✅ติดตามเรื่องราวทั้งหมด
ขั้นตอนการเตรียมตัว
ตอนที่ 1 : เริ่มฝัน :
https://pantip.com/topic/40525297. จากเด็กเอกภาษาสู่เส้นทางของบริหาร
ตอนที่ 2 : RESET :
https://pantip.com/topic/40532059 เรียนปริญญาตรีอีกหนึ่งใบ เพื่อให้เข้าใกล้ฝัน มีการเปรียบเทียบการเรียนของสองมหาลัยเปิดที่มีชื่อเสียง
ตอนที่ 3 : BEGIN AGAIN :
https://pantip.com/topic/40542959 พูดถึงการเรียนที่รามคำแหง เคล็ดลับสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้เข้าห้องเรียน
ตอนที่ 4 : ATTEMPT :
https://pantip.com/topic/40549335 พูดถึงการเตรียมตัวสอบภาษาเยอรมัน และ IELTS
ตอนที่ 5 : DOCUMENT :
https://pantip.com/topic/40562186 พูดถึงขั้นตอนการเตรียมเอกสารเพื่อเตรียมยื่นมหาวิทยาลัย
ตอนที่ 6 : INTERVIEW :
https://pantip.com/topic/41073147 พูดถึงการสอบสัมภาษณ์ของมหาวิทยาลัยในเยอรมัน
ตอนที่ 7 : PREPARATION :
https://pantip.com/topic/41374177 พูดถึงการได้รับ admission letter
ตอนที่ 8 : [CR] รีวิว Review [A Dreamer ] รีวิวการเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน 🇩🇪 ตอนโอนเงินจ่ายค่าแรกเข้าไปยังมหาลัยเยอร :
https://pantip.com/topic/41384045
ตอนที่ 9 : [CR] รีวิว Review [A Dreamer ] รีวิวการเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน 🇩🇪 ตอนเปิด blocked account + ซื้อประกัน
https://pantip.com/topic/41402617
ตอนที่ 10 : [CR] รีวิว Review [A Dreamer] รีวิวการเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน 🇩🇪 ตอนเตรียมเอกสารทำวีซ่าเพื่อการศึกษาต่อ
https://pantip.com/topic/41473301
ตอนที่ 11 : [CR] รีวิว Review [A Dreamer] เตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน 🇩🇪 ตอนกรอกแบบฟอร์ม VIDEX เพื่อยื่นวีซ่าเพื่อการศึกษา
https://pantip.com/topic/41494161
ตอนที่ 12 : [CR] รีวิว Review [A Dreamer] เตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน 🇩🇪 ได้รับอนุมัติวีซ่า+ ส่งท้ายขั้นตอนการเตรียมตัว
https://pantip.com/topic/41522029
ตอนที่ 13 [CR] รีวิว Review [A Dreamer] เมื่อมาถึงเยอรมัน 🇩🇪 กับ check-list ที่ต้องทำ (ตอนที่ 1/2) : บ้าน เปิดซิม เปิดบัญชี
https://pantip.com/topic/41644063
ตอนที่ 14: [CR] รีวิว Review [A Dreamer] เมื่อมาถึงเยอรมัน 🇩🇪 กับ check-list ที่ต้องทำ (ตอนที่ 2/2) : Anmeldung เปิดบัญชีและอื่นๆ
https://pantip.com/topic/41660274
