หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] รีวิว Tora Yakiniku X Café บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างเนื้อวากิวและขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น เริ่มต้นเพียงคนละ 599฿++
กระทู้รีวิว
อาหารญี่ปุ่น
อาหารซีฟู้ด
อาหารบุฟเฟ่ต์
อาหารปิ้งย่าง
ซูชิ
วันนี้เงินเดือนออกเลยนัดเพื่อนๆที่ทำงานชวนกันมาทานบุฟเฟ่ต์กันที่ "Tora Yakiniku X Café" ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านซิตี้คอนเนคถนนกัลปพฤกษ์ ตอนนี้เขาได้ออกเมนูใหม่ Elite Buffet ราคาคนละ 1,799 บ.++ เพิ่มวัตถุดิบคุณภาพสูงระดับซุปเปอร์พรีเมี่ยมมาให้สั่งอีกเพียบตลอด 2 ชั่วโมง เริ่มจากเนื้อวากิวไขมันแทรกสวยงามนำเข้าจากหลากหลายประเทศทั้งระดับ A4/ F1/ Dry-Aged 360 Days/ Marble Score 8/9 หมูคุโรบูตะสายพันธุ์แท้นำเข้าตรงจากญี่ปุ่น/อาหารทานเล่น/ซูชิ-ซาชิมิที่ใช้วัตถุดิบดีราคาแพงและขนมหวานปรุงสดใหม่จัดเสิร์ฟอลังการแบบเดียวกับคาเฟ่สุดหรูใจกลางเมือง ส่วนตัวเคยมาทานร้านนี้หลายรอบแล้วเพราะอยู่ใกล้บ้านเดินทางค่อนข้างสะดวก-มีลานจอดรถกว้างขวางให้บริการฟรี ถ้าเดินทางมาด้วยบริการขนส่งสาธารณะลงบีทีเอสสถานีวุฒากาศแล้วเรียกรถแท็กซี่ต่อเข้ามาตามจุดปักหมุดบนแผนที่ในมือถืออีกประมาณ 5.8 กิโลเมตร ก็จะพบกับตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์สีดำสนิท 3 ชั้น ขนาด 2 คูหาและสัญลักษณ์หัวเสือโคร่งหน้าดุดันที่คอผูกโบว์หูกระต่ายแบบนี้แสดงว่ามาถึงแล้วครับ
ช่วงที่พวกเรามาทานกำลังเข้าสู่เดือนธันวาคมจึงมีการตกแต่งภายในร้านให้เป็นธีม "เทศกาลคริสต์มาส" ตลอดเดือน แต่ยังคงความดั้งเดิมด้วยสไตล์ Loft สมัยใหม่เปิดให้เห็นโครงสร้างของร้านเพิ่มความดุดันด้วยตะแกรงเหล็กสีดำสนิท เก้าอี้ทุกที่นั่งเป็นแบบโซฟายาวบุนวมแข็งแรงมั่นคงสามารถรองรับลูกค้าได้ตั้งแต่ 4-10 คน ส่วนโต๊ะก็ทำด้วยหินอ่อนสีขาวแผ่นใหญ่ดูสะอาดตา เจาะรูตรงกลางสำหรับลงเตาถ่านพร้อมวางระบบดูดกลิ่น-ควันกันหัวเหม็นได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่ามองจากภายนอกเหมือนจะเป็นแค่ร้านเล็กๆแต่มีชั้น 2 เปิดให้บริการอีกโซนนึงด้วย ตอนที่ผมมาถึงสมาชิกท่านอื่นกำลังเดินทางอยู่เลยจัดการเลือกโต๊ะและดูเมนูอาหารกันก่อนว่ามีอะไรให้สั่งบ้างระหว่างรอครับ
มาถึงนั่งที่โต๊ะน้องพนักงานก็จะนำเล่มเมนูออกมาให้เราเลือก ปัจจุบันร้าน "Tora Yakiniku X Café" มีราคาบุฟเฟ่ต์ให้เลือกทั้งหมด 4 ระดับได้แก่ 1. Standard 599 บ.++ (706 Net.) 2. Premium 999 บ.++ (1,176 Net.) 3. Grand 1,299 บ.++ (1,529 Net.) และ 4. Elite 1,799 บ.++ (2,118 Net.) ที่เราเลือกมาทานกันในวันนี้ถือว่าราคาค่อนข้างสูงจึงต้องนัดกับเพื่อนมาทานกันในช่วงเงินเดือนออกใหม่ๆ ดูรายการอาหารทั้งหมดของทางร้านเป็นแบบไฟล์ E-Book ได้ในลิงค์นี้
