JJNY : โพลชี้คนไทยหวั่นแรงงานข้ามชาติ│ผบ.สส.ชาติมหาอำนาจร่วมประณามทัพเมียนมา│ส่งออกเมียนมาทรุด│แห่แชร์คลิป ‘HAN LAY’

โพลชี้คนไทยหวั่นแรงงานข้ามชาติ แพร่'โควิด'มากที่สุด
https://www.dailynews.co.th/politics/833700
 

 
โพลชี้คนไทยหวั่นแรงงานข้ามชาติ แพร่'โควิด'มากที่สุด
 
"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติ และการจัดการปัญหาแรงงานข้ามชาติของภาครัฐ ปรากฏส่วนใหญ่มองว่า แรงงานดังกล่าวอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคต่าง ๆ มากขึ้น 67.67% โดยเฉพาะโควิด-19 มีมากถึง 81.41%
 
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. จากกรณี แรงงานข้ามชาติอพยพเข้าประเทศไทย เป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในปัจจุบันที่อยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศเพื่อนบ้าน จึงทำให้ประชาชนเกิดความกังวล และจับตามองว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน “สวนดุสิตโพล”มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,167 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 22-25 มีนาคม 2564 สรุปผลได้ ดังนี้
 
1. ประชาชนคิดอย่างไรกับ "สถานการณ์แรงงานข้ามชาติอพยพเข้าประเทศไทย" 
อันดับ 1 อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคต่าง ๆ มากขึ้น 67.67%, 
อันดับ 2 เกิดการแย่งอาชีพของคนงานในประเทศ 62.01%, 
อันดับ 3 แรงงานข้ามชาติต้องการแสวงหาการดำเนินชีวิตที่ดีกว่า 59.09%, 
อันดับ 4 เป็นการดิ้นรนทางเศรษฐกิจ 58.15%, 
อันดับ 5 ก่อให้เกิดอาชญากรรมและความไม่ปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน 53.69%
 
2. ประชาชนคิดว่า "แรงงานข้ามชาติอพยพเข้าประเทศไทย" เป็นเพราะสาเหตุใด 
อันดับ 1 ได้ค่าแรงมากกว่า 69.01%, 
อันดับ 2 ทำมาหากินได้ง่ายกว่า 67.12%, 
อันดับ 3 ชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก ฝืดเคือง 63.78%, 
อันดับ 4 แสวงหาชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายกว่าเดิม 54.42%, 
อันดับ 5 แรงงานของไทยขาดแคลน 53.48%
 
3. จากกรณี "แรงงานข้ามชาติอพยพเข้าประเทศไทย" ประชาชนคิดว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในเรื่องใดบ้าง 
อันดับ 1 การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ เช่น โควิด-19 81.41%, 
อันดับ 2 ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น 74.38%, 
อันดับ 3 เจ้าหน้าที่กระทำผิดกฎหมาย เปิดให้มีการลักลอบเข้าเมือง    68.81%, 
อันดับ 4 งบประมาณ ค่าใช้จ่ายในการดูแลแรงงานข้ามชาติ 64.27%, 
อันดับ 5 ความปลอดภัย โดยเฉพาะสถานการณ์ตามแนวชายแดนของไทย 59.55%
  
4. รัฐบาลควรดำเนินการอย่างไรต่อกรณี "แรงงานข้ามชาติอพยพเข้าประเทศไทย" 
อันดับ 1 ตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด ไม่ทุจริต 75.16%,  
อันดับ 2 ควรมีมาตรการป้องกัน/เตรียมรับมือในระยะยาว 72.13%, 
อันดับ 3 เฝ้าระวังตามแนวชายแดนอย่างเคร่งครัด 65.01%, 
อันดับ 4 คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาอย่างรอบด้าน 64.75%, 
อันดับ 5 มีจุดคัดกรองโรคติดต่อ 57.38%
  
5. เมื่อเปรียบเทียบกรณี "สถานการณ์แรงงานข้ามชาติอพยพเข้าประเทศไทย" ประชาชนคิดว่า มีผลดีและผลเสียมากน้อยเพียงใด มีผลเสียมากกว่า 64.44% มีผลดีและผลเสียพอ ๆ กัน 29.56% มีผลดีมากกว่า 6.00%         
 
สรุปกลุ่มตัวอย่างมองว่า 
การที่แรงงานข้ามชาติอพยพเข้าประเทศไทย อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคต่าง ๆ มากขึ้น ร้อยละ 67.67 
สาเหตุที่แรงงานอพยพเข้าไทย เพราะได้ค่าแรงมากกว่า ร้อยละ 69.01 โดยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น คือ 
การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ เช่น โควิด-19 ร้อยละ 81.41 
สิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการคือ ตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด ร้อยละ 75.16 และมองว่าการที่มีแรงงานอพยพเข้าไทยจำนวนมากนั้นมีผลเสียมากกว่า ร้อยละ 64.44
 
สถานการณ์แรงงานข้ามชาติอพยพเข้าประเทศไทยจำนวนมากนั้น เป็นเพราะค่าแรงขั้นต่ำของไทยสูงกว่าประเทศ ต้นทาง รวมถึงสภาพสังคมชีวิตความเป็นอยู่ในไทยก็อาจจะดีกว่าในภาพรวม ทำให้ตัวเลขแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยทั้งถูกและไม่ถูกกฎหมายมีจำนวนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเรื่องที่ภาครัฐต้องรับมือในระยะยาว โดยจะต้องคำนึงถึงหลักกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสมด้วย.
 

 
ผบ.สส.ชาติมหาอำนาจ “ร่วมประณาม” ทัพเมียนมา-ฆ่าพลเรือนวันเดียว 114 ศพ!
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_6219624
 
ผบ.สส.ชาติมหาอำนาจ “ร่วมประณาม” ทัพเมียนมา-ฆ่าพลเรือนวันเดียว 114 ศพ!
 
ผบ.สส.ชาติมหาอำนาจ – วันที่ 28 มี.ค. เอเอฟพี และ สเตรตส์ไทมส์ รายงานว่า ผู้บัญชาการกองทัพของชาติมหาอำนาจและนานาประเทศร่วมประณามรัฐบาลทหารเมียนมาต่อกรณีใช้กำลังสลายการชุมนุมและสังหารหมู่ประชาชนใน วันกองทัพเมียนมา เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 114 ราย ถือเป็นวันนองเลือดที่สุดนับตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารยึกอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนเมื่อวันที่ 1 ก.พ. และส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามเพิ่มเป็นอย่างน้อย 423 ราย
 
จากแถลงการณ์ร่วมของผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ ออสเตรเลีย แคนาดา เยอรมนี กรีซ อิตาลี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ และนิวซีแลนด์ ร่วมลงนามในแถลงการณ์ซึ่งมีใจความสำคัญระบุว่า 
 
 “ความเป็นมืออาชีพของกองทัพจำเป็นต้องทำตามมาตรฐานสากลในการปฏิบัติหน้าที่และรับผิดชอบต่อการปกป้อง ไม่ใช่ทำร้ายประชาชน เราขอเรียกร้องให้กองกำลังเมียนมายุติความรุนแรงและทำหน้าที่เพื่อฟื้นคืนซึ่งความเคารพและความน่าเชื่อถือให้กับประชาชนชาวเมียนมาที่สูญเสียไปจากการกระทำที่ผ่านมาของกองทัพ”
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่