 มิถุนายน ที่ตลาดวงศกร เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ส.ส.กทม. เขตสายไหม พรรคปรพชาชน ลงพื้นที่ตลาดวงศกร เพื่อช่วย นายภมร พลจันทร์ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตสายไหม หาเสียง
.
โดย นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สายไหมเป็นพื้นที่ที่สำคัญ แต่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ ก็เป็นพื้นที่สำคัญทั้งหมดในการผลักดันวาระเมือง นโยบายในเขตสายไหมเราก็มีเรื่องประกันหมาแมว และศูนย์ wellness รวมถึงการจัดการปัญหาขยะ อย่างนายภมรเองก็เคยเป็นผู้ช่วย ส.ส. ทำงานในกรรมาธิการ พม. ทำงานในด้านการเมืองภาพใหญ่มาโดยตลอดก็พร้อมที่จะมาทำงานภาพย่อย
.
ด้าน นายภมรกล่าวว่า เราได้ทำการบ้านกับทางพรรคประชาชนก่อนลงสมัคร นำปัญหาในเขตสายไหมมาเสนอพรรค ซึ่งวันนี้จะพานายณัฐพงษ์ลงพื้นที่ไปดูปัญหาด้วยเช่นกัน และในเขตสายไหมอยากจะขับเคลื่อนเรื่องปัญหาขยะ ปัญหาที่ดินว่างเปล่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็น 2 ประเด็นหลักที่เราอยากผลักดัน
.
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า นายณัฐพงษ์ ไม่ค่อยไปช่วย นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน หาเสียง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จริงๆ แล้ว นายชัยวัฒน์ หรือ “พี่โจของผม” เป็นคนที่เรียกว่ามีแสงในตัวเอง มีคาริสม่า มีความรู้ความสามารถในตัวเอง ฉะนั้น ให้เขาได้ไปลงพื้นที่หาเสียงกับผู้สมัคร ส.ก. ตนว่าพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ก็น่าจะมีความสุขที่ได้เจอนายชัยวัฒน์อยู่แล้ว ส่วนตนหากมีอะไรที่ไปช่วยได้ เช่น ในพื้นที่พัทยาหรือพื้นที่อื่นๆ ก็ยินดี แต่ กทม.ก็เป็นพื้นที่ที่ตนคิดถึงเหมือนกัน วันนี้จึงตั้งใจมาช่วยโดยเฉพาะ
.
เมื่อถามว่า การหาเสียงผ่านมาสักพักแล้วในฐานะหัวหน้าพรรคประเมินไว้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ยิ่งเข้าใกล้วันเลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายนนี้มากเท่าไหร่ ชาว กทม.ก็มีความตื่นตัวมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งสำคัญมากที่สุดตอนนี้คือ ความตื่นตัวในการออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอยากให้ออกมาใช้สิทธิ์เยอะๆ ไม่ว่าผลเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร นั่นคือเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชน ส่วนผลโพลที่ออกมาก็ได้ติดตามอยู่บ้าง ไม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร เรื่องผู้สมัครมีพรรคหรือผู้สมัครที่เป็นอิสระ
.
“สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือคนกรุงเทพมหานครต้องการ กทม. ที่มีความโปร่งใส คำว่าอิสระคือไม่ได้ถูกครอบงำโดยระบอบใดระบอบหนึ่ง คนกรุงเทพฯเบื่อกับ ระบบการเมืองสีน้ำเงินระบอบการเมืองสีน้ำเงิน มีพรรคการเมืองมาครอบงำ การทวงดุลตรวจสอบไม่สามารถทำงานได้ สิ่งที่ชาว กทม. ต้องการตอนนี้คือ ส.ก. ที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ในการพิจารณางบประมาณปีละแสนล้าน ผู้ว่าฯกทม. ที่มีวาระเมื่อในการขับเคลื่อนทำให้เมืองเป็นที่อยู่ที่ใช้ชีวิตง่ายๆ สำหรับคนกรุงเทพฯทุกคน ซึ่งพรรคประชาชนเองสอดคล้องกับนโยบายตรงนั้น เราพร้อมที่จะเข้าไปผลักดัน” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
เมื่อถามว่า ผลโพลที่ออกมาไม่ได้แปลว่าประชาชนไม่ไว้ใจพรรคประชาชนใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่คิดแบบนั้น แต่เราก็เคารพในเสียงของประชาชนผลการเลือกตั้งมาอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น แต่ตอนนี้สิ่งที่พวกเราต้องการนำเสนอคือเรื่องวาระเมืองกรุงเทพฯ ที่มีความโปร่งใสนอกจากนโยบายระดับจังหวัดเรายังมีนโยบายรายเขตซึ่ง ส.ก. แต่ละคนไม่เหมือนกัน
.
จากนั้น นายณัฐพงษ์ และ น.ส.ศศินันท์ พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ก. เขตสายไหม ได้เดินแจกใบปลิวให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาด พร้อมแนะนำตัว ผู้สมัคร ส.ก. และผู้สมัครผู้ว่าฯจากพรรคประชาชน ก่อนมีเด็กมาขอถ่ายรูปกับนายณัฐพงษ์เป็นที่ระลึกพร้อมบอกว่าชอบมาก ก่อนจะเดินทางไปหาเสียงต่อที่เคหะออเงิน เคหะวัชรพล 3 และจบที่ตลาดนัดป้ากิ่ง
.

.
เท้ง โยน อดีตสมาชิกพรรค ตอบเอง หลังร่วมงานซีกรัฐบาล ย้ำ ปชน.ใช้อุดมการณ์นำทาง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5743355
.
‘เท้ง’ โยน ‘อดีตสมาชิกพรรค’ ตอบเองหลังดอดร่วมงานซีกรัฐบาล ย้อนถามเป้าหมายสูงสุดยังเหมือนเดิมหรือไม่ ย้ำ ‘พรรคประชาชน’ ไร้อำนาจรัฐ-เงินคุมคน-เป่าคดี ยัน ใช้อุดมการณ์นำทาง ชี้ ไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ ลั่น ไม่กังวลหากเลือดไหลออกอีก บอกเป็นธรรมชาติของพรรคมวลชนที่ต้องพัฒนาคน
.
เมื่อเวลา 15.10 น. วันที่ 1 มิถุนายน ที่ตลาดวงศกร เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสมาชิกพรรคประชาชนทยอยลาออกเพื่อไปร่วมคณะทำงานกับฝั่งรัฐบาล มองว่าสะท้อนเสถียรภาพในพรรคหรือไม่ ว่า พรรคประชาชนเราดูที่จุดหมายปลายทางเป็นหลักว่า เข้ามาทำงานการเมืองเพราะอะไร สิ่งที่เราแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นคือ เราไม่ได้มีระบบผลประโยชน์ต่างตอบแทน ไม่ได้มีอำนาจอื่น ไม่มีเป่าคดีให้ใคร เพราะเราไม่มีอำนาจรัฐ วิธีการควบคุมคน เราไม่เคยใช้อำนาจเงินหรือรัฐควบคุมคนให้อยู่กับเรา แต่เราใช้เรื่องอุดมการณ์และเป้าหมายว่ามาทำงานการเมืองเพราะอะไร
.
ส่วนเพื่อนร่วมพรรคคนอื่นๆ จะย้ายไปอยู่สังกัดพรรคใดบ้างก็อยากให้ไปถามเจ้าตัวแต่ละคนเอง ผมไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์ ทุกคนมีสิทธิ์เลือกเส้นทางของตัวเอง ก็ต้องไปถามว่าเป้าหมายปัจจุบันยังสอดคล้องกับเป้าหมายที่ตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมืองกับพรรคประชาชนแต่แรกหรือไม่“ นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับตนเป้าหมายสูงสุดของเราคือ การทำให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ถ้าเป้าหมายสูงสุดยังคงเหมือนเดิม ก็ต้องไปถามเขาว่าการตัดสินใจเข้าไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคอื่นๆ มันตอบสนองจุดเป้าหมายนั้นหรือไม่ หรือจริงๆ
.