https://bit.ly/3G3ZMAh
บุฟเฟ่ต์ทุกๆราคาสามารถนั่งทานได้ 2 ชั่วโมงเต็ม เด็กเล็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 100 ซม.ทานฟรี/ส่วนสูงระหว่าง 100-130 ซม. ลดราคา 50% หากสูงมากกว่านั้นคิดเป็นราคาผู้ใหญ่ อยากทานเมนูอะไรบนโต๊ะมีใบสั่งอาหารพร้อมดินสอให้เขียนจำนวนที่ต้องการลงไปแล้วยื่นให้กับน้องพนักงานได้เลย ส่วนกระดาษรองจาน/ตะเกียบ/ถ้วยน้ำจิ้มและที่คีบใส่ถุงพลาสติกปิดซีลมาเป็นอย่างดีวางไว้ให้บนโต๊ะแกะพร้อมใช้งานได้เลยทันที วันนี้สมาชิกขอเน้นเนื้อวากิวและซีฟู๊ดเป็นพิเศษก็สั่งกันไปแบบจุกๆเลยสิครับผม
ขณะนี้ทุกคนมากันครบแล้วก็บอกให้น้องพนักงานเริ่มเสิร์ฟอาหารที่สั่งเอาไว้แล้วจับเวลาได้เลย เมนูจานแรกคือ "Tora Wagyu Set" ประกอบไปด้วยเนื้อวัวส่วนต่างๆนำเข้าจากอเมริกาและออสเตรเลียทั้ง U.S. Choice Shot Plate/ Wagyu Jyou Rosu/ Wagyu Jyou Rosu และ Wagyu Misuji เรียงมาในจานหินสีดำขนาดใหญ่เนื้อสีแดงสดแทรกชั้นไขมันสีขาวละเอียดสวยงามเด่นชัด สัมผัสเคี้ยวนุ่มชุ่มฉ่ำมีรสเนื้อที่เข้มข้นแต่ไม่รุนแรงตามแบบฉบับลูกครึ่งวากิว ชุดต่อมาเป็นเนื้อวัวที่เพิ่มมาใหม่ในบุฟเฟ่ต์ระดับ Elite นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นและส่วนพิเศษจากเนื้อวากิวออสเตรเลียก็คือ 1. Wagyu F1 Super Karubi เป็นลูกครึ่งวากิวผสมพันธุ์พื้นเมืองนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นมีระดับไขมันเทียบเท่ากับ A3 แต่กลิ่นเนื้อจะค่อนข้างชัดกว่าวากิวเลือดบริสุทธิ์ 2. Japanese Wagyu A4 แท้ๆมีเครื่องหมาย "วากิวสากล” รับประกันว่าเป็นเนื้อวัวที่เกิดและเลี้ยงดูภายในประเภทญี่ปุ่น มีชั้นไขมันที่แทรกละเอียดเคี้ยวนุ่มละลายพร้อมกลิ่นที่บางเบาทานง่ายกว่าจานก่อน 3. Wagyu Jyou Zabuton หรือเนื้อวัวที่ผ่านการ Dry-Aged นานถึง 360 วันจึงทำให้มีรสชาติของเนื้อและไขมันเข้มข้นกว่าที่เสิร์ฟในเมนู Grand แต่คงคงความนุ่มเอาไว้เช่นเคย 4. Wagyu Marble Score 8/9 เป็นเนื้อวากิวออสเตรเลียคุณภาพสูงสุดที่ทางร้านคัดมาเสิร์ฟ ซึ่งก็ยังคงความนุ่มแทรกไขมันแต่ไม่ถึงกับละลายและมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์นุ่มนวลอร่อยไม่ด้อยไปกว่าจานอื่นๆ ทางร้านแนะนำว่าให้ทาน 2 แบบนั่นก็คือ จุ่มในซอสยากินิคุสูตรพิเศษหรือจะนำลงบนเตาถ่านย่างเลยเลือกได้ตามใจครับผม