ตอนที่ 15: [CR] รีวิว Review [A Dreamer] เมื่อมาถึงเยอรมัน 🇩🇪 กับ check-list ที่ต้องทำ: Residence permit (Aufenthaltstitel)
https://pantip.com/topic/41956848
ตอนที่ 16: [CR] รีวิว Review [A Dreamer] เมื่อมาถึงเยอรมัน 🇩🇪 กับ check-list ที่ต้องทำ: เปิดบัญชีธนาคาร Berliner Sparkasse
https://pantip.com/topic/41971413
ตอนที่ 17: [CR] รีวิว Review [Not just A Dreamer] เมื่อมาถึงเยอรมัน 🇩🇪 เรียนจบแล้วววววว พร้อมเปลี่ยน Visa แล้ว
https://pantip.com/topic/42505274
ตอนที่ 18: [CR] รีวิว Review [Not just A Dreamer] เหลาชีวิตนักเรียนปริญญาโทที่ 🇩🇪
https://pantip.com/topic/42604264
กลับมาอีกแล้วนะคะทุกคน รอบนี้ตั้งใจจะมาเหลาชีวิตนักเรียนปริญญาโทที่ตัวเองเจอค่ะ เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ผู้ที่อาจจะกำลังตัดสินใจที่จะมา ณ ที่นี่
ขอแบ่งเป็น 4 หัวข้อใหญ่ๆ ก็คือ
สิ่งที่เราเจอ สิ่งที่อยากแนะนำ หัวใจสำคัญของการเรียนโท และ
บทสรุป โพสต์นี้ไม่ยาวมากค่ะ จะพยายามเขียนเน้นๆ
เริ่มจากการปู background คร่าวๆให้ทุกคนได้เข้าใจกันก่อนนะคะ
-เราเรียนปริญญาโทสาขา International Business Management เป็นภาคภาษาอังกฤษ
-Classmate มีทั้งหมด 24 คน จำนวน 45% มาจากอินเดีย นอกนั้นมาจากทั้งโลกเลยค่ะ ภาคพื้นเอเชียไปจนถึงละตินอเมริกา มากันประเทศละ 1 -2 คน แน่นอนว่าในคลาสเรามีชาวเยอรมันด้วย
-Classmate มี background ที่แตกต่างกันอย่างมาก มีตั้งแต่นักกฎหมาย นักอักษรศาสตร์ จนถึงวิศวกร
-ของเรามีแยกเอกนะคะ เป็น 2 เอก Project Management กับ Digital Business Management ซึ่งจะแยกกันไปเลยช่วงเทอมสุดท้าย
-ระหว่างเรียนก็จะมี workshop ต่างๆให้เข้าร่วม เช่น ฝึกการเป็นผู้นำ ค้นหาความเป็นตัวเอง รวมถึงการทัศนศึกษาออกนอกสถานที่ค่ะ บางครั้งอาจารย์พาไปดูโรงงาน พาไปเรียนนอกสถานที่ มีหมดเลย
-ในห้องนอกเหนือจากชาวเยอรมัน มีคนพูดภาษาเยอรมันระดับ B2 ได้แค่คนเดียว ภาษาอังกฤษกลายเป็นภาษาหลักในการใช้
สิ่งที่เราเจอ
-ยกให้ความยากในภาษาคืออันดับ 1 IELTS 6.5 - 7.0 ที่สอบมา เทียบไม่ได้เลยกับภาษาอังกฤษปริญญาโท ผนวกกับความเกือบจะเป็น native speaker ของนักเรียนชาวอินเดียที่แทบจะครองพื้นที่ครึ่งหนึ่งของทั้งรุ่น
-เนื้อหาที่เรียน ใหม่และลึกสำหรับเรา รวมถึงภาษาที่ยังไม่ได้แตกฉานขนาดนั้น
