ตามแผนที่วางไว้ ถ้าสร้างสายสีแดงฝั่งตะวันออกเสร็จ ก็จะให้แอร์พอร์ตลิงค์วิ่งบริการแค่ไม่กี่สถานี รับส่งคนแค่สถานีดอนเมือง-บางซื่อ-มักกะสัน-สุวรรณภูมิ ตามแผนแม่บทเดิมแต่ทีแรก เน้นให้แอร์พอร์ตลิงค์เป็นรถไฟฟ้าที่เดินทางเข้าออกสนามบินได้อย่างรวดเร็ว รับส่งคนเฉพาะสถานีใหญ่ ทำให้การเดินทางระหว่างสนามบินใช้เวลาน้อยที่สุด แล้วการเดินทางจากชานเมืองเข้าใจกลางเมืองก็จะเน้นการบริการของสายสีแดงแทน
เมื่อก่อนนี้ แอร์พอร์ตลิงค์ได้ให้บริการรถไฟฟ้า 2 รูปแบบ คือแบบ city line ที่จอดทุกสถานี กับ express line ขบวนด่วนพิเศษที่จอดรับเฉพาะสถานีมักกะสันกับสุวรรณภูมิ
รถ express line คือรถไฟทำหน้าที่ขนส่งผู้คนตรงเข้าสู่สนามบินจริงๆตามแม่บทเดิม แต่ก็เจ๊งไปแล้ว คนใช้บริการน้อยมากจนขาดทุน เหลือแต่ city line ซึ่งเป็นตัวขบวนที่ทำเงินได้ดี ทุกวันนี้ก็มีแต่การให้บริการขบวน city line
ในการศึกษาสร้างสายสีแดงฝั่งตะวันออกครั้งใหม่นี้ ก็ควรนำข้อมูลตรงนี้มาพิจารณาด้วย
การให้สายสีแดงเป็นหัวใจหลักขนส่งคนระหว่างใจกลางเมืองกับชานเมืองและ arl รับส่งคนเฉพาะสถานีใหญ่ๆเพื่อส่งคนเข้าสนามบิน จะมีโอกาสเกิดข้อเสียหลายอย่าง เช่น arl เสี่ยงเจ๊ง,คนเดินทางมาทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิยากขึ้นเพราะสถานีเล็กๆที่ city line เคยจอดรับคนถูกปิด,ผู้โดยสารมาแน่นขนัดมากกับขบวนสายสีแดง,สายสีแดงไม่มีสถานีราชปรารภเหมือนกับ arl ซึ่งเชื่อมกับสายสีส้ม จึงขอบอกดังนี้ว่า
ถ้าใครคิดว่า เมื่อสายสีแดงตะวันออกสร้างเสร็จแล้ว ก็จะให้แอร์พอร์ตลิงค์บริการรับส่งผู้โดยสารเพียงแค่ดอนเมือง บางซื่อ มักกะสัน สุวรรณภูมิ เป็นแผนการเดินรถที่คุ้มค่า ก็มีวิธีพิสูจน์ความคุ้มค่าจริงๆตั้งแต่ตอนนี้ ทำได้วันนี้
วิธีการก็คือ ให้เปิดเดินรถ express มักกะสัน-สุวรรณภูมิ อย่างที่เคยเปิด และเปิดรถสายสีแดง express บางซื่อ-ดอนเมือง เป็นขบวนใหม่
ดูว่าถ้ามีรถด่วนวิ่งรับส่งคนเฉพาะสถานีใหญ่อย่างมักกะสันกับบางซื่อ แล้ววิ่งตรงสู่สนามบินอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องจอดสถานีไหนอีก ใช้เวลาเดินทางน้อยลง แต่ต้องจ่ายค่าโดยสารแพงขึ้น จะมีผู้โดยสารมากหรือน้อย