นอกจากเนื้อวัววากิวคุณภาพระดับซุปเปอร์พรีเมี่ยมแล้วในเมนู Elite ยังได้เพิ่มหมูคุโรบูตะที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นมาให้สั่งอีก 2 รายการคือ 1. Tora Kojibuta Set หรือเนื้อหมูโคจิบูตะหมักซอสเข้มข้นสูตรพิเศษประกอบไปด้วยหมาล่า/ฟัวกราส์และทรัฟเฟิลใส่มาในถ้วยเล็กๆ หมูที่ใช้เป็นส่วนคอแทรกไขมันละเอียดเคี้ยวนุ่มเด้งซอสรสชาติซึมเข้าไปถึงด้านในเนื้อทั้ง 3 สูตรอร่อยไม่เหมือนใครและไม่เคยกินที่ไหนมาก่อนแน่นอนครับ 2. Kagoshima Pork หรือหมูคุโรบูตะสายพันธุ์แท้จากคาโกชิม่าประเทศญี่ปุ่น ทางร้านตัดเสิร์ฟเป็นส่วนสันคอมีเนื้อสีชมพูและไขมันสีขาวสวยงาม จุดที่แตกต่างจากหมูคุโรบูตะสายพันธุ์ที่เลี้ยงในฟาร์มไทยคือความเด้งของเนื้อที่ดีดตัวในปากให้ความสะใจเวลาเคี้ยวมากกว่าและน้ำเนื้อชุ่มฉ่ำไม่มีความเลี่ยนไขมันทำให้กินได้เรื่อยๆสมกับเป็นราชาแห่งเนื้อหมูของแท้เลยครับ
เนื้อวัวจานต่อไปถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในรายการ Elite แต่เราสั่งมาด้วยเพราะว่าชอบเป็นการส่วนตัวนั่นคือ "Tora Super Steak" เป็นเนื้อ Meltique Beef นำเข้าจากประเทศออสเตรเลียที่กลุ่มคนรักเนื้อบางคนแอนตี้แต่เราชอบมากๆเพราะไขมันนุ่มละลายในปากแถมไม่มีกลิ่นเนื้อรุนแรงทานง่ายและได้เคี้ยวเนื้อแบบเต็มปากเต็มคำดี จานต่อไปก็คือ "Smoked Duck" หรืออกเป็ดรมควันมีกลิ่นหอมคล้ายกับแฮมเนื้อแน่นติดชั้นไขมันเคี้ยวกรุบๆรสเข้มข้น ราดด้วยซอสรสหวานอ่อนๆย่างให้หนังเกรียมหน่อยบอกเลยว่าอร่อยสุดๆไม่มีกลิ่นสาบแบบเป็ดสดอย่างแน่นอนครับผม
เมนูต่อไปเป็นซีฟู๊ดรวมทุกอย่างที่ทางร้านจัดมาเสิร์ฟให้อย่างอลังการวางเรียงลงถาด 3 ชั้น เริ่มจากชั้นบนสุดมีกุ้งขาวแกะพร้อมทานกับหอยหวานเนื้อเด้งกรุบกรอบ ชั้นที่ 2 เป็นปลาหมึกสายซอสบูลโกกิ/หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวใหญ่เนื้อเต็มฝาและหอยเชลล์สดเนื้อขาวใส ชั้นล่างสุดเป็นกุ้งก้ามกรามผ่าครึ่งหัวมันพร้อมย่าง/หอยนางรมจากเกาหลีราดซอสโชยุสำหรับย่างเท่านั้น (ทางร้านไม่แนะนำให้กินสด) โฮตาเตะย่างเนย+โชยุกับโฮตาเตะชีส/ปลาหมึกตัวใหญ่และกุ้งแดงอาเจนติน่าเนื้อหวานเด้งวางบนน้ำแข็งเย็นๆช่วยรักษาอุณหภูมิทำให้ความสดคงอยู่ยาวนาน โดยรวมซีฟู๊ดของที่ร้านถือว่าตัวใหญ่-สดไร้กลิ่นคาวหรือแช่น้ำยา มีความพรีเมี่ยมสมกับราคาที่จ่ายไปมากๆเลยครับผม
จับวัตถุดิบต่างๆที่อยากกินลงบนเตาทานคู่กับน้ำจิ้มทั้งหมด 4 สูตร วางเป็นขวดให้เติมได้เองบนโต๊ะก็คือ 1. น้ำจิ้มเนื้อหรือยากินิคุซอสบางเบาไม่จัดจ้านเท่าร้านอื่นจึงไม่ค่อยรบกวนกลิ่นกับรสชาติที่แท้จริงของเนื้อพรีเมี่ยม 2. น้ำจิ้มหมูหรือซอสเผ็ดสไตล์ไทยมีกลิ่นฉุนคล้ายกับพริกกระเหรี่ยงรสหวานอ่อนๆไม่มีกลิ่นน้ำมันงาแบบน้ำจิ้มสุกี้ช่วยลดความมันเลี่ยนของเนื้อหมูย่างได้เป็นอย่างดี 3. น้ำจิ้มซีฟู้ดรสเปรี้ยวตัดหวานเผ็ดหอมกลิ่นพริกสด-กระเทียมชัดเจนทานกับซีฟู๊ดย่างหรือซาชิมิเป็นแบบเมนูแช่น้ำปลาก็อร่อยแซ่บจัดจ้านดี 4. ซอสโชยุกับวาซาบิเอาไว้ทานกับซูชิ/ซาชิมิหรือจะแปะวาซาบิสดเล็กน้อยลงบนเนื้อวากิวย่างที่สุกแล้วจิ้มโชยุหน่อยก็อร่อยฉุนขึ้นจมูกไปอีกแบบ นอกจากนี้ก็ยังมีเกลือ-พริกไทย/พริกสดกับกระเทียมสับและน้ำมะนาวสด ให้ปรุงน้ำจิ้มแต่ละสูตรได้เองจนกว่าจะถูกปากด้วยครับ