-การบริหารจัดการเวลา อันนี้เป็นอีกหนึ่งคีย์ ปริญญาโทที่เราเจอ เน้นส่งงานใหญ่ ไม่เน้นสอบ ดังนั้นการวางแผนสำคัญมากค่ะ งานนึงมีเวลาให้หลายเดือน วิธีการจัดเกรดก็พรีเซนต์และเปเปอร์ ซึ่งอาจารย์แต่ละวิชาจะบอก requirement มาค่ะ ประมาณว่าอยากให้ออกมาในรูปแบบไหน กี่ตัวอักษร บางท่านจำกัดหน้าก็มี อันนี้ควรเป๊ะค่ะ เพราะเขาคิดเป็นคะแนนหมดเลย และที่สำคัญหลายครั้งมากที่ โปรเจ็กทับซ้อน เดทไลน์ใกล้ๆกัน
-นานาจิตตัง คนเยอะเรื่องแยะ และยิ่งคนละภาษา คนละวัฒนธรรม อันนี้ต้องเข้าใจความ diversity ให้มากๆนะคะ จะช่วยได้ อย่าเป็นอารมณ์
-ความดราม่าจากคนชาติเดียวกัน อันนี้เราขอยกตัวอย่างแบบไม่ bully classmate บางคนมาจากประเทศเดียวกัน แต่คนละภาค นิสัยก็ต่างกันมากแล้วค่ะ บางครั้งที่หนักใจคือ การที่พวกเขาทะเลาะกันเองอีก และมีผลต่องาน อันนี้คือปวดหัวมาก
สิ่งที่เราแนะนำ
-ว่าด้วยเรื่องภาษาอังกฤษ เราแนะนำให้กลับมาทบทวนสิ่งที่เรียนไปนอกห้องอีกทีค่ะ เราเชื่อว่าเราจะทำได้ดีถ้าเป็นภาษาที่เราถนัด ดังนั้นในเมื่อเราไม่ถนัด ก็ทำให้คุ้นเคย
-เตรียมการล่วงหน้า ถ้ารู้ว่าครูจะสอนอะไร ลองอ่านผ่าน เปิดศัพท์รอเลยค่ะ รวมทั้งตอนมีพรีเซนต์เราซ้อมพูด ซ้อมจับเวลา ซ้อมให้หมดเลยค่ะ อย่างที่เคยพิมพ์ไว้กระทู้ก่อนหน้านี้ ว่าเราไม่ถนัดภาษาอังกฤษอย่างแรง แต่อดทนเอาค่ะ practive makes perfect ! ซ้อมมันเข้าไป
การจัดการเวลา ถ้าเวลายังไม่ลงตัว ไม่แนะนำให้หางานเสริมช่วงเรียนค่ะ ตัวเราเริ่มทำงานช่วงกำลังจะจบเทอมแรก เราว่าโหด 55555 คือเพื่อนหลายคนอาจจะคิดว่า การที่เรามีงานทำ ได้ฝึกงาน มันจะมีโอกาสที่ว่าตอนที่เรียนจบ จะได้เป็นสะพานสู่งานประจำ โดยที่ไม่ต้องสมัครงานใหม่ อันนี้ถูกค่ะ ไม่เถียง แต่ถ้าให้เราแนะนำ เทอมแรกอย่าเพิ่งค่ะ เทอมสองโอเค แต่ถ้าเป็นคนที่จัดการเวลายังไม่ดี แนะนำว่าเรื่องงานเป็นรองค่ะ เพื่อนร่วมห้องของเราพังมาหลายคนแล้วค่ะ เกือบเรียนไม่จบ และที่สำคัญมันจะเป็นภาระของเพื่อนในกลุ่ม ในกรณีที่เราจะต้องทำงานกลุ่ม แล้วสมาชิกในกลุ่มในปัญหาในการจัดการเวลาค่ะ
-
เรียนภาษาเยอรมัน *** ไฮไลท์ตัวโต เรายังแนะนำทุกคนว่าเรียนภาษาเยอรมันด้วย ถ้าไหว เรียนควบคู่ไปตอนเรียนโทค่ะ พอเรียนจบภาษาจะมีความเจริญก้าวหน้าขึ้นแล้ว เรียนภาษาต้องใช้เวลาค่ะ ตัวเราเองเริ่มเรียนภาษาเยอรมันช่วงกำลังจะเขียนวิทยานิพนธ์ค่ะ รู้สึกว่าโอเคเลย ไม่หนักเกินไป สาเหตุหลักๆคือเรากลัวลืม เพราะตอนนั้นในห้องก็พูดอังกฤษ ซึ่งตอนนั้นแค่คิดว่าเรียนจบแล้วค่อยให้เวลากับมันอีกที เพื่อสอบให้ผ่าน ง่ายๆคือแค่หวังให้ผ่านๆหูบ้างค่ะ
การได้กลุ่มที่ดี คือลาภอันประเสริญค่ะ ดังนั้นตั้งใจเลือกกันนะคะทุกคน
