สวัสดีค่ะคุณแม่
หนูไม่ได้หวังว่าสักวันหนึ่งจะมีโอกาสที่คุณแม่จะมาอ่านกระทู้นี้หรอกนะคะ หนูเขียนเพื่อบรรยายความรู้สึกที่มีต่อคุณ เหมือนเป็นการระบายเพื่อตัดปมอะไรสีกอย่างในใจ
ตั้งแต่เด็กๆ หนูเหมือนเด็กทุกคนที่เจอแม่แล้วล้วนวิ่งเข้าหาเสมอ หนูพูดคุยกับเพื่อน อวดอวยแม่ตัวเองหนูรับรู้มาตั้งแต่เด็กๆว่าคุณแม่กับคุณพ่อมีปากเสียงจนใช้ความรุนแรงกันเสมอ แต่ด้วยความเป็นเด็กจึงไม่เข้าใจและไม่ได้รู้สึกอะไรกับเหตุการเหล่านั้น จนกระทั่งพ่อแม่เลิกกัน หนูก็ยังคงไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดหรือโหยหาให้พวกท่านกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม เพราะหนูมีปู่ย่าและคนรอบตัวคอยเลี้ยงดูแลเสมอ ทำให้ไม่ได้ขาดตกพกพร่องอะไร
ตอนเด็กๆ แม่ทำเหมือนเล่นเกมสายลับ ชอบแอบมาเจอหนู และแนะนำผู้คนที่เเม่เจอในความสัมพันธ์ใหม่ๆ
สามีคนใหม่ เพื่อนคนใหม่ คนรู้จักคนใหม่ น้องชายคนใหม่ น้องสาวคนใหม่ หนูเหมือนมีตัวเลือกขึ้นมาอย่างอัตโนมัติว่า ยิ้มยินดีที่รู้จักกับทุกคน สนุกและมีความสุขที่ได้รู้จักพวกเขา และนอกจากนี้ คุณแม่ยังชอบพาไปเที่ยวนานๆครั้ง และให้ของขวัญอีกด้วย เราได้เจอกันนานๆครั้ง แต่เป็นอะไรที่มีความสุขมากๆ
หนูเกลียดการที่หนูต้องเติบโต ตอนนี้หนูต้องเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น หนูอายุ18 ย่าง19 เข้าช่วงวัยที่ผ่านอะไรมาเล็กน้อย ด้านความคิดที่เข้าใจอะไรมากขึ้น และเกลียดที่เราได้เข้าใจอะไรมากขึ้น เกลียดที่เข้าใจความรู้สึกของแม่ที่ไม่พร้อม พ่อที่ไม่พร้อม 2คนที่ไม่พร้อม คนที่แตกหักทั้ง2
ในตอนเด็กๆหนูไม่เคยมีปัญหาที่หาทางออกไม่ได้อย่างยากลำบาก เมื่อโตขึ้น หนูจึงมีปัญหาที่แก้ไขไม่ได้อยู่เต็มไปหมด ไม่มีที่พึ่งพิงสุดท้าย ไม่รู้จะไปปรึกษาใคร หรือร้องไห้ใส่ใคร ไม่รู้จะไปกอดใคร ยิ่งโตยิ่งอยากย้อนกลับ กาลเวลาทำให้หนูต้องทำอะไรเต็มไปหมด และแม่ก็เช่นกัน แม่ไม่เคยโทรมาจนกระทั่งเวลาสำคัญ ของขวัญวันเกิดที่แม่เคยให้ หนูจำได้ครั้งสุดท้ายคือ10ปีที่แล้ว วันเกิดปีที่18ของหนูแม่โทรมาแค่แปปเดียวตอนดึกๆ และส่งข้อความอย่างรีบร้อนมาตอนเช้าเหมือนทำตามภารกิจในปฏิทิน
แม่ต้องโฟกัสกับครอบครัวใหม่ ลูกชายคนใหม่ ลูกสาวคนใหม่ มากกว่าอยู่แล้ว แม่ไม่เคยบกพร่องเรื่องคำหวาน แม่มักจะบอกรักด้วยคำพูดที่หวานสวย และดีที่สุดกับหนูเสมอ แต่
