เว็บไซต์ในเครือ
bloggang.com Bloggang pantown.com Pantown pantipmarket.com PantipMarket
maggang.com Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
Pantip Application Pantip iOS Pantip Android Pantip Android
เกี่ยวกับเรา

"อวิชชา" สภาพปกปิดความจริงที่น่าสนใจ

วันนี้มีบางประเด็นเกี่ยวกับ"อวิชชา"ที่น่าสนใจมาแบ่งปันกันนะคะ

ในวงปฏิจจสมุปบาท มีเหตุที่เป็นตัวการหลักที่เรารู้จักดีคือ "อวิชชา" 
"อวิชชา"  คือธรรมที่มีสภาพปกปิดความจริง  เราลองมาดูภาพจาก หนังสือคู่มือศึกษาอภิธัมมัตถสังคหะ ปริเฉท 8  ปัจจัยสังคหวิภาค กันก่อน



          จากภาพในส่วนที่ตีกรอบสีแดง อวิชชาประเภทที่ 1 และ2 คือ อวิชชาที่มีในปุถุชน ส่วนประเภทที่3 คืออวิชชาที่มีในพระเสขบุคคล นั่นคือ อวิชชาเกิดได้ทั้งในขณะที่ทำกุศล อกุศล หรือ แม้เป็นพระเสขบุคคลก็ยังมีอวิชชาอยู๋

         อวิชชาปกปิดอะไร สิ่งที่อวิชชาปกปิด ได้แก่
         1. ปกปิด ไม่รู้ในบาปบุญคุณโทษ จึงได้กระทำการทุจริต อวิชชาประเภทนี้มีองค์ธรรมคือ โมหะเจตสิก 

          ในบรรดาอกุศลเจตสิกทั้งหมดมีเจตสิกที่เป็นเหตุที่สำคัญ 3 ดวงคือ  โลภะเจตสิก  โทสะเจตสิก โมหะเจตสิก   
เมื่อใดที่เกิดความโลภ ก็จะ มีทั้ง โลภะเจตสิกและโมหะเจตสิก  เกิด
เมือใดที่เกิดความโกรธ ก็จะมีทั้ง โทสะเจตสิกและโมหะเจตสิก เกิด
เมื่อใดที่เกิดความหลง  เช่นขณะที่เหม่อลอย  นิ่งๆ เฉยๆ ขาดสติ ขณะนั้น โมหะเจตสิก เกิดดวงเดียว
          จะเห็นว่าโมหะเจตสิกจะเป็นเจตสิกที่เกิดกับอกุศลจิตเสมอ เป็นฐานเป็นมูลให้แก่โลภะและโทสะเจตสิกด้วย  เมื่อใดที่ขาดสติ เมื่อนั้นโมหะหรืออวิชชาเกิดทันที แต่เมื่อใดที่มีสติ ทำกิจที่เป็นกุศล ทั้งโลภะ โทสะ และโมหะ ไม่เกิดเลย
          
          2.ปกปิด ไม่รู้สภาวธรรม และอาการที่เป็นเหตุ เป็นผล  อริยสัจ4 ขันธ์ ธาตุ อายตนะ เป็นต้น

          อวิชชาในข้อนี้ ไม่ใช่โมหะเจตสิก แต่เป็น อนุสัยนอนเนื่องในขันธสันดาน  แม้บุคคลรู้ดีชั่ว รู้บาปบุญคุณโทษ พยายามทำแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์ บุคคลประเภทนี้ก็จะได้รับผลวิบากไปในทางที่ดี เป็นกุศล แต่ก็ยังไม่ประจักษ์ในสภาวธรรมที่ไม่ใช่บุคคล ตัวตน คืออริยสัจ 4 เป็นต้นได้  อวิชชาข้อนี้ถูกทำลายด้วยอริยมรรค และถูกทำลายได้เด็ดขาดด้วยอรหัตตมรรค ดังนั้น ตลอดสังสารวัฏ เราไม่มีช่วงขาดหายจากอวิชชานี้ไปได้เลยตราบจน อรหัตตมรรค อรหัตตผลเกิด

          วงปฏิจจสมุปบาท เป็นวงจรความสืบต่อสังสารวัฏ ทั้งในทางที่เป็นกุศล หรือ อกุศล อย่างใดอย่างหนึ่ง เสมอ ดังจะเห็นว่า อวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร ซึ่งมีทั้ง ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร และอเนญชาภิสังขาร(จัดอยู่ในปุญญาภิสังขารเช่นกัน)   และสังขารก็ส่งผลให้เกิดวิญญาณ ทั้งฝ่ายกุศล และอกุศล จนกว่าปัญญาจะเกิดรู้สภาวธรรมอย่างชัดแจ้ง อวิชชาจึงค่อยๆ เบาบางลงจนดับไปในที่สุด 

           มาถึงตรงนี้ คิดว่า เพื่อนสมาชิกคงเข้าใจ อวิชชา สองลักษณะ นะคะ 

          ยังมีบางกรณีที่น่าสนใจ ที่อยากนำมาแชร์กัน คือ ยามที่เราคิดว่าเป็นกุศลที่ประเสริฐ ไฉนจึงมีอวิชชาเกิดร่วมได้  ท่านจึงอธิบายโดยอาศัยความเป็นปัจจัยตามภาพหน้า ๒๗ -๒๘ นะคะ
          (อารัมมณปัจจัย หมายถึง เป็นปัจจัยโดยการเป็นอารมณ์ของจิต)
          (ปกตูปนิสสยปัจจัย หมายถึง เป็นปัจจัยโดยการกระทำบ่อยๆเนืองๆ จนเป็นนิสัย)



ถึงตรงนี้พอจะได้ข้อมูลพอจะเป็นแนวทางให้ทราบว่า อวิชชาเกิดพร้อมอกุศล กุศล ได้อย่างไร 

หากมีผิดพลาดที่ใด รบกวนแนะนำด้วยนะคะ

อนุโมทนาด้วยค่ะ 

_/\_
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่