ในขณะที่ทุกคนในคณะของกัปตันกำลังผ่อนคลายความตึงเครียดกันอยู่นั่นเอง อิบิคัส ผู้นำแห่งโลโคเทีย และเซบาสเต็นผู้เป็นสหายสนิท ได้เข้ามาในห้องประชุมอย่างรีบด่วนเพื่อแจ้งข่าวสำคัญ...
"ทุกท่าน โปรดฟังทางนี้" อิบิคัสกล่าวขึ้นด้วยเสียงก้องกังวาน ชาวคณะ THE FUGITIVE ทุกคนพากันหยุดการสนทนาและหันมามองผู้นำแห่งโลโคเทียเป็นจุดเดียว
"มีข่าวคราวความเคลื่อนไหวอันใดเพิ่มเติมกระนั้นหรือ ท่านอิบิคัส ?" สถาพรถาม
"ใช่!" ผู้นำแห่งโลโคเทียพยักหน้าด้วยสีหน้าแววตาเคร่งเครียด ทำให้ทุกคนในห้องประชุมเริ่มกังวล
"มีข่าวร้าย ใช่ไหมขอรับ ? ดูหน้าตาท่านไม่สู้ดีเลย" มหาเอกถามเป็นคนที่สอง
"อืม..." อิบิคัสพยักหน้าอีกครั้งก่อนแจ้งข่าวซึ่งทำให้ทุกคนตกตะลึง "สภาแห่งสหพันธรัฐได้เปิดประชุมกันแล้วโดยเป็นวาระเร่งด่วน และผลการลงมติ ทั้งจากสภาผู้แทนปวงชนของแต่ละมลรัฐ และวุฒิสภา ลงมติด้วยเสียงข้างมากเป็นสัดส่วน เจ็ดสิบเก้าต่อยี่สิบเอ็ดของสมาชิกทั้งหมดในรัฐสภาว่า
เรา ยอมเสียสละเหล่าสหายทุกคนซึ่งถูกจับเป็นเชลย เราจะไม่ยอมเอาอธิปไตยของเราไปแลกกับชีวิตของพวกเขาแล้วต้องกลายเป็นทาสแห่งจักรวรรรดิเป็นอันขาด! สำหรับเหล่าสหายของเราเหล่านั้น พวกเขาจะได้รับการยกย่องเทิดทูนว่าเป็นวีรบุรุษแห่งสหพันธรัฐ !!"
ประโยคสุดท้าย ผู้นำแห่งโลโคเทียกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ ปนกับความคั่งแค้น และชาวสหพันธฯ หลายคนต้องหลั่งน้ำตาอย่างมิอาจกลั้น!
ชาวคณะ THE FUGITIVE พากันอึ้งพูดอะไรไม่ออก สีหน้าหม่นหมองกันทั่ว
"พวกท่าน....ให้คำตอบไปยังทางจักรวรรดิ แล้วหรือยัง ?" สถาพรถาม พลางนึกถึงกัปตันวันชนะเพื่อนรักซึ่งก็ถูกจับเป็นเชลยอยู่ทางโน้นด้วยเช่นกัน
"ยัง..." อิบิคัสส่ายหน้า "เราคิดว่า จะรอเวลาจนถึงเย็นวันพรุ่งนี้ เพื่อเตรียมการรบให้พรักพร้อม! จากนั้น จึงค่อยส่งข่าวไป..."
สมาชิก THE FUGITIVE ทุกคนอึ้งกันไปอีกรอบ
ผู้นำแห่งโลโคเทีย มองหน้าพวกเขาทีละคนๆ แล้วก้าวเข้ามาใกล้ๆ ตัวของสถาพร ยกมือขึ้นตบไหล่เขาแล้วกล่าวถ้อยคำอันกลั่นออกมาจากใจ
"ท่านสถาพร ท่านคือสหายสนิทของท่านวันชนะ เหมือนอย่างที่ข้า กับเซบาสเต็น เป็นสหายสนิทกัน ตายแทนกันได้ทุกเมื่อ! อีกทั้ง ท่านวันชนะ ยังเป็นผู้นำของพวกท่าน เป็นศูนย์รวมใจของพวกท่าน เรื่องนี้ ข้าและเซบาสเต็น รวมทั้งสหายชาวสหพันธรัฐทุกคนทราบดี...ฟังให้ดีนะ ท่านสถาพร และทุกๆ ท่านที่ร่วมคณะเดินทางมาที่นี่..." พูดพลางมองหน้าแต่ละคนๆ สลับกับการมองหน้าสถาพร "...บัดนี้ ทางเรา สหพันธรัฐ กำลังเตรียมตัวทำสงครามกับพวกจักรวรรดิแล้ว และเรา ไม่ต้องการเหมารวมเอาท่านวันชนะเป็นหนึ่งในผู้เสียสละในครั้งนี้! แล้วยังมี ท่านหญิงเอวา ภริยาของท่านอีกเล่า เพราะฉะนั้น พวกท่านไม่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกับพวกเราอีกต่อไปแล้ว เสียเวลาเปล่า
พวกท่านและพวกเรา ถึงเวลาที่ต้องแยกจากกันแล้ว ขอให้พวกท่านหาทางแก้ไขสถานการณ์ด้วยตัวของพวกท่านเองเถิด เพื่อช่วยท่านวันชนะ แต่ก่อนแยกจากกัน หากพวกท่านต้องการสิ่งใด บอกมาได้เลย ต้องการยานบินกี่ลำ ทหารอากาศกี่นาย บอกมาได้เลย เราจะให้ตามที่ท่านต้องการทุกอย่าง !!"