พยายามเข้าใจสไตล์ของอาจารย์แต่ละท่าน จากการสอน และนำมาปรับใช้ตอนทำงานส่ง เช่น อาจารย์ท่านนี้ชอบแค่เมนไอเดีย ดังนั้นอย่าบรรยายเยอะ หรือแม้กระทั่งอาจารย์คนนี้ชอบสถิติ เราก็หาไปแทรกในงานค่ะ
หัวใจสำคัญของการเรียนโท
-ชีวิตเราช่วงสุดท้ายก่อนทำวิทยานิพนธ์ค่อนข้างหนักค่ะ เจอสมาชิกกลุ่มเทงาน เอาจริง ตอนนั้นโกรธมากนะ แต่เราจัดการโดยการปรับ mindset ตัวเองค่ะ ทำให้มันจบๆ ยิ่งโมโหยิ่งทำงานอย่างอื่นไม่ได้ มันกระทบไปหมด เราถือว่าทำบุญการศึกษาให้เขาไปค่ะ
-การจัดการเวลาสำคัญมากกกกกกกกกกกก อย่างที่บอกนะคะ ถ้าเรียงและจัดลำดับความสำคัญไม่ดี พังหมดทั้งแผงเลยค่ะ
-อดทน อดกลั้น แค่ภาษาอังกฤษก็จะแย่แล้ววววววววว เราต้องมุ่งมั่นและไม่ถอดใจค่ะ แม้ว่าจะเจอเพื่อนร่วมห้องที่พูดอังกฤษเก่งมาก ตัวเราเองก็ทำได้เหมือนกันค่ะ แค่พยายามมากกว่าเขาหน่อย คนเราเรียนด้วยภาษาที่ไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ แค่นี้ก็มาไกลมากแล้วค่ะ
บทสรุป มีหลายคนถามเราว่าได้อะไรจากการเรียนโทครั้งนี้
-มุมมองที่เปิดกว้างมากกกกกก แต่ก่อนตอนที่อยู่ไทย เราจะมองมหาอำนาจยักษ์ใหญ่แค่จีนกับอเมริกา แต่พอมาอยู่ยุโรป การมองประเทศเหล่านี้แตกต่างออกไปจริงๆ ซึ่งโลกนี้มันกว้างมากจริงๆ กว้างเกินกว่าจะไม่พัฒนาตัวเองนะ สำหรับเรา
ความรู้จากสิ่งที่เรียนมา ไม่เคยเห็นแบบนี้ในปริญญาตรีค่ะ มันลึกกว่า เปิดกว้างมากด้วย
-ได้เจอคนหลากหลายประเภท ทั้งด้านวัฒนธรรมและงานต่างๆ ซึ่งน่าสนใจค่ะ
-ได้แรงบันดาลใจ โดยเฉพาะการเรียนภาษาต่างประเทศ และทำให้ค้นพบว่า การพูดได้หลายๆภาษาไม่ได้เป็นพรสวรรค์ค่ะ อย่างเพื่อนร่วมคลาสเรามีค่ะ คนพูดได้ 6-7 ภาษา แน่นอนว่าเขาเติบโตมาอย่างนั้น ทำให้เราคุ้นเคยกับแบบนั้น มันไม่ใช่ว่าเพราะว่าเขาฉลาดนะคะ อันนี้เป็นความคิดที่ผิดค่ะ ง่ายๆคือถ้าเราอยากได้ภาษาไหน เอาตัวเองไปคลุกคลีกับภาษานั้นมันก็ได้ค่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับสติปัญญาแต่อย่างใด ถ้าเราโตมาอย่างนั้นเราก็ทำได้
สุดท้าย เอาจริง เราว่าปริญญาโท ส่วนตัวนะคะ เนื้อหาไม่ได้ยากขนาดนั้น สิ่งที่ยากสำหรับเราเลยคือการจัดการเวลาและการเอาชนะตัวเอง คือต้องก้าวผ่านทุกความท้อไปให้ได้ ปรับ mindset ตัวเอง ทำได้แน่นอน เราเป็นกำลังใจให้เด็กโททุกคนนะคะ สู้ ถ้าเราทำได้ ทุกคนก็ทำได้ค่ะ
เราว่าคุ้มค่า
ขอบคุณทุกการติดตามค่ะ อ่านแล้วทุกข้อความ กระทู้ที่แล้วเปิดมาแล้วตกใจ คอมเมนต์เยอะที่สุดตั้งแต่เขียนมา
มีอะไรเขียนแชร์กันได้นะคะทุกคน
เดี๋ยวรอบหน้าหาเรื่องน่าสนใจมาแชร์กันอีก