แต่แม่มาหาหนูน้อยมากๆ หนูจำไม่ได้แล้วว่าแม่มาหาหนูครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ มัธยม4 เพียงเวลาครู่เดียว ไม่ถึง1วันด้วยซ้ำที่จะสามารถให้กับลูกสาวคนแรก มัธยม5ช่วงเวลาที่เริ่มเจอมรสุมหนักทางจิตใจ แม่บอกเพียงอดทน และช่วยอะไรไม่ได้ ตอนนี้หนูอายุกำลังจะ19ปี แล้วนะคะ บ้านเกิดของแม่อยู่ไม่ไกลจากบ้านหนู ขับรถเพียง10นาทีก็ถึง แม่มาบ้านเกิดบ่อยๆ แม่ให้นัดหมายกับหนูเสมอ หนูก็มักจะมีความหวังกับนัดหมายเสมอ นัดหมายที่รอตั้งแต่เช้าจน3สุ่มแม่ก็ไม่มา จนกระทั่งรู้ตัวอีกทีแม่ก็กลับจังหวัดที่เป็นบ้านปัจจุบันแม่เเล้ว
หนูพยามที่จะไม่คิดหรือเก็บอะไรมา ระยะเวลาที่อยู่กับแม่ในชีวิตหนูมันน้อยมากๆ 18ย่าง19 หนูใช้เวลาอยู่กับแม่จริงๆในชีวิตไม่ถึง6ปี เราอยู่ในความทรงจำของกันและกันเพียงชั่วครู่เสมอ แต่ทำไมหนูถึงลืมแม่ไม่ได้สักที จนกระทั่ง หนูไม่ได้บอกคำที่จะผูกมัดความสัมพันธ์เรา แม่มักบอกผ่านสายโทาศัพย์ว่า รักหนูมากที่สุด รู้จักหนูมากที่สุด คิดถึงหนูมากที่สุด หนูไม่กล้าพูดตอบกลับอีกต่อไป ทุกครั้งที่ได้ยินมักจะเจ็บปวดมาก ถึงมากที่สุด ในใจมีคำถามมากมาย ว่าแม่มีโอกาสที่จะใช้ชีวิตในความทรงจำ ให้หนูได้รู้จักแม่ แต่การพบกันครั้งล่าสุดทำให้รู้ว่าหนูไม่รู้จักแม่
แม่ทำตัวอย่างสุภาพ เหมือนต้อนรับแขก ไม่ได้รู้สึกถึงความจริงใจลึกๆข้างใน ยิ่งเจอแม่เป็นสิ่งที่ยิ่งเจ็บเสมอสำหรับหนู ปีใหม่ที่ผ่านมาแม่กลับบ้านเกิด แต่โชคไม่ดีที่หนูได้ไปฉลองปีใหม่คนละจังหวัด หนูกลับบ้านมาช้า กว่าจะกลับก็วันที่4 จึงชั่งใจก่อนจะทักว่าคุณแม่จะกลับไปจังหวัดปัจจุบันเมื่อไหร่ คุณแม่กลับตอบว่าแม่กลับไปตั้งแต่วันที่4แล้ว เหมือนโดนสาดน้ำเย็นจัด ความรู้สึกเหมือนโยนก้อนหินลงน้ำแล้วมีระรอกคลื่น เป็นปมที่แก้ไม่ขาดเสมอ
อยากจะตัดขาดจากคุณแม่ แต่ไม่มีความกล้าพอ ถ้าเป็นไปได้อยากจะโดนคุณแม่ผลักไสเสียเอง เพราะด้วยตัวเองคงไม่มีวันทำได้ มีแต่ลังเลและชั่งใจ ทั้งรักทั้งเกลียดเต็มสุมไปหมด หนูเกลียดคำว่ารักและคิดถึง แต่ก็ทั้งรักและคิดถึง จึงไม่กล้ากดบล็อคการติดต่อของแม่สักที
ตลอดหลายปีแม่คงมีสิ่งที่ต้องสนใจเต็มไปหมด หนูก็เช่นกัน ทั้งๆที่ตัวตนในความทรงจำนั้นแสนน้อยนิด แต่กลับคนึงหาจนทรมาน ถ้าเลือกได้ขอลืมสิ้นทั้งหมดเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักกันเสียดีกว่า
ขอบคุณที่ให้กำเนิดหนูนะคะ ขอบคุณจริงๆที่ไม่เคยมีตัวตนอยู่ในการแก้ปัญหาชีวิต