ชาวคณะของกัปตันทุกคนต่างรู้สึกตื้นตัน สถาพรพยักหน้าสองสามครั้ง แต่ก็ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี
"ท่านอิบิคัสเจ้าคะ" สาวจอยเอ่ยถามขึ้นมา เพราะนึกถึงเรื่องหนึ่งที่ยังค้างคาอยู่
"มีเรื่องอันใดหรือ ท่านหญิงจอย ?"
"อยากทราบว่า ขณะนี้ พวกคนป่วยซึ่งติดเชื้อจากมนุษย์หมาป่า เป็นอย่างไรกันบ้างเจ้าคะ ?"
"อ้อ...พวกนั้นน่ะรึ ? ยาที่พวกท่านสกัดมาจากโลหิตของนางอสูรหมาป่านั่น ได้ผลเป็นที่น่าพอใจอยู่ พวกเขามีอาการสงบ เป็นผู้เป็นคนมากขึ้น พูดคุยกันรู้เรื่อง ไม่เหมือนช่วงแรกที่ยังไม่ได้รับการฉีดยา ช่วงนั้นพวกเขามีอาการกระหายเลือดกันเป็นพักๆ จนต้องใช้ยาสลบกำราบ"
"แล้ว พวกเขา ถูกปล่อยตัวออกมาแล้วหรือยังเจ้าคะ ?" สาวเล็กถามอีกคน
"ยังก่อน" ผู้นำแห่งโลโคเทียส่ายหน้าปฏิเสธ "เรายังไม่อาจไว้วางใจได้เต็มที่ ต้องรอดูปฏิกริยาของพวกเขาในคืนพระจันทร์เต็มดวงอีกครั้ง"
"วันนี้กี่ค่ำแล้วเนี่ย ?" สถาพรถามขึ้นมาโดยไม่เจาะจงใคร
มหาเอกยกมือขึ้นมานับนิ้ว แล้วตอบ "ขึ้นสิบสามค่ำแล้วครับ พรุ่งนี้ก็สิบสี่ค่ำ"
"ถ้างั้น ก็อีกสองวัน พระจันทร์จะเต็มดวง" หนุ่มแซมกล่าวเสริม
"ไม่ใช่ครับ" มหาเอกส่ายหน้า
"อ้าว ไหงเป็นงั้น ?" แซมถามและทำหน้างงๆ
"ก็เหลืออีกสองวันเท่านั้น ก็ถึงวันขึ้น 15 ค่ำไม่ใช่เหรอคะ พี่เอก ?" รัชนกถามอย่างอดสงสัยมิได้
"ปกติก็เป็นเช่นนั้นจ้ะ" อดีตมหาเปรียญตอบภรรยาแฝดผู้พี่ "แต่คราวนี้ไม่ใช่ เดือนนี้ เป็นเดือนขาด! คือ มีแค่ 14 ค่ำ พระจันทร์ก็เต็มดวงแล้ว จากนั้นอีกวันหนึ่ง ก็จะเป็นวันแรม 1 ค่ำเลย"
"อ้อ...ที่แท้เป็นแบบนี้" สถาพรพยักหน้าหงึกๆ
"ถ้างั้น ก็วันพรุ่งนี้แล้วน่ะสิ! พระจันทร์จะเต็มดวง ตายละวา..." หนุ่มแซมร้องจ๊ากแล้วเผลอหลุดอุทานออกมาเป็นภาษาไทย "ถ้าเกิดคนพวกนั้นออกอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมา หรือร้ายที่สุดคือ กลายร่างเป็นแวร์วูลฟ์อีกครั้ง ปั่นป่วนแน่!! "
สถาพรแปลประโยคของแซมให้อิบิคัสและเซบาสเต็นฟัง พอฟังจบ เซบาสเต็นก็บอกทันทีอย่างเฉียบขาด
"ถ้าเป็นอย่างนั้น ห้องขังของเรา สงสัยจะเอาไม่อยู่ เพราะพวกมันจะมีพละกำลังมหาศาล และมีจำนวนมากด้วย ก็จำเป็นต้องกำจัดทิ้งให้หมด!!"
ชาวคณะของกัปตันหลายคน ทอดถอนใจไปตามๆ กัน
"พวกเขา ก็เป็นชาวสหพันธรัฐนะขอรับ" สถาพรกล่าวเหมือนต้องการแย้ง
"ก็ใช่!" อิบิคัสพยักหน้าตอบด้วยความหนักใจ "แต่เมื่อถึงเวลานั้น...ถ้าพวกเขาแปรเปลี่ยนไป พวกเขาก็จะไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป และจะทำให้พวกเรา รวมทั้งประชาชนทั้งหลายลำบากเดือดร้อนกันไปทั่ว ดังนั้น จึงไม่มีทางเลือกอื่นใดอีก ต้องกำจัดพวกเขาสถานเดียวเท่านั้น!"
"เว้นเสียแต่ว่า..." เซบาสเต็นกล่าวต่อ "...เราจะพบตัวนางพญาปีศาจหมาป่านั่น แล้วสังหารนางเสีย! นั่นแหละ พวกเขาทุกคนคงจะได้หายขาด กลับมาเป็นมนุษย์ธรรมดาได้ดังเดิมอย่างสมบูรณ์!"