[CR] รีวิว Review [Not just A Dreamer] เหลาชีวิตนักเรียนปริญญาโทที่ 🇩🇪
ขั้นตอนการเตรียมตัว
ตอนที่ 1 : เริ่มฝัน : https://pantip.com/topic/40525297. จากเด็กเอกภาษาสู่เส้นทางของบริหาร
ตอนที่ 2 : RESET : https://pantip.com/topic/40532059 เรียนปริญญาตรีอีกหนึ่งใบ เพื่อให้เข้าใกล้ฝัน มีการเปรียบเทียบการเรียนของสองมหาลัยเปิดที่มีชื่อเสียง
ตอนที่ 3 : BEGIN AGAIN : https://pantip.com/topic/40542959 พูดถึงการเรียนที่รามคำแหง เคล็ดลับสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้เข้าห้องเรียน
ตอนที่ 4 : ATTEMPT : https://pantip.com/topic/40549335 พูดถึงการเตรียมตัวสอบภาษาเยอรมัน และ IELTS
ตอนที่ 5 : DOCUMENT : https://pantip.com/topic/40562186 พูดถึงขั้นตอนการเตรียมเอกสารเพื่อเตรียมยื่นมหาวิทยาลัย
ตอนที่ 6 : INTERVIEW : https://pantip.com/topic/41073147 พูดถึงการสอบสัมภาษณ์ของมหาวิทยาลัยในเยอรมัน
ตอนที่ 7 : PREPARATION : https://pantip.com/topic/41374177 พูดถึงการได้รับ admission letter
ตอนที่ 8 : [CR] รีวิว Review [A Dreamer ] รีวิวการเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน 🇩🇪 ตอนโอนเงินจ่ายค่าแรกเข้าไปยังมหาลัยเยอร : https://pantip.com/topic/41384045
ตอนที่ 9 : [CR] รีวิว Review [A Dreamer ] รีวิวการเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน 🇩🇪 ตอนเปิด blocked account + ซื้อประกัน
https://pantip.com/topic/41402617
ตอนที่ 10 : [CR] รีวิว Review [A Dreamer] รีวิวการเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน 🇩🇪 ตอนเตรียมเอกสารทำวีซ่าเพื่อการศึกษาต่อ
https://pantip.com/topic/41473301
ตอนที่ 11 : [CR] รีวิว Review [A Dreamer] เตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน 🇩🇪 ตอนกรอกแบบฟอร์ม VIDEX เพื่อยื่นวีซ่าเพื่อการศึกษา
https://pantip.com/topic/41494161
ตอนที่ 12 : [CR] รีวิว Review [A Dreamer] เตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน 🇩🇪 ได้รับอนุมัติวีซ่า+ ส่งท้ายขั้นตอนการเตรียมตัว
https://pantip.com/topic/41522029
ตอนที่ 13 [CR] รีวิว Review [A Dreamer] เมื่อมาถึงเยอรมัน 🇩🇪 กับ check-list ที่ต้องทำ (ตอนที่ 1/2) : บ้าน เปิดซิม เปิดบัญชี
https://pantip.com/topic/41644063
ตอนที่ 14: [CR] รีวิว Review [A Dreamer] เมื่อมาถึงเยอรมัน 🇩🇪 กับ check-list ที่ต้องทำ (ตอนที่ 2/2) : Anmeldung เปิดบัญชีและอื่นๆ
https://pantip.com/topic/41660274