ถ้าทำอย่างที่บอก แล้วมีผู้โดยสารเยอะ ต่อไปแอร์พอร์ตลิงค์จะเปิดบริการรับส่งคนเฉพาะสถานีดอนเมือง บางซื่อ มักกะสัน สุวรรณภูมิ ก็คุ้มค่า มีคนขึ้นเยอะอยู่แล้ว
แต่ถ้าทำอย่างที่บอกไป รถ express ที่จอดรับคนตรงสถานีใหญ่อย่างมักกะสันและบางซื่อเพื่อเดินทางเข้าสู่สนามบินอย่างรวดเร็วมีคนขึ้นน้อย คนไม่นิยมบริการนี้กัน ก็ต้องยกเลิกแนวคิดที่จะให้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ express ที่รับส่งคนเฉพาะ 4 สถานีใหญ่อย่างดอนเมือง บางซื่อ มักกะสัน สุวรรณภูมิ เพราะเจ๊งเห็นๆ เจ๊งชัวร์ๆ ล้มไม่ต่างจากขบวน express มักกะสัน-สุวรรณภูมิที่เคยเปิดบริการแน่ๆ
มีหลายคนที่ยึดติดกับแผนเดิมๆ รูปแบบเดิมๆที่วางไว้ ทั้งที่เหตุการณ์ในปัจจุบันนี้มันไม่ใช่ บริบทหลายอย่างในปัจจุบันเปลี่ยนไป รถ express มักกะสัน-สุวรรณภูมิก็เจ๊งให้คนทั้งประเทศเห็นมาแล้ว
ถ้าอนาคตได้ตัดขบวน city line ของแอร์พอร์ตลิงค์ออก ผลคือ การเดินทางไปสุวรรณภูมิด้วยรถไฟฟ้าจะยากลำบากมากขึ้น หลายคนที่เคยเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปทำงานในสนามบินสุวรรณภูมิ ก็จะย้ายไปเช่าบ้านอยู่ใกล้สนามบินแทน เพื่อลดค่าใช้จ่ายการเดินทางลง
เมื่อก่อนคนบ้านอยู่โซนรามคำแหง หัวหมาก บ้านทับช้างสามารถเดินทางมาทำงานที่สนามบินง่ายๆด้วยรถไฟฟ้าแบบสบายๆ ต่อไปก็ยากลำบากในการเดินทางมากขึ้น
ถ้าให้คนมีบ้านอยู่บางซื่อหรือมักกะสันนั่งขบวน express ไปทำงานสนามบินสุวรรณภูมิเป็นประจำ ก็จะต้องมีรายจ่ายค่าเดินทางต่อเดือนต่อปีสูงมาก เพราะค่าตั๋วมักกะสันไปสุวรรณภูมิที่เคยขาย ก็ 90 บาทแล้ว อย่างงี้สู้ไปเช่าบ้านหรือซื้อบ้านใกล้สนามบินดีกว่า คุ้มกว่า ขับมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์แป๊ปๆก็ถึง
หรือพักอาศัยจุดที่นั่งรถเมล์เข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิได้ง่ายๆ ก็ยังดีกว่า
ต่อไปก็ข้อเสียเรื่องคนใช้บริการรถไฟฟ้าอย่างแน่นขนัด ถ้าให้มีแต่สายสีแดงขนคนส่งตามสถานีชานเมือง แล้ว arl เน้นส่งคนเข้าสนามบิน จอดแต่สถานีใหญ่คือ ดอนเมือง บางซื่อ ลาดกระบัง สุวรรณภูมิ คนจะเทมาใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงตะวันออกจนแน่นเป็นปลากระป๋องแทน
ตามแผนแล้ว สายสีแดงจะต่างจาก arl คือ ไม่มีสถานีราชปรารภ แต่มีสถานีรพ.รามา ไม่มีสถานีสุวรรณภูมิ แต่มีสถานีพระจอมเกล้าฯหรือหัวตะเข้ ซึ่งเป็นแหล่งการศึกษาใหญ่