"ทำไมต้องเป็นวันพรุ่งนี้ด้วยวะ!!" สถาพรบ่นพลางส่ายหน้า
"ท่านอิบิคัส ท่านเซบาสเต็น เอาอย่างนี้เถิด" มหาเอกเอ่ยขึ้นเพื่อเสนอแนะแนวทางดำเนินการ
"อย่างไรหรือ ท่านเอก ?" ผู้นำแห่งโลโคเทียถาม
"พวกเรา กับพวกท่าน จะแยกกันไปในวันพรุ่งนี้ แต่ยังไม่แยกขาด! พวกเราจะหาหนทางตามหาตัวนางพญาปีศาจหมาป่าให้พบ แล้วสังหารนางให้ได้ก่อนตะวันตกดิน ฝ่ายพวกท่านก็คอยสังเกตดูผู้คนที่ติดเชื้อเหล่านั้น และในขณะเดียวกัน ก็รอฟังข่าวจากพวกเราไปด้วย หากถึงยามที่ตะวันตกดิน พวกเรายังไม่กลับมา หรือไม่มีข่าวคราวใดๆ จากพวกเราเลย ก็สุดแล้วแต่พวกท่านจะจัดการก็แล้วกัน!" มหาเอกคิดวางแผนการอย่างรวดเร็ว
"หมายความว่า พวกท่าน จะบุกเข้าไปในจักรวรรดิ อย่างนั้นหรือ ?" เซบาสเต็นถาม
"มันก็ต้องเป็นเช่นนั้น" สถาพรให้คำตอบแทนมหาเอก "ไม่เข้าถ้ำเสือ จะได้ลูกเสือหรือท่าน ?"
"อืม....ภาษิตของท่าน ลึกซึ้ง มีเหตุผล" อิบิคัสว่า
"ถ้าอย่างนั้น ก็ดำเนินการตามที่ท่านว่าก็แล้วกัน"
###################################################
ทางด้านจักรวรรดิแอตแลนติสใต้........
จักรพรรดิเนรอส ซึ่งถูกแฝงร่างโดยเร็พไทเลี่ยนนามว่ากามาร่า กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ในท้องพระโรง โดยมีเทพพยากรณ์ออเรเคิลและเลโอนีดาสผู้เป็นศิษย์ พร้อมกับคณะนักพลังจิตที่เหลือนำโดยกาดิซเข้าเฝ้า และเหล่าทหารราชองครักษ์รักษาพระองค์จำนวนหนึ่งยืนล้อมรอบ
"พรุ่งนี้ จะเป็นวันสำคัญของพวกเรา อาจจะเป็นวันประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้!" เนรอสผู้มีร่างแฝงกล่าวอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง "เราอาจจะได้รวมแผ่นดินแห่งแอตแลนติสทั้งเหนือและใต้เป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ จะเป็นจักรวรรดิแอตแลนติสอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรที่สุดในโลก และในอนาคตหลังจากนั้น ซึ่งข้าเชื่อมั่นว่าคงไม่นานนัก เราจะเป็นเจ้าครองโลกนี้!!"
"ฝ่าบาททรงพระปรีชาสามารถ ต้องสำเร็จสมดังพระทัยที่ทรงมุ่งหมายแน่ พระเจ้าข้า" เลโอนีดาสทูลประจบสอพลอ แต่ถูกออเรเคิลทำตาเขียวใส่ จึงรีบหุบปากเงียบเสียง แต่ก็ยังยิ้ม
กามาร่าในร่างจักรพรรดิหัวเราะชอบใจ
"เจ้าพูดได้ดี ถูกใจข้านัก เลโอนีดาส!"
"ฝ่าบาท โปรดอย่าทรงให้ท้ายศิษย์โง่ของข้าคนนี้นักเลยเพคะ จะเคยตัว!" ออเรเคิลกราบทูลพลางมองค้อนอดีตขันทีหลวงผู้ได้กลับมาเป็นบุรุษดังเดิมอีกหนด้วยวิทยาการอันก้าวหน้า
"ช่างมันเถิดน่า...มันมิได้เป็นคนโง่ดอก ออร่า!" เนรอสกล่าวค้านและแก้ตัวให้อดีตวิศวกรและสายลับตัวแสบ "มันฉลาดจะตายไป ข้าใช้มันให้ทำการใด มันก็ทำสำเร็จเรียบร้อยทุกทีไป"
"อ๋อ...งานหานางกำนัลถวายฝ่าบาทกระมังเพคะ ที่ว่าทำสำเร็จเรียบร้อยดี" ออเรเคิลกราบทูลด้วยน้ำเสียงสะบัดๆ
"ก็ใช่..." เนรอสกล่าวพลางยิ้มพราย แล้วทำหน้าหื่นกล่าวต่อไป "...มันช่วยไม่ได้นี่นา ตราบใดที่ข้ายังมิอาจให้เจ้าอภิเษกสมรสกับข้าเพื่อเป็นจักรพรรดินีได้ และคราบใดที่ข้ายังไม่อาจจะเสพสม..."
"ฝ่าบาท!!" ออเรเคิลรีบเบรค "..อย่าตรัสวาจาเกี่ยวพันกับเรื่องเยี่ยงนั้นเพคะ! หม่อมฉันยังเป็นหญิงพรหมจรรย์อยู่นะเพคะ เห็นใจกันหน่อยเถิดเพคะ!"
กามาร่าในคราบเนรอสหัวเราะชอบใจอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวต่อไป "...ก็มันเรื่องจริงนี่นา...เจ้าก็ไม่ต้องเขินอายอันใดมากนักเลย! เตรียมตัวเป็นจักรพรรดินีของข้าเถิด! หากพรุ่งนี้ พวกนั้นยินยอมให้เราผนวกดินแดนเพื่อแลกกับอิสรภาพของเชลยเหล่านั้นแล้วไซร้ ข้าก็จะประกาศวันสถาปนาจักรวรรดิแอตแลนติส และวันอภิเษกสมรส ยกเจ้าขึ้นเป็นจักรพรรดินีทันที!! ซึ่งเจ้าเอง ก็หวังและรอคอยมานานแล้ว มิใช่หรือ ออร่า ?"
ออเรเคิลนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนกราบทูลถวายคำตอบเบาๆ
"หม่อมฉัน...หวังเช่นนั้น เพคะ ฝ่าบาท"
"ท่านหัวหน้า เทพพยากรณ์ของพวกข้าพระองค์ เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นองค์จักรพรรดินีของฝ่าบาท พระเจ้าข้า" กาดิซ รองหัวหน้าคณะนักพลังจิตกราบทูลปอปั้นสนับสนุนเจ้านาย
"ข้า รอวันอภิเษก เพื่อเข้าห้องหอกับนางแทบจะไม่ไหวแล้ว กาดิซ!" กามาร่าในคราบเนรอสกล่าวพลางแสดงสีหน้าแววตาหื่นกระหาย
"ฝ่าบาท!!" ออเรเคิลแทบจะกรี๊ด ใบหน้ามีเลือดสูบฉีดจนแดงด้วยความเขินอาย แล้วแปรเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว "พอเถิดเพคะ!!" ขณะเดียวกันก็รู้สึกแปลกใจว่า เหตุไฉน จักรพรรดิจึงทรงอุปนิสัยแตกต่างจากเมื่อก่อน เหตุไฉนจึงทรง "ทะลึ่ง" เยี่ยงนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เมื่อก่อนนี้ไม่เคยปรากฏ!
กามาร่าในคราบจักรพรรดิยังหัวเราะร่วนอย่างชอบอกชอบใจ แล้วโบกไม้โบกมือ
"เอาละ ก็ได้ๆ ข้าหยุดพูดถึงเรื่องนี้ก่อนก็แล้วกัน" แล้วฉีกยิ้มให้ออเรเคิลอีกทีเมื่อเห็นนางทำหน้าง้ำ
"มาว่ากันถึงแผนการสำหรับวันพรุ่งนี้" กามาร่าเริ่มพูดเป็นการเป็นงาน "พรุ่งนี้ ถ้าพวกสหพันธรัฐ ยินยอมมอบอธิปไตยต่อเรา ทุกอย่างก็จะราบรื่น ข้าก็จะเตรียมส่งข้าหลวงใหญ่ไปคุมรัฐต่างๆ ทันทีโดยไม่รอช้า แต่ถ้าพวกมันไม่ยอม ก็หมายถึงว่า พวกมันเสียสละคนเหล่านั้น พวกมันเองซึ่งเป็นเชลยของเรา ถ้าเป็นเช่นนั้น เราก็จะเปิดศึกกับพวกมัน และจะต้องเป็นการเผด็จศึกอย่างเฉียบขาด รวดเร็ว ไม่ใช้เวลานาน อาจบางที วันเดียวก็สำเร็จได้เลย!!"
ออเรเคิล และบริวารของนางทุกคนมองหน้ากันด้วยความสงสัย ก่อนที่ลูกสาวผู้เป็นแฝดน้องของโพเซดอนจะเอ่ยปากทูลถาม
"หม่อมฉันแปลกใจมาก...เพราะไม่เคยเห็นฝ่าบาททรงมีความมั่นพระทัยเช่นนี้มาก่อนเลย พระองค์ทรงเอาความมั่นพระทัยเยี่ยงนี้มาจากไหนเพคะ ?"
"หึหึหึ..."
พระสุรเสียงแห่งการทรงพระสรวลนั้น ทำให้เทพพยากรณ์และบริวารทุกคนรู้สึกแปลกๆ ปนกับความกังขา และบางคน มีความหวาดหวั่นและระแวงเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย
"ข้าก็ต้องมีอะไรดีๆ บางอย่างซี่...จึงมั่นใจได้เยี่ยงนี้...
เอาเป็นว่า ข้า มีแผนการลับที่ดีพอก็แล้วกัน!"
"ฝ่าบาท มิอาจตรัสบอกแผนการลับนั้นแก่พวกหม่อมฉันหรือเพคะ ?" ทูลถามเสร็จ ออเรเคิลก็จ้องมองพระพักตรจักรพรรดิด้วยความข้องใจ
"ข้ายังไม่อยากบอก! ถึงเวลาที่ข้าเห็นสมควรก่อน ข้าจึงจะบอก! ตอนนี้ เจ้า ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของเหล่าทหาร จงเตรียมการตามที่ข้าจะบอกต่อไปนี้ ฟังให้ดี!"