ตามมาด้วยเมนูซาชิมิที่เสิร์ฟในเมนูระดับ Grand คือ "Tora Grand Sashimi" เป็นชุดแซลมอนสับปรุงรสห่อทานกับสาหร่ายแผ่นใส่ท๊อบปิ้งต่างๆทั้ง คาเวียร์/ต้นหอม/ไข่ปลาแซลมอนและข้าวพองญี่ปุ่นได้หลากหลายสัมผัสในคำเดียว ด้านล่างเป็นซาชิมิปลาแซลมอน/แซลมอนส่วนท้อง/กุ้งหวานตัวใหญ่กับหอยโฮตาเตะ ส่วนเมนูระดับ Elite มีเพิ่มขึ้นมาเป็น "Hotate Saikyo Foiegras Karasumi" หรือหอยเชลล์ตัวขนาดใหญ่พิเศษเพิ่มซอสฟัวกราส์ลนไฟโรยด้วยเกล็ดไข่ปลากระบอกตากแห้งแบบเดียวกับร้านโอมากาเสะราคาแพงกับ "Edomae Hotate Yaki หรือหอยเชลล์ญี่ปุ่นตัวใหญ่ลนไฟโรยด้วยงา 5 สีสไตล์ญี่ปุ่น ทั้ง 2 เมนูวางแผ่นสาหร่ายไว้ด้านล่างพร้อมหยิบใส่ปากได้เลยทันที ถ้าเทียบกับบุฟเฟ่ต์ร้านอื่นในราคาระดับเดียวกันอาจจะได้ทานโอโทโร่/ไข่หอยเม่นไปแล้วแต่ในกลุ่มมีเพื่อนผมที่ไม่ทานเลยไปเอาความฟินห์กับเนื้อวากิวคุณภาพสูงกับเมนูระดับโอมากาเสะแบบนี้แทนถือว่าโอเคมากเลยครับ
******* เกิน 10,000 ตัวอักษร ขออนุญาตเขียนรีวิวต่อในช่อง Comment แทนนะครับ *******
ชื่อสินค้า:
Tora Yakiniku X Café สาขา หมู่บ้านซิตี้คอนเนค ถนนกัลปพฤกษ์
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
รีวิว Haris' Premium Buffet สาขากัลปพฤกษ์ (1,299 net) สายเนื้อวากิวและซาซิมิห้ามพลาด!
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวก้นครัวทุกคน วันนี้มีโอกาสไปจัดหนักมาที่ร้าน Haris' Premium Buffet สาขากัลปพฤกษ์ ร้านตั้งอยู่ใน Homepro กัลปพฤกษ์เลยครับ เดินทางง่าย ที่จอดรถสะดวกสบายหายห่วง ทางร้านจะเปิดเป็น
SarinPoom
ผัดบล็อกโคลี่หมูสามชั้น 🥦🥓🍛
อรุณสวัสดิ์ค่ะเช้านี้อากาศเย็นสบายตื่นมาเข้าครัวทำ ผัดบล็อกโคลี่หมูสามชั้นทานกับข้าวสวย น้องเอาไปทานกับบะหมี่ค่ะ วัตถุดิบ1. หมูสามชั้นสไลด์ 500 กรัม 🥓2. บล็อกโคลี่ 🥦3. แครอท 🥕🌸4. กระเทียมสับละเอียด5
แมวสีเทาตุ่น
BufFeast Review :ปิ้งย่างญี่ปุ่นราคาแรงย่านรัชดา "Gyuya"@เดอะ สตรีท รัชดา ชั้น 4
ช่วงหยุดยาวปีใหม่ว่างๆ ผมเลยไปหาตำร้านที่ดองเอาไว้อยู่นาน ชื่อ กิวย่า ว่าจะไปหลายทีและ แต่ติดนู่นนี่ ขับผ่านตลอด เมื่อโอกาสมาถึงแล้วก็ไปเก็บให้รู้แล้วรู้รอดไปว่าจะรสชาติดีแค่ไหน เห็นแว้บๆว่าราคาค่อนข
TheHeatBufFeast
บุฟเฟ่ต์ อาหารบราซิลเลี่ยน ห้องอาหาร Rio Grill (ริโอกริลล์) รร.เอเชียกรุงเทพ หอมอร่อยมากๆๆ✌️🤤😋😃😄😁 🍽👍🦐🍤🐟🐂🍷