ตอนที่ 15: [CR] รีวิว Review [A Dreamer] เมื่อมาถึงเยอรมัน 🇩🇪 กับ check-list ที่ต้องทำ: Residence permit (Aufenthaltstitel)
https://pantip.com/topic/41956848
ตอนที่ 16: [CR] รีวิว Review [A Dreamer] เมื่อมาถึงเยอรมัน 🇩🇪 กับ check-list ที่ต้องทำ: เปิดบัญชีธนาคาร Berliner Sparkasse
https://pantip.com/topic/41971413
ตอนที่ 17: [CR] รีวิว Review [Not just A Dreamer] เมื่อมาถึงเยอรมัน 🇩🇪 เรียนจบแล้วววววว พร้อมเปลี่ยน Visa แล้ว
https://pantip.com/topic/42505274
ตอนที่ 18: [CR] รีวิว Review [Not just A Dreamer] เหลาชีวิตนักเรียนปริญญาโทที่ 🇩🇪
https://pantip.com/topic/42604264
กลับมาอีกแล้วนะคะทุกคน รอบนี้ตั้งใจจะมาเหลาชีวิตนักเรียนปริญญาโทที่ตัวเองเจอค่ะ เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ผู้ที่อาจจะกำลังตัดสินใจที่จะมา ณ ที่นี่
ขอแบ่งเป็น 4 หัวข้อใหญ่ๆ ก็คือสิ่งที่เราเจอ สิ่งที่อยากแนะนำ หัวใจสำคัญของการเรียนโท และ บทสรุป โพสต์นี้ไม่ยาวมากค่ะ จะพยายามเขียนเน้นๆ
เริ่มจากการปู background คร่าวๆให้ทุกคนได้เข้าใจกันก่อนนะคะ
-เราเรียนปริญญาโทสาขา International Business Management เป็นภาคภาษาอังกฤษ
-Classmate มีทั้งหมด 24 คน จำนวน 45% มาจากอินเดีย นอกนั้นมาจากทั้งโลกเลยค่ะ ภาคพื้นเอเชียไปจนถึงละตินอเมริกา มากันประเทศละ 1 -2 คน แน่นอนว่าในคลาสเรามีชาวเยอรมันด้วย
-Classmate มี background ที่แตกต่างกันอย่างมาก มีตั้งแต่นักกฎหมาย นักอักษรศาสตร์ จนถึงวิศวกร
-ของเรามีแยกเอกนะคะ เป็น 2 เอก Project Management กับ Digital Business Management ซึ่งจะแยกกันไปเลยช่วงเทอมสุดท้าย
-ระหว่างเรียนก็จะมี workshop ต่างๆให้เข้าร่วม เช่น ฝึกการเป็นผู้นำ ค้นหาความเป็นตัวเอง รวมถึงการทัศนศึกษาออกนอกสถานที่ค่ะ บางครั้งอาจารย์พาไปดูโรงงาน พาไปเรียนนอกสถานที่ มีหมดเลย
-ในห้องนอกเหนือจากชาวเยอรมัน มีคนพูดภาษาเยอรมันระดับ B2 ได้แค่คนเดียว ภาษาอังกฤษกลายเป็นภาษาหลักในการใช้
สิ่งที่เราเจอ
-ยกให้ความยากในภาษาคืออันดับ 1 IELTS 6.5 - 7.0 ที่สอบมา เทียบไม่ได้เลยกับภาษาอังกฤษปริญญาโท ผนวกกับความเกือบจะเป็น native speaker ของนักเรียนชาวอินเดียที่แทบจะครองพื้นที่ครึ่งหนึ่งของทั้งรุ่น
-เนื้อหาที่เรียน ใหม่และลึกสำหรับเรา รวมถึงภาษาที่ยังไม่ได้แตกฉานขนาดนั้น