นางอึ้งไปชั่วขณะ แล้วจึงทูลตอบรับ
"เพคะ ฝ่าบาท"
(ต่อครับ) ^
💫🕛💫🚀 แดนศิวิไลซ์ ( หลงกาล ภาค 2 ) ตอนที่ 38 🚀💫🕛💫
"ทุกท่าน โปรดฟังทางนี้" อิบิคัสกล่าวขึ้นด้วยเสียงก้องกังวาน ชาวคณะ THE FUGITIVE ทุกคนพากันหยุดการสนทนาและหันมามองผู้นำแห่งโลโคเทียเป็นจุดเดียว
"มีข่าวคราวความเคลื่อนไหวอันใดเพิ่มเติมกระนั้นหรือ ท่านอิบิคัส ?" สถาพรถาม
"ใช่!" ผู้นำแห่งโลโคเทียพยักหน้าด้วยสีหน้าแววตาเคร่งเครียด ทำให้ทุกคนในห้องประชุมเริ่มกังวล
"มีข่าวร้าย ใช่ไหมขอรับ ? ดูหน้าตาท่านไม่สู้ดีเลย" มหาเอกถามเป็นคนที่สอง
"อืม..." อิบิคัสพยักหน้าอีกครั้งก่อนแจ้งข่าวซึ่งทำให้ทุกคนตกตะลึง "สภาแห่งสหพันธรัฐได้เปิดประชุมกันแล้วโดยเป็นวาระเร่งด่วน และผลการลงมติ ทั้งจากสภาผู้แทนปวงชนของแต่ละมลรัฐ และวุฒิสภา ลงมติด้วยเสียงข้างมากเป็นสัดส่วน เจ็ดสิบเก้าต่อยี่สิบเอ็ดของสมาชิกทั้งหมดในรัฐสภาว่า เรา ยอมเสียสละเหล่าสหายทุกคนซึ่งถูกจับเป็นเชลย เราจะไม่ยอมเอาอธิปไตยของเราไปแลกกับชีวิตของพวกเขาแล้วต้องกลายเป็นทาสแห่งจักรวรรรดิเป็นอันขาด! สำหรับเหล่าสหายของเราเหล่านั้น พวกเขาจะได้รับการยกย่องเทิดทูนว่าเป็นวีรบุรุษแห่งสหพันธรัฐ !!"
ประโยคสุดท้าย ผู้นำแห่งโลโคเทียกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ ปนกับความคั่งแค้น และชาวสหพันธฯ หลายคนต้องหลั่งน้ำตาอย่างมิอาจกลั้น!
ชาวคณะ THE FUGITIVE พากันอึ้งพูดอะไรไม่ออก สีหน้าหม่นหมองกันทั่ว
"พวกท่าน....ให้คำตอบไปยังทางจักรวรรดิ แล้วหรือยัง ?" สถาพรถาม พลางนึกถึงกัปตันวันชนะเพื่อนรักซึ่งก็ถูกจับเป็นเชลยอยู่ทางโน้นด้วยเช่นกัน
"ยัง..." อิบิคัสส่ายหน้า "เราคิดว่า จะรอเวลาจนถึงเย็นวันพรุ่งนี้ เพื่อเตรียมการรบให้พรักพร้อม! จากนั้น จึงค่อยส่งข่าวไป..."
สมาชิก THE FUGITIVE ทุกคนอึ้งกันไปอีกรอบ
ผู้นำแห่งโลโคเทีย มองหน้าพวกเขาทีละคนๆ แล้วก้าวเข้ามาใกล้ๆ ตัวของสถาพร ยกมือขึ้นตบไหล่เขาแล้วกล่าวถ้อยคำอันกลั่นออกมาจากใจ
"ท่านสถาพร ท่านคือสหายสนิทของท่านวันชนะ เหมือนอย่างที่ข้า กับเซบาสเต็น เป็นสหายสนิทกัน ตายแทนกันได้ทุกเมื่อ! อีกทั้ง ท่านวันชนะ ยังเป็นผู้นำของพวกท่าน เป็นศูนย์รวมใจของพวกท่าน เรื่องนี้ ข้าและเซบาสเต็น รวมทั้งสหายชาวสหพันธรัฐทุกคนทราบดี...ฟังให้ดีนะ ท่านสถาพร และทุกๆ ท่านที่ร่วมคณะเดินทางมาที่นี่..." พูดพลางมองหน้าแต่ละคนๆ สลับกับการมองหน้าสถาพร "...บัดนี้ ทางเรา สหพันธรัฐ กำลังเตรียมตัวทำสงครามกับพวกจักรวรรดิแล้ว และเรา ไม่ต้องการเหมารวมเอาท่านวันชนะเป็นหนึ่งในผู้เสียสละในครั้งนี้! แล้วยังมี ท่านหญิงเอวา ภริยาของท่านอีกเล่า เพราะฉะนั้น พวกท่านไม่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกับพวกเราอีกต่อไปแล้ว เสียเวลาเปล่า พวกท่านและพวกเรา ถึงเวลาที่ต้องแยกจากกันแล้ว ขอให้พวกท่านหาทางแก้ไขสถานการณ์ด้วยตัวของพวกท่านเองเถิด เพื่อช่วยท่านวันชนะ แต่ก่อนแยกจากกัน หากพวกท่านต้องการสิ่งใด บอกมาได้เลย ต้องการยานบินกี่ลำ ทหารอากาศกี่นาย บอกมาได้เลย เราจะให้ตามที่ท่านต้องการทุกอย่าง !!"
