กระเทียมดองกับความทรงจำ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
บันทึก 9 มิย. 65 กระเทียมดองกับความทรงจำ
กระเทียมดอง.. เคล็ดลับความอร่อยในการทำอาหารของแม่นัน
เห็นกระเทียมดองทีไร..ภาพในหัวขณะที่อาอึ้ม (คุณแม่) และอาแจ้ทั้งหลายนั่งล้อมวงกันแกะกระเทียมก็ผุดขึ้นมาทันที 
ตอนนั้นแม่นันยังเล็กมากค่ะ ไม่ทันได้ช่วยแกะกระเทียม แต่ทันช่วยอาอึ้มห่อถุงกระดาษ ไว้มาเล่าให้ฟังค่ะ 
แต่วันนี้ต้องแกะภาพในหัวออกมาให้ได้ว่าที่มาของการแกะกระเทียมบ้านเรามันเป็นยังไง คนที่จะให้ข้อมูลแม่นันได้มากที่สุด 
เป็นใครไม่ได้ค่ะ ..อาตั่วแจ้ (พี่สาวคนโต) นั่นเอง
สมัยโน้นจะมีรถขนกระเทียมเป็นเข่งๆ มาจอดหน้าปากซอยอ๊ะฉู่ (ท่าดินแดง) 
ชาวบ้านแถวนั้นรวมทั้งเด็กๆก็จะมายืนรอจับจองกระเทียมเพื่อนำมาแกะหารายได้พิเศษเข้าบ้าน เด็กๆก็จะแย่งกันลากเข่งกระเทียม 
โดยจะมีเหล็กยาวปลายงุ้มทำเป็นตะขอยไว้เกี่ยวเข่ง เข่งไม้สานใหญ่ๆนะคะ ในนั้นบรรจุกระเทียมจนเต็ม 
ปิดปากเข่งด้วยกระดาษหนาๆแล้วใช้เชือกรัดปากเข่งจนแน่น ต่างคนต่างก็เกี่ยวเข่งมากองไว้ข้างๆตัว
“โห..ไอ้ยู้ ทำไมลื้อจองตั้งหลายเข่งวะ งกมาก” เพื่อนอาตั่วแจ้แซว
“อ้าว..ก็บ้านอั๊วมีคนหลายคน ก็ต้องหลายเข่งสิวะ” อาตั่วแจ้ตอบ
“แล้วแจ้คนเดียวจะขนเข่งพวกนี้เข้าบ้านยังไงอ่ะ บ้านเราอยู่สุดซอยนะ” แม่นันอดถามไม่ได้
“สุดท้ายแจ้ก็ต้องวานเพื่อนๆผู้ชายมาช่วยลากเข้าบ้าน แจ้คนเดียวไม่ไหวหรอก)” 
น่าจะอาศัยความสวยแล้วล่ะ สมัยสาวๆอาตั่วแจ้สวยมากกก
อาตั่วแจ้เล่าว่า วันนั้นหน้าบ้านของแต่ละคนจะเต็มไปด้วยเข่งกระเทียมที่ช่วยกันลากเข้ามาจนแทบจะไม่มีทางเดิน 
วันไหนกระเทียมมา เข่งกระเทียมก็เต็มหน้าบ้าน วันไหนรถจากโรงงานธูปมา ธูปก็เต็มหน้าบ้าน 
ดังนั้นแต่ละบ้านก็จะรีบทำจ็อบนั้นๆให้เสร็จ..หน้าบ้านจะได้โล่งๆ
พอได้กระเทียมมาแล้ว ก็จะทยอยแบ่งใส่กระจาดร่อนเอาเปลือกบางๆรอบนอกออกก่อน 
จากนั้นจึงนำมาใส่กะละมังแช่น้ำให้เปลือกกระเทียมอ่อนตัว แม่นันจำได้ว่ากะละมังแช่กระเทียมเต็มลานบ้านเลยค่ะ 
แล้วอาอึ้มกับพวกอาแจ้ก็จะนั่งล้อมวงแกะเปลือกกระเทียมกัน แกะจนเหลือแต่เปลือกในบางๆตามคลิปที่แม่นันนำมาให้ดูเลยค่ะ 
