บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน ทยอยเข้าตรวจรับงานและดำเนินการปรับปรุงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ประเดิมปรับตู้ขนสัมภาระผู้โดยสารของขบวนรถ Express Line ซึ่งปัจจุบันปิดให้บริการส่วนนี้ไว้
ในเบื้องต้นอยู่ในขั้นตอนการประเมินสภาพตัวรถ ทั้งภายในและภายนอก เพื่อปรับปรุงให้พร้อมนำมาใช้งานบริการประชาชน เมื่อถึงเวลารับช่วงบริการงานต่อในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ คาดว่าเมื่อแล้วเสร็จจะสามารถให้บริการผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นอีกขบวนละประมาณ 250 คน
- ปัจจุบันรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์มีรถไฟฟ้าให้บริการ 9 ขบวน
- เป็นรถไฟฟ้ารุ่น Siemens Desiro UK Class 360 ของเยอรมนี
- รถไฟฟ้าให้บริการมานาน 10 ปี แต่ตัวรถยังมีประสิทธิภาพดี มีความทันสมัย ปัจจุบันหลายประเทศยังคงใช้รถไฟฟ้ารุ่นนี้ให้บริการประชาชนอยู่
- รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ทั้ง 9 ขบวน เดิมแบ่งให้บริการเป็น 2 ประเทภ คือ ซิตีไลน์ 5 ขบวน ให้บริการจอดรับส่งผู้โดยสารทุกสถานี และประเภทเอ็กซ์เพรสไลน์ 4 ขบวน ให้บริการจอดรับส่งผู้โดยสารเฉพาะสถานีสุวรรณภูมิและมักกะสัน สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งสามารถโหลดกระเป๋าสัมภาระขึ้นเครื่องบินได้
- รถไฟฟ้าทั้งสองประเภทจึงถูกออกแบบที่นั่งผู้โดยสารที่แตกต่าง เพื่อให้ตรงกับการใช้งาน
- แต่ปริมาณผู้โดยสารที่เดินทางเข้าเมืองมีเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีการใช้บริการรถแบบซิตี้ไลน์เป็นหลักมาตลอด ในปี 2559 จึงได้มีการปรับปรุงที่นั่งบนขบวนรถไฟฟ้าแบบเอ็กซ์เพรสไลน์ทั้ง 4 ขบวน โดยปรับปรุงในส่วนของผู้โดยสารเพียง 3 ตู้เท่านั้น ขณะที่ตู้สัมภาระยังอยู่ในลักษณะเดิม จึงทำให้ประสิทธิภาพในการรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น จาก 340 คนต่อขบวน เป็น 745 คนต่อขบวน
- บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จะรับมอบงาน ดำเนินการซ่อมบำรุง และเดินรถทั้งหมดในเดือนตุลาคมนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจเช็คสภาพรถ คาดว่าจะปรับปรุงทั้งภายในและภายนอกของขบวนรถที่มีอยู่
- สำหรับรถไฟฟ้าแบบเอ็กซ์เพรสไลน์ คาดว่าจะมีการปรับปรุงตู้บรรทุกกระเป๋าสัมภาระอีกขบวนละ 1 ตู้ เพื่อให้เป็นตู้โดยสารครบทั้ง 4 ขบวน โดยจะติดตั้งที่นั่ง เสา ห่วงจับ ซึ่งจะสามารถรองรับผู้โดยสารต่อตู้ได้เพิ่มขึ้นจาก 745 คนต่อขบวน เป็น 1,010 คนต่อขบวน
- ในช่วงแรกของการรับมอบ ซึ่งจะมีการปรับปรุงตู้โดยสารนั้น ต้องไม่ให้กระทบการใช้บริการ ซึ่งต้องมีความต่อเนื่อง และยังต้องคำนวณการบริหารจัดการพื้นที่ในขบวนรถ ให้เว้นระยะห่างทางสังคม ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้การเดินทางของผู้โดยสารได้รับความสะดวกปลอดภัยสูงสุดอีกด้วย