จากเด็กหญิงที่เกิด23กย.ปี46 ถึง คุณแม่
หนูไม่ได้หวังว่าสักวันหนึ่งจะมีโอกาสที่คุณแม่จะมาอ่านกระทู้นี้หรอกนะคะ หนูเขียนเพื่อบรรยายความรู้สึกที่มีต่อคุณ เหมือนเป็นการระบายเพื่อตัดปมอะไรสีกอย่างในใจ
ตั้งแต่เด็กๆ หนูเหมือนเด็กทุกคนที่เจอแม่แล้วล้วนวิ่งเข้าหาเสมอ หนูพูดคุยกับเพื่อน อวดอวยแม่ตัวเองหนูรับรู้มาตั้งแต่เด็กๆว่าคุณแม่กับคุณพ่อมีปากเสียงจนใช้ความรุนแรงกันเสมอ แต่ด้วยความเป็นเด็กจึงไม่เข้าใจและไม่ได้รู้สึกอะไรกับเหตุการเหล่านั้น จนกระทั่งพ่อแม่เลิกกัน หนูก็ยังคงไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดหรือโหยหาให้พวกท่านกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม เพราะหนูมีปู่ย่าและคนรอบตัวคอยเลี้ยงดูแลเสมอ ทำให้ไม่ได้ขาดตกพกพร่องอะไร
ตอนเด็กๆ แม่ทำเหมือนเล่นเกมสายลับ ชอบแอบมาเจอหนู และแนะนำผู้คนที่เเม่เจอในความสัมพันธ์ใหม่ๆ
สามีคนใหม่ เพื่อนคนใหม่ คนรู้จักคนใหม่ น้องชายคนใหม่ น้องสาวคนใหม่ หนูเหมือนมีตัวเลือกขึ้นมาอย่างอัตโนมัติว่า ยิ้มยินดีที่รู้จักกับทุกคน สนุกและมีความสุขที่ได้รู้จักพวกเขา และนอกจากนี้ คุณแม่ยังชอบพาไปเที่ยวนานๆครั้ง และให้ของขวัญอีกด้วย เราได้เจอกันนานๆครั้ง แต่เป็นอะไรที่มีความสุขมากๆ
หนูเกลียดการที่หนูต้องเติบโต ตอนนี้หนูต้องเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น หนูอายุ18 ย่าง19 เข้าช่วงวัยที่ผ่านอะไรมาเล็กน้อย ด้านความคิดที่เข้าใจอะไรมากขึ้น และเกลียดที่เราได้เข้าใจอะไรมากขึ้น เกลียดที่เข้าใจความรู้สึกของแม่ที่ไม่พร้อม พ่อที่ไม่พร้อม 2คนที่ไม่พร้อม คนที่แตกหักทั้ง2
ในตอนเด็กๆหนูไม่เคยมีปัญหาที่หาทางออกไม่ได้อย่างยากลำบาก เมื่อโตขึ้น หนูจึงมีปัญหาที่แก้ไขไม่ได้อยู่เต็มไปหมด ไม่มีที่พึ่งพิงสุดท้าย ไม่รู้จะไปปรึกษาใคร หรือร้องไห้ใส่ใคร ไม่รู้จะไปกอดใคร ยิ่งโตยิ่งอยากย้อนกลับ กาลเวลาทำให้หนูต้องทำอะไรเต็มไปหมด และแม่ก็เช่นกัน แม่ไม่เคยโทรมาจนกระทั่งเวลาสำคัญ ของขวัญวันเกิดที่แม่เคยให้ หนูจำได้ครั้งสุดท้ายคือ10ปีที่แล้ว วันเกิดปีที่18ของหนูแม่โทรมาแค่แปปเดียวตอนดึกๆ และส่งข้อความอย่างรีบร้อนมาตอนเช้าเหมือนทำตามภารกิจในปฏิทิน
แม่ต้องโฟกัสกับครอบครัวใหม่ ลูกชายคนใหม่ ลูกสาวคนใหม่ มากกว่าอยู่แล้ว แม่ไม่เคยบกพร่องเรื่องคำหวาน แม่มักจะบอกรักด้วยคำพูดที่หวานสวย และดีที่สุดกับหนูเสมอ แต่