ชาวคณะของกัปตันทุกคนต่างรู้สึกตื้นตัน สถาพรพยักหน้าสองสามครั้ง แต่ก็ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี
"ท่านอิบิคัสเจ้าคะ" สาวจอยเอ่ยถามขึ้นมา เพราะนึกถึงเรื่องหนึ่งที่ยังค้างคาอยู่
"มีเรื่องอันใดหรือ ท่านหญิงจอย ?"
"อยากทราบว่า ขณะนี้ พวกคนป่วยซึ่งติดเชื้อจากมนุษย์หมาป่า เป็นอย่างไรกันบ้างเจ้าคะ ?"
"อ้อ...พวกนั้นน่ะรึ ? ยาที่พวกท่านสกัดมาจากโลหิตของนางอสูรหมาป่านั่น ได้ผลเป็นที่น่าพอใจอยู่ พวกเขามีอาการสงบ เป็นผู้เป็นคนมากขึ้น พูดคุยกันรู้เรื่อง ไม่เหมือนช่วงแรกที่ยังไม่ได้รับการฉีดยา ช่วงนั้นพวกเขามีอาการกระหายเลือดกันเป็นพักๆ จนต้องใช้ยาสลบกำราบ"
"แล้ว พวกเขา ถูกปล่อยตัวออกมาแล้วหรือยังเจ้าคะ ?" สาวเล็กถามอีกคน
"ยังก่อน" ผู้นำแห่งโลโคเทียส่ายหน้าปฏิเสธ "เรายังไม่อาจไว้วางใจได้เต็มที่ ต้องรอดูปฏิกริยาของพวกเขาในคืนพระจันทร์เต็มดวงอีกครั้ง"
"วันนี้กี่ค่ำแล้วเนี่ย ?" สถาพรถามขึ้นมาโดยไม่เจาะจงใคร
มหาเอกยกมือขึ้นมานับนิ้ว แล้วตอบ "ขึ้นสิบสามค่ำแล้วครับ พรุ่งนี้ก็สิบสี่ค่ำ"
"ถ้างั้น ก็อีกสองวัน พระจันทร์จะเต็มดวง" หนุ่มแซมกล่าวเสริม
"ไม่ใช่ครับ" มหาเอกส่ายหน้า
"อ้าว ไหงเป็นงั้น ?" แซมถามและทำหน้างงๆ
"ก็เหลืออีกสองวันเท่านั้น ก็ถึงวันขึ้น 15 ค่ำไม่ใช่เหรอคะ พี่เอก ?" รัชนกถามอย่างอดสงสัยมิได้
"ปกติก็เป็นเช่นนั้นจ้ะ" อดีตมหาเปรียญตอบภรรยาแฝดผู้พี่ "แต่คราวนี้ไม่ใช่ เดือนนี้ เป็นเดือนขาด! คือ มีแค่ 14 ค่ำ พระจันทร์ก็เต็มดวงแล้ว จากนั้นอีกวันหนึ่ง ก็จะเป็นวันแรม 1 ค่ำเลย"
"อ้อ...ที่แท้เป็นแบบนี้" สถาพรพยักหน้าหงึกๆ
"ถ้างั้น ก็วันพรุ่งนี้แล้วน่ะสิ! พระจันทร์จะเต็มดวง ตายละวา..." หนุ่มแซมร้องจ๊ากแล้วเผลอหลุดอุทานออกมาเป็นภาษาไทย "ถ้าเกิดคนพวกนั้นออกอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมา หรือร้ายที่สุดคือ กลายร่างเป็นแวร์วูลฟ์อีกครั้ง ปั่นป่วนแน่!! "
สถาพรแปลประโยคของแซมให้อิบิคัสและเซบาสเต็นฟัง พอฟังจบ เซบาสเต็นก็บอกทันทีอย่างเฉียบขาด
"ถ้าเป็นอย่างนั้น ห้องขังของเรา สงสัยจะเอาไม่อยู่ เพราะพวกมันจะมีพละกำลังมหาศาล และมีจำนวนมากด้วย ก็จำเป็นต้องกำจัดทิ้งให้หมด!!"
ชาวคณะของกัปตันหลายคน ทอดถอนใจไปตามๆ กัน
"พวกเขา ก็เป็นชาวสหพันธรัฐนะขอรับ" สถาพรกล่าวเหมือนต้องการแย้ง
"ก็ใช่!" อิบิคัสพยักหน้าตอบด้วยความหนักใจ "แต่เมื่อถึงเวลานั้น...ถ้าพวกเขาแปรเปลี่ยนไป พวกเขาก็จะไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป และจะทำให้พวกเรา รวมทั้งประชาชนทั้งหลายลำบากเดือดร้อนกันไปทั่ว ดังนั้น จึงไม่มีทางเลือกอื่นใดอีก ต้องกำจัดพวกเขาสถานเดียวเท่านั้น!"
"เว้นเสียแต่ว่า..." เซบาสเต็นกล่าวต่อ "...เราจะพบตัวนางพญาปีศาจหมาป่านั่น แล้วสังหารนางเสีย! นั่นแหละ พวกเขาทุกคนคงจะได้หายขาด กลับมาเป็นมนุษย์ธรรมดาได้ดังเดิมอย่างสมบูรณ์!"