บุฟเฟ่ต์ อาหารบราซิลเลี่ยน ห้องอาหาร Rio Grill (ริโอกริลล์) รร.เอเชียกรุงเทพ หอมอร่อยมากๆๆ✌️🤤😋😃😄😁 🍽👍🦐🍤🐟🐂🍷 มีเจ้าภาพใจดี พามาเลี้ยงอาหาร เป็นเมนู บุฟเฟ่ต์ อาหารบราซิลเลี่ยน ห้องอาหาร Rio Grill (ริโอก
กานต์(วีระพัฒน์)
เชฟโอมากาเสะ คนดัง ที่ดาราเซเลบจองตัวกันแน่น คุ้มจนต้องมาซ้ำแน่ๆ
พามาบุกร้านโอมากาเสะที่ใครๆ ก็พูดถึง Taka Omakase โดย เชฟตี๋ เชฟสุดฮอตที่ดาราเซเลบจองตัวกันแน่น ตอนนี้เชฟย้ายร้านมาอยู่ที่สาธุประดิษฐ์แล้วนะ ร้านใหม่ไฉไลกว่าเดิม แต่ความอร่อยยังขลังจนลูกค้าประจำตามมาก
มิกิชวนกิน
รีวิว "Tora Yakiniku X Café" ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 อัปเกรดวัตถุดิบให้พรีเมียมยิ่งขึ้นกว่า 200 เมนูเริ่มต้นที่คนละ 799 บ.++
ได้ยินว่าภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นเจ้าประจำแถวคอนโดเรานั้นกำลังฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษเปิดให้บริการครบรอบ 10 ปีโดยปรับเปลี่ยนเพิ่มรายการใหม่พร้อมอัปเกรดวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศคุณภาพระดับ
Food Addicts
BufFeast Review :"Mulligan"บาร์เหล้าสไตล์ไอริชกับโปรบุฟเฟ่ต์ถล่มกระเพาะ @โรงแรม Buddy Lodge ชั้น 2 ถนนข้าวสาร
วงการบุฟเฟ่ต์ทุกวันนี้ไม่ได้จำกัดแค่แนวปิ้งย่าง ญี่ปุ่น หรือโรงแรม แต่ก็เริ่มลามไปสู่พวกคาเฟ่ จนไปถึงร้านเหล้ากันแล้ว ซึ่งนั่นคือเป้าหมายในวันนี้ของผม กับการมากินบุฟเฟ่ต์บรรยากาศโรงเบียร์ที่ชื่อ Mull
TheHeatBufFeast
รีวิวไข่หวานย่างซอสทาโกะยากิ
ไข่หวานย่างซอสทาโกะยากิ ไข่หวานหั่นเต๋าชิ้นพอดีคำ 5 ชิ้น หน้าตาดูดีเลย ราดซอสทาโกะ (Okonomiyaki sauce) กับมายองเนสมาฉ่ำๆ โปะด้วยปลาโอแห้งขยุ่มใหญ่ กลิ่นหอม ให้ฟีลเหมือนยืนอยู่หน้าเตาทาโกะยากิจริงๆ สา
ปากกาดาว
อบอร่อย สาขาเกษตร-นวมินทร์ @ ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
พามาทานอาหารทะเลที่ร้านอบอร่อยสาขาเกษตร-นวมินทร์ (ถนนประเสริฐมนูกิจ) ร้านโปรดของแม่ ที่สาขาทาวน์อินทาวน์ก็เคยไปทานมาแล้ว จนมาเปิดสาขาที่เกษตร-นวมินทร์ แม่บอกว่าอยากลองไปที่สาขานี้ดูบ้
Emmy Journey พากิน พาเที่ยว
BufFeast Review :บุฟเฟ่ต์ต้มปิ้งนอกกระแส ที่มีซุปและซอสหลากรสชาติ "Sakura" @เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 3
พอดีว่าได้ฤกษ์มาซื้อเสื้อออกงานที่ยูเนี่ยนมอลล์ ขากลับเลยแวะหาอะไรกินที่ เซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจนัก จนมาเตะตาเข้ากับ ร้านนอกกระแสที่มีชื่อว่า Sakura Yakiniku Shabu Sushi ซึ่งพอเห็น
TheHeatBufFeast
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อาหารญี่ปุ่น
อาหารซีฟู้ด
อาหารบุฟเฟ่ต์
อาหารปิ้งย่าง
ซูชิ
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 19
