[CR] มีนาคม 2564 เชียงใหม่ปลายฤดูหนาว ตอน 4 วัดพันแหวน

วัดพันแหวน


เป็นวัดที่อยู่ในเขตเมืองเก่าใกล้ๆ กับโรงแรมวิลล่ากลางเวียง ในระยะที่สามารถเดินไปได้ เราใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมวิลลากลางเวียงไปไม่ถึง 5 นาที และใช้เวลากราบพระและชมบริเวณวัดประมาณ 30 นาที บริเวณวัดมีบริการนวดแผนไทยสไตร์ OTOP ด้วยครับ และพี่ๆ พนักงานก็ดูเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวดี เห็นเราถ่ายรูปโน้นนี่และเข้าไปไหว้พระ พวกพี่ๆ พนักงานนวดที่นั่งทานข้าวเช้าตรงม้าหินที่ตั้งวางอยู่แถวนั้นก็ร้องบอกให้เราถ่ายรูปไปเยอะๆ นี่คิดในแง่ดีว่าถ้าเราถ่ายรูปเยอะๆ เอาไปอัพขึ้นไว้ใน google map บ้าง IG บ้าง มันก็ทำให้วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักได้ง่ายขึ้น ... แหม่ พี่ๆ นี่รู้ใจ AI จริงๆ

แต่เพื่อนเรากลับบอกว่า เขาประชดหรือเปล่า แบบเอาแต่ถ่ายรูป ไม่ยอมอุดหนุนร้านนวดของพวกแก ... แฮร่ ! 

วัดพันแหวนเป็นวัดขนาดไม่ใหญ่นัก จะมีต้นโพธิ์ต้นใหญ่อยู่ในบริเวณเป็นที่สังเกตุเด่นชัด เพราะต้นใหญ่มากระดับต้นโพธิ์ร้อยปีเห็นจะได้


มีการปลูกต้นขนุนไว้เป็นแถวเรียงกันอยู่ด้านข้างของวิหารหลวงตามคติความเชื่อเรื่องชื่อที่เป็นมงคลของต้นขนุน

ตัววิหารหลวงทำหลังคาเป็น 3 ชั้น ที่กึ่งกลางสันหลังคาชั้นบนสุดประดับด้วยปราสาทหลังเล็ก หรือที่เรียกว่าปราสาทเฟื้อง (ปราสาทเฟื้องเป็นการจำลองคติจักรวาล เขาพระสุเมรุ โดยสร้างเป็นปราสาทซึ่งแทนค่าปราสาทไพรชยนต์ของพระอินทร์ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ หรืออาจหมายถึงปราสาทที่ประทับของพระพุทธเจ้าท่ามกลางศูนย์กลางแห่งจักรวาล  และล้อมรอบด้วยเขาสัตตบริภัณฑ์ทั้ง 7 ปราสาทเฟื้องมักปรากฏในศิลปะทางล้านนาและล้านช้างเป็นส่วนใหญ่)

 
หลังคาประดับด้วยช่อฟ้า (ช่อฟ้าแบบปากครุฑ เรียกอีกอย่างว่าปากนก ลักษณะปลายจะงอยแหลมโค้งและงุ้มลง) ส่วนหางหงส์ทำเป็นรูปมกรที่คายนาคออกมา ที่บันไดทางขึ้น ราวบันไดทำเป็นนาคข้างละ 1 ตัว หันหน้าออกจากตัวอาคาร หน้าบันด้านหน้าสลักเป็นลายไทยจำพวกลายพรรณพฤกษา 

ส่วนด้านหลังของวิหารด้านติดกับเจดีย์องค์สีขาวใหญ่ เป็นงานประดับกระจกบนพื้นผนังสีขาวลายพรรณพฤกษาเช่นกัน แต่เพิ่มรูปเทพโปรยดอกไม้ (ดอกบัว) โดยมีดอกบัวที่โปรยลงมาแล้วฝั่งละ 9 ดอก และอยู่ในมือของเทพแต่ละองค์อีกองค์ละ 1 ดอก โดยมีเทพ 2 องค์ ซ้าย-ขวา


ด้านในวิหารประดิษฐานพระประธานนั่งขัดสมาธิราบปางมารวิชัย โดยนิ้วทั้งสี่ของพระหัตถ์ซ้ายเท่ากันทั้งหมด ฝาผนังด้านหลังขององค์พระประธานวาดจิตรกรรมสีทองเป็นรูปต้นโพธิ์ใหญ่ โดยมีสัตว์อยู่ในวงกลมมุมบนซ้าย-ขวาวงกลมละ 1 ตัว (ซ้ายเป็นหงส์ ตามความเชื่อของล้านนาเรื่องการปกป้องศาสนาสถานจากอันตรายจากทิศเบื้องบน และหงส์ยังเป็นเครื่องหมายของพระอาทิตย์ ขวาเป็นกระต่ายซึ่งมีความหมายถึงพระจันทร์ – การปรากฏของหงส์คู่กับกระต่ายจึงหมายถึงสุริยันและจันทราซึ่งเป็นสิ่งคู่กัน) ฝาผนังด้านอื่นๆ เขียนจิตรกรรมไว้โดยทั่วไปเป็นรูปพุทธประวัติ รวมทั้งศาสนสถานสำคัญและกิจกรรมของพุทธศาสนิกชนในพิธีสำคัญต่างๆ