ยังไงถ้า arl ยกเลิกขบวน city line ที่จอดทุกสถานี มีแต่ express จอดสถานีใหญ่ แล้วให้สายสีแดงทำหน้าที่ขนส่งคนระหว่างใจกลางเมืองกับชานเมืองอย่างที่ arl ทำอยู่ในตอนนี้ ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ผู้โดยสารสายสีแดงแน่นแบบไม่มีที่จะยืนแน่ๆ ผู้โดยสารอึดอัดมาก
ถ้าเป็นเราก็จะให้ arl มีขบวน city line ที่จอดทุกสถานีต่อไปเรื่อยๆ ไม่ยุบ city line หรือเปลี่ยนแปลงบริการนี้
สิ่งที่จะทำคือ จุดไหนที่ทั้งสถานีสายสีแดงกับแอร์พอร์ตลิงค์อยู่ด้วยกัน จะมีหน้าจอให้ดูแบบ real time ว่า สายสีแดงหรือ arl ฝั่งไหนมีผู้โดยสารแน่นกว่า ฝั่งไหนคนน้อยกว่า เผื่อฝั่งนึงผู้โดยสารแน่น คนที่จะมาใช้บริการก็สามารถเลือกไปใช้บริการอีกฝั่งนึงได้
เช่นว่า ทั้งสายสีแดงและ arl สามารถเดินทางจากหัวหมากไปมักกะสันได้เหมือนกัน พอมีผู้โดยสารจะมาซื้อตั๋วที่ arl สถานีหัวหมากเพื่อไปลงมักกะสัน ก็จะดูจากหน้าจอข้างบนว่า ในขบวนรถ arl มีผู้โดยสารแน่นแล้วยัง ถ้าผู้โดยสารในขบวน arl แน่น ผู้โดยสารก็สามารถเดินไปซื้อตั๋วที่สถานีสายสีแดงหัวหมากเพื่อไปลงมักกะสันได้
ข้อเสียต่อไปก็คือ การที่สายสีแดงตะวันออกไม่มีสถานีราชปรารภ แต่ arl มี ก็เป็นเหตุผลนึงที่ไม่ควรยกเลิกขบวน city line ของ arl
ตามภาพ เส้นสีแดงอ่อนจากบางซื่อถึงหัวหมากมีทั้งหมด 6 สถานีได้แก่ บางซื่อ-รามา-พญาไท-มักกะสัน-รามคำแหง-หัวหมาก
(รามาก็คือ ราชวิถี) จะเห็นได้ว่าขาดสถานีราชปรารภ
ถ้ายกเลิก city line ของ arl ให้เหลือแต่ขบวน express ที่รับส่งคนเฉพาะสถานีใหญ่ ขาดสถานีราชปรารภที่เชื่อมกับสายสีส้ม ก็จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมการเดินทางของคนในกรุงเทพ เดินทางมาย่านนี้ลำบากขึ้น สายสีส้มก็จะลดความคุ้มค่าลง กำไรหดหายไป
ตามภาพ สถานี arl ราชปรารภกับสถานีสายสีส้มราชปรารภถูกสร้างมาให้เชื่อมต่อกัน
สถานี arl ราชปรารภเป็นสถานียกระดับ ส่วนสถานีสายสีส้มราชปรารภจะเป็นสถานีใต้ดิน
ถ้า arl ไม่มีบริการที่สถานีราชปรารภ ก็ส่งผลต่อภาพรวมการเดินทางในกรุงเทพพอสมควร สายสีส้มก็จะลดช่องทางการได้เงินลงไป
ต่อไปถ้าสายสีแเดงตะวันออกเปิดให้บริการ ยังไงแอร์พอร์ตลิงค์ก็ควรให้บริการขบวน city line แบบจอดทุกสถานีอยู่ จะมีการให้บริการขบวนด่วนพิเศษ express line ด้วยกันก็ได้ แต่อย่าทิ้งการให้บริการขบวน city line