-การบริหารจัดการเวลา อันนี้เป็นอีกหนึ่งคีย์ ปริญญาโทที่เราเจอ เน้นส่งงานใหญ่ ไม่เน้นสอบ ดังนั้นการวางแผนสำคัญมากค่ะ งานนึงมีเวลาให้หลายเดือน วิธีการจัดเกรดก็พรีเซนต์และเปเปอร์ ซึ่งอาจารย์แต่ละวิชาจะบอก requirement มาค่ะ ประมาณว่าอยากให้ออกมาในรูปแบบไหน กี่ตัวอักษร บางท่านจำกัดหน้าก็มี อันนี้ควรเป๊ะค่ะ เพราะเขาคิดเป็นคะแนนหมดเลย และที่สำคัญหลายครั้งมากที่ โปรเจ็กทับซ้อน เดทไลน์ใกล้ๆกัน
-นานาจิตตัง คนเยอะเรื่องแยะ และยิ่งคนละภาษา คนละวัฒนธรรม อันนี้ต้องเข้าใจความ diversity ให้มากๆนะคะ จะช่วยได้ อย่าเป็นอารมณ์
-ความดราม่าจากคนชาติเดียวกัน อันนี้เราขอยกตัวอย่างแบบไม่ bully classmate บางคนมาจากประเทศเดียวกัน แต่คนละภาค นิสัยก็ต่างกันมากแล้วค่ะ บางครั้งที่หนักใจคือ การที่พวกเขาทะเลาะกันเองอีก และมีผลต่องาน อันนี้คือปวดหัวมาก
สิ่งที่เราแนะนำ
-ว่าด้วยเรื่องภาษาอังกฤษ เราแนะนำให้กลับมาทบทวนสิ่งที่เรียนไปนอกห้องอีกทีค่ะ เราเชื่อว่าเราจะทำได้ดีถ้าเป็นภาษาที่เราถนัด ดังนั้นในเมื่อเราไม่ถนัด ก็ทำให้คุ้นเคย
-เตรียมการล่วงหน้า ถ้ารู้ว่าครูจะสอนอะไร ลองอ่านผ่าน เปิดศัพท์รอเลยค่ะ รวมทั้งตอนมีพรีเซนต์เราซ้อมพูด ซ้อมจับเวลา ซ้อมให้หมดเลยค่ะ อย่างที่เคยพิมพ์ไว้กระทู้ก่อนหน้านี้ ว่าเราไม่ถนัดภาษาอังกฤษอย่างแรง แต่อดทนเอาค่ะ practive makes perfect ! ซ้อมมันเข้าไป
การจัดการเวลา ถ้าเวลายังไม่ลงตัว ไม่แนะนำให้หางานเสริมช่วงเรียนค่ะ ตัวเราเริ่มทำงานช่วงกำลังจะจบเทอมแรก เราว่าโหด 55555 คือเพื่อนหลายคนอาจจะคิดว่า การที่เรามีงานทำ ได้ฝึกงาน มันจะมีโอกาสที่ว่าตอนที่เรียนจบ จะได้เป็นสะพานสู่งานประจำ โดยที่ไม่ต้องสมัครงานใหม่ อันนี้ถูกค่ะ ไม่เถียง แต่ถ้าให้เราแนะนำ เทอมแรกอย่าเพิ่งค่ะ เทอมสองโอเค แต่ถ้าเป็นคนที่จัดการเวลายังไม่ดี แนะนำว่าเรื่องงานเป็นรองค่ะ เพื่อนร่วมห้องของเราพังมาหลายคนแล้วค่ะ เกือบเรียนไม่จบ และที่สำคัญมันจะเป็นภาระของเพื่อนในกลุ่ม ในกรณีที่เราจะต้องทำงานกลุ่ม แล้วสมาชิกในกลุ่มในปัญหาในการจัดการเวลาค่ะ
-เรียนภาษาเยอรมัน *** ไฮไลท์ตัวโต เรายังแนะนำทุกคนว่าเรียนภาษาเยอรมันด้วย ถ้าไหว เรียนควบคู่ไปตอนเรียนโทค่ะ พอเรียนจบภาษาจะมีความเจริญก้าวหน้าขึ้นแล้ว เรียนภาษาต้องใช้เวลาค่ะ ตัวเราเองเริ่มเรียนภาษาเยอรมันช่วงกำลังจะเขียนวิทยานิพนธ์ค่ะ รู้สึกว่าโอเคเลย ไม่หนักเกินไป สาเหตุหลักๆคือเรากลัวลืม เพราะตอนนั้นในห้องก็พูดอังกฤษ ซึ่งตอนนั้นแค่คิดว่าเรียนจบแล้วค่อยให้เวลากับมันอีกที เพื่อสอบให้ผ่าน ง่ายๆคือแค่หวังให้ผ่านๆหูบ้างค่ะ
การได้กลุ่มที่ดี คือลาภอันประเสริญค่ะ ดังนั้นตั้งใจเลือกกันนะคะทุกคน