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] รีวิว Tora Yakiniku X Café บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างเนื้อวากิวและขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น เริ่มต้นเพียงคนละ 599฿++
ช่วงที่พวกเรามาทานกำลังเข้าสู่เดือนธันวาคมจึงมีการตกแต่งภายในร้านให้เป็นธีม "เทศกาลคริสต์มาส" ตลอดเดือน แต่ยังคงความดั้งเดิมด้วยสไตล์ Loft สมัยใหม่เปิดให้เห็นโครงสร้างของร้านเพิ่มความดุดันด้วยตะแกรงเหล็กสีดำสนิท เก้าอี้ทุกที่นั่งเป็นแบบโซฟายาวบุนวมแข็งแรงมั่นคงสามารถรองรับลูกค้าได้ตั้งแต่ 4-10 คน ส่วนโต๊ะก็ทำด้วยหินอ่อนสีขาวแผ่นใหญ่ดูสะอาดตา เจาะรูตรงกลางสำหรับลงเตาถ่านพร้อมวางระบบดูดกลิ่น-ควันกันหัวเหม็นได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่ามองจากภายนอกเหมือนจะเป็นแค่ร้านเล็กๆแต่มีชั้น 2 เปิดให้บริการอีกโซนนึงด้วย ตอนที่ผมมาถึงสมาชิกท่านอื่นกำลังเดินทางอยู่เลยจัดการเลือกโต๊ะและดูเมนูอาหารกันก่อนว่ามีอะไรให้สั่งบ้างระหว่างรอครับ
มาถึงนั่งที่โต๊ะน้องพนักงานก็จะนำเล่มเมนูออกมาให้เราเลือก ปัจจุบันร้าน "Tora Yakiniku X Café" มีราคาบุฟเฟ่ต์ให้เลือกทั้งหมด 4 ระดับได้แก่ 1. Standard 599 บ.++ (706 Net.) 2. Premium 999 บ.++ (1,176 Net.) 3. Grand 1,299 บ.++ (1,529 Net.) และ 4. Elite 1,799 บ.++ (2,118 Net.) ที่เราเลือกมาทานกันในวันนี้ถือว่าราคาค่อนข้างสูงจึงต้องนัดกับเพื่อนมาทานกันในช่วงเงินเดือนออกใหม่ๆ ดูรายการอาหารทั้งหมดของทางร้านเป็นแบบไฟล์ E-Book ได้ในลิงค์นี้ https://bit.ly/3G3ZMAh บุฟเฟ่ต์ทุกๆราคาสามารถนั่งทานได้ 2 ชั่วโมงเต็ม เด็กเล็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 100 ซม.ทานฟรี/ส่วนสูงระหว่าง 100-130 ซม. ลดราคา 50% หากสูงมากกว่านั้นคิดเป็นราคาผู้ใหญ่ อยากทานเมนูอะไรบนโต๊ะมีใบสั่งอาหารพร้อมดินสอให้เขียนจำนวนที่ต้องการลงไปแล้วยื่นให้กับน้องพนักงานได้เลย ส่วนกระดาษรองจาน/ตะเกียบ/ถ้วยน้ำจิ้มและที่คีบใส่ถุงพลาสติกปิดซีลมาเป็นอย่างดีวางไว้ให้บนโต๊ะแกะพร้อมใช้งานได้เลยทันที วันนี้สมาชิกขอเน้นเนื้อวากิวและซีฟู๊ดเป็นพิเศษก็สั่งกันไปแบบจุกๆเลยสิครับผม
ขณะนี้ทุกคนมากันครบแล้วก็บอกให้น้องพนักงานเริ่มเสิร์ฟอาหารที่สั่งเอาไว้แล้วจับเวลาได้เลย เมนูจานแรกคือ "Tora Wagyu Set" ประกอบไปด้วยเนื้อวัวส่วนต่างๆนำเข้าจากอเมริกาและออสเตรเลียทั้ง U.S. Choice Shot Plate/ Wagyu Jyou Rosu/ Wagyu Jyou Rosu และ Wagyu Misuji เรียงมาในจานหินสีดำขนาดใหญ่เนื้อสีแดงสดแทรกชั้นไขมันสีขาวละเอียดสวยงามเด่นชัด สัมผัสเคี้ยวนุ่มชุ่มฉ่ำมีรสเนื้อที่เข้มข้นแต่ไม่รุนแรงตามแบบฉบับลูกครึ่งวากิว ชุดต่อมาเป็นเนื้อวัวที่เพิ่มมาใหม่ในบุฟเฟ่ต์ระดับ Elite นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นและส่วนพิเศษจากเนื้อวากิวออสเตรเลียก็คือ 1. Wagyu F1 Super Karubi เป็นลูกครึ่งวากิวผสมพันธุ์พื้นเมืองนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นมีระดับไขมันเทียบเท่ากับ A3 แต่กลิ่นเนื้อจะค่อนข้างชัดกว่าวากิวเลือดบริสุทธิ์ 2. Japanese Wagyu A4 แท้ๆมีเครื่องหมาย "วากิวสากล” รับประกันว่าเป็นเนื้อวัวที่เกิดและเลี้ยงดูภายในประเภทญี่ปุ่น มีชั้นไขมันที่แทรกละเอียดเคี้ยวนุ่มละลายพร้อมกลิ่นที่บางเบาทานง่ายกว่าจานก่อน 3. Wagyu Jyou Zabuton หรือเนื้อวัวที่ผ่านการ Dry-Aged นานถึง 360 วันจึงทำให้มีรสชาติของเนื้อและไขมันเข้มข้นกว่าที่เสิร์ฟในเมนู Grand แต่คงคงความนุ่มเอาไว้เช่นเคย 4. Wagyu Marble Score 8/9 เป็นเนื้อวากิวออสเตรเลียคุณภาพสูงสุดที่ทางร้านคัดมาเสิร์ฟ ซึ่งก็ยังคงความนุ่มแทรกไขมันแต่ไม่ถึงกับละลายและมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์นุ่มนวลอร่อยไม่ด้อยไปกว่าจานอื่นๆ ทางร้านแนะนำว่าให้ทาน 2 แบบนั่นก็คือ จุ่มในซอสยากินิคุสูตรพิเศษหรือจะนำลงบนเตาถ่านย่างเลยเลือกได้ตามใจครับผม
นอกจากเนื้อวัววากิวคุณภาพระดับซุปเปอร์พรีเมี่ยมแล้วในเมนู Elite ยังได้เพิ่มหมูคุโรบูตะที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นมาให้สั่งอีก 2 รายการคือ 1. Tora Kojibuta Set หรือเนื้อหมูโคจิบูตะหมักซอสเข้มข้นสูตรพิเศษประกอบไปด้วยหมาล่า/ฟัวกราส์และทรัฟเฟิลใส่มาในถ้วยเล็กๆ หมูที่ใช้เป็นส่วนคอแทรกไขมันละเอียดเคี้ยวนุ่มเด้งซอสรสชาติซึมเข้าไปถึงด้านในเนื้อทั้ง 3 สูตรอร่อยไม่เหมือนใครและไม่เคยกินที่ไหนมาก่อนแน่นอนครับ 2. Kagoshima Pork หรือหมูคุโรบูตะสายพันธุ์แท้จากคาโกชิม่าประเทศญี่ปุ่น ทางร้านตัดเสิร์ฟเป็นส่วนสันคอมีเนื้อสีชมพูและไขมันสีขาวสวยงาม จุดที่แตกต่างจากหมูคุโรบูตะสายพันธุ์ที่เลี้ยงในฟาร์มไทยคือความเด้งของเนื้อที่ดีดตัวในปากให้ความสะใจเวลาเคี้ยวมากกว่าและน้ำเนื้อชุ่มฉ่ำไม่มีความเลี่ยนไขมันทำให้กินได้เรื่อยๆสมกับเป็นราชาแห่งเนื้อหมูของแท้เลยครับ
เนื้อวัวจานต่อไปถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในรายการ Elite แต่เราสั่งมาด้วยเพราะว่าชอบเป็นการส่วนตัวนั่นคือ "Tora Super Steak" เป็นเนื้อ Meltique Beef นำเข้าจากประเทศออสเตรเลียที่กลุ่มคนรักเนื้อบางคนแอนตี้แต่เราชอบมากๆเพราะไขมันนุ่มละลายในปากแถมไม่มีกลิ่นเนื้อรุนแรงทานง่ายและได้เคี้ยวเนื้อแบบเต็มปากเต็มคำดี จานต่อไปก็คือ "Smoked Duck" หรืออกเป็ดรมควันมีกลิ่นหอมคล้ายกับแฮมเนื้อแน่นติดชั้นไขมันเคี้ยวกรุบๆรสเข้มข้น ราดด้วยซอสรสหวานอ่อนๆย่างให้หนังเกรียมหน่อยบอกเลยว่าอร่อยสุดๆไม่มีกลิ่นสาบแบบเป็ดสดอย่างแน่นอนครับผม