แกะแล้วก็โยนกลับเข้าเข่งเหมือนเดิม ทำจนหมด รอรถโรงงานมารับกลับไปทำกระเทียมดอง 
อาแจ้จำไม่ได้ว่าเค้าให้ค่าจ้างเป็นเข่งหรือเป็นกิโล ต่อห้าสิบสตางค์
ถ้าเป็นสมัยนี้ร้องอู๊ยแน่เลย
ชาวบ้านในซอยอ๊ะฉู่ เค้าจะมีความชอบในงานต่างกัน บางบ้านชอบงานแกะกระเทียม 
พอรถกระเทียมมาก็เฮโลกันออกไปจับจอง บางบ้านชอบงานเย็บปักถักร้อยก็จะไปรับจีวรมาเย็บริม 
บางบ้านชอบห่อธูป ห่อซองจดหมาย แต่บ้านเราเหมาทุกอย่าง อะไรมาเอาหมด 

พออาแจ้เล่ามาตรงนี้ทำให้แม่นันนึกถึงคำพูดของอาป๊ะ (คุณพ่อ) ที่อาตั่วแจ้เคยเล่าให้ฟังว่า 
“อาป๊ะจะไม่ยอมให้ลูกๆออกไปหางานทำข้างนอกเด็ดขาด” อาป๊ะบอกว่า “อาป๊ะเป็นหัวหน้าครอบครัว 
อาป๊ะต้องเป็นคนหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวเอง” “ลูกๆอยู่บ้านคอยดูแลบ้านดูแลอาอึ้มก็พอ” 
อาตั่วแจ้ อาเฮียต่างเคยโดนอาป๊ะทำโทษมาแล้ว หรือแม้แต่อาหลักแจ้ (พี่สาวคนก่อนแม่นัน) 
ก็ยังเคยถูกอาป๊ะจับตีในห้องจนแข้งขาลาย ประมาณปิดประตูตีแมวเลยค่ะ ข้อหาหนีออกไปเที่ยวเล่นเพลินจนดึกกลับบ้านไม่ตรงเวลา 
ตั้งแต่นั้นไม่กล้าอีกเลย อาหลักแจ้เคยเล่าให้แม่นันฟัง เล่าไปหัวเราะไปร้องไห้ไป
“ทุกวันนี้แจ้ยังติดต่อเพื่อนซี้สี่คนที่เติบโตมาในซอยอ๊ะฉู่ด้วยกันเลยนะ” 
“สามคนแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็แยกย้ายกันไป คนหนึ่งสารพัดโรครุมเร้า คนหนึ่งโสดตอนนี้เข่าเสื่อม 
ไม่กล้าผ่าเพราะไม่มีคนดูแล ยังคุยกันอยู่ว่าเราสี่คนน่าจะนัดเจอพร้อมหน้ากันก่อนที่คนใดคนหนึ่งจะจากโลกนี้ไป” อาตั่วแจ้เล่า
แม่นันเห็นด้วย จึงเสริมให้อาตั่วแจ้รีบนัดเพื่อนสี่คนนี้โดยเร็ว มิตรภาพดีๆกับความทรงจำเก่าๆมันไม่ได้หาซื้อได้ง่ายๆ
“แจ้ ไว้วันไหนเราพี่น้องไปกินข้าวที่ท่าดินแดงโภชนาแล้วลองเดินไปซอยบ้านเก่าเรามั้ย” แม่นันจอมอยากรู้อยากเห็นแนะอีกแล้ว
“เอาสิ เพราะอยู่ซอยถัดไปอีกซอยเดียว แจ้ก็อยากเดินเข้าไปเหมือนกัน ซอยคงเปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว ไม่รู้ศาลเจ้าในซอยยังอยู่รึเปล่า”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่