EP14: เที่ยวอุบล-ศรีษะเกษ Part 1 ตอนว่าด้วยเรื่องปราสาท

สวัสดีสำหรับผู้ที่ติดตามกระทู้ของผม  นี่เป็นอีกครั้งสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวของผม เผื่อท่านที่ติดตามสามารถนำไปเป็นแนวทางหรือตัดสินใจวางแผนในการเดินทางเที่ยว

ครั้งนี้ผมตั้งใจจะเดินทางไปเที่ยวแหล่งอารยธรรมอีสานใต้ โดยเดินทางรถไฟขบวน CNR ขบวนที่ 26 จากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ - อุบลราชธานี  และ เช่ารถที่อุบลขับเที่ยว  
แผนการเดินทาง  
18 พฤษภา 2569    ออกจากกรุงเทพ ขบวนที่ 26  เวลา 19:05
19 พฤษภา 2569    ถึงสถานีรถไฟอุบลราชธานี ที่ อำเภอวารินชำราบ
                              รับรถเช่าที่สถานี  แล้วเดินทางไป แหล่งโบราณคดีโนนแก
                              เดินทางไป วัดอูบมุงเจริญ ชมปราสาท อูบมุง  ปราสาททองหลาง ปราสาทบ้านเบญ ปราสาทนางพญา (คูห้วยธาตู )
20  พฤษภา 2569   มาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอุบลราชธานี
                             ขับรถมาที่ปราสาทสระกำแพงใหญ่  จ. ศรีษะเกษ
                              ปราสาทวัดบ้านปราสาท และ ปราสาทสระกำแพงน้อย แหล่งโบราณคดี ดอนพระธาตุ
21 พฤษภา 2569     เดินทางกลับ กทม. โดย รถทัวร์ เที่ยว 9:00 น






โบราณสถานโนนแก
เป็นโบราณสถานแบบขอม  มี 2 อาคารล้อมด้วยกำแพง ในบริเวณนี้ น่าจะมีชุมชนมากกว่า 2000 ปี ขึ้นไปเพราะจากข้อมูลของกรมศิลปากร มีการขุดค้นพบภาชนะเครื่องปั้นดินเผาใส่ศพ เนื้อดินที่ทำเครื่องปั้นดินเผามีลักษณะผสมแกลบข้าว  นอกจากนี้ตัวโบราณสถานก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่าเป็น วัด หรือ เทวาลัย หรือ สถานทีใด แต่คาดเดาว่าน่าจะใช้ เป็นที่ประดิษฐานพุทธรูปนิกายมหายานตามแบบขอม




ปราสาทอูบมุง

เข้าใจว่าที่ชื่อนี้ เรียกตามแหล่งที่ตั้ง คือวัดอูบมุงเจริญ  สร้างตามแบบศิลปะเขมร   คำว่าปราสาทอูบมุง เป็นการเรียกโดยนำชื่อศาสนาสถานในศาสนาพราหมณ์ วัฒนธรรมเขมร คือคำว่าปราสาท ผนวกเข้ากับชื่อศาสนสถานในพุทธศาสนา วัฒนธรรมลาว คือคำว่าอูบมุง โดยสิ่งก่อสร้างทั้งสองมีอายุและลักษณะสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สำหรับปราสาทนั้นใช้เรียกสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ก่อด้วยศิลาแลงหรือหินทรายหรืออิฐ ภายในประดิษฐานรูปเคารพในศาสนาพราหมณ์ มีอายุในพุทธศตวรรษที่ ๑๔ เป็นต้นมา ส่วนอูบมุงนั้นใช้เรียกสิ่งก่อสร้างขนาดเล็ก ก่อด้วยอิฐทั้งหลัง ภายในประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้า ได้แก่ พระพุทธรูป พระธาตุเจดีย์ พระพุทธบาท มีอายุเก่าที่สุดในต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๑ สำหรับปราสาทอูบมุง สร้างในพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘ เป็นปราสาทในวัฒนธรรมเขมร ไม่ใช่อูบมุงตามแบบวัฒนธรรมลาว ลักษณะสถาปัตยกรรม เป็นปราสาท ๑ หลัง ก่อด้วยศิลาแลง ในผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า คงเหลือเพียงส่วนฐานและผนังบางส่วน เหนือขึ้นไปพังทลายไม่ทราบรูปแบบ โดยรอบปราสาทพบศิลาแลงกระจายอยู่ทั่วไป ปัจจุบันทางวัดได้เทปูนซีเมนต์บริเวณด้านหน้า เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูป และสร้างหลังคาครอบตัวปราสาทไว้ เอกลักษณ์ของวัดอูบมุงเจริญ คือ การแสดงร่องรอยที่สืบต่อกันมาของวัฒนธรรมขอมพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘ และวัฒนธรรมลาวพุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕ ในจังหวัดอุบลราชธานี