ที่มา: TNN
ซีพีเตรียมปรับปรุงขบวนรถแอร์พอร์ตลิงก์
ในเบื้องต้นอยู่ในขั้นตอนการประเมินสภาพตัวรถ ทั้งภายในและภายนอก เพื่อปรับปรุงให้พร้อมนำมาใช้งานบริการประชาชน เมื่อถึงเวลารับช่วงบริการงานต่อในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ คาดว่าเมื่อแล้วเสร็จจะสามารถให้บริการผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นอีกขบวนละประมาณ 250 คน
- ปัจจุบันรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์มีรถไฟฟ้าให้บริการ 9 ขบวน
- เป็นรถไฟฟ้ารุ่น Siemens Desiro UK Class 360 ของเยอรมนี
- รถไฟฟ้าให้บริการมานาน 10 ปี แต่ตัวรถยังมีประสิทธิภาพดี มีความทันสมัย ปัจจุบันหลายประเทศยังคงใช้รถไฟฟ้ารุ่นนี้ให้บริการประชาชนอยู่
- รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ทั้ง 9 ขบวน เดิมแบ่งให้บริการเป็น 2 ประเทภ คือ ซิตีไลน์ 5 ขบวน ให้บริการจอดรับส่งผู้โดยสารทุกสถานี และประเภทเอ็กซ์เพรสไลน์ 4 ขบวน ให้บริการจอดรับส่งผู้โดยสารเฉพาะสถานีสุวรรณภูมิและมักกะสัน สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งสามารถโหลดกระเป๋าสัมภาระขึ้นเครื่องบินได้
- รถไฟฟ้าทั้งสองประเภทจึงถูกออกแบบที่นั่งผู้โดยสารที่แตกต่าง เพื่อให้ตรงกับการใช้งาน
- แต่ปริมาณผู้โดยสารที่เดินทางเข้าเมืองมีเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีการใช้บริการรถแบบซิตี้ไลน์เป็นหลักมาตลอด ในปี 2559 จึงได้มีการปรับปรุงที่นั่งบนขบวนรถไฟฟ้าแบบเอ็กซ์เพรสไลน์ทั้ง 4 ขบวน โดยปรับปรุงในส่วนของผู้โดยสารเพียง 3 ตู้เท่านั้น ขณะที่ตู้สัมภาระยังอยู่ในลักษณะเดิม จึงทำให้ประสิทธิภาพในการรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น จาก 340 คนต่อขบวน เป็น 745 คนต่อขบวน
- บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จะรับมอบงาน ดำเนินการซ่อมบำรุง และเดินรถทั้งหมดในเดือนตุลาคมนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจเช็คสภาพรถ คาดว่าจะปรับปรุงทั้งภายในและภายนอกของขบวนรถที่มีอยู่
- สำหรับรถไฟฟ้าแบบเอ็กซ์เพรสไลน์ คาดว่าจะมีการปรับปรุงตู้บรรทุกกระเป๋าสัมภาระอีกขบวนละ 1 ตู้ เพื่อให้เป็นตู้โดยสารครบทั้ง 4 ขบวน โดยจะติดตั้งที่นั่ง เสา ห่วงจับ ซึ่งจะสามารถรองรับผู้โดยสารต่อตู้ได้เพิ่มขึ้นจาก 745 คนต่อขบวน เป็น 1,010 คนต่อขบวน
- ในช่วงแรกของการรับมอบ ซึ่งจะมีการปรับปรุงตู้โดยสารนั้น ต้องไม่ให้กระทบการใช้บริการ ซึ่งต้องมีความต่อเนื่อง และยังต้องคำนวณการบริหารจัดการพื้นที่ในขบวนรถ ให้เว้นระยะห่างทางสังคม ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้การเดินทางของผู้โดยสารได้รับความสะดวกปลอดภัยสูงสุดอีกด้วย
ที่มา: TNN