เมนูต่อไปเป็นซีฟู๊ดรวมทุกอย่างที่ทางร้านจัดมาเสิร์ฟให้อย่างอลังการวางเรียงลงถาด 3 ชั้น เริ่มจากชั้นบนสุดมีกุ้งขาวแกะพร้อมทานกับหอยหวานเนื้อเด้งกรุบกรอบ ชั้นที่ 2 เป็นปลาหมึกสายซอสบูลโกกิ/หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวใหญ่เนื้อเต็มฝาและหอยเชลล์สดเนื้อขาวใส ชั้นล่างสุดเป็นกุ้งก้ามกรามผ่าครึ่งหัวมันพร้อมย่าง/หอยนางรมจากเกาหลีราดซอสโชยุสำหรับย่างเท่านั้น (ทางร้านไม่แนะนำให้กินสด) โฮตาเตะย่างเนย+โชยุกับโฮตาเตะชีส/ปลาหมึกตัวใหญ่และกุ้งแดงอาเจนติน่าเนื้อหวานเด้งวางบนน้ำแข็งเย็นๆช่วยรักษาอุณหภูมิทำให้ความสดคงอยู่ยาวนาน โดยรวมซีฟู๊ดของที่ร้านถือว่าตัวใหญ่-สดไร้กลิ่นคาวหรือแช่น้ำยา มีความพรีเมี่ยมสมกับราคาที่จ่ายไปมากๆเลยครับผม
จับวัตถุดิบต่างๆที่อยากกินลงบนเตาทานคู่กับน้ำจิ้มทั้งหมด 4 สูตร วางเป็นขวดให้เติมได้เองบนโต๊ะก็คือ 1. น้ำจิ้มเนื้อหรือยากินิคุซอสบางเบาไม่จัดจ้านเท่าร้านอื่นจึงไม่ค่อยรบกวนกลิ่นกับรสชาติที่แท้จริงของเนื้อพรีเมี่ยม 2. น้ำจิ้มหมูหรือซอสเผ็ดสไตล์ไทยมีกลิ่นฉุนคล้ายกับพริกกระเหรี่ยงรสหวานอ่อนๆไม่มีกลิ่นน้ำมันงาแบบน้ำจิ้มสุกี้ช่วยลดความมันเลี่ยนของเนื้อหมูย่างได้เป็นอย่างดี 3. น้ำจิ้มซีฟู้ดรสเปรี้ยวตัดหวานเผ็ดหอมกลิ่นพริกสด-กระเทียมชัดเจนทานกับซีฟู๊ดย่างหรือซาชิมิเป็นแบบเมนูแช่น้ำปลาก็อร่อยแซ่บจัดจ้านดี 4. ซอสโชยุกับวาซาบิเอาไว้ทานกับซูชิ/ซาชิมิหรือจะแปะวาซาบิสดเล็กน้อยลงบนเนื้อวากิวย่างที่สุกแล้วจิ้มโชยุหน่อยก็อร่อยฉุนขึ้นจมูกไปอีกแบบ นอกจากนี้ก็ยังมีเกลือ-พริกไทย/พริกสดกับกระเทียมสับและน้ำมะนาวสด ให้ปรุงน้ำจิ้มแต่ละสูตรได้เองจนกว่าจะถูกปากด้วยครับ
ตามมาด้วยเมนูซาชิมิที่เสิร์ฟในเมนูระดับ Grand คือ "Tora Grand Sashimi" เป็นชุดแซลมอนสับปรุงรสห่อทานกับสาหร่ายแผ่นใส่ท๊อบปิ้งต่างๆทั้ง คาเวียร์/ต้นหอม/ไข่ปลาแซลมอนและข้าวพองญี่ปุ่นได้หลากหลายสัมผัสในคำเดียว ด้านล่างเป็นซาชิมิปลาแซลมอน/แซลมอนส่วนท้อง/กุ้งหวานตัวใหญ่กับหอยโฮตาเตะ ส่วนเมนูระดับ Elite มีเพิ่มขึ้นมาเป็น "Hotate Saikyo Foiegras Karasumi" หรือหอยเชลล์ตัวขนาดใหญ่พิเศษเพิ่มซอสฟัวกราส์ลนไฟโรยด้วยเกล็ดไข่ปลากระบอกตากแห้งแบบเดียวกับร้านโอมากาเสะราคาแพงกับ "Edomae Hotate Yaki หรือหอยเชลล์ญี่ปุ่นตัวใหญ่ลนไฟโรยด้วยงา 5 สีสไตล์ญี่ปุ่น ทั้ง 2 เมนูวางแผ่นสาหร่ายไว้ด้านล่างพร้อมหยิบใส่ปากได้เลยทันที ถ้าเทียบกับบุฟเฟ่ต์ร้านอื่นในราคาระดับเดียวกันอาจจะได้ทานโอโทโร่/ไข่หอยเม่นไปแล้วแต่ในกลุ่มมีเพื่อนผมที่ไม่ทานเลยไปเอาความฟินห์กับเนื้อวากิวคุณภาพสูงกับเมนูระดับโอมากาเสะแบบนี้แทนถือว่าโอเคมากเลยครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น