"ทำไมต้องเป็นวันพรุ่งนี้ด้วยวะ!!" สถาพรบ่นพลางส่ายหน้า
"ท่านอิบิคัส ท่านเซบาสเต็น เอาอย่างนี้เถิด" มหาเอกเอ่ยขึ้นเพื่อเสนอแนะแนวทางดำเนินการ
"อย่างไรหรือ ท่านเอก ?" ผู้นำแห่งโลโคเทียถาม
"พวกเรา กับพวกท่าน จะแยกกันไปในวันพรุ่งนี้ แต่ยังไม่แยกขาด! พวกเราจะหาหนทางตามหาตัวนางพญาปีศาจหมาป่าให้พบ แล้วสังหารนางให้ได้ก่อนตะวันตกดิน ฝ่ายพวกท่านก็คอยสังเกตดูผู้คนที่ติดเชื้อเหล่านั้น และในขณะเดียวกัน ก็รอฟังข่าวจากพวกเราไปด้วย หากถึงยามที่ตะวันตกดิน พวกเรายังไม่กลับมา หรือไม่มีข่าวคราวใดๆ จากพวกเราเลย ก็สุดแล้วแต่พวกท่านจะจัดการก็แล้วกัน!" มหาเอกคิดวางแผนการอย่างรวดเร็ว
"หมายความว่า พวกท่าน จะบุกเข้าไปในจักรวรรดิ อย่างนั้นหรือ ?" เซบาสเต็นถาม
"มันก็ต้องเป็นเช่นนั้น" สถาพรให้คำตอบแทนมหาเอก "ไม่เข้าถ้ำเสือ จะได้ลูกเสือหรือท่าน ?"
"อืม....ภาษิตของท่าน ลึกซึ้ง มีเหตุผล" อิบิคัสว่า "ถ้าอย่างนั้น ก็ดำเนินการตามที่ท่านว่าก็แล้วกัน"
จักรพรรดิเนรอส ซึ่งถูกแฝงร่างโดยเร็พไทเลี่ยนนามว่ากามาร่า กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ในท้องพระโรง โดยมีเทพพยากรณ์ออเรเคิลและเลโอนีดาสผู้เป็นศิษย์ พร้อมกับคณะนักพลังจิตที่เหลือนำโดยกาดิซเข้าเฝ้า และเหล่าทหารราชองครักษ์รักษาพระองค์จำนวนหนึ่งยืนล้อมรอบ
"พรุ่งนี้ จะเป็นวันสำคัญของพวกเรา อาจจะเป็นวันประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้!" เนรอสผู้มีร่างแฝงกล่าวอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง "เราอาจจะได้รวมแผ่นดินแห่งแอตแลนติสทั้งเหนือและใต้เป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ จะเป็นจักรวรรดิแอตแลนติสอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรที่สุดในโลก และในอนาคตหลังจากนั้น ซึ่งข้าเชื่อมั่นว่าคงไม่นานนัก เราจะเป็นเจ้าครองโลกนี้!!"
"ฝ่าบาททรงพระปรีชาสามารถ ต้องสำเร็จสมดังพระทัยที่ทรงมุ่งหมายแน่ พระเจ้าข้า" เลโอนีดาสทูลประจบสอพลอ แต่ถูกออเรเคิลทำตาเขียวใส่ จึงรีบหุบปากเงียบเสียง แต่ก็ยังยิ้ม
กามาร่าในร่างจักรพรรดิหัวเราะชอบใจ
"เจ้าพูดได้ดี ถูกใจข้านัก เลโอนีดาส!"
"ฝ่าบาท โปรดอย่าทรงให้ท้ายศิษย์โง่ของข้าคนนี้นักเลยเพคะ จะเคยตัว!" ออเรเคิลกราบทูลพลางมองค้อนอดีตขันทีหลวงผู้ได้กลับมาเป็นบุรุษดังเดิมอีกหนด้วยวิทยาการอันก้าวหน้า
"ช่างมันเถิดน่า...มันมิได้เป็นคนโง่ดอก ออร่า!" เนรอสกล่าวค้านและแก้ตัวให้อดีตวิศวกรและสายลับตัวแสบ "มันฉลาดจะตายไป ข้าใช้มันให้ทำการใด มันก็ทำสำเร็จเรียบร้อยทุกทีไป"
"อ๋อ...งานหานางกำนัลถวายฝ่าบาทกระมังเพคะ ที่ว่าทำสำเร็จเรียบร้อยดี" ออเรเคิลกราบทูลด้วยน้ำเสียงสะบัดๆ
"ก็ใช่..." เนรอสกล่าวพลางยิ้มพราย แล้วทำหน้าหื่นกล่าวต่อไป "...มันช่วยไม่ได้นี่นา ตราบใดที่ข้ายังมิอาจให้เจ้าอภิเษกสมรสกับข้าเพื่อเป็นจักรพรรดินีได้ และคราบใดที่ข้ายังไม่อาจจะเสพสม..."
"ฝ่าบาท!!" ออเรเคิลรีบเบรค "..อย่าตรัสวาจาเกี่ยวพันกับเรื่องเยี่ยงนั้นเพคะ! หม่อมฉันยังเป็นหญิงพรหมจรรย์อยู่นะเพคะ เห็นใจกันหน่อยเถิดเพคะ!"