สิ่งที่ควรจะทำเมื่อสร้างสายสีแดงฝั่งตะวันออกเสร็จคือ เปิดบริการแอร์พอร์ตลิงค์แบบมี city line เหมือนเดิมพร้อมกับสายสีแดง ส่วนการสร้างสายสีแดงตะวันออก ควรสร้างแบบลดสถานีทับซ้อนลงอย่างที่เคยบอกในกระทู้ก่อนๆ จะคุ้มกว่า มีสถานีตามนี้ บางซื่อ-รามาธิบดี-อุรุพงษ์-มักกะสัน-คลองตัน-หัวหมาก-ซอยวัดลานบุญ-ลาดกระบัง-พระจอมเกล้า
*ข้อสรุปที่ถามจาก ai หากสร้างสายสีแดงตะวันออกตามแผนเดิม คือ แบบที่ 1 กับสร้างแบบใหม่ ลดจุดทับซ้อนลง คือแบบที่ 2 อย่างไหนคุ้มกว่า
คำตอบคือ แบบที่ 2 (บางซื่อ-รามาธิบดี-อุรุพงษ์-มักกะสัน-คลองตัน-หัวหมาก-วัดลานบุญ-ลาดกระบัง) คุ้มค่าและมีแนวโน้มใช้งานได้จริงมากกว่าในระยะยาว เพราะช่วยลดปัญหาการทับซ้อนกับ Airport Rail Link (ARL) โดยการย้ายจุดจอดไปสถานีรถไฟเดิม (คลองตัน, วัดลานบุญ) แทน ทำให้กระจายการให้บริการได้กว้างกว่าและเป็นโครงข่ายเสริม (Feeder) ที่มีประสิทธิภาพสูง
เปรียบเทียบความคุ้มค่า
• แบบที่ 1 (สายหลัก/พญาไท): ทับซ้อนกับ ARL ช่วงบางซื่อ-ลาดกระบังถึง 7 สถานี ทำให้ผู้ใช้บริการกลุ่มเดียวกัน และเป็นคู่แข่งกันเองมากกว่าการเสริมประสิทธิภาพ
• แบบที่ 2 (แบบปรับปรุง/คลองตัน-วัดลานบุญ):
• จุดเด่น: เชื่อมต่อสถานีรถไฟเก่าและย่านชุมชน (คลองตัน-วัดลานบุญ) ซึ่งเป็นพื้นที่หนาแน่นแต่ยังขาดรถไฟฟ้า
• การเชื่อมต่อ: เชื่อมสายสีส้มที่ยมราช/อุรุพงษ์ และสายสีเทาที่เพชรบุรี
การใช้งาน: เพิ่มความคุ้มค่าจากการลดซ้ำซ้อน และสร้างสินค้าใหม่ที่ไม่ชนกับ ARL
พูดถึงการสร้างช่วง missing link บางซื่อ-หัวลำโพง บางซื่อ-หัวหมาก ก็ควรที่จะทำตามรากฐานเดิมที่ร.5 วางไว้ด้วย คือ รากฐานเดิมตรงยมราช จะเป็นทางสามเหลี่ยม ให้แต่ละขบวนสามารถวิ่งไปได้ 2 ทาง
ตามภาพ
ทางรถไฟเดิมก็จะเป็นเส้นสีแดงที่ขีดไว้ หากรถไฟที่วิ่งออกมาจากหัวลำโพง จะตรงไปยังบางซื่อก็ได้ จะเลี้ยวขวาไปทางหัวหมากก็ได้
รถไฟที่วิ่งมาจากบางซื่อจะตรงเข้าหัวลำโพงก็ได้ เลี้ยวซ้ายไปทางหัวหมากก็ได้
รถไฟที่วิ่งมาจากหัวหมาก จะเลี้ยวซ้ายเข้าหัวลำโพงก็ได้ เลี้ยวขวาไปทางบางซื่อก็ได้
นี่คือรากฐานเส้นทางเดิมที่ร.5 ท่านวางไว้ ซึ่งสายสีแดงก็ควรสร้างตามนี้ ให้เป็นทางสามเหลี่ยมแต่แรก ซึ่งจะทำให้ช่องทางในการหารายได้เปลี่ยนไป