พยายามเข้าใจสไตล์ของอาจารย์แต่ละท่าน จากการสอน และนำมาปรับใช้ตอนทำงานส่ง เช่น อาจารย์ท่านนี้ชอบแค่เมนไอเดีย ดังนั้นอย่าบรรยายเยอะ หรือแม้กระทั่งอาจารย์คนนี้ชอบสถิติ เราก็หาไปแทรกในงานค่ะ
หัวใจสำคัญของการเรียนโท
-ชีวิตเราช่วงสุดท้ายก่อนทำวิทยานิพนธ์ค่อนข้างหนักค่ะ เจอสมาชิกกลุ่มเทงาน เอาจริง ตอนนั้นโกรธมากนะ แต่เราจัดการโดยการปรับ mindset ตัวเองค่ะ ทำให้มันจบๆ ยิ่งโมโหยิ่งทำงานอย่างอื่นไม่ได้ มันกระทบไปหมด เราถือว่าทำบุญการศึกษาให้เขาไปค่ะ
-การจัดการเวลาสำคัญมากกกกกกกกกกกก อย่างที่บอกนะคะ ถ้าเรียงและจัดลำดับความสำคัญไม่ดี พังหมดทั้งแผงเลยค่ะ
-อดทน อดกลั้น แค่ภาษาอังกฤษก็จะแย่แล้ววววววววว เราต้องมุ่งมั่นและไม่ถอดใจค่ะ แม้ว่าจะเจอเพื่อนร่วมห้องที่พูดอังกฤษเก่งมาก ตัวเราเองก็ทำได้เหมือนกันค่ะ แค่พยายามมากกว่าเขาหน่อย คนเราเรียนด้วยภาษาที่ไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ แค่นี้ก็มาไกลมากแล้วค่ะ
บทสรุป มีหลายคนถามเราว่าได้อะไรจากการเรียนโทครั้งนี้
-มุมมองที่เปิดกว้างมากกกกกก แต่ก่อนตอนที่อยู่ไทย เราจะมองมหาอำนาจยักษ์ใหญ่แค่จีนกับอเมริกา แต่พอมาอยู่ยุโรป การมองประเทศเหล่านี้แตกต่างออกไปจริงๆ ซึ่งโลกนี้มันกว้างมากจริงๆ กว้างเกินกว่าจะไม่พัฒนาตัวเองนะ สำหรับเรา
ความรู้จากสิ่งที่เรียนมา ไม่เคยเห็นแบบนี้ในปริญญาตรีค่ะ มันลึกกว่า เปิดกว้างมากด้วย
-ได้เจอคนหลากหลายประเภท ทั้งด้านวัฒนธรรมและงานต่างๆ ซึ่งน่าสนใจค่ะ
-ได้แรงบันดาลใจ โดยเฉพาะการเรียนภาษาต่างประเทศ และทำให้ค้นพบว่า การพูดได้หลายๆภาษาไม่ได้เป็นพรสวรรค์ค่ะ อย่างเพื่อนร่วมคลาสเรามีค่ะ คนพูดได้ 6-7 ภาษา แน่นอนว่าเขาเติบโตมาอย่างนั้น ทำให้เราคุ้นเคยกับแบบนั้น มันไม่ใช่ว่าเพราะว่าเขาฉลาดนะคะ อันนี้เป็นความคิดที่ผิดค่ะ ง่ายๆคือถ้าเราอยากได้ภาษาไหน เอาตัวเองไปคลุกคลีกับภาษานั้นมันก็ได้ค่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับสติปัญญาแต่อย่างใด ถ้าเราโตมาอย่างนั้นเราก็ทำได้
สุดท้าย เอาจริง เราว่าปริญญาโท ส่วนตัวนะคะ เนื้อหาไม่ได้ยากขนาดนั้น สิ่งที่ยากสำหรับเราเลยคือการจัดการเวลาและการเอาชนะตัวเอง คือต้องก้าวผ่านทุกความท้อไปให้ได้ ปรับ mindset ตัวเอง ทำได้แน่นอน เราเป็นกำลังใจให้เด็กโททุกคนนะคะ สู้ ถ้าเราทำได้ ทุกคนก็ทำได้ค่ะ
เราว่าคุ้มค่า
ขอบคุณทุกการติดตามค่ะ อ่านแล้วทุกข้อความ กระทู้ที่แล้วเปิดมาแล้วตกใจ คอมเมนต์เยอะที่สุดตั้งแต่เขียนมา
มีอะไรเขียนแชร์กันได้นะคะทุกคน
เดี๋ยวรอบหน้าหาเรื่องน่าสนใจมาแชร์กันอีก