กามาร่าในคราบเนรอสหัวเราะชอบใจอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวต่อไป "...ก็มันเรื่องจริงนี่นา...เจ้าก็ไม่ต้องเขินอายอันใดมากนักเลย! เตรียมตัวเป็นจักรพรรดินีของข้าเถิด! หากพรุ่งนี้ พวกนั้นยินยอมให้เราผนวกดินแดนเพื่อแลกกับอิสรภาพของเชลยเหล่านั้นแล้วไซร้ ข้าก็จะประกาศวันสถาปนาจักรวรรดิแอตแลนติส และวันอภิเษกสมรส ยกเจ้าขึ้นเป็นจักรพรรดินีทันที!! ซึ่งเจ้าเอง ก็หวังและรอคอยมานานแล้ว มิใช่หรือ ออร่า ?"
ออเรเคิลนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนกราบทูลถวายคำตอบเบาๆ
"หม่อมฉัน...หวังเช่นนั้น เพคะ ฝ่าบาท"
"ท่านหัวหน้า เทพพยากรณ์ของพวกข้าพระองค์ เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นองค์จักรพรรดินีของฝ่าบาท พระเจ้าข้า" กาดิซ รองหัวหน้าคณะนักพลังจิตกราบทูลปอปั้นสนับสนุนเจ้านาย
"ข้า รอวันอภิเษก เพื่อเข้าห้องหอกับนางแทบจะไม่ไหวแล้ว กาดิซ!" กามาร่าในคราบเนรอสกล่าวพลางแสดงสีหน้าแววตาหื่นกระหาย
"ฝ่าบาท!!" ออเรเคิลแทบจะกรี๊ด ใบหน้ามีเลือดสูบฉีดจนแดงด้วยความเขินอาย แล้วแปรเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว "พอเถิดเพคะ!!" ขณะเดียวกันก็รู้สึกแปลกใจว่า เหตุไฉน จักรพรรดิจึงทรงอุปนิสัยแตกต่างจากเมื่อก่อน เหตุไฉนจึงทรง "ทะลึ่ง" เยี่ยงนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เมื่อก่อนนี้ไม่เคยปรากฏ!
กามาร่าในคราบจักรพรรดิยังหัวเราะร่วนอย่างชอบอกชอบใจ แล้วโบกไม้โบกมือ
"เอาละ ก็ได้ๆ ข้าหยุดพูดถึงเรื่องนี้ก่อนก็แล้วกัน" แล้วฉีกยิ้มให้ออเรเคิลอีกทีเมื่อเห็นนางทำหน้าง้ำ
"มาว่ากันถึงแผนการสำหรับวันพรุ่งนี้" กามาร่าเริ่มพูดเป็นการเป็นงาน "พรุ่งนี้ ถ้าพวกสหพันธรัฐ ยินยอมมอบอธิปไตยต่อเรา ทุกอย่างก็จะราบรื่น ข้าก็จะเตรียมส่งข้าหลวงใหญ่ไปคุมรัฐต่างๆ ทันทีโดยไม่รอช้า แต่ถ้าพวกมันไม่ยอม ก็หมายถึงว่า พวกมันเสียสละคนเหล่านั้น พวกมันเองซึ่งเป็นเชลยของเรา ถ้าเป็นเช่นนั้น เราก็จะเปิดศึกกับพวกมัน และจะต้องเป็นการเผด็จศึกอย่างเฉียบขาด รวดเร็ว ไม่ใช้เวลานาน อาจบางที วันเดียวก็สำเร็จได้เลย!!"
ออเรเคิล และบริวารของนางทุกคนมองหน้ากันด้วยความสงสัย ก่อนที่ลูกสาวผู้เป็นแฝดน้องของโพเซดอนจะเอ่ยปากทูลถาม
"หม่อมฉันแปลกใจมาก...เพราะไม่เคยเห็นฝ่าบาททรงมีความมั่นพระทัยเช่นนี้มาก่อนเลย พระองค์ทรงเอาความมั่นพระทัยเยี่ยงนี้มาจากไหนเพคะ ?"
"หึหึหึ..."
พระสุรเสียงแห่งการทรงพระสรวลนั้น ทำให้เทพพยากรณ์และบริวารทุกคนรู้สึกแปลกๆ ปนกับความกังขา และบางคน มีความหวาดหวั่นและระแวงเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย
"ข้าก็ต้องมีอะไรดีๆ บางอย่างซี่...จึงมั่นใจได้เยี่ยงนี้...เอาเป็นว่า ข้า มีแผนการลับที่ดีพอก็แล้วกัน!"
"ฝ่าบาท มิอาจตรัสบอกแผนการลับนั้นแก่พวกหม่อมฉันหรือเพคะ ?" ทูลถามเสร็จ ออเรเคิลก็จ้องมองพระพักตรจักรพรรดิด้วยความข้องใจ
"ข้ายังไม่อยากบอก! ถึงเวลาที่ข้าเห็นสมควรก่อน ข้าจึงจะบอก! ตอนนี้ เจ้า ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของเหล่าทหาร จงเตรียมการตามที่ข้าจะบอกต่อไปนี้ ฟังให้ดี!"
นางอึ้งไปชั่วขณะ แล้วจึงทูลตอบรับ "เพคะ ฝ่าบาท"
(ต่อครับ) ^