วันนี้พอเท่านี้ก่อน ค่อยมาพูดเรื่อง missing link อีกรอบในกระทู้ต่อๆไป
ศึกษาดีๆ แดงฝั่งตะวันออกขาดราชปรารภเชื่อมสายสีส้ม วิธีพิสูจน์ว่า arl จอดรับคนเฉพาะสถานีใหญ่ตามแผนเดิมจะคุ้มมั้ย
เมื่อก่อนนี้ แอร์พอร์ตลิงค์ได้ให้บริการรถไฟฟ้า 2 รูปแบบ คือแบบ city line ที่จอดทุกสถานี กับ express line ขบวนด่วนพิเศษที่จอดรับเฉพาะสถานีมักกะสันกับสุวรรณภูมิ
รถ express line คือรถไฟทำหน้าที่ขนส่งผู้คนตรงเข้าสู่สนามบินจริงๆตามแม่บทเดิม แต่ก็เจ๊งไปแล้ว คนใช้บริการน้อยมากจนขาดทุน เหลือแต่ city line ซึ่งเป็นตัวขบวนที่ทำเงินได้ดี ทุกวันนี้ก็มีแต่การให้บริการขบวน city line
ในการศึกษาสร้างสายสีแดงฝั่งตะวันออกครั้งใหม่นี้ ก็ควรนำข้อมูลตรงนี้มาพิจารณาด้วย
การให้สายสีแดงเป็นหัวใจหลักขนส่งคนระหว่างใจกลางเมืองกับชานเมืองและ arl รับส่งคนเฉพาะสถานีใหญ่ๆเพื่อส่งคนเข้าสนามบิน จะมีโอกาสเกิดข้อเสียหลายอย่าง เช่น arl เสี่ยงเจ๊ง,คนเดินทางมาทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิยากขึ้นเพราะสถานีเล็กๆที่ city line เคยจอดรับคนถูกปิด,ผู้โดยสารมาแน่นขนัดมากกับขบวนสายสีแดง,สายสีแดงไม่มีสถานีราชปรารภเหมือนกับ arl ซึ่งเชื่อมกับสายสีส้ม จึงขอบอกดังนี้ว่า
ถ้าใครคิดว่า เมื่อสายสีแดงตะวันออกสร้างเสร็จแล้ว ก็จะให้แอร์พอร์ตลิงค์บริการรับส่งผู้โดยสารเพียงแค่ดอนเมือง บางซื่อ มักกะสัน สุวรรณภูมิ เป็นแผนการเดินรถที่คุ้มค่า ก็มีวิธีพิสูจน์ความคุ้มค่าจริงๆตั้งแต่ตอนนี้ ทำได้วันนี้
วิธีการก็คือ ให้เปิดเดินรถ express มักกะสัน-สุวรรณภูมิ อย่างที่เคยเปิด และเปิดรถสายสีแดง express บางซื่อ-ดอนเมือง เป็นขบวนใหม่
ดูว่าถ้ามีรถด่วนวิ่งรับส่งคนเฉพาะสถานีใหญ่อย่างมักกะสันกับบางซื่อ แล้ววิ่งตรงสู่สนามบินอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องจอดสถานีไหนอีก ใช้เวลาเดินทางน้อยลง แต่ต้องจ่ายค่าโดยสารแพงขึ้น จะมีผู้โดยสารมากหรือน้อย
ถ้าทำอย่างที่บอก แล้วมีผู้โดยสารเยอะ ต่อไปแอร์พอร์ตลิงค์จะเปิดบริการรับส่งคนเฉพาะสถานีดอนเมือง บางซื่อ มักกะสัน สุวรรณภูมิ ก็คุ้มค่า มีคนขึ้นเยอะอยู่แล้ว