เป้าหมายเขาเปลี่ยนไปว่าอยากผลักดันเรื่องประเด็นแรงงาน เรื่องประเด็นอื่นๆ ซึ่งการที่จะย้ายไปร่วมกับฝ่ายรัฐบาลบางทีอาจจะตอบสนองเป้าหมายตรงนั้นที่ไม่ได้สอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดในการทำงานกับพรรคประชาชน ก็เป็นสิ่งที่เขาตัดสินใจได้ ตนคิดว่าไม่มีผิด ไม่มีถูก อยู่ที่เป้าหมายของแต่ละคนว่าตัดสินใจเข้ามาทำการเมืองเพราะอะไร
.
เมื่อถามว่า พรรคไม่ได้ปิดกั้นสมาชิกใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พวกเราไม่มีสิทธิ์ไปปิดกั้นอยู่แล้ว และเราไม่มีอำนาจเงิน อำนาจรัฐเข้าไปควบคุม ใครก็ลาออกจากสมาชิกพรรคและตัดสินใจย้ายพรรคได้เสมอ ถ้าคิดว่าตอบโจทย์เป้าหมายการทำงานทางการเมืองเขามากกว่า จึงอยากให้ลองสอบถามเจ้าตัวโดยตรงว่า เป้าหมายการทำงานการเมืองของพวกเขาในปัจจุบันคืออะไร ตนไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ และอยากให้การสนับสนุนทุกคนที่เคยร่วมเดินทางกับเรามาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน
.
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าสมาชิกในพรรคจะไหลออกไปอีก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้มีความกังวล มันเป็นธรรมชาติของพรรคมวลชนแบบพวกเราที่ต้องคอยพัฒนาคน จากคนที่เคยอยู่แถวหลังให้มาอยู่แถวหน้า
.

.
เท้ง ยัน ปชน.ไม่มีแอคหลุมตอบโต้คนเห็นต่าง เมิน แก้วตา แฉ เคยคิดใช้โมเดล สสร. เหมือน ภูมิใจไทย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5742775
.
‘เท้ง’ ยัน ปชน.ไม่มีไอโอตอบโต้คนเห็นต่างทางการเมือง แจง เป็นเรื่องปกติแฟนคลับแต่ละพรรคแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียล เมิน ‘แก้วตา’ แฉ เคยคิดใช้โมเดล ส.ส.ร.เหมือน ‘ภูมิใจไทย’ บอก สิ่งสำคัญคือต้องวางกระบวนการจัดทำ รธน.ฉบับใหม่
.
เมื่อเวลา 15.10 น. วันที่ 1 มิถุนายน ที่ตลาดวงศกร เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีน.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ระบุถึงโมเดลที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ของพรรคประชาชนเคยคิดจะใช้โมเดลเหมือนกับที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ว่า ตนคิดว่าสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในตอนนี้คือ การวางกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับ 3 หลักการที่พรรคประชาชนเคยเสนอไป ซึ่งตนคิดว่าร่างของพรรคการเมืองใดก็ตามที่สอดคล้องกับ 3 หลักการ ควรเป็นร่างที่ได้รับความเห็นชอบในวาระที่ 1 ทั้งนั้น ซึ่งพรรคประชาชนได้ร่วมลงชื่อกับร่างของพรรคอื่นที่มีเนื้อหาสาระสอดคล้องกับทั้ง 3 หลักการนี้ และคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญที่จะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ อย่างน้อยก็อยากให้ทุกฝ่าย ทุกพรรคการเมือง ได้รับหลักการทุกร่าง แล้วนำไปพิจารณาต่อในวาระที่ 2 ด้วยกัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่