Sukavichinomics (สุขวิชโนมิกส์)
สหรัฐอเมริกา จากประเทศของผู้อพยพพลัดถิ่น สู่มหาอำนาจเศรษฐกิจโลก
บทเรียนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งมวลชน
⸻
บทคัดย่อ
สหรัฐอเมริกาคือดินแดนที่เริ่มต้นจากความหลากหลายของผู้อพยพนับล้านคนจากทั่วโลก ในศตวรรษที่ 19 ประเทศยังไม่มีความเป็นเอกภาพทั้งในด้านสังคมและเศรษฐกิจ แต่สามารถพัฒนาและยกระดับขึ้นเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจระดับโลกได้ภายในเวลาไม่ถึง 200 ปี ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งมวลชนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่สอดคล้องกับแนวคิด “สุขวิชโนมิกส์” หรือ Sukavichinomics ของ คุณพ่อสุขวิช รังสิตพล ที่เสนอการพัฒนาเศรษฐกิจผ่านระบบคมนาคมเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะแผนแม่บทรถไฟความเร็วสูง 6 เส้นทางที่ริเริ่มในปี พ.ศ. 2537
⸻
บทนำ: สุขวิชโนมิกส์คืออะไร
“สุขวิชโนมิกส์” เป็นแนวคิดด้านนโยบายเศรษฐกิจที่เสนอให้รัฐลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรากฐานของการกระจายโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบขนส่งมวลชนที่สามารถเชื่อมโยงเมืองใหญ่กับภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และยกระดับประเทศในระยะยาว ในปี 2537 คุณพ่อสุขวิช รังสิตพล ได้เสนอแผนแม่บทรถไฟความเร็วสูง 6 เส้นทาง ความยาวรวมกว่า 3,400 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อมโยงจากกรุงเทพฯ ไปยังเชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี หาดใหญ่ และสุไหงโกลก
แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนา “ทางรถไฟ” แต่เป็นการวางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระดับชาติ ซึ่งมีพื้นฐานแนวคิดคล้ายคลึงกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐอเมริกาในอดีต
⸻
สหรัฐอเมริกา: จากผู้อพยพสู่รัฐชาติ
สหรัฐอเมริกาในยุคก่อตั้งเป็นเพียงประเทศของผู้คนที่เดินทางมาจากยุโรป เอเชีย และแอฟริกา โดยไม่มีระบบคมนาคมพื้นฐานที่เชื่อมโยงพื้นที่ขนาดใหญ่ของประเทศ ประชากรกระจัดกระจาย เศรษฐกิจอยู่ภายใต้การพึ่งพาแรงงานและการเกษตรแบบดั้งเดิม
การสร้างระบบรถไฟข้ามทวีปในปี 1869 ซึ่งเชื่อมฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตก ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างเอกภาพและเปิดพื้นที่การพัฒนาเมืองใหม่ ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของเมืองอุตสาหกรรมและระบบเศรษฐกิจระดับชาติ การเดินทางที่เคยใช้เวลาหลายเดือนถูกย่นลงเหลือเพียงไม่กี่วัน ก่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงาน การค้า และทรัพยากรอย่างมหาศาล
ในศตวรรษที่ 20 สหรัฐฯ ยังพัฒนาระบบขนส่งอื่น ๆ เช่น รถไฟใต้ดินในมหานครนิวยอร์ก ระบบรถไฟชานเมือง และระบบทางหลวงระหว่างรัฐ (Interstate Highway System) ซึ่งเป็นเครือข่ายทางด่วนที่ช่วยเชื่อมโยงทุกภูมิภาคของประเทศเข้าด้วยกัน ทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใน แต่ยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
⸻
บทเรียนจากอเมริกาที่สอดคล้องกับสุขวิชโนมิกส์
สิ่งที่สหรัฐฯ ทำคือการวางแผนระยะยาวด้วยการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการ เพื่อยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตของประชาชน สร้างความเท่าเทียมทางโอกาส และผลักดันให้ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งภายในและระหว่างประเทศ
แนวคิดนี้มีความคล้ายคลึงกับสุขวิชโนมิกส์ ซึ่งเสนอให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะระบบรถไฟความเร็วสูงเป็นเครื่องมือในการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างศูนย์กลางกับท้องถิ่น และเพิ่มการเข้าถึงของประชาชนต่อโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม
สุขวิชโนมิกส์จึงมองรถไฟความเร็วสูงเป็นมากกว่าการคมนาคม แต่เป็นนโยบายยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงเมือง ชุมชน และระบบเศรษฐกิจในระดับมหภาค
⸻
บทสรุป
จากการศึกษากรณีสหรัฐอเมริกาและแนวคิดสุขวิชโนมิกส์ของไทย สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ “โครงสร้างพื้นฐานที่ดีไม่เพียงแค่ลดต้นทุนเวลาในการเดินทาง แต่สามารถพลิกโฉมเศรษฐกิจของชาติทั้งระบบ”
ประเทศไทยสามารถเรียนรู้จากแบบอย่างของอเมริกาในการวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว และให้ความสำคัญกับระบบขนส่งมวลชนที่เข้าถึงประชาชนอย่างเท่าเทียมทั่วทั้งประเทศ
ในโลกยุคใหม่ที่การแข่งขันด้านเศรษฐกิจไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนแรงงานเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ ความเร็วในการเข้าถึงโอกาส โครงสร้างพื้นฐานคือปัจจัยชี้ขาดที่ทำให้ประเทศ “ก้าวทัน” หรือ “ตกขบวน”
⸻
เอกสารอ้างอิง
•Rangsitpol, Nattapol. A Strategic Planning Model for a Thai High-Speed Rail Transportation System. PhD Dissertation. Southern Methodist University, 1997.
สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics):แผนแม่บทรถไฟความเร็วสูง 2537
https://www.nesdc.go.th/suvarnabhumi/articles_center/rapid_train_in_thailand/rapid_train_summary%20-%20march2537.pdf
•เป็นการเสนอแผน ระดับชาติครั้งแรก ที่มองไกลถึง 30 ปี
•ได้รับการจัดทำเป็นเอกสารวิชาการรองรับ โดย ดร.ณัฐพล รังสิตพล (บุตรชายของ คุณห่อ สุขวิช) ในชื่อ A Strategic Planning Model for a Thai High-Speed Rail Transportation System (Southern Methodist University, 1997)
•ได้รับการกล่าวถึงในวารสารวิชาการสหรัฐฯ ปี 1998 ว่าเป็นโมเดลต้นแบบของการวางแผนคมนาคมสมัยใหม่ในประเทศกำลังพัฒนา
บทเรียนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งมวลชน
สหรัฐอเมริกา จากประเทศของผู้อพยพพลัดถิ่น สู่มหาอำนาจเศรษฐกิจโลก
บทเรียนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งมวลชน
⸻
บทคัดย่อ
สหรัฐอเมริกาคือดินแดนที่เริ่มต้นจากความหลากหลายของผู้อพยพนับล้านคนจากทั่วโลก ในศตวรรษที่ 19 ประเทศยังไม่มีความเป็นเอกภาพทั้งในด้านสังคมและเศรษฐกิจ แต่สามารถพัฒนาและยกระดับขึ้นเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจระดับโลกได้ภายในเวลาไม่ถึง 200 ปี ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งมวลชนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่สอดคล้องกับแนวคิด “สุขวิชโนมิกส์” หรือ Sukavichinomics ของ คุณพ่อสุขวิช รังสิตพล ที่เสนอการพัฒนาเศรษฐกิจผ่านระบบคมนาคมเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะแผนแม่บทรถไฟความเร็วสูง 6 เส้นทางที่ริเริ่มในปี พ.ศ. 2537
⸻
บทนำ: สุขวิชโนมิกส์คืออะไร
“สุขวิชโนมิกส์” เป็นแนวคิดด้านนโยบายเศรษฐกิจที่เสนอให้รัฐลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรากฐานของการกระจายโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบขนส่งมวลชนที่สามารถเชื่อมโยงเมืองใหญ่กับภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และยกระดับประเทศในระยะยาว ในปี 2537 คุณพ่อสุขวิช รังสิตพล ได้เสนอแผนแม่บทรถไฟความเร็วสูง 6 เส้นทาง ความยาวรวมกว่า 3,400 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อมโยงจากกรุงเทพฯ ไปยังเชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี หาดใหญ่ และสุไหงโกลก
แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนา “ทางรถไฟ” แต่เป็นการวางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระดับชาติ ซึ่งมีพื้นฐานแนวคิดคล้ายคลึงกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐอเมริกาในอดีต
⸻
สหรัฐอเมริกา: จากผู้อพยพสู่รัฐชาติ
สหรัฐอเมริกาในยุคก่อตั้งเป็นเพียงประเทศของผู้คนที่เดินทางมาจากยุโรป เอเชีย และแอฟริกา โดยไม่มีระบบคมนาคมพื้นฐานที่เชื่อมโยงพื้นที่ขนาดใหญ่ของประเทศ ประชากรกระจัดกระจาย เศรษฐกิจอยู่ภายใต้การพึ่งพาแรงงานและการเกษตรแบบดั้งเดิม
การสร้างระบบรถไฟข้ามทวีปในปี 1869 ซึ่งเชื่อมฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตก ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างเอกภาพและเปิดพื้นที่การพัฒนาเมืองใหม่ ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของเมืองอุตสาหกรรมและระบบเศรษฐกิจระดับชาติ การเดินทางที่เคยใช้เวลาหลายเดือนถูกย่นลงเหลือเพียงไม่กี่วัน ก่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงาน การค้า และทรัพยากรอย่างมหาศาล
ในศตวรรษที่ 20 สหรัฐฯ ยังพัฒนาระบบขนส่งอื่น ๆ เช่น รถไฟใต้ดินในมหานครนิวยอร์ก ระบบรถไฟชานเมือง และระบบทางหลวงระหว่างรัฐ (Interstate Highway System) ซึ่งเป็นเครือข่ายทางด่วนที่ช่วยเชื่อมโยงทุกภูมิภาคของประเทศเข้าด้วยกัน ทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใน แต่ยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
⸻
บทเรียนจากอเมริกาที่สอดคล้องกับสุขวิชโนมิกส์
สิ่งที่สหรัฐฯ ทำคือการวางแผนระยะยาวด้วยการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการ เพื่อยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตของประชาชน สร้างความเท่าเทียมทางโอกาส และผลักดันให้ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งภายในและระหว่างประเทศ
แนวคิดนี้มีความคล้ายคลึงกับสุขวิชโนมิกส์ ซึ่งเสนอให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะระบบรถไฟความเร็วสูงเป็นเครื่องมือในการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างศูนย์กลางกับท้องถิ่น และเพิ่มการเข้าถึงของประชาชนต่อโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม
สุขวิชโนมิกส์จึงมองรถไฟความเร็วสูงเป็นมากกว่าการคมนาคม แต่เป็นนโยบายยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงเมือง ชุมชน และระบบเศรษฐกิจในระดับมหภาค
⸻
บทสรุป
จากการศึกษากรณีสหรัฐอเมริกาและแนวคิดสุขวิชโนมิกส์ของไทย สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ “โครงสร้างพื้นฐานที่ดีไม่เพียงแค่ลดต้นทุนเวลาในการเดินทาง แต่สามารถพลิกโฉมเศรษฐกิจของชาติทั้งระบบ”
ประเทศไทยสามารถเรียนรู้จากแบบอย่างของอเมริกาในการวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว และให้ความสำคัญกับระบบขนส่งมวลชนที่เข้าถึงประชาชนอย่างเท่าเทียมทั่วทั้งประเทศ
ในโลกยุคใหม่ที่การแข่งขันด้านเศรษฐกิจไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนแรงงานเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ ความเร็วในการเข้าถึงโอกาส โครงสร้างพื้นฐานคือปัจจัยชี้ขาดที่ทำให้ประเทศ “ก้าวทัน” หรือ “ตกขบวน”
⸻
เอกสารอ้างอิง
•Rangsitpol, Nattapol. A Strategic Planning Model for a Thai High-Speed Rail Transportation System. PhD Dissertation. Southern Methodist University, 1997.
สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics):แผนแม่บทรถไฟความเร็วสูง 2537 https://www.nesdc.go.th/suvarnabhumi/articles_center/rapid_train_in_thailand/rapid_train_summary%20-%20march2537.pdf
•เป็นการเสนอแผน ระดับชาติครั้งแรก ที่มองไกลถึง 30 ปี
•ได้รับการจัดทำเป็นเอกสารวิชาการรองรับ โดย ดร.ณัฐพล รังสิตพล (บุตรชายของ คุณห่อ สุขวิช) ในชื่อ A Strategic Planning Model for a Thai High-Speed Rail Transportation System (Southern Methodist University, 1997)
•ได้รับการกล่าวถึงในวารสารวิชาการสหรัฐฯ ปี 1998 ว่าเป็นโมเดลต้นแบบของการวางแผนคมนาคมสมัยใหม่ในประเทศกำลังพัฒนา