แต่ถ้าทำอย่างที่บอกไป รถ express ที่จอดรับคนตรงสถานีใหญ่อย่างมักกะสันและบางซื่อเพื่อเดินทางเข้าสู่สนามบินอย่างรวดเร็วมีคนขึ้นน้อย คนไม่นิยมบริการนี้กัน ก็ต้องยกเลิกแนวคิดที่จะให้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ express ที่รับส่งคนเฉพาะ 4 สถานีใหญ่อย่างดอนเมือง บางซื่อ มักกะสัน สุวรรณภูมิ เพราะเจ๊งเห็นๆ เจ๊งชัวร์ๆ ล้มไม่ต่างจากขบวน express มักกะสัน-สุวรรณภูมิที่เคยเปิดบริการแน่ๆ
มีหลายคนที่ยึดติดกับแผนเดิมๆ รูปแบบเดิมๆที่วางไว้ ทั้งที่เหตุการณ์ในปัจจุบันนี้มันไม่ใช่ บริบทหลายอย่างในปัจจุบันเปลี่ยนไป รถ express มักกะสัน-สุวรรณภูมิก็เจ๊งให้คนทั้งประเทศเห็นมาแล้ว
ถ้าอนาคตได้ตัดขบวน city line ของแอร์พอร์ตลิงค์ออก ผลคือ การเดินทางไปสุวรรณภูมิด้วยรถไฟฟ้าจะยากลำบากมากขึ้น หลายคนที่เคยเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปทำงานในสนามบินสุวรรณภูมิ ก็จะย้ายไปเช่าบ้านอยู่ใกล้สนามบินแทน เพื่อลดค่าใช้จ่ายการเดินทางลง
เมื่อก่อนคนบ้านอยู่โซนรามคำแหง หัวหมาก บ้านทับช้างสามารถเดินทางมาทำงานที่สนามบินง่ายๆด้วยรถไฟฟ้าแบบสบายๆ ต่อไปก็ยากลำบากในการเดินทางมากขึ้น
ถ้าให้คนมีบ้านอยู่บางซื่อหรือมักกะสันนั่งขบวน express ไปทำงานสนามบินสุวรรณภูมิเป็นประจำ ก็จะต้องมีรายจ่ายค่าเดินทางต่อเดือนต่อปีสูงมาก เพราะค่าตั๋วมักกะสันไปสุวรรณภูมิที่เคยขาย ก็ 90 บาทแล้ว อย่างงี้สู้ไปเช่าบ้านหรือซื้อบ้านใกล้สนามบินดีกว่า คุ้มกว่า ขับมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์แป๊ปๆก็ถึง
หรือพักอาศัยจุดที่นั่งรถเมล์เข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิได้ง่ายๆ ก็ยังดีกว่า
ต่อไปก็ข้อเสียเรื่องคนใช้บริการรถไฟฟ้าอย่างแน่นขนัด ถ้าให้มีแต่สายสีแดงขนคนส่งตามสถานีชานเมือง แล้ว arl เน้นส่งคนเข้าสนามบิน จอดแต่สถานีใหญ่คือ ดอนเมือง บางซื่อ ลาดกระบัง สุวรรณภูมิ คนจะเทมาใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงตะวันออกจนแน่นเป็นปลากระป๋องแทน
ตามแผนแล้ว สายสีแดงจะต่างจาก arl คือ ไม่มีสถานีราชปรารภ แต่มีสถานีรพ.รามา ไม่มีสถานีสุวรรณภูมิ แต่มีสถานีพระจอมเกล้าฯหรือหัวตะเข้ ซึ่งเป็นแหล่งการศึกษาใหญ่