แต่แม่มาหาหนูน้อยมากๆ หนูจำไม่ได้แล้วว่าแม่มาหาหนูครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ มัธยม4 เพียงเวลาครู่เดียว ไม่ถึง1วันด้วยซ้ำที่จะสามารถให้กับลูกสาวคนแรก มัธยม5ช่วงเวลาที่เริ่มเจอมรสุมหนักทางจิตใจ แม่บอกเพียงอดทน และช่วยอะไรไม่ได้ ตอนนี้หนูอายุกำลังจะ19ปี แล้วนะคะ บ้านเกิดของแม่อยู่ไม่ไกลจากบ้านหนู ขับรถเพียง10นาทีก็ถึง แม่มาบ้านเกิดบ่อยๆ แม่ให้นัดหมายกับหนูเสมอ หนูก็มักจะมีความหวังกับนัดหมายเสมอ นัดหมายที่รอตั้งแต่เช้าจน3สุ่มแม่ก็ไม่มา จนกระทั่งรู้ตัวอีกทีแม่ก็กลับจังหวัดที่เป็นบ้านปัจจุบันแม่เเล้ว
หนูพยามที่จะไม่คิดหรือเก็บอะไรมา ระยะเวลาที่อยู่กับแม่ในชีวิตหนูมันน้อยมากๆ 18ย่าง19 หนูใช้เวลาอยู่กับแม่จริงๆในชีวิตไม่ถึง6ปี เราอยู่ในความทรงจำของกันและกันเพียงชั่วครู่เสมอ แต่ทำไมหนูถึงลืมแม่ไม่ได้สักที จนกระทั่ง หนูไม่ได้บอกคำที่จะผูกมัดความสัมพันธ์เรา แม่มักบอกผ่านสายโทาศัพย์ว่า รักหนูมากที่สุด รู้จักหนูมากที่สุด คิดถึงหนูมากที่สุด หนูไม่กล้าพูดตอบกลับอีกต่อไป ทุกครั้งที่ได้ยินมักจะเจ็บปวดมาก ถึงมากที่สุด ในใจมีคำถามมากมาย ว่าแม่มีโอกาสที่จะใช้ชีวิตในความทรงจำ ให้หนูได้รู้จักแม่ แต่การพบกันครั้งล่าสุดทำให้รู้ว่าหนูไม่รู้จักแม่
แม่ทำตัวอย่างสุภาพ เหมือนต้อนรับแขก ไม่ได้รู้สึกถึงความจริงใจลึกๆข้างใน ยิ่งเจอแม่เป็นสิ่งที่ยิ่งเจ็บเสมอสำหรับหนู ปีใหม่ที่ผ่านมาแม่กลับบ้านเกิด แต่โชคไม่ดีที่หนูได้ไปฉลองปีใหม่คนละจังหวัด หนูกลับบ้านมาช้า กว่าจะกลับก็วันที่4 จึงชั่งใจก่อนจะทักว่าคุณแม่จะกลับไปจังหวัดปัจจุบันเมื่อไหร่ คุณแม่กลับตอบว่าแม่กลับไปตั้งแต่วันที่4แล้ว เหมือนโดนสาดน้ำเย็นจัด ความรู้สึกเหมือนโยนก้อนหินลงน้ำแล้วมีระรอกคลื่น เป็นปมที่แก้ไม่ขาดเสมอ
อยากจะตัดขาดจากคุณแม่ แต่ไม่มีความกล้าพอ ถ้าเป็นไปได้อยากจะโดนคุณแม่ผลักไสเสียเอง เพราะด้วยตัวเองคงไม่มีวันทำได้ มีแต่ลังเลและชั่งใจ ทั้งรักทั้งเกลียดเต็มสุมไปหมด หนูเกลียดคำว่ารักและคิดถึง แต่ก็ทั้งรักและคิดถึง จึงไม่กล้ากดบล็อคการติดต่อของแม่สักที
ตลอดหลายปีแม่คงมีสิ่งที่ต้องสนใจเต็มไปหมด หนูก็เช่นกัน ทั้งๆที่ตัวตนในความทรงจำนั้นแสนน้อยนิด แต่กลับคนึงหาจนทรมาน ถ้าเลือกได้ขอลืมสิ้นทั้งหมดเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักกันเสียดีกว่า
ขอบคุณที่ให้กำเนิดหนูนะคะ ขอบคุณจริงๆที่ไม่เคยมีตัวตนอยู่ในการแก้ปัญหาชีวิต