เจดีย์ซึ่งอยู่ด้านหลังวิหารหลวงในแนวเดียวกัน เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบล้านนา


โดยส่วนเรือนธาตุอยู่ในผังเพิ่มมุม มีการประดับปูนปั้นนูนต่ำบนผนังด้านนอกของเจดีย์โดยทั่วไป มีซุ้มจระนำ 1 ซุ้มด้านทิศตะวันออก (ด้านที่หันเข้าหาตัววิหาร) ประดิษฐานพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรบนฐานบัวหงายปางมารวิชัยแบบล้านนาไว้ 1 องค์ เจดีย์ทั้งหมดทาด้วยสีขาวยกเว้นส่วนปล้องไฉนและปลียอดเป็นสีทอง ด้านบนสุดประดับด้วยฉัตรทองเจ็ดชั้นมีกระดิ่งลมห้อยประดับไว้โดยรอบของฉัตรชั้นแรก


มีรูปปั้นช้างสามเศียรประดับไว้ที่มุมทั้งสี่ขององค์เจดีย์โดยทั้งสี่เชือกได้แบบรับองค์เจดีย์จำลองไว้บนหลัง แต่ที่เป็นที่แปลกตาอีกสิ่งซึ่งต่างจากเจดีย์ที่เราพบทั่วไปในวัดที่เชียงใหม่ซึ่งสร้างขึ้นในรูปแบบศิลปะล้านนาคือส่วนองค์ระฆัง ซึ่งมีขนาดเล็กและอยู่ด้านบนที่ถัดลงมาจากปล้องไฉนคือเจดีย์องค์นี้องค์ระฆังถูกดัดแปลงเป็นรูปหน้าของบุคคลสี่หน้าปั้นเป็นปูนปั้นนูนต่ำ หันไปทั้งสี่ทิศ ลักษณะแบบนี้เราจะไม่ค่อยได้เห็นในเจดีย์ของวัดในจังหวัดเชียงใหม่ และลักษณะแบบนี้ทำให้เรานึกไปถึงปราสาทบายนที่เมืองเสียมเรียบ และปราสาทเฟื้องที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง เมืองศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

ในงานเขียนเรื่องเจดีย์ในประเทศไทย : รูปแบบ พัฒนาการ และพลังศรัทธา ของ ศ.ดร. ศักดิ์ชัย สายสิงห์ หน้า 252-254 (พิมพ์ครั้งที่ 1 สำนักพิมพ์ เมืองโบราณ) อาจารย์ได้ให้ความเห็นเรื่องใบหน้าทั้งสี่ที่หันไปสี่ทิศลักษณะนี้ว่า “มีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับพระพักตร์บุคคลที่ยอดปราสาทเฟื้องน่าจะหมายถึงท้าวจัตุโลกบาลที่หมายถึงผู้ดูแลทิศทั้งสี่ มีหลักฐานว่าประติมากรรมที่ประตูทางเข้าปราสาทเขมรและประตูนครธมที่สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ส่วนใหญ่ประดับเครื่องศิราภรณ์เป็นใบไม้ซึ่งหมายถึงอสูรเพราะเทวดาจะสวมมงกุฎ ถ้าเป็นอสูรก็น่าจะหมายถึงท้าวจัตุโลกบาล”

ที่จริงตอนที่เราไปเดินถ่ายรูป เราไม่ได้สังเกตเห็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิปางสมาธิองค์เล็กๆ ที่ประดิษฐานอยู่เหนือหน้าทั้งสี่ ใช่ครับที่ด้านบนเหนือใบหน้าทั้งสี่ประดิษฐานพระพุทธรูปไว้


จริงๆ วัดพันแหวนแห่งนี้จัดเป็นหนึ่งในวัดที่ได้รับการโปรโมทในโครงการ "เดิน เที่ยว เตียว แอ่ว - ผจญภัยเมืองเชียงใหม่" หรือที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Indy walk and bike sightseeing" ของจังหวัดเชียงใหม่และเทศบาลนครเชียงใหม่ เที่ยวเชียงใหม่ก็ลองมองที่พักในคูเมืองแล้วหาโอกาสเที่ยววัดในเมืองกันครับ วัดสวยๆ และประวัติยาวนานเกือบทั้งนั้น คนไทยเข้าวัดไม่ต้องเสียค่าเข้า แค่ปฏิบัติตามระเบียบประเพณีที่ดี และอยู่ในความสำรวมก็เพียงพอแล้ว

--------
คุณหมูยอ
เดินทาง 13-16 มีนาคม 2564
บันทึกไว้ 12 เมษายน 2564
--------
เชียงใหม่ปลายฤดูหนาวตอนอื่นๆ
ตอน 1 ตลาดจริงใจวันอาทิตย์ https://pantip.com/topic/40626965
ตอน 2 วัดหลวงขุนวิน https://pantip.com/topic/40627112
ตอน 3 วิลล่ากลางเวียง https://pantip.com/topic/40638544
ตอน 4 วัดพันแหวน https://pantip.com/topic/40638740
ชื่อสินค้า:   วัดพันแหวน
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่