ยังไงถ้า arl ยกเลิกขบวน city line ที่จอดทุกสถานี มีแต่ express จอดสถานีใหญ่ แล้วให้สายสีแดงทำหน้าที่ขนส่งคนระหว่างใจกลางเมืองกับชานเมืองอย่างที่ arl ทำอยู่ในตอนนี้ ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ผู้โดยสารสายสีแดงแน่นแบบไม่มีที่จะยืนแน่ๆ ผู้โดยสารอึดอัดมาก
ถ้าเป็นเราก็จะให้ arl มีขบวน city line ที่จอดทุกสถานีต่อไปเรื่อยๆ ไม่ยุบ city line หรือเปลี่ยนแปลงบริการนี้
สิ่งที่จะทำคือ จุดไหนที่ทั้งสถานีสายสีแดงกับแอร์พอร์ตลิงค์อยู่ด้วยกัน จะมีหน้าจอให้ดูแบบ real time ว่า สายสีแดงหรือ arl ฝั่งไหนมีผู้โดยสารแน่นกว่า ฝั่งไหนคนน้อยกว่า เผื่อฝั่งนึงผู้โดยสารแน่น คนที่จะมาใช้บริการก็สามารถเลือกไปใช้บริการอีกฝั่งนึงได้
เช่นว่า ทั้งสายสีแดงและ arl สามารถเดินทางจากหัวหมากไปมักกะสันได้เหมือนกัน พอมีผู้โดยสารจะมาซื้อตั๋วที่ arl สถานีหัวหมากเพื่อไปลงมักกะสัน ก็จะดูจากหน้าจอข้างบนว่า ในขบวนรถ arl มีผู้โดยสารแน่นแล้วยัง ถ้าผู้โดยสารในขบวน arl แน่น ผู้โดยสารก็สามารถเดินไปซื้อตั๋วที่สถานีสายสีแดงหัวหมากเพื่อไปลงมักกะสันได้
ข้อเสียต่อไปก็คือ การที่สายสีแดงตะวันออกไม่มีสถานีราชปรารภ แต่ arl มี ก็เป็นเหตุผลนึงที่ไม่ควรยกเลิกขบวน city line ของ arl
ตามภาพ เส้นสีแดงอ่อนจากบางซื่อถึงหัวหมากมีทั้งหมด 6 สถานีได้แก่ บางซื่อ-รามา-พญาไท-มักกะสัน-รามคำแหง-หัวหมาก
(รามาก็คือ ราชวิถี) จะเห็นได้ว่าขาดสถานีราชปรารภ
ถ้ายกเลิก city line ของ arl ให้เหลือแต่ขบวน express ที่รับส่งคนเฉพาะสถานีใหญ่ ขาดสถานีราชปรารภที่เชื่อมกับสายสีส้ม ก็จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมการเดินทางของคนในกรุงเทพ เดินทางมาย่านนี้ลำบากขึ้น สายสีส้มก็จะลดความคุ้มค่าลง กำไรหดหายไป
ตามภาพ สถานี arl ราชปรารภกับสถานีสายสีส้มราชปรารภถูกสร้างมาให้เชื่อมต่อกัน
สถานี arl ราชปรารภเป็นสถานียกระดับ ส่วนสถานีสายสีส้มราชปรารภจะเป็นสถานีใต้ดิน
ถ้า arl ไม่มีบริการที่สถานีราชปรารภ ก็ส่งผลต่อภาพรวมการเดินทางในกรุงเทพพอสมควร สายสีส้มก็จะลดช่องทางการได้เงินลงไป
ต่อไปถ้าสายสีแเดงตะวันออกเปิดให้บริการ ยังไงแอร์พอร์ตลิงค์ก็ควรให้บริการขบวน city line แบบจอดทุกสถานีอยู่ จะมีการให้บริการขบวนด่วนพิเศษ express line ด้วยกันก็ได้ แต่อย่าทิ้งการให้บริการขบวน city line