ปราสาททองหลาง

ปราสาททองหลาง มีลักษณะเป็นปรางค์ก่อด้วยอิฐ 3 หลัง ตั้งเรียงบนฐานศิลาแลงเดียวกันในแนวทิศเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์ตรงกลางมีขนาดใหญ่กว่าปรางค์อีกสององค์ที่ขนาบข้าง มีคูน้ำล้อมรอบ โดยเว้นเป็นช่องทางเข้าด้านตะวันออกด้านเดียวทางทิศตะวันออก ห่างประมาณ 100 เมตร ถัดไปทางทิศตะวันออกมีอ่างเก็บน้ำโบราณ (บาราย) ขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 380 เมตร ยาวประมาณ 420 เมตร ซึ่งยังเห็นขอบคันดินได้ชัดเจนจากลักษณะแผนผังและรูปแบบสถาปัตยกรรม สันนิษฐานได้ว่า มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 เทียบได้กับศิลปะเขมรแบบปาปวน (พ.ศ.1550-1620) ร่วมสมัยกับปราสาทบ้านเบ็ญจ์ ปราสาทแห่งนี้แสดงถึงอิทธิพลอาณาจักรขอมในด้านการเมืองการปกครองและศาสนาที่พบในบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี

ส่วนตัวทำให้นึกถึงปราสาทศีขรภูมิ ในจังหวัดสุรินทร์






ปราสาทบ้านเบญ

ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ ปราสาททั้งหลายอยู่ในวัด มีปราสาทบ้านเบญนี้อยู่ในพื้นที่ของ อบต. ปราสาทบ้านเบ็ญจ์ เป็นศาสนาสถานในศาสนาพราหมณ์แบบประกอบด้วยประสาทที่มีลักษณะก่อด้วยอิฐ 3 หลัง ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกันในแนวทิศเหนือ-ใต้ ตัวประสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีกำแพงศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบ มีซุ้มประตูทางเข้าหรือโคปุระทางด้านหน้าด้านเดียว นอกกำแพงด้านทิศตะวันออกมีฐานอาคารจตุรมุขตั้งอยู่ มีคูน้ำล้อมรอบกำแพงศิลาแลง ได้ค้นพบทับหลังที่จำหลักลวดลายเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ และภาพจำหลักเทพนพเคราะห์ กำหนดอายุในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 16





ปราสาทธาตุนางพญา
มีลักษณะโบราณสถานก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย เป็นปราสาทหลังเดียว หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สิ่งก่อสร้างสำคัญประกอบด้วย อาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 1 หลัง ส่วนยอดหรือหลังคาหักพังลงหมดแล้วเหลือเฉพาะฐาน มีกำแพงศิลาแลงล้อมรอบ ด้านหน้าทำเป็นซุ้มประตู (โคปุระ) ก่อด้วยศิลาแลงและหินทรายด้านทิศตะวันออก 1 ด้าน ถัดจากตัวปราสาทไปทางทิศเหนือ มีอ่างเก็บน้ำ (บาราย) ขนาดใหญ่  โบราณสถานแห่งนี้น่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างแบบเขมรสมัยบายน ประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 18




ต้องขอบคุณข้อมูลจากเพจ สารสนเทศท้องถิ่นอีสาน

ถ้าจะดูแผนที่ในพื้นที่บริเวณนี้มีปราสาทขอมอยู่มากมาย โดยเหมือนจะเป็น Highlight คือ เขาพระวิหาร ซึ่งน่าจะเป็น เขาศักดิ์สิทธิ์ นอกแหล่งชุมชน เทียบกับ พนมกุเลน ห่างจากเมืองพระนครก็ไกลอยู่  และ พื้นที่ชุมชนในเขตเมืองน่าจะเป็นพื้นที่แถบศรีษะเกษ จนถึงตัวเมืองอุบลราชธานี  และที่สำคัญคือมีการพบโครงกระดูก และ เครื่องปั้นดินเผา กำไลสำริดในบริเวณนี้มากมาย


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่