สิ่งที่ควรจะทำเมื่อสร้างสายสีแดงฝั่งตะวันออกเสร็จคือ เปิดบริการแอร์พอร์ตลิงค์แบบมี city line เหมือนเดิมพร้อมกับสายสีแดง ส่วนการสร้างสายสีแดงตะวันออก ควรสร้างแบบลดสถานีทับซ้อนลงอย่างที่เคยบอกในกระทู้ก่อนๆ จะคุ้มกว่า มีสถานีตามนี้ บางซื่อ-รามาธิบดี-อุรุพงษ์-มักกะสัน-คลองตัน-หัวหมาก-ซอยวัดลานบุญ-ลาดกระบัง-พระจอมเกล้า
*ข้อสรุปที่ถามจาก ai หากสร้างสายสีแดงตะวันออกตามแผนเดิม คือ แบบที่ 1 กับสร้างแบบใหม่ ลดจุดทับซ้อนลง คือแบบที่ 2 อย่างไหนคุ้มกว่า
คำตอบคือ แบบที่ 2 (บางซื่อ-รามาธิบดี-อุรุพงษ์-มักกะสัน-คลองตัน-หัวหมาก-วัดลานบุญ-ลาดกระบัง) คุ้มค่าและมีแนวโน้มใช้งานได้จริงมากกว่าในระยะยาว เพราะช่วยลดปัญหาการทับซ้อนกับ Airport Rail Link (ARL) โดยการย้ายจุดจอดไปสถานีรถไฟเดิม (คลองตัน, วัดลานบุญ) แทน ทำให้กระจายการให้บริการได้กว้างกว่าและเป็นโครงข่ายเสริม (Feeder) ที่มีประสิทธิภาพสูง
เปรียบเทียบความคุ้มค่า
• แบบที่ 1 (สายหลัก/พญาไท): ทับซ้อนกับ ARL ช่วงบางซื่อ-ลาดกระบังถึง 7 สถานี ทำให้ผู้ใช้บริการกลุ่มเดียวกัน และเป็นคู่แข่งกันเองมากกว่าการเสริมประสิทธิภาพ
• แบบที่ 2 (แบบปรับปรุง/คลองตัน-วัดลานบุญ):
• จุดเด่น: เชื่อมต่อสถานีรถไฟเก่าและย่านชุมชน (คลองตัน-วัดลานบุญ) ซึ่งเป็นพื้นที่หนาแน่นแต่ยังขาดรถไฟฟ้า
• การเชื่อมต่อ: เชื่อมสายสีส้มที่ยมราช/อุรุพงษ์ และสายสีเทาที่เพชรบุรี
การใช้งาน: เพิ่มความคุ้มค่าจากการลดซ้ำซ้อน และสร้างสินค้าใหม่ที่ไม่ชนกับ ARL
พูดถึงการสร้างช่วง missing link บางซื่อ-หัวลำโพง บางซื่อ-หัวหมาก ก็ควรที่จะทำตามรากฐานเดิมที่ร.5 วางไว้ด้วย คือ รากฐานเดิมตรงยมราช จะเป็นทางสามเหลี่ยม ให้แต่ละขบวนสามารถวิ่งไปได้ 2 ทาง
ตามภาพ
ทางรถไฟเดิมก็จะเป็นเส้นสีแดงที่ขีดไว้ หากรถไฟที่วิ่งออกมาจากหัวลำโพง จะตรงไปยังบางซื่อก็ได้ จะเลี้ยวขวาไปทางหัวหมากก็ได้
รถไฟที่วิ่งมาจากบางซื่อจะตรงเข้าหัวลำโพงก็ได้ เลี้ยวซ้ายไปทางหัวหมากก็ได้
รถไฟที่วิ่งมาจากหัวหมาก จะเลี้ยวซ้ายเข้าหัวลำโพงก็ได้ เลี้ยวขวาไปทางบางซื่อก็ได้
นี่คือรากฐานเส้นทางเดิมที่ร.5 ท่านวางไว้ ซึ่งสายสีแดงก็ควรสร้างตามนี้ ให้เป็นทางสามเหลี่ยมแต่แรก ซึ่งจะทำให้ช่องทางในการหารายได้เปลี่ยนไป
วันนี้พอเท่านี้ก่อน ค่อยมาพูดเรื่อง missing link อีกรอบในกระทู้ต่อๆไป